อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 4/2 วันที่ 4 ต.ค. 57

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 4/2 วันที่ 4 ต.ค. 57

"เกี่ยว .. ถ้าพี่แก้วไม่ขโมยเงิน ป่านนี้ก็มีจ่ายเขาแล้ว สำหรับพี่ มีแต่ผู้ชายคนนี้คนเดียวนั่นล่ะที่มีค่า คนอื่นไม่มีค่าอะไรทั้งนั้น อยากเจ็บ อยากตายเพราะเขายังไงก็ตามใจ หนูมาลีไม่สนแล้ว"
มาลีจะเดินออก จู่ๆโรสพูดขึ้น

"บอยไปเก็บของ ย้ายออกไปซะ"
"พี่โรส" บอยตกใจมาก
"ไม่ได้นะ บอยไม่อยู่ ใครจะช่วยทำร้าน ใครจะพาอีแก่สองคนนี้ไปตลาด" สมศรีบอก
"เรื่องคุมเด็ก คุมเงิน แกทำคนเดียวไม่ไหวหรอกโรส" บุญมาบอก
"ไปสิบอย ฉันพูดไม่ได้ยินหรือ"


บอยฝืนใจ พยักหน้า ไม่เคยขัดคำสั่งโรสอยู่แล้ว
"แก้ว เดี๋ยวก่อน" สมศรีเรียก
สมศรี บุญมาตามแก้วไป
"ส่วนเธอ พรุ่งนี้เก็บข้าวของ ย้ายมาอยู่ที่บ้านนี้"
โรสตามบอยเข้าห้อง
มาลี ตกใจ อะไรจะรวดเร็วและง่ายปานนั้น
"ย้าย...ย้ายมาอยู่บ้านนี้หรือ"

บอยเดินมาเก็บของลงกระเป๋าเดินทาง โรสตามเข้ามาสมทบกับคนที่เหลือ
"ผมไม่เคยขโมยเงินพี่ พี่ดูสมุดบัญชีได้"
"พี่เช็คแล้ว เธอเอาเงินออกไปสามหมื่น แต่วันต่อมาก็โอนมาคืน"
"เห็นไหม …" สมศรีบอก

"เรื่องผู้หญิงคนนั้น เขาชื่อน้ำ เป็นเพื่อนเก่า ที่เขาจับมือผม มันมีเหตุผล"
ตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในวันนั้น น้ำจับมือบอย ลูบ เพราะสนิทสนมกันมาก่อน

"มือหยาบแบบเนี้ย ครีมของน้ำ กระปุกเดียวอยู่"
"ขายของอีกละ ไม่เชื่อหรอก"
"เพื่อนเก่าเพื่อนแก่หลอกได้ไง ดูมือน้ำสิ นุ่มเนียนไหมล่ะ ครีมที่บ้านน้ำขาย ดีจริงๆนะ เดี๋ยวให้ลองใช้กระปุกหนึ่ง"
"เออ มือนุ่ม หน้าสวย... สวยที่สุดเลยจ้า"
ทั้งสองจับมือยิ้มกัน
"วันนี้ บอยเอาเงินมาคืนนะ นี่ไง"
เป็นจังหวะที่มาลีที่แอบดูอยู่
"พอได้ข่าวว่า น้ำกลับมาจากเมืองนอก ก็รีบโทร.ไปที่บ้านเลย บอยทำงานฝากให้ป้าเข้าธนาคารไว้ ขอบใจนะน้ำ ถ้าไม่ได้น้ำส่งเงินมาให้ยืมตอนป้าป่วย เราสองคนคงแย่"
"ไม่เป็นไร เพื่อนเก่าเพื่อนแก่"

