อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 5/4 วันที่ 6 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 5/4 วันที่ 6 ต.ค. 57

เทพทัตออกไป วันดียังรออยู่ในห้อง ธรรพ์ขยับเข้าใกล้ อินถาตื่นขึ้นมา ธรรพ์เอื้อมมือไปกุมมือปู่ แต่อินถาปัดมือธรรพ์ออก
“เฮ้ย เอ็งไปห่างๆ ข้า”
ธรรพ์หน้าหมองลงทันที ผละตัวห่างออกมา วันดีเข้าไปโอบเบาๆปลอบธรรพ์ด้วยความสงสาร
“ณไตร เข้ามาหาปู่”

“ครับ คุณปู่”
หนานไตรเข้าไปใกล้อีก อินถากุมมือหลานชาย สั่งด้วยเสียงฝากฝัง
“รักษาสมบัติของเรา ไม่ว่าปู่จะอยู่หรือตาย อย่าให้ไอ้ อีคนไหนที่มันไม่ใช่สายเลือดของปู่ มันเอาไปได้”



“ครับ ผมสัญญา...คุณปู่พักก่อนนะครับ”
อินถาหลับตาลงด้วยรอยยิ้มในหน้า เพราะหนานไตรให้สัญญา หนานไตรห่มผ้าให้ปู่
ธรรพ์หน้าหมอง วันดีทอดสายตามองสงสารธรรพ์

หนานไตรกุมมือปู่ไว้ด้วยสายตาห่วงใย
เช้าวันถัดมา ขณะที่เนื้อนางกำลังแปลเอกสารอยู่ที่โต๊ะบนเรือนสำนักงาน แสงคำเดินผ่านมาหยุดมอง คำฝายที่ทำความสะอาดอยู่เห็นแสงคำ ก็รีบวิ่งไปทางม่อนดอยที่มาช่วยเฝ้าเนื้อนางทันที

แสงคำเดินอาดๆ ขึ้นเรือนมา ม่อนดอยเดินมาขวางแสงคำทันที
“เนื้อนางไม่อยากคุยกับเอ็ง”
แสงคำไม่สน ผลักกระแทกม่อนดอยกระเด็น คำฝายตกใจ เนื้อนางเงยขึ้นมาเห็นทันที
“อย่ามาหาเรื่องแถวนี้นะ อ้ายแสงคำ เนื้อนางไม่ชอบ
ม่อนดอย กะคำฝายรีบมายืนข้างเนื้อนาง
“ใช่สิ เดี๋ยวนี้อ้ายมันคอยแต่จะหาเรื่องเนื้อนาง”
แสงคำมองเนื้อนางอย่างน้อยใจ เดินหัวเสียลงจากเรือนไป
“พิษรักแรงหึง ทำคนดีๆ กลายเป็นหมาบ้าไปซะแล้ว”
คำฝายบ่น ทุกคนได้แต่มองตามอย่างไม่สบายใจกับท่าทางแสงคำ

รัญจวนกำลังทำขนมจีนน้ำเงี้ยวอยู่หน้าเตาในครัว เปิดปากเม้าท์ขึ้นเสียงสูง
“มันน่าจะขย้ำนังเนื้อนางเสียให้รู้แล้วรู้รอด รวบหัวรวบหางกินกลางทั้งตัวแล้วก็พากันออกไปจากปางนี้ซะ”
กำปุ้งที่ตำน้ำพริกออกเสียง
“แหม แม่นายรัญจวนใจขา มันจะออกไปจากปางให้โง่หรือคะ นังเนื้อนางมันจะไปทำมาหากินอะไร ไอ้แสงคำมันก็ทำอย่างอื่นไม่เป็น นอกจากอยู่กับช้าง โง่ซะเชอะ...แมงมุมตัวน้อยน้อย ยังอยู่แถวนี้ทั้งตัว”
สร้อยฟ้าแย้ง “แต่เนื้อนางมันอ่านภาษาอังกิดออกนะ”
“เพราะอย่างงี้ ข้าล่ะอยากไปกระชากมันลงมาจากเรือนสำนักงาน”
กำปุ้งขยับ “ไปเลยมั้ยคะ”
รัญจวนประชด “ไปสิ กับข้าวจะได้ไหม้ทั้งเตา เรื่องอะไรข้าจะลดตัวลงไปฉะกับมันฟรีๆ รอให้คุณแขไขมา ตบมันต่อหน้าคุณแขไข ข้าก็จะได้รางวัล”
“จะมาเมื่อไหร่ละคะ คุณแขไขน่ะ อยากมาก็มา อยากไปก็ไป เคยเห็นหัวลูกน้องอย่างเรารึก็เปล่า” กำปุ้งค่อนขอด
“เออน่า ยังไงหลังเราก็ต้องพิงแม่นายกับคุณแขไขไว้ก่อน ใครเป็นเจ้าของปาง เราก็ต้องเข้าข้างคนนั้นแหละ”
รัญจวนสรุป

