อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 5/2 วันที่ 5 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 5/2 วันที่ 5 ต.ค. 57

ยินเสียงแขไขหัวเราะ ทำให้ธรรพ์ห้ามใจไม่ไหว ตัดสินใจหันไปมอง เห็นแขไขกำลังลุกขึ้น ก้าวออกจากอ่างไม้ จันตาเอาเสื้อคลุมตัวสั้นมาคลุมร่างไว้
ธรรพ์จับจ้อง มองทุกอิริยาบถของแขไข ที่กำลังซับปลายผม ซับแก้มที่เปียกน้ำ ด้วยรอยยิ้มระบายทั้งหน้า
ธรรพ์มองด้วยแววตาหลงใหลในความสวยงามของแขไข

ทางฝ่ายหนานไตร กำลังนั่งมองความงามยามพระอาทิตย์ใกล้ตกอยู่กับเนื้อนาง
หนานไตรเหลือบมองเห็นสีหน้าเนื้อนาง หนานไตรค่อยๆเลื่อนมือไปใกล้ ให้มือสัมผัสมือเนื้อนาง
เนื้อนางมองหนานไตร หนานไตรค่อยๆเลื่อนนิ้วก้อยไปเกี่ยวนิ้วเนื้อนางไว้อย่างนุ่มนวล เนื้อนางอมยิ้มอาย เห็นสองนิ้วที่เกี่ยวกันไว้ ถ่ายทอดความรู้สึกแก่กันโดยไม่ต้องมีคำพูดใดในแสงอาทิตย์สีทองยามเย็นอันสวยงาม


คืนนั้นดาวเด่นเดินเข้ามามองแขไข ที่เยื้อนยิ้มแปรงผมด้วยสีหน้าสดชื่น
“วันนี้หน้าตาพี่แขมีความสุขมากเหลือเกิน”
“แม่นายรักพี่ คนที่นี่รักพี่ แล้วจะให้พี่เศร้าทำไมล่ะ”
“แม่นายเค้ารักพี่ เพราะพี่เชื่อฟังเค้า ยอมทำตามเค้า ผู้ใหญ่เผด็จการอย่างแม่นายน่ากลัวจะตาย โกรธใครทีแทบจะหักคอจิ้มน้ำพริกอ่อง”
แขไขวางแปรงลงอย่างแรง ไม่พอใจคำพูดน้องสาวมาก
“ครอบครัวเรากับบ้านหิมวัตกำลังจะเป็นทองแผ่นเดียวกัน น้องดาวต้องรู้จักให้ความเคารพแม่นายเหมือนแม่ของเราคนนึง”
“ความเคารพควรจะมาจากความสมัครใจไม่ใช่หรือคะ” ดาวเด่นย้อน
แขไขมอง ดาวเด่นสีหน้าดื้อดึง เชื่อมั่นความคิดตัวเอง
“แล้วดาวก็ยังไม่เห็นว่าพี่แขจะได้แต่งงานกับพี่ณไตร ถ้าไม่เข้าข้างตัวเองเราก็เห็นกันอยู่ พี่ณไตรเค้าเหม็นขี้หน้าพวกเราจะตาย” เด็กสาวตอกย้ำความจริง
“พี่มั่นใจว่าแต่งงานกันไป ความรักของพี่จะทำให้พี่ณไตรมีความสุขที่สุด”
ดาวเด่นมองเห็นแต่รอยยิ้มมุ่งมั่นมีความหวังของพี่สาว แล้วก็อดเตือนไม่ได้
“ดาวอยากให้พี่แขเผื่อใจไว้บ้าง”
“ไม่! คนอย่างพี่ สมบูรณ์ ดีพร้อมทุกอย่าง ไม่มีผู้หญิงที่ไหนแข่งกับพี่ได้หรอก”
แขไขหันกลับไปหวีผมด้วยสายตามาดมั่น

