อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 5/3 วันที่ 5 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 5/3 วันที่ 5 ต.ค. 57

“เชอะ นังผู้ดีตกมัน ทำยังกับหนานไตรเป็นผัวตัวเอง เห็นๆ อยู่ผู้ชายเค้าไม่สนใจตัวเองสักกะหน่อย”
“ยอมได้ก็ยอม เลี่ยงได้ก็เลี่ยงนะพี่คำฝาย อย่าให้ตาต้องร้อนหูร้อนใจเพราะเรื่องคุณแขไขอีก”
เนื้อนางส่งถุงซิ่นให้ คำฝายเปิดถุง หยิบซิ่นออกมาดูสีหน้าตื่นเต้น

“หนานไตรซื้อให้ตั๋วเหรอ”
“ซื้อให้เราสองคน แต่หนานไตรเค้าไม่ได้ให้เราฟรีๆ นะจ๊ะ เนื้อนางต้องไปช่วยแปลจดหมาย แล้วก็ดูแลสำนักงาน”
คำฝายเอาซิ่นมาทาบตัวด้วยความดีใจ
“งานหมูๆ เดี๋ยวพี่ช่วย...อ้อ ช่วยแต่กวาดสำนักงานนะ แปลจดหมายตั๋วทำไปเลยคนเดียว”


เนื้อนางถอนใจเบาๆ มองเหม่อไปไกล ในใจนึกถึงแต่หนานไตร
ไม่นานต่อมา เนื้อนางกับคำฝายกำลังปัดกวาด เช็ดโต๊ะในสำนักงานปางไม้หิมวัต แสงคำเดินผ่านมาเห็นเนื้อนางอยู่บนเรือนสำนักงานก็ตาลุกวาว วิ่งพรวดๆ ขึ้นมา

“เนื้อนางขึ้นมาทำอะไรบนเรือนสำนักงาน”
“ก็ทำงานสิ อ้ายแสงคำ”
“ทำงานให้หนานไตรอีกใช่มั้ย”
แสงคำคว้ามือเนื้อนาง
“อ้ายแสงคำ ปล่อยนะ”
“อ้ายแสงคำ จะทำอะไร ปล่อยเนื้อนางก่อน” คำฝายไม่พอใจ
แสงคำชี้หน้า “หยุด ไม่ต้องตาม ข้ามีเรื่องจะคุยกับเนื้อนางสองคน”
แสงคำกระชากแขนเนื้อนาง ตัวปลิวออกไป คำฝายตะโกนไล่หลังไป
“อ้ายแสงคำ อย่าทำอะไรเนื้อนางนะ”

แสงคำดึงแขนเนื้อนางลิ่วๆ มาหยุดที่สะพานไม้ริมบึงในปาง เนื้อนางขืนตัว สะบัดออกอย่างแรง
“มีอะไรจะคุยก็รีบคุยเถอะ เนื้อนางมีงานต้องทำ”
“งานที่ทำให้ไอ้หนานไตร อ้ายไม่ให้ทำ”
แสงคำกระชากแขนเนื้อนางไว้ เนื้อนางสะบัดแรง แสงคำรวบตัวเนื้อนางมาชิด
“หนานไตรมาทีหลัง เนื้อนางเป็นของอ้ายมาก่อน”
เนื้อนางโกรธ “อ้ายแสงคำ พูดอะไร”
“อ้ายพูดความจริง ถ้าไม่มีหนานไตร เนื้อนางต้องเป็นเจ้าสาวของอ้าย เนื้อนางไม่เคยมีคนอื่น เนื้อนางต้องรักอ้าย”
แสงคำโมโหหึงดึงเนื้อนางมากอดจูบ เนื้อนางผลักออกสุดแรง แล้วตบหน้าแสงคำเต็มแรง แสงคำหน้าสะบัด
“อ้ายรักเนื้อนางนะ”
“อ้ายรักเนื้อนาง หรือว่าอ้ายรักตัวเองกันแน่ ถ้าอ้ายรักเนื้อนาง อ้ายต้องอยากเห็นความสุขของเนื้อนาง ไม่ใช่คิดแต่ให้ตัวเองสมหวัง มีความสุขอยู่คนเดียว นี่มันไม่ใช่ความรัก” เนื้อนางด่า
“อ้ายขอโทษ อ้ายทำทุกอย่างเพราะอยากอยู่กับเนื้อนาง”
“ทั้งๆ ที่เนื้อนางรัก เคารพอ้ายเหมือนพี่ชาย” เนื้อนางย้อน
แสงคำแย้ง “แต่เนื้อนางยอมแต่งงานกับอ้ายแล้ว”
“ยอมเพราะความสบายใจของตา ไม่ใช่ความรัก”
แสงคำเสียใจเหลือเกิน “เนื้อนาง”
“อ้ายแสงคำ อย่าพาล อย่าเข้าข้างตัวเอง ขอให้เนื้อนางได้รัก ได้เคารพอ้ายเหมือนพี่ชายเหมือนเดิมเถอะนะ”
เนื้อนางหันหลัง เดินเร็วรี่ ไม่หันหลังกลับมามองแสงคำอีก
แสงคำมองตาม เริ่มพาลและโกรธหนานไตรขึ้นมาอีก โดยไม่ยอมรับความผิดพลาดของตัว
“หนานไตร เพราะแก เนื้อนางถึงได้เปลี่ยนไป”

