อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 4/3 วันที่ 4 ต.ค. 57

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 4/3 วันที่ 4 ต.ค. 57

"มือหนูมาลี ทำไมคะ"
"ถ้าไม่เอาออกทันที จะเอาออกไม่ได้เลยต่างหาก" เสียงความคิดทองทาว่าอย่างนั้น
ทองทาไม่ตอบ ยิ้มให้
"อย่ากังวล วันนี้พวกเธอตื่นเวทีน่ะ ปรกติทำได้ดีกว่านี้ไม่ใช่หรือ"
"พี่คิดอย่างนั้นหรือคะ"

"เธอเข้มแข็งมาก เพราะเธอเป็นอย่างนี้ เธอทำให้พี่แพ้ไม่ได้ เราจะแพ้ไม่ได้ เราต้องชนะ ต้องชนะเท่านั้น !"
มาลีพยักหน้าขอบคุณทองทา ที่ยังเชื่อมั่นในกันและกัน


ในห้องซ้อม วันใหม่ บุษบาบัณร้องเพลงด้วยท่าทางเหนื่อยๆ
"ยังเพี้ยนอยู่ เอาใหม่ค่ะ" ครูว่า
เธอร้องเพลงอีก
"ยังไม่ได้ เอาใหม่ค่ะ"
เธอร้องอีกครั้ง
"แค่นี้ก็ทำไม่ได้ เอาอีกทีซิ"
"ไม่... เบื่อแล้ว จะเข้มงวดอะไรกันนักหนา รู้แล้วน่าว่าเก่ง"
ครูตกใจ ไม่คิดว่า ลูกศิษย์จะด่าตน
โยทะกาวันนี้นั่งดูอยู่ด้วย เดินเข้ามาทันที
"คุณเบล ใจเย็นๆสิคะ"
"จะอะไรกันนักกันหนา ไม่ใช่เพลงที่จะประกวดสักหน่อย"
"เด็กนรก ...ใครอยากสอนก็สอนไปเถอะ"
ครูเขวี้ยงโน้ตทิ้ง เดินออกไป
"ครูจอย ครูจอยเดี๋ยวค่ะ"
โยทะกาส่ายหน้าใส่บุษบาบัณ แล้วตามครูออกไป
ยาหยี นีน่ารีบเข้ามาหาพื่อนที่หงุดหงิดเต็มที
"เครียดเนอะ ไปเกาหลีกันไหม บัตรคอนเสิร์ตที่เราจองเอาไว้ รอคุณเบลอยู่นะคะ"
นีน่าบอก "ไปกันนะ ไปกัน"
"มะรืนนี้ จะประกวดรอบสองแล้ว"
"กลับมาทันค่ะ เราบินพรุ่งนี้ ดูคอนเสิร์ตเสร็จ บินกลับเลย มาเข้าประกวดตอนเช้าทันพอดี" ยาหยีบอก
"นะนะ"นีน่าว่า

บุษบาบัณคิดหนัก หงุดหงิด ไม่มีทีท่าว่าจะไป
ชงโคนั่งซ่อมมือถือเครื่องเก่าอยู่

"แค่นี้ก็เรียบร้อย"
ซูซี่ เกรซ มี่เดินเข้ามาหา
"ซื้อเครื่องใหม่เถอะ เดี๋ยวก็ระเบิดใส่หน้า" ซูซี่บอก
"ก็เอาตังค์มาสิ"
"คืนนี้เอาให้"
ชงโคอึ้ง
"อะไรนะ"
"เสี่ยชัยเขาชอบแก แกไปกับเขา แกจะได้มือถือใหม่" ซูซี่บอก
"ให้ฉันขายตัว แบบนั้นใช่ป่ะ"
"เอ๊ะก็บอกว่าไม่ใช่ขายตัว นั่งนี่มันวอน"
มี่ทำท่าจะโวยอีก ซูซี่ทำมือให้หยุด
"ถามจริงทุกวันนี้ไม่เหนื่อยหรือไง ไปบ้าตามนังหนูมาลี ทำนั่นทำนี่ ผอม
โซ ตาโหล ขนาดยืนยังจะหลับ"
ชงโคคิดเล็กน้อย
"ไม่อ่ะ ไม่ไป"
เกรซถาม
"แกกลายเป็นคนกินอุดมการณ์ตั้งแต่เมื่อไหร่หา นังชงโค"
"เสี่ยชัยหน้าเหมือนหมู ไม่หล่อ ไม่เอา"
ชงโคดูเด็ดขาด หิ้วกระเป๋าเดินออกไป ซูซี่อึ้ง งง คาดไม่ถึง
"ผิดคาดแฮะ นึกว่านังนี่จะง่าย" เกรซว่า
"นั่นสิ มันเชื่อว่ามันจะชนะจริงหรือวะ ยังไงวะ งงว่ะ"
ซูซี่คิดหาทางต่อ ตามประสาแม่เล้า

