อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 5 วันที่ 5 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 5 วันที่ 5 ต.ค. 57

“ไม่ ฉันไม่ผิด ส้มป่อยมันหลงรักฉัน มันผิดหวังที่ฉันจะแต่งงานกับเนื้อนาง” แสงคำดึงดัน
หมื่นหล้าเข้าไปตบปากแสงคำทันที แสงคำถึงกับเลือดกบปาก
“ออกไป”
อินกับพวกรีบเข้ามาดึงแสงคำให้ห่างหมื่นหล้าด้วยความยำเกรง
แสงคำมองเนื้อนางตาละห้อย เห็นเนื้อนางสายตาเศร้ามาก

“เกิดเรื่องขนาดนี้ จะให้ฉันแต่งงานกับอ้ายได้อีกหรือ”
เนื้อนางวิ่งหนีเข้าห้องต่อหน้าทุกคน คำฝายตามไป แสงคำตะโกน
“เนื้อนาง อ้ายไม่ได้รักส้มป่อย อ้ายไม่เคยมีอะไรกับส้มป่อย อ้ายรักเนื้อนางคนเดียว”


กำปุ้งเอ่ยขึ้นกับลูกพี่ “ล่มใช่มั้ยคะคุณพี่ งานแต่งเนื้อนางมันล่ม”
“ทั้งล่มทั้งเละ รู้กันไปสามดอยแปดดอย” รัญจวนสะใจ
“จริงด้วย นี่ถ้าคุณแขไขรู้นะ คงหัวเราะสะใจ”
หมื่นหล้าตวาดตะเพิดไล่ “หุบปาก...อีสามคนนี่ แล้วไสหัวไปก่อนจะโดนกูกระทืบ ไป ไม่มีแล้วงานต่งงานแต่ง ไป จะไปไหนกันก็ไป”
รัญจวนกับพวกรีบวิ่งแจ้นออกไปก่อน หมื่นหล้าหันหลังเข้าเรือนไปด้วยความอับอาย ชาวบ้านพากันแยกย้ายสลายตัว ม่อนดอยเอ่ยขึ้น สภาพสะบักสะบอม
“มีใครไปช่วยฉันเรื่องศพส้มป่อยหน่อยเถอะ”
คนแก่ 2-3 คน กับชาวบ้านหญิงรีบเดินไปกับม่อนดอย
“แล้วค่าจ้างล่ะ ใครจะจ่าย บอกมาก่อนสิ ใครจะจ่าย” บัวตองเลิกลัก
“ไม่มีงาน ก้อไม่มีค่าจ้าง ไม่มีใครอยู่ให้เอ็งทวงแล้ว เห็นมั้ย นังบัวตอง ไป! กลับ”
บุญน่านลากเมียออกไป สะล้อลูกวงตามไปด้วย ทุกคนพากันออกไปจนหมด
แสงคำมองทุกคนที่พากันแยกย้าย ไม่เหลือใคร มองไปทางเรือนเนื้อนางด้วยสายตาผิดหวังอย่างรุนแรง

เนื้อนางอยู่ในห้อง ถอดเครื่องประดับเจ้าสาวออก คำฝายกับหมื่นหล้าตามเข้ามา
“ที่นังส้มป่อยมันหัวเราะใส่หน้าเราวันนั้น ก็คงเพราะเรื่องที่มันกับอ้ายแสงคำ...”
“ฉันไม่รู้หรอกว่า อ้ายแสงคำกับส้มป่อยใครพูดความจริงกันแน่ แต่จะให้ฉันแต่งงานในวันที่เด็กผู้หญิงคนนึงตาย” เนื้อนางหันมาเห็นหมื่นหล้ามองอยู่ “ตาจ๋า เนื้อนาง ทำใจไม่ได้จริงๆ”
หมื่นหล้าเข้ามากอดเนื้อนางด้วยความสงสาร
“เนื้อนางรู้ว่าอ้ายแสงคำเป็นคนดี ไม่เคยรังแกผู้หญิง แต่ในจดหมายส้มป่อยเขียนไว้แบบนั้น...มันก็ยากจะเชื่อว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
“ไม่ว่าความจริงจะเป็นยังไง ต่อแต่นี้...ไอ้แสงคำมันต้องพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนเห็น ว่ามันก็เป็นลูกผู้ชายคนนึง”

เนื้อนางกอดตาไว้ สีหน้าโล่งอก เบาใจที่หมื่นหล้าไม่เร่งรัดเรื่องแต่งงานอีก
หนานไตรยืนทำใจ มองเหม่อสายตาเศร้าจัดอยู่ที่ริมผาที่เก่า แสงคำเดินเข้ามาด้านหลัง หนานไตรหันมองเห็นสีหน้าโกรธจัดของแสงคำ

