อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 6/2 วันที่ 6 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 6/2 วันที่ 6 ต.ค. 57

“จันตาก็ขี้ข้าเหมือนกันไม่ใช่เหรอ ระดับหางแถวด้วย”
ดาวเด่นด่าจับข้อมือจันตามองสู้ตา จันตาจิกเล็บลงในข้อมือดาวเด่น
“อย่าบังอาจกับแม่นาย ไปแล้วก็ไม่ต้องกลับมาอีก”
ดาวเด่นเจ็บ แต่กัดฟันทน

“ฉันคงจะคิดถึงแม่นายกับทาสผู้ซื่อสัตย์อย่างจันตามากเลยนะ”
ดาวเด่นใช้อีกมือล้วงกระเป๋า หยิบกล่องกระดาษออกมาส่งให้ จันตาผงะ แปลกใจ
“รับไปสิ ของขวัญ ฉันอยากขอบใจที่จันตาดูแลฉันอย่างดี”
บัวผุดปรี่เข้ามาจะรับแทน แต่จันตาไม่ยอม ปล่อยมือดาวเด่น หันมาตีมือบัวผุด
“ของข้า”


“ขอบคุณนะคะ ป้าวันดี หนูไปก่อน”
ดาวเด่นไหว้วันดี แล้วรีบขึ้นไปนั่งรถ
จันตาแกะกล่องของขวัญ เห็นเป็นแมลงสาปวิ่งพล่านทะลักออกมา 10 กว่าตัว จันตากับบัวผุดกรี๊ดสนั่น โยนกล่องทิ้งแทบไม่ทัน
ดาวเด่นอยู่ในรถ ยื่นหน้ามาหัวเราะ
“คราวหน้า จะเปลี่ยนเป็นน้องงูเห่า ให้สมกับปากของจันตา ที่เห่าไม่มีกาลเทศะ ปากบอนไปเรื่อยๆนะจ๊ะ” ดาวเด่นหันไปสั่งคนขับ “ไปเลย เร็วๆ”
วันดีมอง รถพาดาวเด่นออกไปอย่างเร็ว จันตาเต้นด้วยความโกรธสุดขีด
“อีเด็กผี อีเด็กเปรต เจอคราวหน้าแม่จะบีบคอให้ตายคามือ”

ดาวเด่นนั่งยิ้มสะใจมาในรถ ด้านหลังคือกระเป๋าหลายใบ ดาวเด่นมองทางด้านนอกแล้วบอกคนขับ
“ช่วยแวะโรงพยาบาลก่อนนะ ฉันต้องไปเอายา คุณหมอเทพทัตนัดเอาไว้”
คนขับพยักหน้า ดาวเด่นยิ้มออกมาแววตาเจ้าเล่ห์

แขไขมองหนานไตรที่ถูกตามตัวมาพบบนเรือนรับรองแขก พอเห็นหน้าหล่อนก็ใส่เป็นชุด ธรรพ์ได้แต่ยืนฟังไปด้วย
“จงใจปิดเรื่องเนื้อนางยังไม่แต่งงานเพราะกลัวแขจะตามมาใช่มั้ย ยังไงแขก็มาค่ะ แขต้องมาทำหน้าที่ครูของเด็กๆ แขเป็นคนรับผิดชอบหน้าที่”
หนานไตรย้อนถามเนื้อเสียงประชด “สบายใจหรือยังครับ”
“ไม่ต้องประชดค่ะแล้วก็ไม่ต้องไล่ด้วย แขไม่กลับง่ายๆ แขรับปากแล้วว่าแขจะเป็นครู เป็นนางฟ้าของเด็กๆ ที่นี่”
“ยังไม่ต้องกลับหรอกครับ จริงๆ อยากจะให้อยู่เสียด้วยซ้ำ”
ธรรพ์กับแขไขงงที่หนานไตรไม่ไล่เหมือนทุกครั้ง
หนานไตรอธิบาย “คือเรากำลังจะมีงานประกวดธิดาปาง ผมอยากให้คุณแข” หนานไตรมองน้องชาย “กับนายนะ ธรรพ์ อยู่ช่วยจัดงานนี้ให้หน่อย”
ธรรพ์งง “ธิดาปาง พี่น่ะนะ เป็นคนจัด นึกสนุกอะไรขึ้นมาครับ”
“ก็ที่นี่มีแต่เรื่องรำคาญใจ หนวกหูมาหลายครั้งแล้ว ฉันก็อยากให้คนงานเค้าสบายใจบ้าง”
หนานไตรหันไปมองแขไข
“หวังว่าคงไม่เหลือบ่ากว่าแรงคุณแขนะครับ”
“งานเล็กๆ แค่นี้ แขทำได้ค่ะคอยดูแล้วกัน มันจะต้องเป็นงานที่สนุกที่สุด”
แขไขยิ้มเชิด มุ่งมั่นมาดหมายว่าจะทำให้ณไตรประทับใจได้

