อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 6 วันที่ 6 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 6 วันที่ 6 ต.ค. 57

“ไม่รู้อะไรจริง ก็เงียบซะบ้าง หรืออยากปากแตกก่อนหน้าหนาว”
เนื้อนางกำหมัดจ้องเอาเรื่องรัญจวน ยังไม่ทันซัดกัน สร้อยฟ้าก็วิ่งหน้าตื่นมาส่งเสียงดังบอกทุกคน
“เค้าว่าหนานไตรทะเลาะกับแสงคำเรื่องขนไม้”
“ทะเลาะกับพวกควาญ หนานไตรมันจะอยู่ไม่ได้นะ” รัญจวนว่า

เนื้อนาง กับคำฝายมองหน้าสบตากันแล้วลุกออกไปทันที
กำปุ้งจีบปากเสียดสีไล่หลัง “ตายแล้ว พอพูดถึงอดีตเจ้าบ่าว มันก็แล่นไปหา”
“รีบไป ชาวบ้านตีกัน มันเรื่องของเรา”
รัญจวนวิ่งนำ กำปุ้ง สร้อยฟ้าตาม และมีบรรดาชาวบ้านวิ่งตามออกไปด้วยความอยากรู้



ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดนั้น หนานไตรยืนตรงข้ามแสงคำ หมื่นหล้า อิน กับควาญช้างทุกคนมองหนานไตรด้วยสายตาสงสัย เมื่อหนานบอกจะไม่ใช้งานควาญช้าง เนื้อนาง คำฝายวิ่งมาเห็นสองฝ่ายยืนประจันหน้ากัน
“ข้องใจกันมากนักเหรอ ทำไม ช้างป่วย ผมก็จะเอารถบรรทุกขนไม้ออกไป ไม่เห็นลำบากตรงไหน ถึงยังไงเราก็ต้องส่งไม้ให้ตรงเวลา”
รัญจวนวิ่งนำสร้อยฟ้า กำปุ้งกับชาวบ้านที่พากันตามมาดูเหตุการณ์ ทุกคนพากันมองหนานไตรที่ยืนเผชิญหน้าแสงคำ
“ทำอย่างนี้ อีกหน่อยก็ให้รถมันมาลากไม้แทนช้างเลยสิวะ” แสงคำว่า
ชาวบ้านพากันฮือฮา หนานไตรยังยิ้ม
“อย่าหาเรื่องน่ะ แสงคำ ฉันไม่ได้พูดเรื่องไล่ควาญช้างสักหน่อย” หนานไตรจ้องตาแสงคำ “ฉันกำลังแก้ปัญหาในฐานะผู้จัดการ เราไม่จำเป็นต้องใช้รถเลย ถ้าพวกนายดูแลช้างให้ดีกว่านี้”
แสงคำจ้องตาตอบ “แกคิดว่าฉันทำงานไม่ดี”
“ใช่หรือไม่ใช่ นายรู้อยู่แก่ใจ แสงคำ”
ทุกคนมองการเผชิญหน้าของหนานไตรกับแสงคำอย่างหายใจไม่ทั่วท้อง
หมื่นหล้าตัดบทขึ้น “เอาละ แยกย้ายกันได้แล้ว เร่งทำงาน”
รัญจวนเซ็ง “อะไร มันต้องมีแลกกันสักหมัดสองหมัด”
“เดี๋ยวก่อนครับทุกคน ไหนๆ ก็มารวมกันที่นี่แล้ว ผมมีเรื่องจะบอก”
ทุกคนมองหนานไตรเป็นตาเดียว
คำฝายกระซิบถามเนื้อนาง “จะไล่อ้ายแสงคำหรือเปล่า”
“ไม่หรอก หนานไตรไม่ทำแบบนั้น” เนื้อนางมั่นใจ
คำฝายมองเหล่ “หืม รู้ใจไปซะหมด หมั่นไส้นะยะหล่อน”
เนื้อนางมองค้อนคำฝาย แล้วมองไปที่หนานไตร
หนานไตรหันมองทุกคนด้วยรอยยิ้มสบายๆ
“ผมเห็นพวกเราขยันทำงานกันตลอด ผมอยากขอบใจทุกคน อยากให้พวกเราได้มีความสุขกันเล็กๆ น้อยๆ ก็เลยคิดอยากจะจัดงานประกวด ธิดาปาง ขึ้น”
กะเทยกำปุ้งเนื้อเต้น ปากสั่น ยกมือ ร้องกรี๊ดด “อ๊าย... ชั้น...ชั้นประกวดคนแรก”
สร้อยฟ้าเอาด้วย “ชั้นคนที่สอง”
สาวคนงานในปางรีบหันมาคุยกันสีหน้าตื่นเต้น หนานไตรมองไปทางเนื้อนาง
“ทุกคนมีสิทธิ์เข้าประกวดนะครับ มีรางวัลนิดๆ หน่อยๆ ให้พอได้ชื่นใจ”
“ชั้นจะต้องได้รางวัลธิดาปาง เพราะชั้นงามกว่าใคร” รัญจวนเชิดหน้า
คำฝายหมั่นไส้ “ป้าๆ อายุหนังหน้าเกินหรือเปล่า”
รัญจวนค้อนขวับ หมื่นหล้ามองหนานไตรอย่างแปลกใจ หนานไตรยิ้มให้
“ผมขอเชิญหมื่นหล้าเป็นกรรมการด้วยนะครับ”