ทุกคนฟังเรื่องราว บุญมาบอก
"ขายครีมกันนั่นเอง"
"เงินนั่น พอดีว่าป้าเขาโอนมาไม่ทัน ผมเลยเอาเงินบัญชีร้านจ่ายก่อน วันต่อมา พอป้าโอนมา ผมก็คืนให้เลย"
สมศรีบอก
"เห็นไหม บอยไม่ได้ทำอะไรผิด"
"ถึงยังไง เธอก็ต้องย้ายออกไป"
"พี่โรส !"
"ออกไปทำงานกับพี่แคที่ที่สตูดิโอเถอะ แล้วก็หาหออยู่แถวๆนั้นคงพอมี"
"นี่มันอะไรกันวะโรส ทำไมบอยต้องไปอีก" บุญมาแย้ง

มาลี การะเกด ชงโค จับกลุ่มกันมองไปที่หน้าร้านคาราโอเกะ บอยกำลังขึ้นแท็กซี่ มีโรสออกมาส่ง
"คนชั่ว คนเลวย้ายออกไปก็ดีแล้ว" มาลีบอก
"พี่บอยกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้ยังไง" ชงโคถาม
"นั่นสิ ฟังดูไม่ใช่นิสัยพี่บอยเลยนะ" การะเกดว่า
"คนเรามันเปลี่ยนกันได้ เซนส์ของหนูมาลี ไม่ผิดหรอก ออกไปเสีย รับรองพี่โรสหมดหนี้"
สมศรี บุญมาเดินออกมาบอก พร้อมกับมาหยิบข้าวของไปทำงาน
"มันไม่ใช่อย่างที่แกคิดหรอก นังเด็กโง่" สมศรีว่า
"นี่ป้าด่าหนูทำไมเนี่ย ไม่มีเขา ร้านเราอยู่ !...นะป้า"
"ไม่มีแกต่างหาก นังตัวป่วน มาอยู่แค่เดือนกว่า มีแต่เรื่อง"
"ไม่มีแก้ว พรุ่งนี้ร้านเละแน่ เฮ้อ ไม่อยากจะคิด" บุญมาบอก
ทั้งสองเดินเข้าไป
"ลุงกับป้านี่ก็แปลก โดนพี่บอยเขาใส่ยาเสน่ห์กันหรือไง คนแบบนั้นก็แค่ทำงานบังหน้าเท่านั้นเอง งานที่มีก็ช่วยกันทำ ไม่ลำบากหรอกน่า"
"งานเยอะขึ้นอีกหรือวะเนี่ย ตายๆ หน้ากูจะเป็นหลินปิงอยู่แล้วนะนี่ ฮือ" ชงโคว่า

วันใหม่ ทองทานั่งกินกาแฟรอ การะเกดเพิ่งมาถึง
"ทำไมวันนี้มาคนเดียว"
"ต่อไป คงเหลือทีละคนจ้ะ พี่บอยลาออก งานในร้านเยอะขึ้น ต้องอยู่ช่วยร้าน"
"โฮ้ย ชนะแน่ ...ชนะใสกิ๊กเลย"
ทองทาโวยวาย กัดฟัน ประชด การะเกดยิ้มแห้ง

เมื่อบอยไม่อยู่ที่ร้าน หน้าที่วิ่งธนาคารจึงเป็นของมาลี เธอขึ้นมอเตอร์ไซค์วินมาที่ธนาคาร จัดการธุรกรรมทั้งหลายแทนบอย ส่วนชงโคไปช่วยป้ากับลุงซื้อของที่ตลาด คุยกับแม่ค้า พ่อค้า จดบัญชี ถือของ
ภายในบ้านพักโรส มาลีทำความสะอาด จัดโต๊ะรับแขก

"นี่ หยุดเลย ทีหลังไม่ต้องทำ ฉันทำเอง" โรสบอก
โรสเพิ่งตื่นเดินเข้าห้องน้ำไป มาลีหน้างอ ทำงานต่อ ไม่สนใจ

มาลีพยายามเอาใจพ่อ เอาเสื้อพ่อมาซักที่เครื่องซักผ้า เอาตะกร้ามาวาง โรสเดินออกมาดู
"เสื้อผ้าฉัน ฉันซักเอง"
โรสหยิบตะกร้าคืนไป มาลีเศร้า

