อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 6/3 วันที่ 7 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 6/3 วันที่ 7 ต.ค. 57

“ไม่ใช่แล้วครับ ผมไม่มีวันที่จะอิจฉาพี่ไตร ผมรักเคารพพี่ชายผมมากที่สุดนะครับพี่หมอ คุณแขเธอเหมาะกับผู้ชายเก่งๆ อย่างพี่ไตรมากกว่าผม”
“แล้วไอ้ณไตรมันคิดแบบนายหรือเปล่า คนอย่างมันต้องเลือกทุกอย่างด้วยตัวเองโดยเฉพาะเรื่องสำคัญอย่าง ผู้หญิงที่จะมาเป็นคนรัก”

เทพทัตพูดอย่างคนที่รู้จักเพื่อนดี ธรรพ์ได้แต่มองตามแขไขไปด้วยแววตาเป็นประกาย ทั้งรักทั้งชื่นชม

เนื้อนางสะบัดเสื้อกับซิ่นที่ซักเตรียมให้คำฝายใส่ประกวด ขึ้นตากที่ราว คำฝายมองปลื้มปริ่ม
“พอแก้แล้วก็ง้ามงามเนอะ


“เนื้อนางทำสุดฝีมือ เพื่อพี่คำฝาย ธิดาปางคนสวย”
คำฝายซ้อมย่อตัว เนื้อนางยิ้มขำ
“อยากให้ถึงคืนนี้เร็วๆ จัง เนื้อนางอยากเห็นตอนที่พี่คำฝายชนะพวกรัญจวน”
“ไม่ต้องห่วง พี่จะทำให้ตั๋วสมหวังเอง”
เนื้อนาง กับคำฝายเดินเข้าเรือนไป
โดยไม่ทันเห็นกำปุ้งที่แหวกพุ่มไม้ออกมา มองไปที่เสื้อกับซิ่นที่ตากอยู่ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“ฝันค้างไปเถอะ นังคำฝาย”
กำปุ้งค่อยๆ ย่องเข้าไปดึงเสื้อกับซิ่นออกมาจากราวทันที

เสื้อกับซิ่นของคำฝายที่เนื้อนางเตรียมไว้ ถูกแขไขเอากรรไกรตัดจนขาดเป็นริ้ว แล้วทิ้งลงพื้นเรือน ด้วยสายตาสะใจ
“ทีนี้นังคำฝาย พวกเนื้อนาง มันก็จะมีแต่ชุดซอมซ่อใส่ขึ้นประกวด” กำปุ้งบอกสีหน้าระรื่น
แขไขหยิบเสื้อผ้าสวยๆของตัวเอง 3-4 ชุดส่งให้กำปุ้ง
“รางวัล ฉันให้”
กะเทยดอยไหว้ชดช้อย แล้วรีบรับเสื้อผ้ามาจากแขไข ดีใจสุดๆ

แสงคำเดินมาหยุดตรงสะพานไม้ริมบึง มองไปรอบๆ อย่างหงุดหงิด หนานไตรเดินตามมา แสงคำพอเห็นก็บันดาลโทสะ พุ่งเข้ามากระชากคอหนานไตร
“อย่าคิดว่าจัดงาน แล้วคนทั้งปางจะรักแก”
“อิจฉาเหรอ แสงคำ อิจฉาที่ฉันทำดี ในขณะที่แกมีแต่ความโกรธ ความหลงผิด” หนานไตรเย้ยหยัน
“มึง”
แสงคำชก หนานไตรตาไวหลบทัน แล้วพลิกตัวกดแสงคำติดพื้น มองจ้องอย่างไม่เกรงกลัว
“ถ้าคิดจะกลับตัว กลับใจก็ทำซะตอนนี้ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน ไม่ให้อภัยแกอีก”
หนานไตรพูดเป็นนัย แล้วผลักแสงคำกลิ้งไปกับพื้น แสงคำหันขวับมองมาจ้องด้วยแววตาดุดัน หนานไตรหันหลังเดินออกไปจากตรงนั้น แสงคำมองตามอย่างเจ็บแค้น