หนานไตรยิ้มมองไปที่เนื้อนาง ขณะที่เนื้อนางมองตอบด้วยแววตาสงสัย
สองสาวอยู่ในห้องเรียน เวลานี้ เด็กๆ กำลังคัดลายมือ เนื้อนางมองคำฝายด้วยสายตายังคาใจไม่คลาย

“หนานไตรเค้านึกสนุกอะไรถึงจะประกวดธิดาปาง”
“ตั๋วจะคิดเล็กคิดน้อย คิดมากไปทำไม หนานไตรเค้าก็คงอยากให้เราลืมเรื่องเศร้าๆ น่ะสิ”
คำฝายหรี่ตามองเนื้อนาง แล้วจับหมุนไปรอบๆ
“เนื้อนาง...พี่จะส่งตั๋วเข้าประกวด
“ไม่นะ ไม่เอา ฉันไม่ประกวด”
เนื้อนางส่ายหน้าดิก ไม่ยอมท่าเดียว

หนานไตรเดินขึ้นเรือนสำนักงานมา มีม่อนดอยบ่นตามหลัง
“นี่แกสบายใจขนาดจัดงานประกวดธิดาปางเลยเหรอวะ หนานไตร เรื่องไม้หาย แกยังไม่จัดการเลย
หนานไตรยิ้ม “จะเครียดไปทำไมล่ะ”
“ไอ้หนานไตร ไหนว่าแกมาเป็นผู้จัดการ หรือว่ากลัวพวกแสงคำ” ม่อนดอยฉุนสุดขีด
“หน้าอย่างฉัน ดูเหมือนคนกลัวอะไรด้วยเหรอ”
“ฉันไม่เข้าใจแกเลยว่ะ”
“ใจเย็นๆ ม่อนดอย งานประกวดธิดาปางจะทำให้ฉันจับตัวไอ้คนขโมยไม้ของเรา”
ม่อนดอยฟังแล้วยิ้มออก หนานไตรสายตามีแผน