“สะใจมึงแล้วใช่มั้ย ไอ้หนานไตร แผนของมึงใช่มั้ยที่ไม่อยากให้กูได้กินแขกกับเนื้อนาง”
หนานไตรงง “เกิดอะไรขึ้น แสงคำ ทำไมไม่อยู่ในงานแต่ง”
“ไม่มีงานแต่งแล้ว เพราะมึง มึงให้ส้มป่อยเขียนจดหมายลาตาย แกล้งกู มึงจะขัดขวางไม่ให้กูได้กินแขกกับเนื้อนาง”
“แกรู้ไว้เลยนะ แสงคำ คนอย่างหนานไตรไม่มีวันเอาชีวิตคนอื่นมาแลกกับประโยชน์ตัวเอง”
“ไม่จริง มึงมันเจ้าเล่ห์ มึงทำได้ทุกอย่าง เพราะมึงอยากแย่งเนื้อนางไปจากกู”
แสงคำเหวี่ยงหมัด ชกหนานไตร แต่หนานไตรโยกตัวหลบ แสงคำตามไปซัดอีก หนานไตรยกขาถีบแสงคำกระเด็นล้มไปกับพื้น
แสงคำไม่ยอม ลุกขึ้นมาเหวี่ยงหมัด แต่หนานไตรจับแขนไว้ แล้วบิดแขนแสงคำพับไปข้างหลัง
“ฉันไม่เกี่ยวกับเรื่องส้มป่อย ถ้าจะแข่ง เราต้องแข่งกันอย่างยุติธรรม”
หนานไตรผลักแสงคำออกห่าง
“ถึงฉันจะเป็นผู้จัดการ แต่ฉันจะไม่เอาตำแหน่งซื้อใจผู้หญิง หัวใจกับความจริงใจต่างหากที่ฉันจะใช้แข่งกับแก แล้วให้คนตัดสินเป็นเนื้อนาง”
แสงคำกับหนานไตรมองจ้องกันอย่างไม่มีใครยอมแพ้
แสงคำโมโหหันหลังเดินหนีไป หนานไตรหันกลับมามองไปรอบๆ ด้วยแววตาโล่งใจขึ้น

“เนื้อนาง คุณยังไม่ได้เป็นเจ้าสาวของใคร”

รัญจวนยืนสะใจ อยู่ท่ามกลางทุกคนในโรงอาหาร ที่มีสีหน้าฉงน งุนงง ทั้งแถบ
“สะใจนังเนื้อนางมันจริงจริ้ง จะมีผัวทั้งที ดั๊นได้ผัวสำรองมาจากนังส้มป่อย”
กำปุ้งพลอยพยักลูกพี่ “อย่างงี้ที่เราพนันว่าเนื้อนางมันท้อง ก็แสดงว่าไม่ท้อง เพราะมันไม่ง้อเจ้าบ่าว”
บุญน่านเอ่ยขึ้นทวงเงินพนัน “เก็บเงินเลยนะ ใครที่ลงพนันไว้เมื่อเช้า ข้าได้ค่ารถค่าน้ำมันก็ยังดีวะ”
รัญจวนฉุน “จะอยู่เล่นมั้ยล่ะ งานแต่งเปลี่ยนเป็นงานศพน่ะ”
“เล่นจ้า งานมงคล งานผี งานคลอดลูก งานผัวตาย งานแม่ยายเด๊ดสะมอเร่ งานไหนๆ คณะบุญน่านบัวตองเล่นไม่เกี่ยงจ้า” บัวตองว่า
“ฉันไม่มีเงินจ้างหรอกนะ ไปเอากับญาตินังส้มป่อยโน่น” รัญจวนบอก
“เราไปช่วยงานศพนังส้มป่อยกันก่อนมั้ยพี่” สร้อยฟ้าถาม
กำปุ้งเอ่ยขึ้น “เออๆ เปลี่ยนเสื้อเปลี่ยนผ้าก่อนนะ ไปกันแบบนี้ เดี๋ยวผีนังส้มป่อยนึกว่ามางานแต่งมันกับไอ้แสงคำ ลุกพรวดขึ้นมา”
รัญจวนโมโห “นังบ้ากำปุ้ง เอ็งจะพูดทำไม ข้ากลัวผีนะเว้ย”
“แหม คุณนายรัญจวนใจขา เวลาส่องกระจก ทำไมไม่กลัวละคร๊า”
รัญจวนเงื้อมือ ตบผัวะเข้าหน้ากำปุ้งอัดติดเสา หน้าบิดหน้าเบี้ยว ทุกคนขำกลิ้ง