บ่ายคล้อย ดาวเด่นมาสอนหนังสือที่โรงเรียนแทนแขไข บอกเด็กๆ ที่กำลังเก็บกระเป๋ากลับบ้านกัน
“พรุ่งนี้มาเรียนอีกนะ เอาการบ้านมาให้พี่ตรวจด้วย”
เด็กพากันไหว้ดาวเด่นแล้ววิ่งออกไป ดาวเด่นเห็นเด็ก 2-3 คนท้าย ก็เดินเข้าไปหา
“แถวนี้มีอะไรน่าเที่ยวบ้าง”
“ครูเคยเห็นกวางมั้ย” เด็กหนึ่งยิ้มบอก
“ไม่เคยเห็น กวางอยู่ตรงไหนเหรอ”
น้ำเสียงดาวเด่นเสียงตื่นเต้นมาก

ดาวเด่นที่เดินตามเด็กท่าทางซนๆ 3 คนลัดเลาะเข้าไปในป่า เด็กๆ พาดาวเด่นเดินมาเรื่อยๆ ดาวเด่นมองไปรอบๆ แต่สีหน้าเริ่มเหนื่อย ยกมือปาดเหงื่อ
เด็กๆ วิ่งนำไปอย่างเร็ว ดาวเด่นพยายามวิ่งตาม แต่หยุดหอบ ไม่ทัน พอเงยขึ้นมาอีกที เด็กๆ หายไปหมดแล้ว ดาวเด่นรีบเดินตามไปโดยเร็ว
“รอด้วย รอด้วย”

ธรรพ์กับแขไขกำลังจิบชายามบ่าย เทพทัตลุกขึ้นมองไปรอบๆ
“น้องดาวไปไหนตั้งแต่เช้า”
“แขให้ไปสอนหนังสือแทนแขที่โรงเรียนค่ะ”
ธรรพ์ดูเวลา “ตอนนี้ เวลาเลิกเรียนแล้วนะครับ”
“ก็คงเที่ยวเล่นสนุกเรื่อยเปื่อยนั่นแหละค่ะ ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ดีซะอีก ไม่อยู่พูดจาน่ารำคาญ”
แขไขจิบชาไม่สนใจน้องสาว ต่างจากเทพทัตที่มีสีหน้าเป็นห่วงดาวเด่นชัดแจ้ง

ฟากดาวเด่นเดินหลงเข้ามาในป่าลึก มองไปไม่เห็นใคร ดาวเด่นป้องปากเรียกขอความช่วยเหลือ
“ช่วยด้วย มีใครได้ยินมั้ย”
ดาวเด่นได้ยินเสียงตัวเองสะท้อนไปมา มองไปรอบๆ ไพรพนาอย่างนึกกลัว
“เมื่อกี๊มาจากทาง...นี้...”
ดาวเด่นหมุนตัวมองไปรอบๆ แล้วตัดสินเดินไปอีกทางหนึ่ง
“ทางนี้น่าจะกลับปาง”

ขณะเดียวกันแสงคำเดินเร็วรี่มา เจอเด็ก 3 คนวิ่งกันมา พอเห็นแสงคำก็วิ่งเข้าไปหา
“แสงคำช่วยด้วย” เด็ก 1 หน้าตาตื่น
แสงคำมองงงๆ “มีอะไร”
“ครูหลง” เด็ก 1บอก
“ครู...พวกแม่นายใช่มั้ย” แสงคำถาม
“ใช่ เราพาครูไปดูกวาง แต่ครูหลงอยู่ในนั้น”
เด็กชี้ไปในป่า แสงคำมองแล้วสั่งเด็ก
“กลับบ้านไปซะ เดี๋ยวข้าไปตามให้เอง”
เด็กๆ วิ่งกลับบ้านไป แสงคำยิ้มเหยียด
“ช่างหัวมัน ไอ้พวกแม่นาย ปล่อยให้มันหลงไป”
แสงคำตัดสินใจไม่ช่วย แต่เดินไปได้สองสามก้าวก็หยุดด้วยความลังเล