ทางด้านดาวเด่นอมยิ้ม หัวเราะหัวใคร่ นั่งรถมากับเทพทัตที่ขับแล่นมาตามถนนมุ่งหน้าสู่ปางหิมวัต
“สนุกอยู่คนเดียวเลยนะคุณดาว” หมอสัพยอก
“โธ่ ก็พี่หมอเป็นสุภาพบุรุษขี่ม้าขาวคนเดียวที่จะช่วยดาวได้ ขืนพี่หมอไม่ไปปางไม้กับดาว ดาวก็ต้องถูกส่งขึ้นรถไฟกลับบ้าน”
ดาวเด่นเกาะแขนเทพทัตประจบเอาใจแบบเด็กๆ
“คุณแขไขฆ่าพี่แน่ๆ นี่ยังไม่นับแม่นายนะ”
“ไม่ฆ่าหรอกค่ะ เพราะชีวิตพี่หมอสำคัญกับทุกคน นึกว่าช่วยเด็กตาดำๆ นะคะ”
ดาวเด่นกะพริบตาถี่ๆ ออดอ้อนเทพทัตที่ได้แต่ยิ้ม
“ก็นั่งมาด้วย ยังไงก็ต้องช่วยแล้วล่ะครับ”
“พี่หมอน่ารักที่สุดเลยค่ะ”
ดาวเด่นเอาหัวซบลงที่แขนหมอประจบ เทพทัตยิ้มมองด้วยความเอ็นดู

เย็นลง หนานไตรเดินขึ้นมาเรือนสำนักงาน เห็นเนื้อนางกำลังแปลเอกสาร คำฝายนั่งพิงเสาหลับ
หนานไตรยิ้มเดินเข้ามาหา “เหนื่อยมั้ย เนื้อนาง”
เนื้อนางเงยมองหนานไตรนิดเดียวแล้วก้มหน้าทำงานต่อ
“ไม่เหนื่อย”
“เป็นอะไร โกรธผมเหรอ”
“ไม่โกรธ”
“ไม่โกรธแล้วทำไมไม่ยิ้มให้ผมเลย”
คำฝายแกล้งหรี่ตามามอง แล้วอมยิ้ม หลับต่อเปิดโอกาสให้หนานไตรคุยกับเนื้อนาง
“ไม่ต้องพูดเล่น ไปทำงาน เดี๋ยวคุณแขไขเธอจะดุเอา หาว่าเราทำงานให้เธอไม่คุ้มเงินเธอ”
หนานไตรยิ้ม “อ๋อ รู้แล้ว... นึกว่าหึงใคร”
เนื้อนางร้อนตัว “เนื้อนางไม่ได้หึงใครทั้งนั้น เราเป็นลูกจ้างเค้า ก็ต้องทำงานให้เต็มที่”
“คร๊าบ ผมจะทำตามที่เนื้อนางบัญชาทุกอย่าง” หนานไตรยิ้ม “เนื้อนาง คุณประกวดธิดาปางด้วยหรือเปล่า”
เนื้อนางลุกขึ้นเดินมาหยิบเอกสารดู หนานไตรเดินมาใกล้
“ไม่ประกวด”
หนานไตรเข้ามาประชิด “ประกวดด้วยสิ นะครับ แต่อย่าแต่งตัวชะเวิบชะวาบ แต่งตัวให้มิดชิด แต่งหน้าน้อยๆ ยังไงคุณก็ชนะอยู่แล้ว”
เนื้อนางประชด “ตกลงจะให้ฉันประกวดธิดาปาง หรือว่าไปถือศีล ห้ามจัง”
“ก็ผมหวง”
เนื้อนางมองหนานไตร ทั้งอึ้งทั้งอาย
“ผมว่าผู้หญิงแต่งตัวเรียบร้อย ก็น่ารักอยู่แล้ว”
คำฝายทำท่าบิดตัวตื่น
“คุยอะไรกัน รบกวนคนนอน ได้ยินว่าประกวดๆ”
“คำฝายเป็นพี่เลี้ยงให้เนื้อนางประกวดธิดาปางด้วยนะ”
“เป็นพี่ล้งพี่เลี้ยงอะไร หนานไตร แกนี่ตาต่ำยิ่งกว่าตาตุ่มเลยนะ” คำฝายชี้เนื้อนาง “นั่นน่ะพี่เลี้ยง” แล้วชี้ตัวเอง “นี่น่ะ ธิดาปาง”
คำฝายลุกเดินโพสท่า โบกมือแบบนางงาม
“คำฝายน่ะเหรอจะประกวด”
เนื้อนางบอก “ใช่ เราจะส่งพี่คำฝายไปสวมมงกุฎ”
คำฝายเชิด “รางวัลน่ะมีอะไรบ้าง เหมาะสมกับตำแหน่งธิดาปางสวยๆ อย่างฉันหรือเปล่า”
“ก็ไม่รู้ว่าเหมาะสมพอหรือเปล่า เมื่อกี๊เห็นคุณแขไขบอกว่าจะให้รางวัลร้อยนึง”