หนานไตรมองเห็นเนื้อนางกำลังแปลเอกสารอยู่ตามลำพังในสำนักงาน เนื้อนางรู้สึกเหมือนมีคนจ้องก็เงยขึ้นมอง
เนื้อนางยิ้มทัก “หนานไตร”
หนานไตรที่ถือหนังสือนิยายภาษาอังกฤษ ยิ้ม เดินเข้ามาใกล้เนื้อนาง
“ขยันทำงานจังเลย” พลางส่งหนังสือให้ “ของฝากครับ”
เนื้อนางรับหนังสือนิยายภาษาอังกฤษเรื่อง Sense and Sensibility ของ Jane Austen
กับ Romeo and Juliet ของ William Shakespeare ลูบคลำรูปเล่มอันสวยงามอย่างดีใจ
“ไปเอามาจากไหน หนานไตร”
“คือ...ผมฝากเค้าซื้อมาน่ะครับ”
หนานไตรขยับมาใกล้เนื้อนาง เอียงคอมอง
“เนื้อนางชอบมั้ย”
เนื้อนางหันมา เห็นใบหน้าหนานไตรที่อยู่ๆ ใกล้ เนื้อนางสบสายตากับหนานไตร สองคนยิ้มให้กัน

ที่บ้านหิมวัต ธรรพ์ยืนอยู่ตรงหน้าแม่นายที่กำลังใส่อารมณ์ แขไขมองโมโหธรรพ์ ดาวเด่นยืนใกล้พี่สาว
“อีกแล้ว ไปอีกแล้วไอ้ปางช้างเนี่ย ไหนว่ารักปู่นักหนา แล้วทำไมณไตรถึงทิ้งปู่ไปได้”
“ผมอาสาดูแลคุณปู่เองครับ วันนี้พี่ไตรมีงานสำคัญมาก”
แขไขไม่เชื่อ “โกหก พี่ณไตรจะไปเฝ้าเนื้อนาง”
“ไม่ใช่ครับ พี่ณไตรไปเรื่องงานสำคัญที่สุดของปาง วันนี้พี่ณไตรต้องตรวจนับไม้ก่อนล่องแพไปส่งลูกค้า”
แขไขหันมองไปที่แม่นายสายตาเป็นคำถาม แม่นายพยักหน้าว่าจริง ดาวเด่นเข้ามาใกล้พี่สาว เตือนขึ้น
“หึงจนเข้าขั้นปากพล่อย ถ้าพี่ณไตรได้ยินกับหู รับรองคะแนนติดลบ กู่ไม่กลับ”

หนานไตรเดินคุยมากับหมื่นหล้า
“ล่องซุงตีทะเบียนลงไปรอบนี้แล้ว ผมจะให้พักการตัดไว้ก่อน อยากให้หมื่นหล้าระดมพวกเรามาช่วยกันปลูกป่า”
“ดี ตัดไปแค่ไหน ก็ต้องปลูกเพิ่มให้มากกว่าเดิม ถ้าป่าไม่มีต้นไม้ ต่อไปทั้งคน ทั้งสัตว์จะเดือดร้อนกันหมด”
หนานไตรยิ้มเห็นด้วยกับหมื่นหล้า
“ข้าจะไปบอกพวกควาญไว้ก่อน”
หมื่นหล้าเดินแยกไปอีกทาง หนานไตรมองด้วยรอยยิ้ม ม่อนดอยวิ่งหน้าตื่นมาบอกหนานไตร
“หนานไตร ข้าไปตรวจไม้อีกทีอย่างที่แกสั่ง ซุงหายไป 10 กว่าท่อน”
“ใครเป็นคนตรวจนับตีตราไม้”
“ทุกทีก็...แสงคำ”
หนานไตรมีสีหน้าไม่พอใจ สงสัยแสงคำขึ้นมาทันที
“แสงคำ”