ควาญช้างหนุ่มผู้มุทะลุหันกลับไปมองทางที่เด็กๆวิ่งออกมาอย่างชั่งใจอีกครั้ง
ดาวเด่นอ่อนแรงเต็มทน มองไปรอบๆ ด้วยความตื่นกลัว เสียงตะโกนให้ช่วยเริ่มแหบหาย

“ช่วยด้วย...ใครก็ได้ ช่วยฉันด้วย...พาฉันออกไปที”
แสงคำโผล่พรวดออกมาพุ่มไม้ทางหนึ่ง ดาวเด่นตกใจ ผงะถอยหลังหนี จนสะดุดหินล้มพับลงไปคาพื้น
“นาย” ดาวเด่นหน้าซีดขาวจำแสงคำที่พุ่งเข้ามาได้ “ช่วย...ฉัน...ด้วย”
“ก็ไม่ได้อยากมาช่วยหรอกนะ แต่ถ้าพวกแม่นายมาตายกลางป่า คนเดือดร้อนมันก็ต้องเป็นข้ากับเนื้อนาง”
ดาวเด่นตกใจกับน้ำเสียงดุดันและแววตากระด้างของแสงคำ คอพับในอ้อมแขนแสงคำหมดสติไป
แสงคำมองอย่างรำคาญ ก่อนจะช้อนร่างดาวเด่นอุ้มขึ้นพาดบ่าแบกออกไป

ฝ่ายเนื้อนางกับคำฝายเดินมาที่ราวตากผ้า เห็นชุดที่เตรียมไว้ถูกตัดขาดวิ่น
“ชุด...ชุดของพี่ ขาดหมดเลย” คำฝายแค้น นึกปราดเดียว “มันต้องไม่ใช่ใครนอกจาก ฝีมือ..แก๊งอีป้ารัญจวน แม่ขอตบเรียงตัวให้หน้าบวม ขึ้นเวทีไม่ได้หน่อยเถอะ”
คำฝายคว้าเสื้อบนราว เดินเร็วรี่จะไปเอาเรื่อง เนื้อนางดึงไว้
“อย่ามัวไปตบตีให้เสียเวลาเลย พี่คำฝาย รีบทำชุดใหม่ก่อนดีกว่า”
“มันจะทำทันได้ยังไง ชุดนี้เมื่อคืนตั๋วยังนั่งทำจนเช้า นี่มันก็ใกล้เวลาประกวดแล้ว”
“แต่เราต้องสู้นะ พี่คำฝาย”
คำฝายทิ้งตัวลงอย่างหมดแรง
“สู้ยังไง ไม่มีชุดสวยๆ พี่ก็แพ้มันวันยังค่ำ”
คำฝายปาชุดทิ้งด้วยความเจ็บใจ
“ไม่แพ้ เราต้องไม่แพ้พวกรัญจวน” เนื้อนางว่า
คำฝายมองเนื้อนาง แล้วตัดสินใจ
“มีทางเดียวนะ เนื้อนาง ที่เราจะไม่แพ้พวกมัน
เนื้อนางมองคำฝายเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว

ขณะเดียวกัน หนานไตรกำลังหยิบปืนออกมาเช็คความเรียบร้อย ม่อนดอยเดินร้อนใจเข้ามาบอก
“แสงคำหายไปจากปาง”
หนานไตรนิ่ง ยกปืนขึ้นเล็ง ม่อนดอยมองงง
“คืนนี้ ฉันจะให้คนไม่ซื่อสัตย์ มันรับโทษ”

เทพทัตเที่ยวเดินตามหาดาวเด่นในปาง พอผ่านคนงานก็ถามขึ้น
“เห็นน้องดาวมั้ยครับ”
คนงานพากันส่ายหน้า เทพทัตสีหน้าไม่ดี เพราะเป็นห่วงดาวเด่นที่ร่างกายอ่อนแอขี้โรค