หนานไตรอมยิ้มขำ มองคำฝายกับเนื้อนาง อย่างอารมณ์ดี
ข่าวเงินรางวัลหนึ่งร้ายบาทกระจายมาถึงในโรงอาหาร รัญจวน สร้อยฟ้า และกำปุ้งตาโตเท่าไข่ห่าน สามคนร้องประสานเสียง

“ร้อยนึง”
คนงานหญิงอื่นๆที่ได้ยินพากันดีใจ ตื่นเต้น
กำปุ้งกรี๊ด “โอ๊ย เจ้าป่าเจ้าเขาเจ้าขา ถ้ากำปุ้งได้เงินร้อย จะแก้ผ้ารำถวายแก้บน 7 คืน 10 คืนเลยเจ้าค่ะ”
คำฝายกับม่อนดอยยืนอยู่ตรงข้ามกลุ่มรัญจวน
“นังนี่ อุบาทว์กว่าใครในสามโลก สงสารเจ้าป่าเจ้าเขาว่ะ” คำฝายเยาะ
รัญจวนเพ้อ “ได้ร้อยนึง ฉันจะเอาไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ ใส่ไม่ซ้ำกันเลยสักวัน”
สร้อยฟ้าไม่ยอม “ฉันต่างหากที่จะได้ร้อยนึง”
ม่อนดอยขัดขึ้น “ถามกรรมการตาถึงอย่างฉันก่อนดีกว่า”
กำปุ้งด่า “โธ่ไอ้ดำ ไอ้ตาถั่ว”
รัญจวนทำท่าเดินบิด แอ่น ลีลายั่วยวนเซ็กซี่
“พอได้ตำแหน่งธิดาปาง ฉันก็ไปประกวดนางสาวเชียงใหม่ แล้วก็ไปประกวดนางสาวไทย”
“ปลุกป้าแกด้วยนะ กำปุ้ง สงสารแก ฝันกลางวันแสกๆ” คำฝายมองสมเพช
“แน่นอนว่าตำแหน่งธิดาปางจะต้องเป็นใครไม่ได้ นอกจากกำปุ้ง ที่ได้คะแนนเป็นเอกฉันท์”
“ข้ามศพอีคำฝายไปก่อนเหอะ”
สร้อยฟ้าบอก “งั้นแกนอนลงเลย”
คำฝายถลึงตาใส่ “นังสร้อย อย่าแส่ สำหรับข้าไม่เอาดีทางความสวยซึ้งอยู่แล้ว”
“คงคิดจะส่งนังเนื้อนางประกวด เชอะ ฝ่าดงขาอ่อนของพวกเราไปให้ได้ก่อนเถอะ” กำปุ้งยิ้มเหยียด
สามสาวถกผ้าถุง โชว์ขาอ่อนอย่างมั่นใจ
“เสียใจ ไม่ใช่เนื้อนางโว๊ย เวทีนี้มีไว้สำหรับคนสวยไม่เหมือนใคร ไม่มีใครอยากเหมือนอย่างข้าต่างหาก”
รัญจวนเบ้ปาก “น้ำหน้าอย่างแกน่ะนะ จะประกวด”
ม่อนดอยบ่นบ้าออกมาเซ็งๆ “ตายๆๆๆ เวทีธิดาปางนี่มันเวทีรวมคนแปลกเหรอวะ”
คำฝายหันไปบิดหูม่อนดอย
“อย่างข้าสวยแปลก สะท้านสะเทือนใจชายโว๊ย”
“ที่จริงหนานไตรมาเป็นผู้จัดการนี่ก็ดีเนอะ ปางไม้เรามีอะไรใหม่ๆ สนุกกว่าแต่ก่อนเยอะเลย”
รัญจวนเอ่ยขึ้น “ข้าล่ะสงสัยอย่างเดียว ว่าหนานไตรจะเป็นได้นานแค่ไหน”
“ไม่รู้ล่ะ ฉันอยากให้มีประกวดทุกปี ชั้นก็จะเชียร์ให้หนานไตรเป็นผู้จัดการปางมากกว่าไอ้แสงคำ” ม่อนดอยว่า
อินนั่งฟังเงียบๆ อยู่ตรงมุมหนึ่ง ยิ้มหยันในสีหน้าแววตาร้ายกาจ

