อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 5/3 วันที่ 5 ต.ค. 57

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 5/3 วันที่ 5 ต.ค. 57

"ดูหน้ามันสามคน บานยิ่งกว่าถาดนี่อีก" โรสบอกพลางค้อนใส่
"เอาน่ะ กำไรทั้งนั้นเลย ค่อยยังชั่ว นังหนูป่วนมันหาเรื่องเสียเงินเยอะแล้ว คราวนี้ เอาคืนได้เสียที"
เกรซกับมี่มาถึง
ชงโคเสียดสีทักทาย
"เกรซ มี่ มาแล้วหรือจ๊ะ วันนี้จะออกไปเสี่ยอ้วนๆคนไหนดีล่ะ"

เกรซถาม
"นี่แกเยาะฉันหรือ"
"เปล่า แค่ทักทาย เมื่อวานดูรายการฉันหรือเปล่า"


มี่บอก
"ถุย แค่ไก่รองบ่อน ลำดับสุดท้าย ... คราวหน้ามึงก็แพ้"
"อีมี่ มึงเล่นน้ำลายจริงหรือ"
ชงโคตบมี่เปรี้ยง มี่เซ ลูกค้าตกใจหันมามอง
เกรซบอก
"อีชงโค มาเลย อยากตบมึงมานานแล้ว"
เกรซเข้าไปตบชงโคอีกเปรี้ยง ชงโคเซไปที่ โต๊ะ ลูกค้ากรี๊ดกระจายหายหนี ทั้งสองรุมชงโค จับกดที่โต๊ะอาหาร การะเกดตกใจทำอะไรไม่ถูก
"อ๊าย พี่บอย ช่วยด้วย"
พวกโรสสะดุ้ง รีบหันมามอง แต่ยังอยู่ห่างกันมาก
"รุมน่ะมันหมา เกิดเป็นคน ตัวต่อตัวโว้ย"
มาลีพุ่งไปจับเกรซขึ้นมา แล้วผลักออกไป กลายเป็นสองคู่ ปล้ำกันที่พื้น เอาข้าวมาเทใส่หัวกัน บอยถึงก่อน จับแยก
"เฮ้ยหยุดๆ"
บอยถูกมี่ถีบออกมา
"โฮ้ย ทำไมมันแรงเยอะจังวะ"
โรสบุกเข้ามาเอาน้ำมาราดสองคู่จนเปียกปอน ได้ผล หยุดกันหมด
"พี่โรส"
"ฝันอยากเป็นดาว อยากอยู่ที่สูง แล้วดูซิตอนนี้มึงสูงกันจริงไหม ทั้งข้าวทั้งแกง เต็มหัวหูหมดแล้ว"
สมศรีมาชี้ด่า
"เพิ่งชมแหม็บๆ นึกว่าจะได้เงินคืน ลูกค้าตกใจหนีหมดแล้ว เงินก็ไม่ได้จ่าย อีหนูป่วนเอ๊ย"

มาลี ชงโค เกรซ มี่ นั่งหน้าตาสกปรกอยู่ที่พื้น โรสโกรธมาก ซูซี่เดินเข้ามามอง อย่างแค้น
มี่กับเกรซเพิ่งออกมาจากห้องน้ำ หลังจากล้างตัวมา ซูซี่ส่งผ้าให้

"ความสำเร็จครั้งนี้ก็แค่ภาพลวงตา พวกแกสองคนไม่ต้องไปสนใจหรอก ชีวิตมันสามคน จะไม่มีวันดีไปกว่าพวกแกหรอก"
"ทำไมล่ะพี่ซูซี่" เกรซถาม
"เพราะโลกใบนี้ มีสองอย่าง เงินและตัณหา ! ฮึ นังสามคนนั่นแสบนัก คนอย่างมันต้องเจอฉัน !"
ซูซี่ยิ้มร้าย