แสงคำเดินมาในปาง สีหน้าเจ็บช้ำ
“อ้ายไม่เคยมีใครนอกจากเนื้อนาง”
แสงคำยืนสีหน้าเศร้าปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา พลายน้อยมองเห็นนาย ก็เข้ามาเอางวงโอบไว้อย่างปลอบใจ
แสงคำน้ำตาหยดรินโอบพลายน้อยด้วยความผิดหวังที่ต้องเสียเนื้อนางไปในวันแต่งงานแท้ๆ

เนื้อนางเดินมาที่ริมหน้าผา เห็นหนานไตรยืนอยู่ และหันมามอง เนื้อนางดีใจที่เห็นหนานไตร
“ฉันรู้ว่าเวลาคุณไม่สบายใจ คุณจะมาที่นี่”
“แสงคำบอกผมเรื่องส้มป่อย”
เนื้อนางมองหนานไตรแล้วนิ่งงันไป หนานไตรมองอย่างเป็นกำลังใจ
“ฉันสงสารส้มป่อย เค้ารักอ้ายแสงคำ ถ้าไม่ใช่เพราะอ้ายแสงคำจะแต่งงานกับฉันส้มป่อยก็คงไม่คิดสั้น”
“ไม่ใช่ความผิดคุณนะ เนื้อนาง”
หนานไตรเดินเข้าใกลเนื้อนาง มองด้วยสายตาให้กำลังใจ
“ส้มป่อยควรจะรักชีวิตตัวเองให้มากที่สุด ความตายแก้ปัญหาไม่ได้ ม่อนดอยเองก็ชอบส้มป่อย ถ้าเปิดใจ...เราจะมองเห็นว่ายังมีคนอื่นที่รัก ที่หวังดีอยู่ใกล้ๆเรา”
“เวลาที่เสียใจ เราจะมองไม่เห็นอะไรหรอก นอกจากน้ำตาตัวเอง”
“แล้วหมื่นหล้าอยากให้คุณแต่งงานกับแสงคำอีกหรือเปล่า”
“ตอนนี้คงยัง แต่ต่อไป ถ้าอ้ายแสงคำพิสูจน์ความดีให้ตาเชื่อใจได้”
หนานไตรบอกต่อ “คุณก็จะแต่ง”
“ฉันมีตาคนเดียวที่เลี้ยงฉันมานะ หนานไตร ฉันทำได้ทุกอย่างเพื่อความสบายใจของตา”
เห็นเนื้อนางยิ้มได้เมื่อพูดเรื่องนี้ ยิ่งทำให้หนานไตรเศร้า

ที่ห้องรับแขกบ้านหิมวัตตอนนี้ แม่นายศรีวัลลามองแขไขที่กำลังเลือกผ้าไหมหลายผืนตรงหน้า
“ป้าน่ะทำให้หนูได้ทุกอย่างเลยนะจ๊ะ เพื่อความสุขของหนู เลือกสิจ๊ะ หนูแข ชอบผืนไหน ป้าจะให้เค้าตัดเป็นชุดเจ้าสาว”
จันตา บัวผุดยกหีบผ้าออกมาวางอีก และเปิดให้ดู แขไขมองแล้วยิ้ม
“สวยทุกผืน แขเลือกไม่ถูกเลยค่ะ แม่นาย”
“งั้นก็ตัดมาเลือกสัก 6 -7 ชุดแล้วกัน”
แขไขก้มลงกราบที่ตักแม่นายอย่างนอบน้อม
“แขขอบพระคุณแม่นายมากนะคะที่เอ็นดูแข”
“หนูแขน่ารัก เชื่อฟังผู้ใหญ่ ใครเห็นก็ต้องอยากได้เป็นสะใภ้จ้ะ”
แม่นายประคองแก้มแขไขด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น