หนานไตรเดินไปเดินมาอยู่ในสวน หมอเทพทัตยืนมองอยู่ ธรรพ์เดินถือแฟ้มเอกสารมายื่นให้หนานไตร
“จดหมายจากลูกค้าพวกนี้ มีสำเนาแปลเป็นภาษาไทยหมดแล้ว พี่จะเอาไปทำไมครับ”
“ฉันให้เนื้อนางเค้าช่วยฉันแปลเอกสาร” หนานไตรบอก
เทพทัตล้อ “เลขาสาวคนสวยกับผู้จัดการปางหนุ่มเลือดร้อน ใกล้ชิดกันทุกวัน”
“แกมาดูอาการคุณดาวไม่ใช่เหรอ ไอ้หมอ รีบเข้าไปข้างในสิ”
เทพทัตแซวอีก “ฉันอยากตรวจแกก่อน เชื้อบ้าท่าจะเยอะ...บ้ารักซะด้วย”
หนานไตรยัวะปนขำ “จะเดินไปเอง หรือให้ฉันเตะ”
“เดี๋ยวดูคุณดาวเสร็จ ฉันจะฝากยาให้พี่ชายแกนะธรรพ์ ท่าทางจะบ้าหนัก บ้าเรื้อรัง รักษาไม่หาย”
หนานไตรง้างเท้า ทำท่าจะเตะ เทพทัตหัวเราะเดินหนีไปทางตัวบ้าน ธรรพ์มองพี่ชาย
“พี่จริงจังเรื่องเนื้อนางไปหรือเปล่าครับ ถึงเค้าจะไม่ได้แต่งงาน แต่พี่อย่าลืมว่า แม่นายเตรียมงานแต่งของพี่กับคุณแขแล้ว”
หนานไตรไม่แยแส “ใครอยากแต่งก็แต่งไป หรือแกจะแต่งแทนฉันก็ได้นะ ธรรพ์”
พูดเท่านั้นหนานไตรก็คว้าแฟ้มเอกสารจะเดินออกไป ธรรพ์พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“พี่ไตรครับ คุณแขเธอก็มีหัวใจนะครับ พี่จะทิ้งขว้างเธอเหมือนสิ่งของไม่ได้”
“แล้วฉันไม่มีหัวใจเหรอ ธรรพ์ ฉันไม่เคยรักแขไข แต่งงานกันไป ก็ต้องหย่า” หนานไตรมองจ้องหน้าน้อง “แกเองก็เหมือนกัน วันนึงถ้าแกมีความรัก แกจะเข้าใจ ว่าทำไมพี่ถึงทำได้ทุกอย่าง”
หนานไตรสั่งสอนธรรพ์ในฐานะพี่ชาย โดยไม่รู้ใจน้องชายตัวเองสักน้อย