เวลาเช้า ต้นกุหลาบมีหยดน้ำสะท้อนแสงแดดสวยงาม บัดนี้มีดอกตูมแล้ว วางเคียงกับต้นชงโคและการะเกด ทองทายังนอนหลับอยู่ มาลียกถาดอาหารเช้าเข้ามา
"อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่"
"เฮ้ย เข้ามาทำไม"
"ไม่รู้จะตอบแทนพี่ยังไงดี ก็เลยมาจัดบ้านให้ ดอกไม้สวนพี่ไง"
ทองทามองไปรอบๆ ห้องเรียบร้อย มีดอกไม้ในแจกันวางอยู่สวยงาม
"นี่อเมริกันเบรคฟัสต์ ไง... ฉันทำได้ ออกเสียงถูก รายการ อิงลิชออนทัวร์สอนให้ ... เสิร์ฟถึงเตียงเลยนะ"
"นี่เข้าห้องผู้ชายตอนเช้าๆเนี่ย ผู้หญิงดีๆเขาไม่ทำกันนะแม่คุณ ติดนิสัยยายชงโคมาหรือไง"
"ก็พี่ไม่ใช่ผู้ชายนี่…. ไปแปรงฟันเร็วเข้า เดี๋ยวเย็นหมด เดี๋ยวหนูจะเก็บเตียง"
มาลีเริ่มเก็บห้อง ดูแล ทองทามองด้วยสายตาลึกซึ้งมีความสุข
"เขาแต่งงานกัน เพราะงี้นี่เองเนอะ"
"อะไรนะ"
มาลีมองหน้าทองทา ได้ยินไม่ถนัด ไม่เข้าใจ
ทองทาเอาหน้าเข้าไปใกล้ สบตากัน สองวิ ทองทาส่งสายตามา แต่มาลีไม่เข้าใจ ทองทาพูดเบาๆ ตาหวานฉ่ำ
"ขอบใจจ้ะ คนสวย"
มาลีไม่เขยิบหนี ยิ้มให้ เพราะไม่ได้คิดอะไร ทองทาลุกไป
"ทำหน้าแปลกๆ"
มาลีคิดถึงสายตาเมื่อกี๊ ไม่ค่อยกล้าตีความไป เลยยังงงๆอยู่

ดอกกุหลาบแดง บนต้นของหนูมาลี มีดอกตูม เหมือนความรักที่เริ่มต้น อาหารเช้าบนถาดเกลี้ยงแล้ว ทองทาเพิ่งอาบน้ำเสร็จออกมาจากในห้องน้ำในชุดเสื้อคลุม มาลีเอาชุดมาให้เลือก ทำหน้าที่ต่างๆ เพราะรู้ใจ เข้านอกออกในจนรู้สไตล์ของทองทาว่ามีชุดเก่งชุดไหน มาลี หยิบออกมาให้ดูสองชุด ให้เลือก
"ชุดไหน"
ทองทาชี้ชุดทางขวา หนูมาลี วางให้แล้วเก็บอีกชุดเข้าตู้ และเก็บผ้าต่างๆ เตรียมไปซัก " การะเกดกับ ชงโควันนี้เขาต้องอยู่ร้าน หนูมาลีเลยว่าจะมาเก็บบ้านให้ จะมาคุยกับพี่ด้วย เรื่องรอบต่อไป"
"นั่นมันอีกตั้งนาน"
"เราไม่ค่อยมีเวลา พี่ก็รู้ เราต้องทำงานมากกว่าคนอื่นสามเท่า เราถึงจะชนะ"
"วันนี้พี่มีธุระ"

"ธุระอะไร ช็อบปิ้งหรือ ให้ไปช่วยถือของให้ไหม"
ภายในสวนของโรงพยาบาลดูแลคนโรคจิต ทองทากับมาลียืนมองช้องนางที่นั่งเหม่อเศร้า