ที่โต๊ะกินข้าว โรสนั่งเศร้ามองรูปที่ถ่ายกับบอย พอลูกยกถาดมาก็หันไปทางอื่น
"หนูต้มโจ๊กมาให้"
"เอาไปกินเถอะ ไม่หิว"
มาลีดูยา จัดยามาวาง
"เอาเก็บคืนไป ทีหลังไม่ต้องทำ"
โรสเดินออกไป หนูมาลีจ๋อย ไม่ยอมแพ้ แค้นเดินตาม

หน้าบ้านพัก มาลีถามพ่ออย่างน้อยใจมาก
"ความรักมันแทนกันไม่ได้เลยหรือ ทำไมไม่ให้โอกาสหนูมาลีบ้าง"
"เสื้อนั่นบอยซักมือเท่านั้น ไม่ซักเครื่อง"
"เอ๊า แล้วมีเครื่องซักผ้าไว้ทำไม ถ้าคนเราต้องไปนั่งขยี้ๆ"
"แกวางของผิดหมด ฉันหาอะไรก็ไม่เจอ"
"เขาเรียกความเป็นระเบียบ"
มาลีเถียงคำไม่ตกฟาก โรสรำคาญมาก
"อาหารที่ฉันเกลียดที่สุดคือโจ๊ก"
" จริงหรือ ทำไมหนูไม่รู้ล่ะ"
"ยานั่น แค่ครึ่งเดียวที่ฉันกิน ยังมีอีกครึ่ง มันเป็นพวกยาบำรุง ที่ฉันเองก็จำไม่ได้ มีบอยรู้คนเดียว"
"ไม่เห็นยาก หนูก็โทร.ไปถามเขา"
โรสโวยเสียงดัง
"ไม่ต้องถาม ไม่ต้องยุ่ง เลิกยุ่งกับชีวิตฉันก็พอ !"
มาลีน้ำตาคลอ โรสเดินหนีไป

มาลีนั่งเศร้าเล่าเรื่องให้บุญมาฟัง
"ไม่ต้องเสียใจไปหรอก เมื่อคืนฉันเห็นมันเดินทั้งคืน มันนอนไม่หลับเลยหงุดหงิด"
สมศรีเดินมารื้อค้นหาของ
"อะไรมันอยู่ตรงไหนวะ ปวดหัวจริงโว้ย บอยไม่อยู่ กูก็ต้องมานั่งคิดเลขเองอีก"
"หนูช่วยเอง คนไม่ดีพรรค์นั้น จะไปอาลัยอาวรณ์ทำไมกันนักหนา"
"เมื่อวานส่งอาหารไม่ทันไปสามโต๊ะ คนลุกกลับบ้านเพราะระบบมันมั่ว เปิดร้านมาห้าหกปี เคยมีเรื่องแบบนี้ที่ไหนกัน"
"จะหาเครื่องคิดเลขใช่ไหม นี่ๆ มันเก็บตรงนี้" บุญมาบอก
สมศรีรับมาแล้วค้อนใส่หนูมาลี หงุดหงิด โกรธหนูมาลีมาก เดินหนีไป
"เมื่อก่อนลุงก็ไม่ชอบนะ พวกตุ๊ดแต๋ว เห็นแล้วมันหงุดหงิด แต่พออยู่ไปนานๆ มันก็ไม่ใช่ตุ๊ดแต๋ว มันก็คือ คุณอลิซ นังแคที่ นังโรส คนธรรมดาอย่างเราๆนี่ล่ะ"
"ไม่ใช่ คนละประเด็นแล้ว เขาเป็นพวกชอบหลอกเกย์ ลืมเขาเสียเถอะ"
บุญมาเดินไป บ่นไป
"เฮ้อ... ผู้ชาย ผู้หญิง เกย์ มันก็เป็นของมันอย่างนั้น เป็นธรรมชาติตามปรกติ กรอบของสังคม กรอบของคนแต่ละคนต่างหากที่เป็นปัญหา"