เย็นใกล้ค่ำ เนื้อนางมองม่อนดอยที่ถือปืนมาเดินวนอาสาเฝ้าเวรหน้าเรือนให้ คำฝายชะเง้อมอง
“ไม่รู้หนานไตรจะกลับมาเมื่อไหร่ คืนนี้ฉันมาเฝ้าหน้าเรือนให้แล้วกันเผื่อไอ้แสงคำมันบ้า มาวุ่นวายกับเนื้อนางอีก”
“ไม่ต้องหรอก ม่อนดอย เนื้อนางไม่อยากให้ตารู้”
“เกิดแสงคำมันเข้ามาฉุดตั๋วกลางดึก” คำฝายฮึดฮัด
“อ้ายแสงคำไม่ใช่คนเลวขนาดนั้น แล้วก็ห้ามใครพูดเรื่องนี้ให้ตารู้เด็ดขาด”
ม่อนดอยบอก “คนอกหักอย่างไอ้แสงคำ เวลาหน้ามืดมันก็ทำบ้าทำบอได้ทุกอย่าง”
“ขอบใจมากม่อนดอย ไม่ต้องห่วงหรอก เนื้อนางดูแลตัวเองได้ ถ้าอ้ายแสงคำจะเป็นผีบ้า ผีป่าเข้าสิง เราก็จะได้รู้กันไป”
เนื้อนางมองม่อนดอย และคำฝาย ด้วยแววตาอันเด็ดเดี่ยว

ในความมืดสลัวที่ริมลำธาร มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องให้เห็น แสงคำมองออกไปไกล แววตาเจ็บแค้นคู่อริถึงขีดสุด
“ไอ้หนานไตร มึงต้องเจ็บมากกว่ากู”

เงาสลัวจากแสงจันทร์ ทาบทับบนใบหน้าช้ำรักหมองเศร้าของแสงคำจนเห็นถนัดตา
ค่ำคืนนั้น หนานไตรขลุกอยู่ในห้องสมุดสักระยะแล้ว กำลังเลือกหนังสือนิยายภาษาอังกฤษนำไปฝากเนื้อนางอีก แขไขก้าวเข้าห้องมา

“เลือกหนังสือกลับไปฝากใครที่ปางคะ”
หนานไตรบอกโดยไม่ยี่หระ “เนื้อนาง”
“แขนึกแล้ว”
“รู้แล้วจะถามทำไมอีกล่ะครับ” หนานไตรพูดโดยไม่มองหน้า
“พี่ณไตร อย่าลืมนะคะว่าแขพูดเรื่องพี่ณไตรหลอกคนงานพวกนั้นได้”
หนานไตรเยาะ “ถ้าจะต่อรองด้วยเรื่องแบบนี้ มันก็เหมือนเด็กเล่นขายของ”
“แปลว่าพี่ณไตรไม่กลัว ถ้าทุกคนจะรู้ความจริง”
หนานไตรวางทางไม่ยี่หระ เพื่อไม่ให้แขไขเอาเรื่องนี้มาต่อรองอีก
“วันหนึ่งพวกเค้าก็ต้องรู้ว่าผมเป็นใคร หรือจริงๆ ผมควรจะบอกเนื้อนางไปตอนนี้ซะเลย ว่าผมไม่ใช่แค่ผู้จัดการปาง แต่ผมเป็นเจ้าของทุกอย่าง”
หนานไตรมองยั่วแขไขที่กำลังหน้าเสีย
“ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ชอบผู้ชายรวยๆ มีหลักฐานมั่นคงใช่มั้ยครับ เนื้อนางเองก็คงไม่ปฏิเสธ ถ้าผมจะรวยขึ้น ดูดีกว่าแค่เป็นผู้จัดการ”
แขไขเลยเป็นฝ่ายร้องขึ้น “ไม่ได้นะคะ พี่ณไตรสนใจเนื้อนางไม่ได้”
“ผมอาจจะแค่สนใจเนื้อนางเล่นๆ ผู้หญิงมีตั้งเยอะ ทำไมจะต้องรีบจริงจังกับใครด้วยล่ะครับ”
หนานไตรมองจ้อง จงใจเล่นสงครามประสาทกับแขไข
“คนอย่างพ่อเลี้ยงณไตร จะมีเมียสัก 10 คนก็ไม่ใช่ปัญหา ผมมีปัญญาให้ความสุขสบายได้ทั่วถึงกันทุกคน” เขายิ้มยั่ว “เพราะฉะนั้นถ้าใครกวนใจ กวนอารมณ์ผมมากๆ ผมก็จะเขี่ยทิ้งเป็นคนแรก”
แขไขผงะที่ถูกหนานไตรตอบโต้ด้วยสายตาแพรวพราว วางมาดเป็นผู้ชายที่มีทั้งเงินทั้งอำนาจเต็มที่