"นั่นแม่พี่หรือคะ"
"ถอยห่างพี่ไปก่อน เดินใกล้ๆ จะไม่ปลอดภัย"
มาลีถอยไป ด้วยความงง
"แม่ครับ วันนี้เป็นยังไงบ้าง"
"เมืองแมน แกมาทำไม คนทรยศออกไปนะ ออกไป"
ช้องนางจะฟาดหน้า ทองทาหลบทัน ถอยกรูด
ช้องนาง หันไปมองหามาลี
"แกจะพาผู้หญิงคนนั้นมาเยาะฉันหรือ"
มาลี สะดุ้งรีบหยิบสายยางมา ทำทีเป็นคนสวนอย่างรวดเร็ว ยืนรดๆไปทั้งที่ไม่มีน้ำ เข้าใจแล้วว่า ทองทาหมายถึงอะไร
พยาบาลเข้ามาดูทันที กันให้ทองทาถอยออกไปยืนไกลๆ
"ออกห่างไปก่อนค่ะ"
ช้องนางหันหนีไปคร่ำครวญทางอื่น
"ฉันจะพาลูกไปอยู่เมืองนอก เราจบกันแค่นี้เถอะ ฉันทนไม่ไหวแล้ว"
ช้องนางก้มหน้าลงร้องไห้ มาลีเห็นเขาไม่มอง เลยกระซิบถาม
"พี่เป็นอะไรไหม"
"หลบทัน พอห่างไปนานๆเป็นอย่างนี้ทุกที สงสัยวันนี้จะคุยกันไม่รู้เรื่อง"
มาลี คิดอะไรได้
"ขอฉันลองบ้างได้ไหม"
"นี่อย่าเลย"
ไม่ทันแล้ว มาลีเดินไปนั่งข้างๆช้องนาง
ช้องนางหันมาเจอ
"เธอเป็นใคร"
มาล บรรจงฮัมเพลงทีละตัวโน้ต ให้กลายเป็นการสื่อสารให้ได้ซึ่งไพเราะและเต็มด้วยความรู้สึก
มาลีฮัมเพลง "หนูมาลี" ให้เกิดความสดใส พลางยิ้มไปด้วย
ช้องนางคิดๆชื่อเพลง
"หนูมาลี"
มาลีพยักหน้าว่าใช่ ช้องนางคล้อยตาม ยิ้มออกมา สนใจมาลีทันที
มาลีฮัมทำนอง "ธรณีกรรแสง" ที่ดูไม่ตลก ไม่แอกติ้งให้ทำนองเพลงทำหน้าที่
บอกอารมณ์ตรงไปตรงมา เต็มไปด้วยความรู้สึก
ช้องนางใช้หูฟังความรู้สึกนั้น อย่างจริงจัง
"มีเรื่องเศร้าหรือลูก"
มาลีพยักหน้าเล็กๆ
มาลี ฮัมทำนอง "เพลงค่าน้ำนม"
"ทะเลาะกับพ่อ"
มาลีพยักหน้า
"โถ พ่อแม่รักลูกทุกคนนะ อย่าคิดมาก"
ช้องนางเข้ามาจับไหล่ปลอบ การสื่อสารด้วยวิธีฮัมทำนอง กลายเป็นเรียกร้องความสนใจจากช้องนางได้ อย่างไม่น่าเชื่อ ช้องนางลืมเรื่องของตนหันมาสนใจมาลีทันที
ทองทาทึ่ง มาลีทำได้ยังไง
มาลีหยิบมือถือออกมาเปิดดนตรีวอลซ์สำหรับเต้นรำ แล้ววางไว้
มาลีดึงช้องนางลุกขึ้น แล้วเริ่มเต้นไปตามเพลง ทั้งสองเต้นไปพร้อมกัน ช้องนางหัวเราะอารมณ์ดีขึ้นทันที
"วอลซ์ไม่ได้เต้นอย่างนี้สักหน่อย มั่วๆนะเธอ"
มาลีเต้นนำช้องนางไปหาทองทา แล้วดึงช้องนางให้ ทองทารับไปเต้นต่อ
ทั้งสองเต้นกัน ช้องนางดูมีความสุขขึ้นที่ได้เต้นรำ ช้องนางมองหน้าทองทาแล้วคิด ในที่สุดจู่ๆก็จำได้
"ทองทา ทองทามาเยี่ยมแม่หรือลูก"
ทองทาตกใจมาก ดีใจ ที่แม่จำตนได้แล้ว มาลีปรบมือเบาๆ... สำเร็จ
"แม่คิดถึงลูก เราไม่ได้เต้นรำด้วยกันนานเท่าไหร่แล้วนะ"
ช้องนางเต้นไป กอดลูกไป
ทองทาดีใจมาก ไม่ได้กอดแม่มานานแล้ว กอดตอบแนบแน่น
"ผมคิดถึงแม่ยิ่งกว่า ผมรักแม่นะครับ"
นาทีที่สำคัญ ทั้งสองต่างซาบซึ้งมาก
"แม่ก็รักลูก รักลูกที่สุด"