ดาวเด่นมองอย่างไม่สบายใจนัก กับความวาดหวังของพี่สาว
รุ่งเช้า หนานไตรจอดรถจี๊ปลงที่บริเวณลานในวัด แล้วลงจากรถ ม่อนดอยลงตามมา หนานไตรมองหา พักเดียวเนื้อนางเดินถือตะกร้าใส่อาหารคาว-หวานกับดอกไม้ เลี้ยวมากับคำฝาย หนานไตรเห็นก็ยิ้มแป้นทันที ม่อนดอยมองแล้วรีบหยิบดอกไม้ไหว้พระ ยัดใส่มือหนานไตรโดยไว

คำฝายเดินมากับเนื้อนาง พอเห็นหนานไตรกับม่อนดอยก็แกล้งถามขึ้น
“ทำไมมาเจอกันได้เนี่ย”
ม่อนดอยบอกว่า “ข้าอยากมาทำบุญให้ส้มป่อย หนานไตรมันเลยอาสาขับรถมาส่ง”
คำฝายมองม่อนดอยที่แอบยิ้มให้เป็นอันรู้กัน
เนื้อนางมองหนานไตรที่ยิ้มมาให้
“ผมไม่เคยมาวัดแถวนี้เลย”
“ไปไหว้พระด้วยกันสิ หนานไตร”
เนื้อนางชวนแล้วเดินนำไป หนานไตรรีบเดินตาม ทุกคนเดินไปทางโบสถ์

ภายในโบสถ์หลังงาม เนื้อนางกำลังเปลี่ยนดอกไม้ในแจกันหน้าพระพุทธรูป หนานไตรคอยช่วยส่งดอกไม้ให้ เนื้อนางยิ้มหวาน
คำฝายยิ้มน้อยยิ้มใหญ่สะกิดม่อนดอยให้ดู อยู่ด้านหลัง
หนานไตรก้มกราบพระประธานพร้อมๆ เนื้อนาง คำฝายกับม่อนดอยกราบด้วย

ฟากแสงคำดื่มสาโทจนเมามายตั้งแต่เมื่อคืน และหลับพับอยู่มุมหนึ่งในปาง ข้างตัวมีแต่ไหเหล้าหลายใบล้มกลิ้งเกลื่อน หมื่นหล้าก้าวเข้ามาหยุดมองสภาพตาขุ่น
“เมาเป็นหมาป่วยอย่างงี้ มันช่วยให้ชีวิตเอ็งดีขึ้นมั้ย”
หมื่นหล้ายกถังน้ำสาดเข้าหน้าแสงคำเต็มๆ หน้า แสงคำสะดุ้งเฮือกเพราะน้ำเย็นสาดเข้าเต็มหน้า มองเห็นหมื่นหล้าเต็มตา
“พ่ออุ๊ย”
“ที่ปางนี่ไม่ต้องการคนอ่อนแอ”
แสงคำหน้าสลดเห็นถนัดตา หมื่นหล้าหันไปบอกคนงาน
“ไปทำงาน คนขี้เกียจอย่าอยู่ที่นี่ เปลืองข้าวเปลืองน้ำ”
หมื่นหล้าเดินออกไป แสงคำรีบลุกขึ้นตรงไปที่ช้าง อินร้องทักขึ้น
“แสงคำ ทำงานไหวเรอะ”
แสงคำมองหมื่นหล้าแล้วบอกเสียงชัด
“ข้าทำได้ ข้าไม่ใช่คนขี้แพ้”
แสงคำขึ้นช้างไปทันที หมื่นหล้ามองรู้ว่าแสงคำกำลังพิสูจน์ให้เชื่อใจอีกครั้ง