แขไขกลับเข้าห้อง เดินไปเดินมา สีหน้าไม่ดี ดาวเด่นรู้เรื่องเมื่อครู่แล้วมองพี่สาวแล้วเตือนขึ้น
“คนอย่างพี่ณไตร เค้าไม่ได้ขู่เล่นๆ”
“พี่ณไตรไม่ใช่คนเจ้าชู้ เค้ารักเดียวใจเดียว”
ดาวเด่นโพล่งออกมา “ผู้ชาย! มีที่ไหน รักเดียวใจเดียว”
แขไขหงุดหงิดอารมณ์เสียสุดๆ “แกเป็นเด็ก อย่ามาสอดรู้เรื่องผู้ใหญ่”
“ตามใจนะ พี่แข ไปบังคับพี่ณไตรเค้ามากๆ ระวังเค้าจะรำคาญ คิดว่ามีแม่นาย 2 คน ทีนี้เกิดหนีไปเมืองนอกขึ้นมา พี่แขจะวิ่งตามไปหาเค้าเหมือนวิ่งไปอาละวาดในปางได้ง่ายๆ มั้ยล่ะ”
แขไขคิดตามคำพูดน้อง สีหน้ากังวลเห็นถนัด
ดาวเด่นมองด้วยความสงสาร ที่พี่สาวพยายามจะเอาชนะใจหนานไตร ทั้งที่รู้เต็มอกว่าอีกฝากไม่ไยดีเลย

หนานไตรกอดอกมองไปไกล ด้านหลังเป็นธรรพ์ยืนมองพี่ชาย
“ไม่ว่าจะรั้งไว้แค่ไหน คืนนี้พี่ต้องกลับไปที่ปาง”
“อยู่ถึงพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอครับ สงสารคุณแข”
“ใช่ว่าพี่จะใจร้าย แต่พรุ่งนี้เช้าพี่นัดกับหมื่นหล้า เรื่องตรวจนับซุงที่ต้องล่องลงไปส่งลูกค้า มันสำคัญกับปางมากนะ ธรรพ์”
หนานไตรมองน้องด้วยแววตาจริงจัง

ในความมืดยามค่ำคืน แลเห็นมือที่กำลังนับเงิน เป็นแบงค์ร้อยหลายใบ แล้วแจกให้กับลูกน้องอีก 2 คน
“ปิดปากพวกเอ็งให้สนิท แล้วรีบขนไม้ไปวางตามจุดที่นัด” ที่แท้เป็นอินนั่นเอง
อีกฟาก ท่อนซุงขนาดใหญ่หลายท่อนถูกวางอยู่ริมทาง ชายชาวบ้านในชุดพราง 5 คน ลงจากรถบรรทุกคันใหญ่มายืนมอง คนเป็นหัวหน้าสั่งขึ้น
“ไม้สักจากปางหิมวัต รีบขนขึ้นรถไปให้หมด”