สามสาวร้องเพลง ท่อนที่ทำไม่ได้คืนก่อน แต่วันนี้ทำได้สวยงาม จนอธิกับทองทาปรบมือชม
"เย้ ทำได้แล้ว" อธิว่า
"ร้องดีขึ้น …..เอาล่ะ มะรืนนี้แล้วนะเต็มที่"
สามสาวมีกำลังใจขึ้น

ทองทาเอากล้าไม้มายื่นให้สามสาว ทีละคนและชี้กระถางใบใหญ่ที่ถูกจัดวางไว้อย่างโดดเด่นสามกระถาง กลางสวน
"อ่ะ เอาไปปลูกคนละต้น ในกระถางตรงโน้น"
"อะไรคะ"
ทองทาชี้ต้นไม้ไล่ไป
"ชงโค การะเกด และกุหลาบแดง ต่อไปนี้มันจะเป็นต้นไม้ประจำตัวเธอ .... เธอก็เลยต้องปลูกเอง"
การะเกดถาม
"ต้นไม้ประจำตัวแปลว่าอะไรคะ"
มาลี เข้าใจทันที
"เอาฤกษ์เอาชัยไง ชีวิตเราทั้งสาม จะลงรากฝังลึกเหมือนต้นไม้พวกนี้"
"ใช่ ชีวิตของพวกเธอจะต้องสวยงาม จะต้องสำเร็จ"
"พวกเราต้องชนะ พวกเราต้องสู้"
สามสาวเอามือมาจับกันพร้อมกัน
"สู้ เย้"
สามสาวเดินไปปลูกต้นไม้ร่วมกัน

อธิคุยกับทองทาได้ยินกันสองคน
"ที่ให้ปลูกต้นไม้เพราะมั่นใจแล้วว่าเราจะชนะใช่ไหม"
"ไม่ !"
"หา…"
"ฉันดูคู่แข่งแล้ว เราคงแพ้"
"เฮ้ย นี่แกพูดจริงหรือ ที่เหนื่อยมาสามเดือนสูญเปล่าหรือเนี่ย"
ทองทาพยักหน้า
"เราแค่ร้องดี แต่ไม่โดดเด่น 30 คนคัดเหลือแค่ 5 คน 5 คนนี้จะอยู่ในสายตาของคนทั้งประเทศ กรรมการจะต้องเลือกคนที่ทั้งร้องดีและโดดเด่นพร้อมๆกัน สามคนนี้ยังไม่ใช่"
อธิเหวอไป ทองทาอ่านเกมขาดมาก สายตาแอบเครียดอีก ครุ่นคิดต่อ
"มันต้องมีวิธี มีวิธีสิน่า"
"มะรืนนี้แข่งแล้วนะโว้ย... จะมีทางหรือวะ"

โรสนั่งเศร้า มาลียกข้าวต้มที่ทำเองมาให้
"ข้าวต้มกุ้ง พี่กินได้แน่ เพราะหนูมาลีแอบถามจากลุงบุญมาว่าพี่ชอบ"
"ฉันไม่กิน"
โรสลุกไป มาลีขอร้อง
"กินหน่อยไม่ได้หรือ พรุ่งนี้หนูมาลี ต้องร้องเพลงประกวดรอบสอง หนูมาลีอยากสบายใจก่อนขึ้นร้อง"
"แกหนีเรียนมาประกวด หนีงานไปสมัคร ประกาศตลอดเวลา มั่นอกมั่นใจเหลือเกิ๊น ถึงเวลามาเรียกหากำลังใจจากฉันเนี่ยนะ"
มาลีน้อยใจขึ้นมาอีก
"หนูเป็นแค่ส่วนเกิน เป็นภาระใช่ไหม พี่มีความสำคัญกับหนู แต่หนูคงไม่มีความสำคัญอะไรกับพี่เลย"
มาลีน้ำตาไหลเดินออกไป