ร่างดาวเด่นพาดอยู่บนบ่าแสงคำที่เดินจ้ำก้าวเร็วมาตามทางริมน้ำตก ดาวเด่นที่ได้สติขึ้นมาในสภาพหัวห้อย ทุบหลังแสงคำบอก
“ปล่อย ปล่อยฉันลงก่อน”
แสงคำหยุดเดินปล่อยดาวเด่นลงยืน
“เลือดตกหัว หน้าจะมืดตายอยู่แล้ว”
“ปากแบบนี้ น่าจะปล่อยให้หลงป่าสัก 3-4 วัน”
แสงคำเดินหนีไป ดาวเด่นรีบเดินตาม
“ขอบใจนะ เด็กๆไปบอกนายใช่มั้ย”
แสงคำไม่พูดด้วย เดินนำลิ่วๆ ไป ดาวเด่นยังเดินตาม
“นี่นายควาญช้าง ช่วยอะไรฉันอีกอย่างสิ”
“ช่วยอะไรอีก” แสงคำรำคาญ
“ฉันอยากขี่ช้าง”
ดาวเด่นวิ่งมาดักหน้าแสงคำ แล้วยิ้มให้
“หัดให้ฉันขี่ช้างหน่อยได้มั้ย”
แสงคำมองดาวเด่นที่ยิ้มจริงใจ แววตากะตือรือร้นอย่างชั่งใจ

เวลานั้น ช้างตัวเล็กยืนแกว่งงวงอยู่ ดาวเด่นลูบตัวด้วยความตื่นเต้น แสงคำสั่งช้างนั่งลง ดาวเด่นมองทึ่ง ที่เห็นช้างนั่งลงโดยว่าง่าย แสงคำบอกดาวเด่น
“ค่อยๆ เหยียบ แล้วก้าวขึ้นไป”
แสงคำชี้มือลงที่ข้างหูช้างให้ดาวเด่นปีนขึ้นไป ดาวเด่นลองทำ แต่เก้ๆ กังๆ จนหล่นหงายเงิบ แสงคำเข้าไปรับร่างดาวเด่นไว้
ดาวเด่นมองแสงคำเห็นแววตารำคาญ แสงคำผลักดาวเด่นให้ออกห่างตัว
“เอ้า ลองใหม่ เร็วๆ”
“ก็อย่าเร่งนักสิ ถ้าฉันขี่เป็น ฉันจะมาขอให้นายช่วยมั้ยล่ะ”
“ก็ตั้งใจหน่อย”
ดาวเด่นเถียงคำไม่ตกฟาก “ตั้งใจแต่มันไม่ถนัดไง”
แสงคำทั้งฉุนทั้งหงุดหงิด “ไม่ได้เรื่อง”
“เอ๊ะ นายนี่ ขี้โมโหจัง”
“เสียเวลา”
“เสียเวลาอะไร ฉันเห็นวันๆ นายก็ไม่ได้ทำอะไร” ดาวเด่นปากเก่งตามประสา
แสงคำ ตาวาว โกรธมากหันไปสั่งช้างทันที ช้างลุกขึ้นร้องเสียงดัง ดาวเด่นตกใจ
“พวกแม่นาย ไม่เคยเห็นหัวคน”
แสงคำว่าใส่หน้าแล้วหันหลังเดินออกไปเลย ทิ้งดาวเด่นให้ยืนโมโหอยู่ลำพัง
ระหว่างนี้เทพทัตที่เดินตามหาจนทั่วปาง เห็นดาวเด่นยืนอยู่ก็รีบเข้ามา
“น้องดาว หายไปไหนมา”
“ก้อเที่ยวอยู่แถวๆ นี้น่ะค่ะ”
“อยู่กับช้าง?” เทพทัตถามสีหน้าฉงน
“ค่ะ อยู่กับช้าง สบายใจกว่าอยู่กับคนขี้โมโห พี่หมอมีอะไรหรือเปล่าคะ”
“พี่มาตาม ได้เวลาน้องดาวทานยาแล้ว” พลาง หมอเทพทัตถอดเสื้อแจ๊กเก๊ตของตัวเองคลุมลงให้ดาวเด่นอย่างอ่อนโยน “อากาศเริ่มเย็น เดี๋ยวไม่สบาย จะอยู่ดูงานคืนนี้ไม่สนุกนะ”
เทพทัตยิ้มอ่อนโยน มองดาวเด่นที่ยิ้มแววตาสดใสทันควัน
“จริงด้วย งานประกวด เย้”