ขณะเดียวกัน หนานไตรยิ้มให้น้องชายด้วยสายตาฝากฝัง
“พี่ฝากนายดูแลที่นี่ ดูแลคุณปู่ ดูแลแม่นาย ดูแลแขไขด้วย”
“ผมดูแลแม่นายอยู่แล้ว แต่คุณแข...เธออยากให้พี่เป็นคนดูแลเธอมากกว่า”
หนานไตรบีบไหล่น้องชาย มองด้วยสายตาเชื่อใจ
“นายเป็นคนอ่อนโยน เข้าใจทุกคน ใครอยู่ใกล้ก็จะมีความสุข มีรอยยิ้ม”
ธรรพ์มองพี่ด้วยสายตาอ่อนโยน
“มีนายดูแลทุกอย่างของหิมวัตอยู่ที่นี่ พี่จะลุยงานในปางด้วยความสบายใจที่สุด”

อินถานอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียง แม่นายเดินเข้ามาใกล้
“ลูกชายชั้นไม่น่าเชื่อฟังแกเลย อินถา” อินถาหันมามอง แม่นายจ้องด้วยแววตาเกลียดชัง
“แก่ไร้ประโยชน์อย่างแกมันน่าจะตายๆ ไปได้แล้ว”
อินถาหายใจแรงด้วยความโกรธ “ศรีวัลลา แก...มันสะใภ้...อำมหิต”
“เพราะใครล่ะ ก็ลูกชายแกใช่มั้ยที่ทำให้ฉันเสียใจ อับอายผู้คน”
“กัศยะ...ไม่ควรเลือกแกเป็นเมีย”
“มันสายไปแล้วล่ะ ถ้าแกจะตายตามผัวเจ้าชู้ของชั้นไปก็ได้นะ ไม่ต้องร่ำลากันหรอก แล้วก็ฝากไปบอกผัวชั้น ลูกชายสุดที่รักของแกด้วย ว่าณไตรเค้าต้องเหมือนชั้น ไม่ใช่เหมือนพ่อ เหมือนปู่”
พ่อเลี้ยงอินถาจ้องแม่นายศรีวัลลาด้วยความเกลียด
วันดีเปิดประตูเข้ามาพร้อมยา แม่นายถอยออกห่าง เดินเชิดผ่านวันดีออกประตูไป วันดีเข้ามาจะป้อนยา เห็นพ่อเลี้ยงอินถาที่มือเท้าเกร็ง ชักตาตั้ง
“พ่อเลี้ยงอินถา พ่อเลี้ยงเป็นอะหยัง”
ถาดยาร่วงจากมือวันดี ที่ตกใจสุดขีด วิ่งออกประตูไปทันที

ขณะที่หนานไตรกำลังจะขึ้นรถ มีธรรพ์ยืนรอส่ง วันดีวิ่งหน้าตื่นมา
“พ่อเลี้ยง พ่อเลี้ยงอินถาชัก”
“คุณปู่”

หนานไตรวิ่งกลับเข้าบ้านไปคนแรก ธรรพ์กับวันดีรีบวิ่งตามเข้าไปอย่างเร็ว
ฝ่ายเนื้อนางกำลังพับผ้า คำฝายลงมานั่งใกล้

“คืนนี้มันเงี้ยบเงียบเนอะ”
“ก็เงียบแบบนี้ทุกคืนนี่จ๊ะ”
“ไม่รู้สิ เห็นตั๋วเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงาน ไม่พูดไม่จา นึกว่าตั๋วกำลังคิดถึง...”
หมื่นหล้าเดินขึ้นเรือนมา เนื้อนางมองจ้องคำฝายให้หยุดพูด หมื่นหล้าเดินไปนั่งพัก คำฝายยังไม่ยอม หันมาลอยหน้าทางเนื้อนางพูดโดยไม่ออกเสียงว่า
“หนานไตร”
เนื้อนางหมั่นไส้แอบหยิก คำฝายจะร้องดังก็ไม่กล้า เนื้อนางยิ้มขำ