มาลีเดินมาหาบุญมา สมศรีที่กำลังรออยู่
"นี่สายแล้วนะ เดี๋ยวก็กลับมาไม่ทันเปิดร้านหรอก"
มาลี ร้องไห้ปาดน้ำตา
"เอ้าเป่าปี่เสียแล้ว ทะเลาะกันมาอีกหรือ แล้วนี่จะไปตลาดไหวไหมเนี่ย" บุญมาถาม
"เออดี หาเรื่องมาไล่บอยออก ต้องขึ้นแท็กซี่ไปตลาด ทั้งร้อนทั้งเหนื่อย นี่ วันนี้จะปล่อยฉันไปกับไอ้แก่สองคนนี้ ถือของกันเองอีก มันชักจะมากไปแล้วนะ" สมศรีว่า
"เอาเหอะๆ เดี๋ยวเฮียร้านชำ มันก็ส่งคนมาช่วยถือเองแหล่ะไปเหอะๆ"
"ไม่ ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น ฉันทนนังหนูป่วนนี่ไม่ไหวแล้ว พ่อเขารักขนาดนี้ ยังจะแง่งอนใส่เขาไม่รู้จักจบจักสิ้น นี่ฉันจะบอกอะไรให้นะ เรื่องไอ้บอยน่ะ..."
"เฮ้ย อย่าไปยุ่ง เรื่องในครอบครัวเขา ให้เขาไปคุยกันเอง"
"ไม่ ... ฉันจะเล่าความจริงให้มันฟัง ต้องมีใครสักคนพูดเรื่องนี้ ไอ้บอยมันไม่ได้ขโมยเงิน ไม่ได้นอกใจ ที่มันต้องออกไป เพราะโรสมันตามใจแก"
"อะไรนะ"

สมศรีเล่าเรื่อง
วันนั้น ขณะที่บอยเก็บของกำลังจะไป โรสปลอบ

"บอย พี่ขอโทษนะ พี่อยากชดเชยให้หนูมาลี พี่ไม่เคยคิดเลยว่ามันสำคัญสำหรับเขาขนาดนี้"
"เราจะเลิกกันหรือครับ"
"พี่ไม่รู้ พี่รู้แต่ว่า เราห่างกันสักพักเถอะนะ พี่อยากให้หนูมาลี รู้สึกมั่นคงก่อน สักระยะหนึ่ง"
บอยพยักหน้า
"เขาคงรู้สึกโดดเดี่ยวมานาน พี่ทิ้งเขามานานเกินไป เขาถึงกลายเป็นแบบนี้ ยิ่งช่วงนี้ ไม่ว่าเขาจะผิดหวังหรือสมหวัง พี่อยากให้เขารู้ พ่อจะอยู่ข้างเขาเสมอ"
บอยเข้ามากอดโรส ทั้งสองน้ำตาคลอ
"พี่ก็รู้ ผมให้พี่ได้ทุกอย่าง ผมเข้าใจครับ"
บอยเริ่มเก็บของอย่างจริงจัง โรสยืนร้องไห้ สมศรีกับบุญมาเสียใจไปด้วย สงสารทั้งคู่

มาลีรู้เรื่องแล้ว นั่งลงช็อก !
"พี่บอยไม่ได้ทำผิดหรือคะ"
"เออ! ... นังโรสไล่บอยออก ทั้งที่มันไม่ผิด เพื่อจะเอาใจแกนั่นแหล่ะ" สมศรีว่า
"นั่นๆแท็กซี่มาแล้ว ไปเหอะไป๊"
บุญมาลากสมศรีไป มาลียังนั่งช็อกอยู่
เสียงมือถือดังขึ้น
"ฮัลโหล"
"แกไม่ได้เป็นส่วนเกิน อย่าไปคิดอะไรแบบนั้น"