มุมหนึ่งในสวนสวยบ้านหิมวัต ดาวเด่นมองแขไขที่เดินเป็นเสือติดจั่นอยู่ ภายหลังรู้ว่าณไตรหนีกลับปางไปแล้ว

“พี่ต้องไปตามพี่ณไตร” แขไขเอ่ยขึ้น
ดาวเด่นร้องห้าม “ไม่ได้นะพี่แข ก็รู้อยู่ว่าพี่ณไตรไปทำงาน ไปรบกวนเค้ามากๆ เค้าจะหมดความอดทน”
ธรรพ์เดินมาพอดี ดาวเด่นหันไปมองขอร้องธรรพ์
“พี่ธรรพ์ ช่วยห้ามพี่แขทีนะคะ”
แขไขสะบัดหน้าหนีไปทางอื่น คล้ายไม่อยากรับฟัง ธรรพ์มองแล้วเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น
“ยิ่งตาม พี่ไตรจะวิ่งหนีนะครับ”
“เชื่อพี่ธรรพ์เถอะนะ ใครจะรู้จักพี่ณไตรดีเท่าพี่ธรรพ์” ดาวเด่นบอก

แขไขเดินหุนหันออกไปทันที ธรรพ์กับดาวเด่นมองหน้ากันอย่างอ่อนใจ
ฝ่ายหนานไตรเดินมาตามทางในปางกับม่อนดอย ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสงสัย

“ตอนผู้จัดการคนเก่าอยู่ ไม้ก็เคยหายแบบนี้ใช่มั้ย”
“ข้าก็ไม่รู้ชัดๆ หรอก ไม่มีใครเค้าพูดกัน แค่แว่วๆ แล้วก็ลอยหายไปตามลม รู้แต่ว่าถ้าผู้จัดการทะเลาะกับพวกควาญเมื่อไหร่ ไม่มีใครอยู่ทนสักคน”
“ควาญที่มีปัญหากับผู้จัดการคงไม่ใช่หมื่นหล้า แต่เป็นแสงคำ” หนานไตรว่า
“แล้วแกจะเอายังไง เรียกแสงคำมาสอบสวนเลยสิ”
“อย่าเพิ่ง ม่อนดอย แกห้ามบอกเรื่องไม้หายกับใครทั้งนั้น เรารู้กันแค่สองคน”
ม่อนดอยคาใจ “แกจะทำอะไร หนานไตร แกจะเอาเรื่องแสงคำมันหรือเปล่า”
“ฉันมาที่นี่ มาทำหน้าที่ผู้จัดการ อะไรที่ไม่ถูกต้อง ฉันจะไม่ยอมก้มหัวให้”
แววตาหนานไตรกร้าว เอาเรื่องเต็มที่

ในขณะที่แสงคำกำลังให้อาหารช้าง อินเดินเข้ามาถาม
“เราจะล่องไม้เมื่อไหร่”
“ยังไม่มีคำสั่ง”
“ไหนว่าหนานไตรมาดูไม้แล้ว”
แสงคำเยาะ “ผู้จัดการอย่างมันจะตัดสินใจอะไรเป็น”
“งั้นเราก็ต้องรอน่ะสิ” อินว่า
“ใช่ รอจนขนไม้ไม่ทัน ไอ้ผู้จัดการคนใหม่มันลำบากแน่”
แสงคำยิ้มในสีหน้า แววตามีแผนการณ์บางอย่าง