ฝ่ายหนานไตรมองเนื้อนางที่ยิ้มอ่อนหวานมาให้
“หนานไตรล่ะ พ่อแม่หนานไตรทำอะไรเหรอ ทำไมไม่ชวนมาเที่ยวที่ปางบ้างละ”
หนานไตรฟังแล้วต้องฝืนยิ้มตอบไปอย่างปกติที่สุด
“ผมมีแต่แม่ครับ...พ่อจากเราไปนานแล้ว”
“แล้วมีพี่น้องมั้ย”
“มีครับ...ผมมีน้องชายคนนึง”
“พาน้องชายมาเที่ยวที่ปางสิ น้องชายหนานไตรกลัวความลำบากหรือเปล่า”
“ครับ ผมจะลองชวนดู”
หนานไตรมองมาทางเนื้อนาง
“ที่นี่มีแต่ความสวยงาม งามอย่างที่ไม่มีใครเทียบ เป็นความงามที่ต้องมาเห็นมาสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้น”
หนานไตรส่งสายตาหวานซึ้งมาให้จนเนื้อนางอาย หลบสายตามองไปไกล
หนานไตรมองใบหน้าสวยงามตรงหน้า ด้วยแววตาหลงรักจนถอนตัวไม่ขึ้น

ธรรพ์เดินออกมาเห็นแขไขกำลังเลือกผ้าตัดชุดเจ้าสาว ใบหน้ายิ้มระรื่น
“เรื่องแต่งงาน เรื่องใหญ่ เราจะไม่รอถามพี่ณไตรก่อนสักหน่อยเหรอครับ”
“จะถามทำไม ก็ฉันตัดสินใจให้แล้ว แกควรจะไปรับพี่ชายแกออกมาจากปางเตรียมงานแต่งกับหนูแขไขเค้าได้แล้วนะ ธรรพ์”
“พี่ณไตรยังติดงานแต่งเนื้อนางอยู่นะครับ”
“ก็พี่ชายแกไม่ใช่เจ้าบ่าวสักหน่อย หรือจะต้องอยู่ถึงตอนส่งตัวเจ้าสาวด้วย”
น้ำเสียงแม่นายเยาะหยัน แล้วหันมายิ้มชื่นกับแขไข
“แขว่าเราไปรับพี่ณไตรพร้อมๆ กันดีมั้ยคะ”
“อย่าเลยจ้ะ หนูแข เตรียมตัวที่นี่ดีกว่า ที่ปางแดดร้อน เดี๋ยวผิวจะเสีย”
“จริงด้วยค่ะ คุณแขจะต้องเป็นเจ้าสาวที่ง้ามงาม งามกว่าแม่หญิงทั้งจังหวัด” จันตาสอพลอ
“พูดเกินไปละ จันตา” แขไขเขิน
“ไม่เกินไปเจ้า...คุณแขงามเด่น งามปะหลำปะเหลือ แม่นายให้จันตากับบัวผุดช่วยกันขัดผิวให้คุณแขด้วยนะเจ้า”
แขไขมองแม่นายอย่างซาบซึ้ง โผเข้ากอดอีก “ขอบคุณมากค่ะ แขรักแม่นายที่สุดเลยค่ะ”

ธรรพ์มองแขไขกับแม่นาย ที่เออออกันเองเรื่องงานแต่งงาน ด้วยสายตาไม่สบายใจเอาเลย
เย็นนั้น ดาวเด่นนอนซมอยู่บนเตียงที่ห้องพักในบ้านหิมวัต มองวันดีที่กำลังคะยั้นคะยอป้อนข้าวต้มให้จนถึงปาก

“ทานสักนิดนะคะ คุณดาว จะได้มีแรง”
“ฉันไม่หิวน่ะ ป้าวันดี อยากออกไปข้างนอก”
วันดีวางชามข้าวต้ม ยิ้มอย่างเอาใจ
“คุณดาวยังไม่ค่อยมีแรง ทานข้าวก่อนนะคะ เดี๋ยวป้าไปขออนุญาตคุณธรรพ์ให้”
ดาวเด่นไม่รอช้า กระโดดผลุงลงจากเตียง
“ใครบอกว่าดาวไม่แข็งแรง เลือดจางไม่ใช่เป็นคนป่วยใกล้ตายสักหน่อย ดาวจะดูแลตัวเองค่ะ ป้า ดาวอยากออกไปฟังเสียงนกในสวน”
“คุณดาว อย่าวิ่ง เดี๋ยวหน้ามืดเป็นลมไปอีก”
ดาวเด่นไม่สนวิ่งไปเปิดประตู หมอเทพทัตก้าวเข้ามาพอดี ดาวเด่นเลยชนหมอเทพทัตเข้าให้ หมอรีบคว้าตัวไว้ไม่ให้ล้ม
“เด็กดื้อจะไปไหน”
“พี่หมอ ให้ดาวออกไปข้างนอกเถอะนะ ดาวเบื่อ วันๆ ต้องอยู่แต่ในห้อง”
ดาวเด่นเปลี่ยนท่าทีเป็นขอความเห็นใจ ทั้งเทพทัต ทั้งวันดี
“ชีวิตดาวไม่เหมือนคนอื่น หายใจทีก็มีแต่กลิ่นโรงพยาบาล กลิ่นยา อยากจะมาเที่ยวสูดอากาศสดชื่นให้เต็มปอด”
“โถ น่าสงสาร”
เห็นวันดีมองด้วยสายตาสงสาร ดาวเด่นยิ่งแกล้งบีบน้ำตา
“ตอนอยู่ในปาง ดาวมีความสุขมาก ได้อยู่ที่โล่งๆ มีต้นไม้ มีช้างเป็นเพื่อน”
เทพทัตอมยิ้มขำ “ไม่ต้องเศร้ามากหรอกครับ พี่จะมาบอกว่า ออกไปข้างนอกบ้างก็ได้”
ดาวเด่นลืมตัว ดีใจสุดๆ “เย้ ขอบคุณคุณหมอสุดหล่อใจดีม๊ากมาก”
วันดีอมยิ้มขำดาวเด่น เทพทัตยิ้มมองดาวเด่นที่สดชื่นขึ้นทันตาเห็น