ด้านหนานไตรกับธรรพ์มองอินถาที่หลับอยู่ เทพทัตตรวจอาการเสร็จแล้วนั่งอยู่ใกล้ๆ วันดีหมอบอยู่กับพื้น สีหน้าห่วงใย
“ทำไมอยู่ๆ อาการคุณปู่แย่ลงละครับ ป้าวันดี” หนานไตรแปลกใจ
“ป้าก็ไม่รู้ค่ะ พอเอายาเข้ามา ก็เห็นพ่อเลี้ยงนอนเกร็งไปหมด”
“วันก่อนคุณปู่ก็ทานข้าวได้เยอะขึ้นแล้ว” ธรรพ์ว่า
“หรือว่า...”
ทุกคนมองมาที่วันดีเป็นตาเดียว วันดีพูดแบบเกรงๆ
“คือตอนเอายาเข้ามา ป้าเห็นแม่นายกำลังจะออกจากห้อง”
หนานไตรฉงน “แม่นายมาคุยอะไรกับคุณปู่ ทะเลาะกันหรือเปล่าครับ ป้าวันดี”
“ป้าไม่รู้จริงๆ ค่ะ”
วันดีตอบท่าทีเกรงๆ หนานไตรมีสีหน้าอึดอัด เทพทัตเอ่ยเตือนขึ้น
“ยังไงก็ต้องคอยระวัง อย่าให้คุณปู่กระทบกระเทือนจิตใจอีกนะครับ”
“ค่ะ คุณหมอ”
วันดีถอยออกไป ปล่อยให้หนานไตร ธรรพ์กับเทพทัตเฝ้าดูอาการพ่อเลี้ยงอินถา

ขณะที่วันดีเดินออกมาจากห้องพ่อเลี้ยงอินถา จันตาที่หลบอยู่กระชากวันดีเข้ามุมทันที วันดีหันไปมอง ถูกแม่นายตบหน้าผัวะ จันตายืนยิ้มสะใจ
“ใครใช้ให้แกไปตามหมอ” แม่นายเค้นคำ ด่าเสียงต่ำ
“พ่อเลี้ยงเปิ้นไม่สบายหนัก”
“ก็ปล่อยให้มันตายไปสิ”
“แม่นาย ข้าเจ้าทนเห็นพ่อเลี้ยงอินถาตายต่อหน้าต่อตาไม่ได้”
แม่นายตบซ้ำอีกผัวะ แรงจนวันดีล้ม จันตาเข้ามากระชากผมวันดีเงยหน้าขึ้น
“วันหลังอย่าสอดเรื่องเจ้านาย ถ้ายังอยากอยู่บ้านนี้ อย่าเสนอหน้า อย่าพูด เจียมกะลาหัวว่าแกเป็นแค่คนงานเหมือนชั้น เข้าใจมั้ย คุณป้าวันดี”
จันตาผลักวันดีแรง จนหัวโขกพื้น วันดีเงยขึ้นช้าๆ
แม่นายมองเหยียด เดินเชิดเท้าเกือบโดนหน้าวันดี จันตาสะบัดหน้าเชิดเดินตามแม่นายออกไป วันดีมองตาม น้ำตาหยดรินออกมาด้วยความกลัวจับใจ

หนานไตรกับธรรพ์นั่งเฝ้าอาการปู่อยู่ข้างเตียงในห้องนอนพ่อเลี้ยงอินถา เทพทัตนั่งห่าง วันดีเปิดประตูเข้ามา
“ป้าบอกคนรถ ให้ไปส่งคุณหมอที่โรงพยาบาลแล้วค่ะ”
เทพทัตหยิบกระเป๋า หนานไตรมอง
“ขอบใจมาก ไอ้เทพ”
“เออ แกก็พักซะบ้างนะ ณไตร”
เทพทัตออกไป วันดียังรออยู่ในห้อง ธรรพ์ขยับเข้าใกล้ อินถาตื่นขึ้นมา ธรรพ์เอื้อมมือไปกุมมือปู่ แต่อินถาปัดมือธรรพ์ออก

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 5/3 วันที่ 5 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