พ่อเลี้ยงอินถานั่งอยู่บนรถเข็น ที่วันดีกำลังเข็นมานั่งรับลมที่ระเบียงบ้านหิมวัต พ่อเลี้ยงหน้าตาสดชื่นขึ้นที่ได้ออกมานอกห้อง แม่นายศรีวัลลาเดินมาด้านหลัง ถามเสียงขุ่นไม่พอใจขึ้นมาทันที
“ใครใช้ให้แกพาพ่อเลี้ยงออกมานอกห้อง วันดี”
แม่นายก้าวมายืนต่อหน้าอินถา กับวันดี
“หมอเปิ้นสั่งไว้เจ้า”
อินถามองแม่นายอย่างเกลียดชัง
“แกคงอยากเห็นฉันนอนแห้งตายอยู่ในห้องมากสินะ ศรีวัลลา”
“ก็ยังดีกว่าออกมานอนตายข้างนอกให้เป็นที่สมเพช ทุเรศนัยน์ตา รู้ตัวว่าหมดประโยชน์ ก็ไม่น่าจะยื้อสังขารตัวเองไว้นะ พ่อเลี้ยงอินถา”
วันดีตกใจกับคำพูดแม่นาย ศรีวัลลาไม่กลัวเกรง เข้ามาจ้องหน้าอินถา
อีกด้านดาวเด่นเดินผ่านเห็น พอเห็นก็รีบหลบฟังทันที
อินถายิ้ม “ฉันยังตายไม่ได้ ฉันต้องอยู่เห็นความยิ่งใหญ่ของ ณไตร หลานรักของฉัน”
“แกมันบ้า พ่อเลี้ยงอินถา หลงอยู่แต่เรื่องทำไม้คร่ำครึของแก ลูกชายชั้นไปเรียนถึงอังกฤษ เค้าควรจะกลับมาเชิดหน้าชูตาอยู่ในวงสังคม ไม่ใช่ไปหมกตัวอยู่ในป่า ทั้งกันดาร ทั้งเสี่ยงอันตรายนั่น เพราะแกคนเดียว แกบังคับให้ณไตรไปทำงานในปาง” ศรีวัลลาด่าว่า
“ฉันกำลังสอน ณไตร ให้รู้จักชีวิต รู้จักทำงาน รู้จักรักษามรดกของตระกูล ไม่ใช่ทำตัวสุขสบาย เอาแต่นั่งกินนอนกินบนกองสมบัติของฉัน” อินถาว่า
“ก็ธรรพ์ไง แกก็สอนธรรพ์ไปสิ แกมีหลานชายสองคนนะ ทำไมต้องเป็นณไตร”
ศรีวัลลาขึ้นเสียงใส่ วันดีมองพ่อเลี้ยงอย่างเป็นห่วงว่าอาการจะกำเริบ อินถาจ้องสะใภ้ไม่มีความเกรงกลัว
“ฉันมีหลานชายคนเดียว ณไตร เท่านั้น! คนอื่นฉันไม่นับ”
วันดีมองพ่อเลี้ยงด้วยสีหน้าตกใจ ดาวเด่นที่แอบฟัง นิ่วหน้างุนงง
ศรีวัลลาจ้องอินถาด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ พ่อเลี้ยงสู้สายตาแม่นาย
“แกมันลำเอียง คอยดูนะ ถ้าณไตร ลูกชายชั้น เป็นอะไรไป” ศรีวัลลาก้มลงใกล้ขู่สียงต่ำๆ “ฉันจะเผาปางนั่นต่อหน้าแก จะรอดูแกหมดลมหายใจ ตายไปพร้อมๆ กับซากปางไม้”
แม่นายศรีวัลลาสะบัดหน้า หันหลังเดินไป ดาวเด่นรีบหลบออกไปก่อนที่แม่นายเดินผ่าน
แม่นายเดินเร็วรี่ออกไป วันดีมองตามแม่นายด้วยสายตาหวาดกลัว