มาลีอ่อนใจ พูดคนละเรื่องอีกแล้ว
โรสนั่งเศร้าเหม่อ เหมือนคนอกหัก ร้านเปิดให้บริการตามปรกติ ทองทายืนคุยกับสามสาว

"ให้ขึ้นเวทีบนโน้นหรือ" ชงโคถาม
"อีกไม่กี่วัน เธอก็ต้องแสดงแล้ว ต้องให้ชินเวทีไว้"
"ต้องไปขออนุญาตพี่โรสก่อน" การะเกดบอก
การะเกดเดินไปหาโรส พวกมาลี มองตาม
"พี่โรส เดี๋ยวเราสามคนขอขึ้นไปร้องเพลงบนเวทีหน่อยนะคะ"
โรสนิ่ง เหม่อ ไม่ได้ยิน
"พี่โรสคะ"
"อะไรนะ"
"หนูสามคนจะขึ้นไปร้องเพลง พี่ทองทาบอกว่า ถ้าเราดึงความสนใจคนดูในร้านได้ก็เท่ากับเราจะชนะ แต่ถ้าไม่ได้ ก็แปลว่าเราจะแพ้ค่ะ"
โรสพยักหน้า
"ทำตัวเหมือนร่างที่ไร้วิญญาณ น่าหมั่นไส้" มาลีบอก
"เอาล่ะ ไปเตรียมตัวได้ ร้องดีๆเลยนะ" ทองทาว่า

แสงสวยสว่างขึ้นที่เวที สามสาวในชุดสวยงาม ร้องเพลงอกหักประสานเสียงกันไพเราะ
จนแขกในร้านหยุดฟัง
บุญมา สมศรีออกมาฟัง ซูซี่ เกรซ มี่ออกมาฟัง ต่างตกตะลึงกับความไพเราะ
ทองทามองไปรอบๆ ยิ้มพอใจ มีแววไปได้ดี
ในตอนแรก โรสทำเหมือนไม่ได้ฟัง ไม่ได้มองเวที ทำงานบวกเลข ทอนเงิน แต่ไม่กี่นาที จากนั้นก็ไม่ไหวต้องวางทุกอย่างลงแล้วร้องไห้ น้ำตาไหลออกมา โรสร้องมากขึ้นเรื่อยๆ จนต้องลุกออกไป
เพลงดำเนินต่อไป...
บุญมาบอก
"จะเจ๋งจริงไม่จริงอยู่ตรงนี้แหล่ะ"
บุญมารอฟังเพราะเป็นนักดนตรีมาก่อนรู้ว่า ท่อนยากอยู่ตรงไหน
ปรากฏท่อนยากมาถึง ... สามสาวร้องเพี้ยนออกมา แล้วชะงัก ทั้งสามหยุดนิ่งตกใจไม่ร้องต่อ เกิด death air คนในร้านร้องโห่
"นึกแล้วเชียว" บุญมาบอก
สมศรี บุญมา ส่ายหน้าไปทำงานต่อในครัว ซูซี่ เกรซ มี่ ยิ้มสะใจ คนดูยังหัวเราะ สามสาวอายมาก ต้องรีบลงจากเวทีไป ทองทาส่ายหน้า กลุ้ม...