ที่บ้านพัก โรสคุยโทรศัพท์อยู่
"ฉันมันคนขี้โมโหปากเสีย แล้วแกมันก็คนปากไว ฉันน่ะเกลียดที่สุดเลย คนชอบเถียง ก็ดันต้องมาอยู่กับแก เอาเถอะ อีกหน่อยมันคงดีขึ้น พรุ่งนี้ขอให้โชคดีแล้วกันนะ "
โรสวางหู
มาลีลุกขึ้นมองเข้าไปในบ้าน มาลีจะเดินเข้าไปหาโรส แต่ที่สุดกลับถอยเท้าออกมา หนูมาลีวิ่งออกไปจากร้านทั้งน้ำตา

วันเดียวกัน ทองทา อธิ การะเกด ชงโค ซ้อมร้องเพลงกันอยู่
ทองทาบอก
"วันนี้ เราแค่วอร์มเบาๆ นะ เราต้องถนอมเสียงของเราไว้"
มาลี เดินร้องไห้เข้ามา
"หนูมาลี... ร้องไห้ทำไม" การะเกดถาม
"พี่บอยไม่ได้ทำผิด ที่เขาออกไปเพราะพี่โรสเกรงใจหนูมาลี หนูมาลี ใส่ร้ายพี่บอย หนูมาลี มันตัวป่วน ป่วนไปทั่วแบบที่ป้าสมศรีว่าจริงๆด้วย"
"โฮ้ย ร้องใหญ่เลย พอก่อนๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้เสียงไม่มีนะ" ชงโคว่า
"เรื่องแค่นี้เอง ก็ไปปรับความเข้าใจกับพี่โรสได้ไม่ใช่หรือ" อธิบอก
"หนูมาลี ไม่กล้าสู้หน้าพี่โรส ฮือ บางทีเขาก็ทำเหมือนรัก บางทีก็ทำเหมือนหนูมาลีเป็นภาระ"
"เฮ้อ ความรัก ไม่ใช่การพูดดีกันอย่างเดียวหรอกหนูมาลี เพราะทะเลาะกันนี่แหล่ะ ถึงเรียกว่ารัก"
"ถ้าเรายังทะเลาะกัน แสดงว่าเรายังแคร์กัน แต่เมื่อไหร่เราเมินเฉยต่อกันนี่ต่างหากน่ากลัว" อธิบอก
"มีเรื่องหนึ่ง พี่ไม่ได้บอก วันที่หนูมาลีหิ้วกระเป๋าหนีมาที่นี่ วันนั้นพี่โรสตามมา พี่โรสขอร้องให้พี่สอนหนูมาลีร้องเพลง" ทองทาบอก
วันนั้น โรสบอกว่า
"เราทุกคนโตขึ้นเพราะได้ “โอกาส” จากใครคนหนึ่งเสมอ อย่าปฏิเสธที่จะให้โอกาส เพราะมันอาจจะเป็นแค่โอกาสครั้งเดียวในชีวิตเขา !"
"อะไรนะ... หนูมาลี นึกว่าเขาไม่อยากให้หนูประกวด"
"ถึงจะคิดไม่เหมือนกัน ... แต่ครอบครัวอยู่ข้างเดียวกันเสมอ"
ทองทากลุ้ม หนูมาลีเกาะแขนทั้งสองของเขาร้องไห้อยู่อย่างนั้น
"พี่ตัดสินใจแล้ว คิดมาหลายวันแล้วด้วย พี่จะเปลี่ยนเพลง"
พร้อมกันร้อง "เฮ้ย"
"พรุ่งนี้แล้วเนี่ยนะ"
"อื้อ ... ไอน์สไตน์กล่าวว่า ถ้าทำอะไรแล้วมันผิด อย่าฝืนทำต่อ มันต้องเปลี่ยนตั้งแต่กระบวนการความคิด ... ทั้งสามคนจะร้องเพลงของตนเอง จะไม่ประสานเสียง"