หนานไตรเดินเคียงมากับเนื้อนางตามทางเดินในวัด มีคำฝายกับม่อนดอยเดินตามหลัง
“ได้เข้าวัด ทำบุญซะบ้าง จิตใจสงบดีนะครับ”
“ชอบทำบุญเหรอ หนานไตร วันหลังจะชวนมาอีกนะ”
คำฝายหัวเราะคิกคักเปิดทางเต็มที่ หนานไตรอมยิ้มมองเนื้อนาง
“เนื้อนางอนุญาตให้ผมมาด้วยหรือเปล่า”
“คนทำบุญ ใครจะไปขัดล่ะ บาปตาย” เนื้อนางว่า
“งั้นคำฝายต้องชวนผมทุกครั้งนะ” หนานไตรหันมาหา
คำฝายลากเสียงล้อ “ไม่ให้ขาดเลยล่ะเจ้า”
“กลับกันหรือยัง พี่คำฝาย”
ม่อนดอยเอ่ยขึ้น “เดี๋ยวๆ พอดีว่าเราต้องลงไปในเวียง ไปซื้อใบเลื่อยใช่มั้ยหนานไตร”
“ใช่ๆ” หนานไตรหันไปชวนเนื้อนาง “ไปด้วยกันนะครับ ไปไม่นานหรอก”
“ไม่เป็นไร ฉันกลับก่อนดีกว่า”
จู่ๆ คำฝายร้องขึ้น “ตายๆๆๆ เนื้อนาง พี่ลืม”
เนื้อนางหันไปมองคำฝาย
“น้ำมันก๊าดหมด วันก่อนพ่ออุ๊ยบ่นว่าอยากได้เสื้อหนาวสักตัว ของเก่ามันขาด” คำฝายรีบหันไปทางหนานไตรทำเป็นกำชับ “ไปซื้อของเดี๋ยวเดียวใช่มั้ย อย่านานนะ ฉันรีบ”
หนานไตรรีบรับคำ“ครับๆ รับรองไปแป๊บเดียว”
เนื้อนางมองหนานไตรที่กุลีกุจอไปเปิดประตูรถข้างคนขับรอ เลยจำต้องขึ้นรถอย่างขัดไม่ได้ คำฝาย และ ม่อนดอยแอบยิ้มให้กัน ขึ้นไปนั่งด้านหลัง
หนานไตรมองเนื้อนางที่นั่งข้างๆ แล้วขับรถออกไปอย่างมีความสุข

ในขณะเดียวกัน ธรรพ์เดินมาในสวนสวยบ้านหิมวัตกับแขไขที่มีสีหน้าสดชื่น
“วันนี้ผมจะไปรับพี่ณไตรมาให้คุณแขนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ นี่ถ้าพี่ณไตรรู้ใจแขได้ครึ่งนึงของพี่ธรรพ์ก็ดีนะคะ แขจะได้เป็นผู้หญิงที่มีความสุขในโลก มีทั้งคนรักแล้วก็คนที่เข้าใจแข” แขไขยิ้มหวาน
“คุณแขไม่อยากให้คนที่รักแล้วก็เข้าใจ รวมอยู่ในตัวคนเดียวๆ เหรอครับ”
“โธ่ พี่ธรรพ์คะ ถ้าได้อย่างนั้น ก็วิเศษที่สุดเลยล่ะค่ะ แต่พี่ณไตรชอบอะไรไม่เหมือนแขเลยสักอย่าง ก็ยังดีที่มีพี่ธรรพ์คอยตามใจ เข้าใจแข”
“ครับ ผมจะคอยอยู่ข้างๆ ไม่ทิ้งคุณแขไปไหน
ธรรพ์มองรอยยิ้มสดชื่นของแขไขแล้วพลอยยิ้มไปด้วย
ดาวเด่นเดินออกมาหา ธรรพ์กับแขไขหันไปยิ้มให้
“จันตาบอกว่า วันนี้พี่ธรรพ์จะไปที่ปาง ขอดาวติดรถไปด้วยได้มั้ยคะ ดาวอยากไปหาช้าง”
แขไขค้อน “พิลึก น้องดาว”
“จริงๆ นะคะ ดาวอยากไปเล่นกับช้าง ดาวอยากหัดขี่ช้าง” ดาวเด่นว่า
“เอาแค่ไปเล่นด้วยดีกว่าครับ ขี่ช้างไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องให้พวกควาญหัดให้”
“อ๋อ เหรอคะ...ถ้ามีควาญช่วยหัด ดาวก็จะได้ขี่ช้าง”
“งั้นให้แขไปด้วยนะคะ พี่ธรรพ์ ไหนๆ น้องดาวก็ไป แขก็อยากไปด้วย”
แขไขยิ้มหวานจนธรรพ์ใจอ่อน
“คุณแขยิ้มแบบนี้ ผมจะขัดใจได้ยังไง...ไปก็ไปครับ ไปกันทั้งสามคน”
“รีบไปเลยค่ะ ดาวอยากหัดขี่ช้างเต็มทีแล้ว”
ดาวเด่นอมยิ้ม ตาเป็นประกายมีความหวัง มองไปไกล นึกถึงแต่แสงคำควาญช้างรูปร่างบึกบึน