ดึกแล้ว คนในร้านน้อยลง สามสาวนั่งเศร้าในความผิดพลาด
เกรซบอก
"โฮ้ย ขำว่ะ ทุ่มเทไปตั้งเยอะ ร้องได้แค่นี้ เหนื่อยฟรี แล้วยังแพ้"
มี่บอก
"สมน้ำหน้า เป็นสาวเสิร์ฟ แต่ฝันอยากเป็นดารา"
"นี่ พวกฉันยังไม่แพ้นะ นี่ก็แค่ซ้อม"ชงโคว่า
เกรซบอก
"ไม่แพ้ตอนนี้ เดี๋ยวก็แพ้ตอนหน้า เขามีครูฝรั่งซ้อมวันละหลายๆชั่วโมง แกจะเอาอะไรไปสู้ นี่ล่ะนะ คนไม่รู้จักเจียมตัว"
"ให้เจียมตัวอย่างไหน อย่างแกหรือ... เจียมซะจนต้องมาขายตัว !" มาลีบอก
มี่ผลักอก "หนูมาลี !"
ทองทาเดินเข้ามาได้ยินพอดี ตั้งใจฟัง
"ฉันพูดจริง !"
มาลีไม่ยอม ผลักคืน
ทั้งสองคนพุ่งมาหากัน ทำท่าจะตบ การะเกดร้อง
"ฮ้ายอย่าๆ"
"นี่หยุดนะ ใจเย็นๆก่อน ใช้กำลังกัน หน้าแหกขึ้นมา ฉันไม่รู้ด้วยนะ" ทองทาบอก

สองสาวยอมรามือ เดินห่างกัน
สองสาวยอมรามือ เดินห่างกัน

"คิดอะไรง่ายๆ หนักไม่เอา เบาไม่สู้ ผิดพลาดนิดหน่อยก็ท้อแบบพวกแกไง ถึงต้องขายตัวแบบนี้" มาลีบอก
"พวกเราไม่ได้ขายตัว พวกเราแค่นั่งเป็นเพื่อนคุย พอใจก็ไปกับเขา ไม่พอใจ ก็ไม่ไป...พวกเราไม่เหมือนผู้หญิงพวกนั้น" เกรซว่า
"ฮึ หลอกตัวเองยิ่งกว่าพวกฉันอีก ชงโค การะเกด อย่าไปฟังมัน วันนี้แค่ผิดพลาดนิดหน่อย อย่าไปเสียกำลังใจ ยังไงเราก็ต้องชนะ"
มี่ เกรซค้อน เดินหนีไปหาซูซี่ ที่ยืนฟังตั้งแต่ต้น
"นังเด็กคนนี้มันร้าย อย่างมันต้องเจอฉัน" ซูซี่บอก
"มันดูถูกเรา พี่ซูซี่" เกรซบอก
"ฮึ ประเดี๋ยวมันก็แพ้ พอมันแพ้ มันก็อด พออดมากๆเข้า เดี๋ยวมันก็มาขอให้พวกเราช่วยเอง คอยดูไป ไม่ผิดปากฉันหรอก"
ซูซี่มองสามสาวอย่างอาฆาต

ดึกแล้ว ร้านปิดแล้ว ไม่มีคน !!
ทองทาเดินมาเล่นอิเล็กโทน มาลีเดินมาหา
"คนเก่ง คือคนที่ทำได้ แต่คนเก่งจริงๆ คือ คนที่ลุกได้ ในเวลาที่ผิดพลาด เธอเก่งจริงๆ ... ที่ตอบผู้หญิงพวกนั้นไง"
มาลีจับมือทองทา สีหน้าเศร้าต้องการกำลังใจ ทองทาตกใจมาก
"หนูไม่ได้เก่งขนาดนั้น ที่จริงกำลังกลัวด้วยซ้ำ แต่เราต้องสู้ ดูสิ มือหนูเย็นไปหมดเลย"
ทองทาเอามือตนเองออกช้าๆ
"แหะ ๆ ลืมไปค่ะว่าพี่ห้าม"
ทองทามองมือมาลีที่ยังคาอยู่บนอิเล็คโทน
"มือหนูมาลี ทำไมคะ"
"ถ้าไม่เอาออกทันที จะเอาออกไม่ได้เลยต่างหาก" เสียงความคิดทองทาว่าอย่างนั้น

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 4/2 วันที่ 4 ต.ค. 57

ละคร มาลีเริงระบำบทประพันธ์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำ บทโทรทัศน์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำกำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละคร มาลีเริงระบำผลิตโดย บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด
ละคร มาลีเริงระบำ ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ที่มา ไทยรัฐ