ไม่นานนักดาวเด่นที่เดินหลบมาอีกมุมของบ้าน สีหน้าวุ่นวายใจ เป็นห่วงพี่สาว
“พี่แขนะพี่แข รู้หรือเปล่าว่าจะมาเป็นสะใภ้บ้านผีสิง คนครอบครัวเดียวกันแท้ๆ ยังคิดจะฆ่ากันเอง”
อินถานิ่ง สีหน้าไม่ค่อยดี วันดีย่อตัวเข้ามาใกล้ สายตาเป็นห่วง
“พ่อเลี้ยงสีหน้าบ่ดี วันดีไปเอายาให้ก่อนนะเจ้า”
“ไม่ต้อง ฉันไม่ตายง่ายๆ หรอกวันดี ฉันต้องอยู่ขวางนังศรีวัลลาให้ถึงที่สุด”
วันดีมองอารมณ์อินถาแล้วพูดขึ้นอย่างเยือกเย็น
“คุณธรรพ์เปิ้นก็น่าสงสารนะเจ้า ไม่ได้ไปไหน ต้องคอยอยู่ดูแลรับใช้ ตามคำสั่งแม่นาย ทั้งๆ ที่เธอก็จบเมืองนอกเหมือนคุณณไตร แต่ก็ไม่เคยได้ทำงานแสดงฝีมือ”
“ฉันไม่นับว่าไอ้ธรรพ์มันเป็นหลาน มันก็แค่กาฝากของตระกูลฉัน น้ำหน้าอย่างไอ้ธรรพ์ไม่สมควรจะเสนอหน้าอยู่ในบ้านนี้ซะด้วยซ้ำ”
วันดีมองอินถาที่หน้าตาโกรธจัด หอบหายใจแรง
“ปางไม้คือสมบัติที่ฉันรักที่สุด สายเลือดของฉัน ณไตรคนเดียวเท่านั้น ที่ต้องเป็นเจ้าของอาณาจักรหิมวัต”

วันดีรับฟังพ่อเลี้ยงอินถา แล้วเหลียวมองไปไกลลิบตา ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ซ่อนความรู้สึกภายในทั้งหมด
ฝ่ายแสงคำยืนโกรธกริ้วเคียดแค้นหนานไตรอยู่ในปาง มีอินอยู่ใกล้ คอยพูดยุ

“ไอ้หนานไตร มันจงใจลองดีกับแก”
“มันไม่มีทางชนะข้า ยังมีเวลา ข้าจะสั่งสอนให้มันรู้ ตัดไม้คราวหน้าถ้าไม่มีควาญทำงานให้สักคน มันก็หมดปัญญาหาเงินมาจ้างรถบรรทุก”
“ปล่อยไว้นานไม่ได้นะ แสงคำ ที่ไอ้หนานไตรมันจัดงานธิดาปาง เพราะมันกำลังเอาใจให้คนทั้งปางเข้าข้างมัน”
แสงคำฟังอินด้วยความเกลียดชังหนานไตรมากขึ้นทุกที
โรงครัวได้กลายเป็นเวทีประกวดสาวงามไปแล้ว รัญจวนซ้อมย่อตัวรับมงกุฎ ขณะที่กะเทยกำปุ้งกำลังซ้อมเดิน ส่วนสร้อยฟ้าซ้อมโบกมือ คนงานพากันมองขำ
สามสาวหันมาเห็นกัน ก็เชิดใส่กัน
“งานนี้เค้ามีไว้ให้แต่คนสวยๆ กำปุ้งแกไม่ต้องสมัครเข้าประกวดหรอก”
“เสียใจค่ะ คุณพี่ กำปุ้งรู้ตัวค่ะว่า กำปุ้งเกิดมาเพื่อเวทีนี้”
“เค้าประกวดธิดาปาง ไม่ใช่ ธิดาช้าง โอ๊ะ รึจะให้ฉันช่วยมั้ย สากกะเบือทุบสลายไขมัน ลองมั้ยอีนี่”
คนงานหัวเราะ กำปุ้งเชิดใส่รัญจวน