สามคนมองหน้ากัน แม้แต่หนูมาลี ยังอึ้ง ว่าทองทาพูดเรื่องนี้ขึ้นมาทำไม
โรส บุญมา สมศรี เตรียมเปิดร้านเซอร์ไพร์สคาราโอเกะ ทุกคนทำงานไปด้วย คุยกันไปด้วย

"นังสามสาวไม่กลับหรือคืนนี้" สมศรีถาม
"ทองทาเขาโทร.มาขออนุญาตให้ค้างที่บ้านเขา คงจะซ้อมหนัก พรุ่งนี้แข่ง วันนี้คงยุ่งๆหน่อย"
"เฮ้อ เอาอีกแล้ว"
บุญมาถามโรส
"มันคุยกับแกหรือยัง หนูมาลีน่ะ ตอนจะออกไปตลาด มันนั่งร้องไห้"
"ฉันบอกมันแล้วนะเรื่องไอ้บอย เด็กอะไร้ สร้างแต่เรื่อง ในเมื่อรู้ความจริงแทนที่จะมาขอโทษพ่อ"
โรสคิดเล็กน้อย
"ช่างเขาเถอะ"
แล้วโรสหันไปทำงานวุ่นๆต่อ เอาป้ายมาวางปิดครึ่งร้าน “โซนนี้ปิด”
"เปิดขายมันแค่ครึ่งร้านก็พอ ฮู้ย เจริญลงทุกวัน... ชีวิตนังโรส"

ทองทาพาทั้งสามมาเรียนที่ดาดฟ้า เพื่อสร้างกำลังใจบางอย่างให้แก่สามสาว สามสาวกำลังยืนหลับตายื่นมือออกไป ทำสมาธิ แบบที่ทองทาเคยสอนมาลี
"พี่จะให้พวกเธอเลือกเพลงด้วยตัวเองเธอเอง เพลงที่บอกตัวตนของเธอจริงๆ... สัมผัสได้ไหม ในโลกนี้มีพลังงานแฝงบางอย่าง พลังที่จะสร้างปาฎิหารย์"
ชงโคบอก
"โห ถ้าฉันสัมผัสได้ ฉันคงเป็นชงโค จิตสัมผัส ไม่มาเป็นเด็กเสิร์ฟหรอก"
ทองทาสั่ง
"หลับตา ทำสมาธิต่อไป พี่จะสอนให้ วิธีเรียกพลังแฝงในตัวเธอออกมา พลังแบบนี้ จะทำให้เธอชนะ ทั้งที่เป็นเด็กเสิร์ฟ ทั้งที่ไม่ได้ซ้อม"
หน้าทองทามีแผนการใหญ่

วันใหม่ สถานีเอ็มเอ็มแชนนัล ทีมงาน กำลังเตรียมฉาก อุปกรณ์ในห้องสตูดิโอออกอากาศ มีเก้าอี้คอมเมนเตเตอร์ข้างหน้า 2 ชุดของบรมและแซนดี้ ทีมงานกำลังวุ่นวาย กับ การถ่ายทอดครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันนี้
ภายในห้องแต่งตัว พิธีกรสองคน ซ้อมบท ในห้องคอนโทรล โยทะกา ดูแล คุยกับทีมงาน ในห้องแต่งตัว บรม แซนดี้ แต่งหน้า
เวลาต่อมา ทีมถ่ายรายการ กำลังถ่าย สอง พิธีกรที่ยืนข้างจอทีวียักษ์ที่จะกลายเป็นที่รายงานคะแนนต่อไปในอนาคตจนถึงรอบสุดท้าย ตอนนี้ทีวีจอยักษ์เป็นโลโก้รายการก่อน มีเก้าอี้เรียงรายให้สื่อมวลชน และคนดูมานั่งชมการรายงานผลคะแนนต่อไป

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 4/3 วันที่ 4 ต.ค. 57

ละคร มาลีเริงระบำบทประพันธ์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำ บทโทรทัศน์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำกำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละคร มาลีเริงระบำผลิตโดย บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด
ละคร มาลีเริงระบำ ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ที่มา ไทยรัฐ