ตกตอนเย็นวันนั้น หนานไตรเดินขึ้นมาบนสำนักงาน เนื้อนางกำลังเรียงเอกสารในตู้ให้เรียบร้อย พอหันมาเห็นหนานไตรก็ยิ้ม
“อ้าว หนานไตร ฉันแปลเอกสารเสร็จแล้ว ดูหน่อยสิว่าใช้ได้มั้ย”
หนานไตรมองแค่นิดเดียว ไม่ค่อยสนใจเอกสารเท่าไหร่
“ผมมีอีกหลายฉบับ พรุ่งนี้มาแปลอีกนะครับ”
“หลายฉบับเลยเหรอ”
“ทำไมล่ะ เนื้อนางจะไม่ช่วยผมแล้วเหรอ”
“ฉันขอพาพี่คำฝายมาช่วยด้วยนะ ไม่อยากอยู่ที่นี่คนเดียว”
“คนเดียวที่ไหน ก็มีผมอยู่ด้วย”
หนานไตรยิ้มกรุ้มกริ่มทำตาแพรวพราว เนื้อนางหัวเราะขัน
“นั่นแหละ น่ากลัวที่สุด” เนื้อนางถามนึกขึ้นได้ “หนานไตร คุณแขไขเค้าจะกลับมาสอนหนังสือเด็กๆ อีกหรือเปล่า”
“คงไม่แล้วล่ะ จริงๆ ผมอยากให้เนื้อนางเป็นครูมากกว่า”
“ไม่ได้หรอก คุณแขไขเธอเป็นคนของแม่นาย ยังไงฉันก็ต้องฟังคำสั่ง” เนื้อนางลองเลียบเคียงถามเรื่องคาใจ “อืม...แล้วหนานไตรสนิทกับคุณแขไขมากล่ะสิ”
หนานไตรนิ่วหน้าฉงน “สนิท...ทำไมเนื้อนางคิดว่าสนิทล่ะครับ”
“ก็เห็นคุณแขไขเค้าโมโหเวลาที่หนานไตรมาใกล้ๆ เนื้อนาง”
“ผมกับคุณแขไขรู้จักกันแค่...เจ้านาย ลูกน้อง”
แววตาเนื้อนางยังไม่ค่อยเชื่อนัก หนานไตรยิ้มให้ความมั่นใจ
“เชื่อผมเถอะ เนื้อนาง ผมไม่ได้คิดอะไรกับคุณแขไขเลย เนื้อนางสบายใจได้”
“ฉันก็ไม่ได้คิดมากอะไรสักหน่อย”
หนานไตรเย้าหยอก “โธ่ ผมอุตส่าห์ดีใจ คิดว่าเนื้อนางจะหึง”
“ทำไมฉันต้องหึงหนานไตร”
เนื้อนางเดินหนี จะลงเรือนกลับบ้าน หนานไตรเดินตามมาใกล้ แหย่ด้วยแววตาอ้อนๆ
“หึงก็ได้นะ หึงหน่อยสิ เนื้อนางหึงผม ผมจะได้ดีใจ”
เนื้อนางอมยิ้มเขิน เดินหนี ลงเรือนกลับบ้านไป หนานไตรยิ้มมองตามอย่างมีความสุข

ค่ำนั้นแขไขกำลังมองบัวผุดที่เอากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ออกมา ธรรพ์เห็นแล้วถามแขไขที่ยืนข้างแม่นายศรีวัลลา
“คุณแขจะกลับบ้านเหรอครับ”
ดาวเด่นเดินตามจันตาที่ลากกระเป๋าอีกใบออกมา ตอบแทนให้
“พี่แขน่ะเหรอ ลืมทางเข้าบ้านไปแล้วล่ะค่ะ จำได้แต่ทางเข้าปาง”
แขไขยิ้มกับธรรพ์ “พรุ่งนี้เช้าแขต้องกลับไปทำหน้าที่ครูค่ะ”
แม่นายเอ่ยขึ้น “ที่จริงหนูแขไม่น่าจะต้องลำบาก ยังไงป้าก็สั่งให้ณไตรกลับบ้านได้”
“อย่าเลยค่ะ แม่นาย ให้แขไปคอยดูแลพี่ณไตรใกล้ๆ ดีกว่า”
“จริงค่ะ คุณณไตรต้องการความนุ่มนวล อ่อนหวาน เจ้ากี้เจ้าการของอิสตรีดูแลอย่างประชิดติดตัว”
“หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ ว่า เฝ้าไว้ไม่ให้คลาดสายตา”
จันตาท้วงติง “อุ๊ย นั่นหมานะคะ”
“ก็ใครว่าไม่ใช่ล่ะ สุนัขเฝ้ารางหญ้า”
แขไขปราม “ยายดาว”
แม่นายปรายตามองหมั่นไส้ดาวเด่น เจ้าตัวลอยหน้ายิ้มให้ แขไขชักโมโห
“พี่ธรรพ์คะ แขมีเรื่องรบกวน ช่วยสั่งคนพาน้องดาวเด่นไปส่งที่บ้านทีเถอะค่ะ”
ดาวเด่นไม่ยอม “ดาวไม่กลับนะคะ คุณน้าผู้ชายสั่งไว้ว่าดาวต้องอยู่กับพี่แข”
แม่นายยิ้มเย็น “กลับไปเถอะจ้ะ อ่อนแอขี้โรคกระเสาะกระแสะ เกิดไม่สบายในปางอีก ก็จะเป็นภาระของหนูแข ภาระของธรรพ์ ภาระของฉัน และภาระของทุกคน”
แม่นายยิ้มเยาะดาวเด่น จันตาเหยียดยิ้มสะใจเปิดเผย