ฟากเนื้อนางเดินคุยมากับคำฝาย ที่เคี่ยวเข็ญให้ประกวดธิดาปางไม่เลิก
“ตั๋วต้องเข้าประกวดนะ เนื้อนาง ตั๋วต้องได้เป็นธิดาปางแน่ๆ”
“ไม่เอา ฉันไม่ชอบ ทำไมพี่คำฝายไม่ประกวดซะเองล่ะ”
“เค้าประกวดคนสวย ไม่ใช่ประกวดคนมีเสน่ห์ เก๋ไก๋เยี่ยงพี่”
เนื้อนางยิ้มให้กำลังใจ “พี่คำฝายของฉันสวย ตาโต ยิ้มเก่ง ประกวดเถอะนะ เนื้อนางกับตาจะเชียร์พี่คำฝายเอง”
“ซึ้งมากน้อง ทั้งปางมีคนเชียร์ตั้ง 2 คน...เอ่อ..แต่ว่า...จริงเหรอ ฉันสวยเหรอ” คำฝายเคลิ้ม ชักลังเล
เนื้อนางเชียร์ใหญ่ “สวยที่สุดจ้ะ สวยกว่าพวกรัญจวน กำปุ้ง สร้อยฟ้าแน่ๆ”
“เออ จริงด้วย พี่สวยกว่านังสามตัวนั้นแน่นอน เอาวะ พี่จะประกวดธิดาปาง”
เนื้อนางยิ้ม “เนื้อนางเป็นพี่เลี้ยงให้จ้ะ”
คำฝายทำหน้าเคลิ้มฝัน “คำฝาย ธิดาปางงามที่สุด งามสามดอยแปดดอย”
สองคนหัวเราะคิกคัก แต่พอหันกลับมา เนื้อนาง กับคำฝายต้องชะงัก
“เย้ย...นี่ก็สวยจนหมาหอนกลางวันแสกๆ โผล่มาได้ทุกที่ทุกเวลา”
เป็นแขไขเดินมาหยุดมองธรรพ์อยู่ข้าง
“นี่มันเวลาทำงาน แต่เธอสองคนกลับมาเดินลอยชาย”
“เรากำลังจะไปทำงานค่ะ”
เนื้อนางมองสบตาคำฝายไม่ให้พูดอะไรอีก
คำฝายคันปาก ทนไม่ไหว ยิ้มลอยหน้าไปทางแขไข
“มาเดินตามหาผู้จัดการหนานไตรเหรอคะ คุณแขไข”
“ใช่ ฉันมีงานต้องสั่งหนานไตร”
“สั่งแล้วสั่งอีก สั่งจัง ท่าทางงานจะเยอะท่วมหัว ทำไม่หมดสักที”
เนื้อนางรีบดึงคำฝายจะออกไป แขไขมองตาม แล้วพูดขึ้นปลายเสียงเยาะ
“ดีใจด้วยนะเนื้อนางที่ได้แต่งงาน”
เนื้อนางไม่ทันตอบ คำฝายหันมาตอบแทน
“วุ๊ย สูมาเต๊อะเจ้า เนื้อนางไม่ได้แต่งงาน ยังสาว ยังสวย และโสดมากเจ้า”
ธรรพ์รีบตัดบท “เธอสองคนจะไปทำงานอะไร ก็ไปเถอะ”
เนื้อนางรีบดึงคำฝายออกไป แขไขหันขวับมามองธรรพ์
“พี่ธรรพ์รู้เรื่องเนื้อนางไม่ได้แต่งงาน แต่ไม่บอกแข”
“คือพี่ยังไม่มีโอกาสจะบอกน่ะครับ”
แขไขสะบัดหน้าพรืดเดินหนีไป ธรรพ์มองแล้ววิ่งตาม
“คุณแข อย่าโกรธพี่เลยนะครับ”