ช้องนางกับทองทา ยิ้มออกมาด้วยความรัก
ช้องนางกำลังสอนพยาบาลเต้นวอลซ์อยู่ห่างไป ช้องนางมีความสุข ยิ้มแย้ม เป็นคนละคน

"พี่พยายามหาวิธีเข้าถึงแม่มาหลายปี แต่หาไม่ได้ จู่ๆ หนูก็เข้ามาทำเหมือนมันเป็นเรื่องง่ายๆ"
"ก็พี่บอกว่า ดนตรีคือการสื่อสาร พี่บอกคุณแม่เป็นนักดนตรีนักเต้น แสดงว่าท่านต้องเข้าใจดนตรีมากกว่าคำพูด"
"จริงๆด้วย" ทองทามองแม่ที่ยิ้มสนุกกับพยาบาล
"แล้วพี่ยังบอกอีกว่า เวลาที่ดีที่สุดที่พี่มีกับแม่คือ ตอนเต้นรำ หนูก็เลยจำได้ว่า ท่านต้องมีความสุขกับดนตรีและการเต้นรำ ถ้าเราเริ่มจากความสุข อะไรๆมันก็ดีทั้งนั้น ดนตรีบำบัดไงพี่"
"เออเนอะ ทำไมพี่ไม่เคยคิดถึงวิธีนี้มาก่อนนะ"
"พี่คงเอาแต่เสียใจเรื่องแม่จำแต่พ่อ ชื่อแมนอะไรนะคะ ชื่อพ่อพี่ชื่ออะไรนะ"
ทองทามองหนูมาลี นิ่งๆ ตาบอกความรู้สึกรัก จนมาลีต้องหยุดพูด
"ตาพี่ตอนนี้ เหมือนกำลังร้องเพลง"
ทองทาดึงมาลีเข้ามากอด มาลียิ้มมีความสุข เข้าใจดี
"หนูหายใจไม่ออกแล้ว"
"เธอต้องเป็นครึ่งหนึ่งที่หายไปของฉันแน่ๆ"
"ใช่ค่ะ พี่น่ะครึ่งหนึ่งของหนูมาลีอยู่แล้ว โดยเฉพาะนับจากนี้ต่อไป ทุกความสำเร็จของหนูมาลี จะมีพี่อยู่ครึ่งหนึ่ง"
"ขอบใจจริงๆ ขอบใจนะ"
ช้องนางมีความสุข ยิ้มใหญ่ชี้ให้พยาบาลมองทั้งคู่