ดาวเด่นมองตอบโต้ทุกคนด้วยสายตาดื้อดึง ไม่ยอมแพ้
เช้าวันนี้ หนานไตรยืนอยู่กับหมื่นหล้า มีม่อนดอยยืนข้างๆ หนานไตร ส่วนแสงคำ อิน กับคนงานยืนอยู่ตรงข้าม

“เคลื่อนย้ายไม้ที่ตีทะเบียนแล้ว ส่งให้เสร็จภายในอาทิตย์นี้เลยครับ” หนานไตรสั่ง
“เอ้า ไอ้แสงคำ ได้ยินแล้วนะ เรียกคนของเรามาทำงานให้หมด” หมื่นหล้าบอก
“ช่วงนี้ช้างป่วยหลายตัว ทำงานไม่ได้”
สิ้นเสียงนั้นหนานไตรหันขวับไปมองแสงคำทันที
“วันก่อนยังเห็นทำงานกันได้”
“ก็มันเพิ่งป่วย”
ม่อนดอยเอ่ยขึ้น “อย่างนี้เราจะส่งไม้ไม่ทัน”
หมื่นหล้าบอก “ไม่ต้องห่วง หนานไตร ข้าจะรีบรักษาให้”
“ไม่เป็นไรครับ หมื่นหล้า ยังไงเราก็ต้องส่งไม้ให้ทันเวลา”
หมื่นหล้าฉงน “แล้วเอ็งจะทำยังไง หนานไตร”
หนานไตรไม่ตอบชายชรา มองแสงคำกับพวกด้วยแววตาท้าทาย

ด้านเนื้อนาง กับคำฝายนั่งกินข้าวเช้าอยู่ที่โรงอาหาร กำปุ้งสะกิดรัญจวนให้มอง ชั่วอึดใจหนึ่ง สองดาวยั่วพากันเดินตรงมาที่เนื้อนาง คำฝาย
“กินเข้าไปเยอะๆ นะ จะได้มีแรงออดอ้อนผู้จัดการ เผื่อจะได้เจ้าบ่าวคนใหม่”
เนื้อนาง คำฝายวางช้อนลง มองรัญจวน
รัญจวนเยาะ “อิ่มละ”
กะเทยดอยเสริม “สงสัยจะรีบไปทำงานบนเรือนสำนักงานค่ะคุณพี่ งานอะไรน้า หุบๆ อ้าๆ อ้าๆหุบๆ”
“งานล้างปากหุบๆ อ้าๆ ของแกไง นังแมงมุมยักษ์”
คำฝายกับกำปุ้งจะปรี่เข้าหากัน
“ไม่รู้อะไรจริง ก็เงียบซะบ้าง หรืออยากปากแตกก่อนหน้าหนาว”
เนื้อนางกำหมัดจ้องเอาเรื่องรัญจวน ยังไม่ทันซัดกัน สร้อยฟ้าก็วิ่งหน้าตื่นมาส่งเสียงดังบอกทุกคน
“เค้าว่าหนานไตรทะเลาะกับแสงคำเรื่องขนไม้”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 5/4 วันที่ 6 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