ส่วนในบ้านหิมวัตเวลานี้ ดาวเด่นพนมมือไหว้แม่นาย มีจันตา บัวผุดมองอยู่ด้านหลัง วันดียืนใกล้ดาวเด่น
“ดาวลานะคะ”
แม่นายเสียงเรียบเย็น “รีบไป แล้วไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก ไม่ต้องห่วงพี่สาวเธอ เราดูแลแขไขได้”
ดาวเด่นมองไป เห็นจันตาส่งยิ้มเยาะมา ดาวเด่นแกล้งทำเสียงอ่อยๆ
“ถึงแม่นายไม่สั่ง ดาวก็ไม่อยากกลับมาเหยียบที่นี่หรอกค่ะ” เด็กสาวพึมพำในลำคอ “กัดกันเสียขนาดนั้น”
จันตาได้ยินไม่ถนัด “พูดอะไรน่ะ”
“รำพึงรำพันกับต้นไม้ กับใบหญ้า สบายใจดีออก”
“มิน่าอยู่ซะนาน บ้านช่องไม่กลับ”
“ที่อยู่นาน ...ก็จำใจ เพราะเป็นห่วงพี่สาว”
“เราก็” จันตาเน้นคำ “จำใจ ต้อนรับเหมือนกัน แต่เดี๋ยวก็จะม่วนอก ม่วนใจ๋ สบายหูกันแล้ว”
แม่นายรำคาญขึ้นเสียงตัดบท “ส่งแขก จันตา”
ดาวเด่นยิ้ม “ไม่ต้องส่งหรอกค่ะ คนกันเอง อีกหน่อยก็เป็นญาติกันแล้ว”
“ต้องส่งค่ะ ส่งแล้วก็เอาน้ำมนต์รดทั้งบ้าน โบราณเปิ้นว่า ไล่เสนียด ปัดรังควาน”
ดาวเด่นย้อน “งั้นจันตาอาบน้ำมนต์ก่อนดีกว่ามั้ย เอ๊ะ ไม่ได้สินะ พอโดนน้ำมนต์ จันตาก็คงร้องกรี๊ด กรี๊ด กรี๊ด”
“มันหาว่า คุณแม่บ้านเป็นผีก๊ะ” บัวผุดว่า
จันตาถลึงตาใส่บัวผุด “ใครใช้ให้แกอ้าปากพ่นลมเหม็นๆ ออกมาฮะ นังบัวผุด”
“รีบไปเถอะค่ะ คุณดาว รถรออยู่”
วันดีเร่ง ไม่อยากให้มีเรื่องกัน ดาวเด่นยังหันไปยิ้มให้แม่นาย
“ไปนะคะ แม่นาย”
“ฝากไปบอกคุณหญิงมาลัยด้วย งานแต่งงานแขไขไม่จำเป็นต้องให้เธอมา”
“ดาวไม่มาไม่ได้หรอกค่ะ เผื่อวันนั้นจะมีเหตุการณ์น่าตื่นเต้นยิ่งกว่างานแต่งพี่แขอย่างเช่น...” ดาวเด่นทอดเสียง มองแม่นาย “มีการฆ่าชายแก่ประมุขของบ้าน แย่งมรดกก้อนโต ใครคือทายาทที่แท้จริง เหมือนในนิยายสิบสตางค์ไงคะ”
ดาวเด่นหัวเราะยั่ว แม่นายตาลุกวาว
“ออกไปให้พ้นบ้านชั้น”
วันดีรีบดึงดาวเด่นออกไป ดาวเด่นหัวเราะชอบใจ จันตาเต้น
“จันตาขอไปส่งมันให้ถึงอกถึงใจหน่อยนะเจ้า”

จันตาเดินออกไป บัวผุดตามทันที แม่นายมองตามดาวเด่นด้วยสายตาเกลียดชัง
วันดีพาดาวเด่นมาที่รถ ซึ่งคนขับจอดรออยู่ จันตา และบัวผุดเดินเร็วรี่ตามมาเอาเรื่อง

“คุณดาวเด่น”
ดาวเด่นหันมามองไม่กลัวแม้แต่น้อย จันตาถลาเข้ามาประชิดอย่างมุ่งร้าย วันดีห้ามทันที
“อย่านะ จันตา คุณดาวเด่นเธอเป็นแขก”
จันตาไม่สนผลักวันดี บัวผุดเข้ามาขวางวันดีไว้
“แขกพิเศษก็ต้องส่งให้จำไปจนวันตาย”
จันตาจับข้อมือดาวเด่นบีบแน่น
“ไม่เคยมีใครกล้าเถียงแม่นาย”
วันดีห้าม “จันตา อย่าทำ คุณดาวเด่นเธอเจ็บ”
จันตาด่า “ขี้ข้าอย่าสะเออะ”
“จันตาก็ขี้ข้าเหมือนกันไม่ใช่เหรอ ระดับหางแถวด้วย”
ดาวเด่นด่าจับข้อมือจันตามองสู้ตา จันตาจิกเล็บลงในข้อมือดาวเด่น

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 6 วันที่ 6 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