ขณะเดียวกันแสงคำเดินมามอง เห็นเนื้อนางกลับถึงบ้านแล้ว และกำลังเก็บผ้าที่ตากแดดไว้ที่ราว เนื้อนางพอเห็นแสงคำ ก็ไม่อยากคุย หันหลังจะเดินเข้าเรือน แสงคำเดินตามมาถาม
“เนื้อนางไม่ได้ประกวดบ้าๆ บอๆ ตามไอ้หนานไตรมันใช่มั้ย”
“ทำไมล่ะ ฉันก็อาจจะอยากได้เงินรางวัล เงินตั้งร้อย ฉันจะเอามาให้ตา”
“อยากเดินให้ผู้ชายมาจ้องหรือไง”
“เราประกวดกันสนุกๆ ไม่มีใครคิดน่าเกลียดเหมือนที่อ้ายคิดหรอกนะ”
“ใช่สิ ไอ้หนานไตรมันทำอะไร ก็ดีไปหมด”
เนื้อนางพูดเหน็บ “หนานไตรเค้าดี เพราะเค้าตั้งใจทำเพื่อความสุขของคนทั้งปาง ไม่ใช่แค่ความสุขของตัวเอง”
เนื้อนางเก็บผ้าแล้วเดินขึ้นเรือนไป แสงคำยิ่งเจ็บใจที่เนื้อนางเห็นดีเห็นงามไปกับหนานไตร

บนเรือนสำนักงาน เย็นจวนค่ำ หนานไตรกำลังอธิบายแผนกับม่อนดอย
“คืนที่ประกวด เราจะให้ทุกคนมารวมตัวกันทั้งปาง”
“คนที่หายไป คือคนที่แกสงสัย”
“ใช่...ฉันแกล้งเหลือซุงไว้ให้พวกมันแอบเอาไปขายได้อีก คืนประกวดเป็นโอกาสดีถ้ามันจะติดต่อคนมาซื้อ”
“ถ้าเป็นแสงคำจริงๆ แกจะทำยังไง หนานไตร” ม่อนดอยอดกังวลไม่ได้
“ฉันละเว้นคนที่ทำผิดไม่ได้ ยังไงฉันก็ต้องทำตามกฎของที่นี่และกฎของบ้านเมือง”
ม่อนดอยมองอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก ขณะที่หนานไตรแววตาเอาจริง

แสงคำนั่งอยู่บนแคร่หน้าเรือนพักคนงาน มีอินนั่งอยู่ใกล้
“หนานไตร มันตั้งใจประกาศตัวเป็นศัตรูกับข้าทุกอย่าง”
“มันจะหาทางบีบพวกเราออกไป”
“ไม่ใช่เรา ไอ้หนานไตรต่างหากที่ต้องพ้นไปจากปางนี้”
แววตาแสงคำวาววับ แค้นใจและโกรธเกลียดหนานไตรถึงขีดสุด

ที่เรือนรับรองแขกของปางไม้หิมวัตตอนนี้ หนานไตรกับธรรพ์มองดาวเด่นกับหมอเทพทัตที่มาถึง
“หมอครับ คราวนี้มาแปลกนะครับ มากับคุณดาว” หนานไตรทักด้วยสีหน้าแปลกใจ
“มากันเยอะๆ ก็สนุกดีน่ะครับ”
“สนุกตรงไหนล่ะคะ เดี๋ยวน้องดาวป่วย ก็ลำบากอีก” แขไขไม่ชอบใจนัก
“ดาวถึงต้องพาพี่หมอมาด้วย” ดาวเด่นบอก
เทพทัตมองหนานไตรอย่างเกรงใจ
“ฉันสงสารคุณดาวเค้าน่ะ กะว่าแค่มาส่ง เดี๋ยวก็ไป”
“อยู่ก่อนสิ หมอ ฉันจะให้แกเป็นกรรมการนางงาม”
เทพทัตฉงน “อะไรนะ ชั้น...กรรมการนางงาม คิดอะไรพิเรนทร์อีกวะ ณไตร”
“ท่าทางพี่หมอจะไม่ชอบ” ธรรพ์เย้า
“ทำไมไม่บอกก่อน จะได้ลางานเพิ่มอีกสามวัน” เทพทัตว่า
หนานไตรกับธรรพ์หัวเราะ ดาวเด่นหันไปถามแขไขด้วยแววตาอยากรู้
“ประกวดอะไรกันเหรอคะ”