ขณะนั้น แสงคำกำลังพาช้างไปอาบน้ำ อินกับพวกคนงานนั่งพักอยู่ใต้ร่มไม้ แกะห่อข้าวออกกิน

หมื่นหล้ามองอยู่บนเนิน เห็นแสงคำถอดเสื้อ อาบน้ำให้ช้างอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ฝ่ายหนานไตรเดินเคียงมากับเนื้อนางตามถนนในเมือง สีหน้ามีความสุขทั้งคู่ หนานไตรส่งถุงใบหนึ่งให้

“เนื้อนาง”
เนื้อนางมอง หนานไตรยื่นถุงให้ เนื้อนางรับมาเปิดออก เห็นเป็นซิ่นผืนสวย
“เอาไว้ใส่งานปอยนะครับ ผมซื้อมาให้คำฝายด้วย”
เนื้อนางรีบส่งถุงคืน “ไม่เอา หนานไตร มันแพง ฉันรับไว้ไม่ได้
หนานไตรยิ้ม “ผมนึกแล้วว่าคุณต้องไม่เอา ผมไม่ได้ให้ฟรีๆ นี่เป็นค่าแรงล่วงหน้า ผมจะให้คุณช่วยแปลจดหมายภาษาอังกฤษจากลูกค้า แล้วก็ดูแลเอกสารที่สำนักงาน ผมคนเดียวทำไม่ทันจริงๆ”
“ฉันก็ไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษอะไรมากนะ” เนื้อนางแย้ง
หนานไตรอมยิ้มรู้ว่าเป็นข้ออ้าง “อะไรกัน ก็เห็นคุณอ่านหนังสือฝรั่ง ยังไงก็คงจะเก่งกว่าผม” เขาพูดขอร้องน้ำเสียงอ้อน “นะ เนื้อนาง นะครับ ช่วยผมหน่อย ผมไม่ถนัดเรื่องงานเอกสารเลยจริงๆ”
“ลองดูก็ได้ แปลผิดอย่ามาบ่นแล้วกัน”
“รับรองไม่บ่นสักคำ เดี๋ยวพอถึงปาง คุณไปทำงานที่เรือนสำนักงานเลยนะ”
เนื้อนางพยักหน้า ยิ้มให้เป็นคำตอบ หนานไตรยิ้มดีใจ เดินนำมายังรถที่จอดอยู่ริมถนนหน้าตลาด

รถบ้านหิมวัตที่ธรรพ์เป็นคนขับแล่นมาตามถนนหน้าตลาด แขไขมองผ่านกระจกออกไป เห็นหนานไตรกำลังเปิดประตูให้เนื้อนาง ตาลุกเป็นไฟ ร้องบอกทันที
“จอดค่ะ พี่ธรรพ์ จอด จอดเดี๋ยวนี้”
ธรรพ์กับดาวเด่นตกใจ
“แขบอกให้จอด”
ธรรพ์จอดรถพรึ่ด แขไขเปิดประตูพรวด วิ่งไปที่หนานไตรกับเนื้อนาง ดาวเด่นกับธรรพ์รีบลงตามมา
“หนานไตร”
หนานไตรกับเนื้อนางหันไป เนื้อนางเห็นแขไขก็ใจหายวาบ กลัวว่าจะต้องมีเรื่องอีก
“คุณแขไข”