แทบจะทันทีทันใด ดาวเด่นยืนกางแขนรับอากาศสดชื่นในสวน เทพทัตก้าวมามอง ดาวเด่นวิ่งไปดูผีเสื้อ เทพทัตเดินมาใกล้
“พี่หมอได้กลิ่นมั้ยคะ”
เทพทัตสงสัย “กลิ่นอะไร”
“กลิ่นดอกไม้ กลิ่นใบไม้ กลิ่นดิน” เด็กสาวหันมายิ้ม “มันหอมกว่ากลิ่นโรงพยาบาล กลิ่นยาที่ดาวต้องดมมาตั้งแต่เด็กๆ”
ดาวเด่นยืนสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอด
เทพทัตเห็นรอยยิ้มดาวเด่นที่สดใส ไม่ใช่เด็กขวางโลกเหมือนที่ทุกคนเห็น
ดาวเด่นก้มลงดมดอกไม้ แล้วหันมายิ้มให้เทพทัตด้วยแววตาแจ่มใสมาก

ยามเย็นวันนั้น ธรรพ์เดินถือกีตาร์มาในสวนจะหาที่นั่งเล่นเพลง เสียงหัวเราะของแขไขดังลอดมาจากพุ่มไม้
“เสียงคุณแข”
ธรรพ์มองหา ได้ยินเสียงแขไขคล้ายพูดคุยกับใครบางคนอยู่
“เบาๆ สิ”
ธรรพ์รีบเดินลัดเลาะไปที่ระเบียงหลังแนวพุ่มไม้ เขาเห็นแขไขนั่งอยู่ในถังไม้ใบใหญ่ มีจันตากับบัวผุดกำลังเอาใยบวบชุบน้ำมะขามเปียกสีจางขัดผิวให้ แขไขยิ้มสดชื่น
ธรรพ์มองจ้องอย่างตกตะลึง ในความผุดผ่องท่ามกลางธรรมชาติของแขไขที่ดูงดงามเหมือนนางไม้ แขไขเองรู้สึกแปลกๆ เหลียวมามอง ธรรพ์รีบหลบวูบ
“ใครน่ะ”
จันตา และบัวผุดหันไปมองตาม แต่ไม่เห็นใคร
“ไม่มีใครหรอกค่ะ เราสั่งคนงานให้ออกไปหมดแล้วใช่มั้ย บัวผุด”
“เจ้าค่ะ ใครเข้ามาบัวผุดจะเอาไม้จิ้มตา”
จันตา กับบัวผุดยิ้มระรื่นด้วยความมั่นใจ แขไขไม่ติดใจอีก ยื่นแขนให้บัวผุดขัดต่อ
“บ้านหิมวัตมีแต่ความสุข ฉันรักที่นี่มากเลยนะ”
“พวกเราก็รักคุณแขค่ะ อยากให้คุณแขเป็นนายหญิงอีกคนของเรา” จันตาประจบ
ธรรพ์หลบฟังอยู่ บอกเตือนตัวเองอย่างพยายามตัดใจ
“ไม่นะไอ้ธรรพ์ แกกำลังไม่เป็นสุภาพบุรุษ”
ยินเสียงแขไขหัวเราะ ทำให้ธรรพ์ห้ามใจไม่ไหว ตัดสินใจหันไปมอง เห็นแขไขกำลังลุกขึ้น ก้าวออกจากอ่างไม้ จันตาเอาเสื้อคลุมตัวสั้นมาคลุมร่างไว้

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 5 วันที่ 5 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