ด้านเนื้อนางกับคำฝายกำลังเลือกเสื้อผ้าชุดใหม่ๆ หมื่นหล้ามองแล้วยิ้มขำ
“ชุดนี้ก็ไม่สวย ชุดนั้นก็ไม่ดี ไม่มีชุดไหนเหมาะสำหรับธิดาปางอย่างฉันเลย”
หมื่นหล้าเหน็บขึ้น “ชุดสวยๆ มันก็ไม่น่าดูทั้งนั้น ถ้าเอ็งใส่”
คำฝายค้อน “แหม พ่ออุ๊ย ชมบ้างก็ได้ ฉันตั้งใจจะเอาเงินรางวัลมาให้เลยนะ”
“ให้มันชนะซะก่อนเถอะวะ นังขี้โม้”
“ไม่รู้ละ พวกป้ารัญจวนมันไปซื้อชุดกันถึงในเวียง แล้วจนๆ อย่างเราทำไงดีล่ะ”
เนื้อนางมองชุดแล้วหยิบซิ่นกับเสื้อมาจับคู่ใหม่
“เดี๋ยวเนื้อนางจะเอาชายซิ่นตัวนี้มาเย็บต่อกับซิ่นตัวนี้ แล้วก็แก้เสื้อ ปักดอกไม้เพิ่มไปหน่อย แค่นี้พี่คำฝายก็ได้ชุดใหม่เข้าประกวดแล้วจ้ะ”
“เนื้อนาง ตั๋วเก่งมาก พี่นึกไม่ถึงเลย ว่าแต่ สวยแน่นะ”
หมื่นหล้ายิ้ม “ทีนี้รู้หรือยัง คำฝาย ความงามมันอยู่ที่ปัญญา ไม่ใช่แค่หน้าตาอย่างเดียว”

เนื้อนางยิ้มชื่นเมื่อเห็นผู้เป็นตามองมายังตนด้วยความภูมิใจ
รุ่งเช้าวันงาน แขไขมองคนงานที่กำลังตกแต่งสนามให้เป็นเวทีประกวดย่อมๆ ธรรพ์สั่งคนงานขนโต๊ะ เก้าอี้มาตั้ง เทพทัตคอยช่วยดู

กำปุ้ง กับสร้อยฟ้ามองเทพทัตตาปรอย แขไขหันมาถามรัญจวน
“พวกเธอพร้อมจะแข่งหรือยัง ฉันขออย่างเดียว อย่าให้เนื้อนางเป็นคนชนะ”
“ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ คุณแขไขขา นังเนื้อนางมันไม่กล้าขึ้นมาเทียบความงามกับพวกเราหรอกค่ะ มันไม่ได้ประกวดงานนี้”
สร้อยฟ้าเสริมคำพูดรัญจวน “มันส่งนังคำฝายมา พวกเราฆ่ามันตายคาเวทีแน่ๆ ค่ะ”
แขไขยิ้มดีใจ กำปุ้งกะเทยดอยรีบออดอ้อน
“ถ้าคุณแขไขมีชุดสวยๆอยากจะให้กำปุ้งใส่ กำปุ้งก็ไม่เกี่ยงนะคะ”
“มาเลย ตามมาเลือกชุดเก่าๆ ของชั้นก็แล้วกัน”
แขไขเดินนำออกไป กำปุ้งรีบตาม ธรรพ์มองตามแขไข เทพทัตเห็นท่าทางแขไขก็พูดขึ้น
“คุณแขไขเค้าคงจะสนุกกับงานนี้เต็มที่เลยนะ”
“อะไรที่พี่ไตรต้องการ คุณแขเค้าเต็มใจทำทั้งนั้น” ธรรพ์ว่า
เทพทัตจ้องหน้าจับสังเกต “เฮ้ย นายพูดเหมือนอิจฉาพี่ชายเลยว่ะ”
ธรรพ์ได้ยินก็รีบปฏิเสธทันที
“ไม่ใช่แล้วครับ ผมไม่มีวันที่จะอิจฉาพี่ไตร ผมรักเคารพพี่ชายผมมากที่สุดนะครับพี่หมอ คุณแขเธอเหมาะกับผู้ชายเก่งๆ อย่างพี่ไตรมากกว่าผม”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 6/2 วันที่ 6 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