อธิแวะมากินข้าวกลางวันฝีมือการะเกด ที่ร้านเซอร์ไพร์ส การะเกดกับชงโคทำความสะอาดร้านอยู่ตามปรกติ
"ถ้าน้ำหนักพี่ขึ้นเพราะเธอ เธอต้องรับผิดชอบนะการะเกด"
"รับผิดชอบยังไงคะ"
"ก็ง่ายๆแค่…"
อธิหลบตาเขินการะเกด จะจีบ แต่ไม่กล้า การะเกดงง ชงโคเบ้หน้า หมั่นไส้การะเกดเล็กๆ
"พี่อธิจีบเธอ แอ๊บหรือเปล่าถึงไม่รู้เนี่ย"
อธิสะดุ้งโหยง
"เฮ้ย ... ชงโค พูดอะไรอย่างนั้น"
การะเกดบอกเหตุผลออกมาตรงๆ
"ไม่ได้แอ๊บ ก็พี่ทองทากับพี่อธิ เป็นแฟนกัน ไม่ใช่หรือ"
อธิไอแค่กๆ จนต้องดื่มน้ำ หนักข้อเข้าไปอีก
ชงโคหยิบหนังสือพิมพ์ข่าวบันเทิงแถวนั้นขึ้นมา มีรูปบุษบาบัณให้สัมภาษณ์
"นักข่าวยังเล่นข่าวคุณเบลอยู่ เขายืนยันว่าคุณเบลโกง พี่อธิอ่านหรือยัง" ชงโคว่า
"อื้อ อ่านแล้ว เขาพยายามหาหลักฐานกันใหญ่ ถ้าคุณเบลโกง เขาก็ต้องออก คู่แข่งจะน้อยลง พวกเธอก็สบาย"
"แล้วถ้าหาความจริงไม่ได้ เขาก็จะโกงต่อไป คนที่เหลืออยู่ตอนนี้ ก็สู้ไปทั้งที่ไม่ชนะ คนชนะสุดท้ายก็คือยายเบล"
การะเกดบอก
"โอกาสของคนด้อยโอกาส ถูกทำลายโดยคนที่เกิดมาพร้อมกับโอกาส"
ทั้งคู่เศร้า อธิปลอบ
"ธรรมชาติ จะมอบความเข้มแข็งให้คนด้อยโอกาส และเมื่อคนด้อยโอกาสลุกขึ้นสู้ด้วยความเข้มแข็งนั้น เขาจะชนะ นี่แหล่ะคือความยุติธรรมของธรรมชาติ"
"หนูต้องสู้ใช่ไหมคะ" การะเกิดถาม อธิพยักหน้า
"ฟังดูน่าเหนื่อย… ปัญหาคือ คนบางคนสู้ตลอดชีวิต แต่ไม่เคยชนะเลย ถ้าเราเป็นแบบนั้นล่ะ"

อธิอึ้ง ชงโคดูหมดความหวังขึ้นเรื่อยๆ
ตอนกลางคืน รถเบนซ์คันหนึ่งเข้ามาจอด วานิชเดินลงมา พร้อมสมุน 2 คน

ซูซี่ มี่ เกรซ รู้ข่าวก่อนแล้ว รีบมาต้อนรับ
ภายในร้าน โรสกับบอยมองไป
"ใครวะ นังซูซี่ต้องไปรับเสด็จขนาดนั้น"
"คุณวานิช ขาเที่ยวแถวนี้ เที่ยวอาบอบนวดทุกวัน จ่ายไม่อั้น ไม่รู้รวยมาจากไหน"
"ซูซี่เคยรับใช้ท่าน ตอนอยู่ เดอะพาราไดซ์ จำได้ไหมคะ" ซูซี่แนะนำตัว
"อื้อ แล้วตอนนี้ออกมาเป็นมามาซังเอ็งหรือ"
"แหม เบาหน่อยก็ได้ค่ะ คือพอดีมีน้องๆต้องดูแล นี่ มีมี่ กับเกรซ คืนนี้ เราจะดูแลเสี่ยนะคะ"
วานิชมองมี่กับเกรซ หัวจรดเท้า ชี้หน้าอกตรงไปตรงมา พูดจาเสียงดังเป็นนิสัย มองผู้หญิงเหมือนจะเลือกซื้อวัว
"หน้าอกน่าจะไปทำอีกนิด สะโพกด้วย มันต้องตึงๆ แน่นๆ มิน่าแขกไม่ค่อยมี"
มาลีที่ทำงานแถวนั้น ได้ยินเต็มๆ นิ่วหน้ามองไม่ชอบที่วานิชพูด
"ไปตามเด็กสามคนที่เข้าประกวดมาให้ดูที"

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 5/3 วันที่ 5 ต.ค. 57

ละคร มาลีเริงระบำบทประพันธ์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำ บทโทรทัศน์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำกำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละคร มาลีเริงระบำผลิตโดย บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด
ละคร มาลีเริงระบำ ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ที่มา ไทยรัฐ