คำฝายกำลังเลือกซื้อขนมกับม่อนดอย พอหันไปเห็นที่ถนน คำฝายสะกิดม่อนดอย
“แย่แล้ว นังผู้ดีตกมัน”
คำฝายร้อนใจวิ่งนำออกไปก่อน ม่อนดอยวิ่งตามทันที

แขไขเดินปรี่มาหยุดหน้าเนื้อนางกับหนานไตร ถามเนื้อนางเสียงขุ่น
“ไหนว่าแต่งงานไปแล้ว ทำไมถึงยังออกมาเที่ยวกับผู้ชายคนอื่น”
เนื้อนางตกใจท่าทีคุกคามนั้น ดาวเด่นกับธรรพ์รีบมาดึงแขไขออกห่าง
“พี่แข เสียงเบาๆ หน่อย อายชาวบ้าน” ดาวเด่นบอก
แขไขหันมาทางหนานไตร “หนานไตร นี่มันเวลางาน”
หนานไตรจ้องหน้านิ่ง “ผมไม่ได้ออกมาเที่ยว”
“ก็เห็นอยู่ว่ามากับผู้หญิง”
ธรรพ์ถามช่วย “นายออกมาธุระใช่มั้ย”
“ครับ ผมมาซื้อของ”
คำฝายกับม่อนดอยรีบวิ่งมา หนานไตรหันไปเห็นก็บอกทุกคน
“ม่อนดอยกับคำฝายก็มาด้วย”
“แล้วเนื้อนางล่ะ มีหน้าที่อะไรถึงต้องตามมา ทำไมถึงไม่อยู่ปรนนิบัติผัว”
“ฉันยังไม่ได้...” เนื้อนาง ตั้งใจจจะบอกว่าตนยังไม่ได้แต่งงาน
หนานไตรรีบขัดขึ้น “ไม่ต้องเนื้อนาง ผมชวนคุณมา ผมรับผิดชอบเอง” ชายหนุ่มหันไปมองแขไขเป็นเชิงตำหนิ “คุณแขไข ที่นี่ในเมือง ไม่ใช่ในปางที่คุณจะโวยวายยังไงก็ได้ ถ้าคุณยังมีความอาย ช่วยลดเสียง แล้วกลับไปขึ้นรถคุณธรรพ์”
แขไขมองจ้องหน้าหนานไตร “ฉันกลับแน่ แต่เธอต้องกลับไปด้วย”
“ผมไม่ไป”
“กล้าขัดคำสั่งแม่นายใช่มั้ย”
หนานไตรหันไปมองธรรพ์เป็นเชิงถาม
“แม่นายให้มาตาม มีเรื่องในปาง อยากคุยด้วย กลับไปกับฉัน หนานไตร”
หนานไตรหงุดหงิด มีสีหน้าไม่พอใจ จำใจส่งกุญแจรถให้ม่อนดอย
“พาเนื้อนางกับคำฝายกลับปางด้วย”
ม่อนดอยรับกุญแจรถมา เนื้อนางมองแขไขงงๆ แขไขกระชากแขนหนานไตรออกไปทันที เนื้อนางมองตาม หน้าตาสงสัยมาก
“อีกนิดเดียวก็จะถึงปางแล้ว อดขี่ช้างจนได้”
ดาวเด่นเซ็ง บ่นบ้าตามประสา ธรรพ์บอกเนื้อนาง
“เสร็จธุระกับแม่นายแล้ว หนานไตรก็คงรีบกลับไปที่ปาง”
คำฝายเหน็บ “ธุระเยอะเนอะ แม่นาย...คุยไม่จบไม่สิ้น ต้องให้คุณผู้ดีมาตามแต่หนานไตร”
เนื้อนางกระตุกแขนคำฝายให้หยุดพูดถึงแม่นายไม่ดี ดาวเด่นกับธรรพ์เดินกลับไปที่รถ เนื้อนางมองตามไปด้วยสายตาสงสัยในความสัมพันธ์ของแขไขกับหนานไตร

ในโถงบ้านหิมวัตตอนนี้ หนานไตรมองแม่นายศรีวัลลาที่จ้องมาด้วยสายตาเย็นเยียบ แขไขยืนประกบแม่นาย ธรรพ์กับดาวเด่นยืนห่างออกมา
“ขอให้นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่แกจะขัดขืนคำสั่งแม่”
“ผมกับเนื้อนางไม่ได้ทำอะไรผิดนะครับ”
“อย่าเถียง แกเห็นเนื้อนางดีกว่าหนูแข แค่ผู้หญิงชาวบ้าน จนก็จน แต่แกกลับไปให้ความสนิทสนมมัน แทนที่จะเห็นแก่หน้าคนรัก”
หนานไตรโพล่งออกมา “แขไขไม่ใช่คนรักของผม”
แขไขหน้าเสีย “พี่ณไตร เกินไปแล้วนะคะ”
“ขอโทษนะครับคุณแข ผมไม่เคยบอก ไม่เคยสัญญาสักครั้งว่าผมจะแต่งงานกับคุณ”
แม่นายขึ้นเสียง “ณไตร อย่าพูดทำร้ายจิตใจหนูแขอีก วันนี้แม่จะให้เวลาแกคิดทบทวนว่าควรจะทำตัวยังไง ถึงจะสมกับความเป็นทายาทของตระกูลหิมวัต” แม่นายจ้องหนานไตรเขม็ง “หวังว่าแกคงจะไม่สิ้นคิด ทำตัวตกต่ำ ไปยุ่งกับผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว”
จากนั้นแม่นายเดินเชิดออกไป แขไขมอง หนานไตรหันหลังให้แขไขทันที ดาวเด่นดึงมือพี่สาวให้ออกไป
“ไปก่อน พี่แข อย่าทำให้พี่ณไตรโกรธมากกว่านี้ จากโกรธมันจะกลายเป็นเกลียด”
ดาวเด่นดึงพี่สาวออกไป แขไขจำใจเดินสะบัดออกไปพร้อมกับน้อง
ทั้งห้องเหลือธรรพ์กับหนานไตร ธรรพ์เดินเข้าหาหนานไตร
“พี่ครับ แม่นายกับคุณแขไม่ยอมให้พี่สนิทกับเนื้อนางแน่ๆ ตัดใจจากเนื้อนางเถอะครับ ไหนๆเนื้อนางก็เป็นเมียแสงคำไปแล้ว”
“เนื้อนางยังไม่ได้แต่งงานกับแสงคำ”
คำพูดหนานไตร ทำเอาธรรพ์ตกตะลึง “ยังไม่ได้แต่ง! เกิดอะไรขึ้นครับ”
ธรรพ์มองพี่ชายด้วยความสงสัย หนานไตรไม่ตอบ มองสายตามองไปไกล ใจถวิลหาแต่เนื้อนาง

สามคนกลับถึงปาง เนื้อนางถือถุงซิ่นขึ้นเรือนมา สีหน้าไม่สบายใจ คำฝายตามมาติดๆ
“คุณแขไขเค้าเกลียดเนื้อนางเพราะเรื่องหนานไตรใช่มั้ย พี่คำฝาย”
“เชอะ นังผู้ดีตกมัน ทำยังกับหนานไตรเป็นผัวตัวเอง เห็นๆ อยู่ผู้ชายเค้าไม่สนใจตัวเองสักกะหน่อย”
“ยอมได้ก็ยอม เลี่ยงได้ก็เลี่ยงนะพี่คำฝาย อย่าให้ตาต้องร้อนหูร้อนใจเพราะเรื่องคุณแขไขอีก”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 5/2 วันที่ 5 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