ลานหน้าเรือนสำนักงานกลางปางไม้ มีเวทีไม้ยกสูงขึ้นมาเหนือพื้น ตกแต่งเรียบง่าย ประดับด้วยดอกไม้สวยงาม มีป้ายผ้าเขียนว่า “การประกวดธิดาปางไม้หิมวัต”
แขไขนั่งอยู่ด้านล่างเด่นเป็นประธาน ธรรพ์ ดาวเด่นและเทพทัตนั่งถัดมา ชาวบ้านพากันทยอยเข้ามานั่งกับพื้นบ้าง นั่งเก้าอี้ที่วางไว้บ้าง
ม่อนดอยในชุดหล่อยื่นหน้ามาเคาะไมค์ ทำหน้าที่โฆษก
“ฮัลโหล 1 2 3 เทสต์...เทสต์ ฮัลโหล”
หนานไตรยืนมองอยู่ด้านหลังตบมือนำ ชาวบ้านพากันตบมือตาม
“ขอสวัสดีพี่น้องทุกคน กระผมม่อนดอย ภูสูง ดีใจมากที่ได้มาเป็นโฆษกงานสำคัญ ครั้งแรกครั้งยิ่งใหญ่ของพวกเรา งานประกวดธิดาปางงง...”
เสียงกลองชาวบ้านตีรับ คนดูเฮ หนานไตรยิ้มมองบรรยากาศสดชื่นเฮฮาตรงหน้า
“วันนี้เรามีแขกพิเศษที่จะมาเป็นกรรมการ การตัดสินที่ยิ่งใหญ่ และยุติธรรมที่สุด ได้แก่ คุณแขไข คุณธรรพ์ คุณดาวเด่น คุณหมอเทพทัต”
ธรรพ์ เทพทัต และดาวเด่น หันมายิ้มกับชาวบ้าน ชาวบ้านปรบมือต้อนรับ ยกเว้นแขไขที่ลุกขึ้นโบกมือเหมือนนางงาม ดาวเด่นมองพี่สาวขำๆ
แขไขนั่งลง หนานไตรกอดอกมอง ไปที่ชาวบ้านทุกคน
“และกรรมการกิตติมศักดิ์ของเรา พ่ออุ๊ยหมื่นหล้า”
หมื่นหล้าที่นั่งห่างกลุ่มแขไขหันไปยิ้มให้ ชาวบ้านพากันเฮ
“และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ขอเชิญทุกท่านพบกับสาวงามผู้เข้าประกวดท้าลมหนาวในปีนี้”
เสียงกลองรัวรับอย่างน่าตื่นเต้น
“สาวงามคนแรก ยิ้มหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้า ตาคม ผมยาว รักเด็ก รักธรรมชาติ รักที่สุดคือผู้ชายหล่อๆ หมายเลข 1 นางสาวสร้อยฟ้า”
สร้อยฟ้าเดินนวยนาดออกมา ชาวบ้านตบมือ
“สาวงามคนต่อไป ฉายาสวยสะท้านใจ มือวางอันดับหนึ่งประจำโรงครัว สัดส่วน 38-22-36 สวยเรี่ยสวยราด สวยไม่ยอมใคร หมายเลข 2 นางสาวรัญจวน”
เห็นรัญจวนในชุดสวยเดินออกมา กองเชียร์เงียบกริบ รัญจวนเท้าสะเอว จิกตาถลึงมอง กองเชียร์ตบมือเฮ

ทางฝ่ายแสงคำนั่งกินเหล้า คนงานหนุ่มๆ แต่งตัวหล่อพากันเดินไปเป็นกลุ่ม
“แสงคำไปดูประกวดธิดาปางกัน”
“ไม่ดู”
คนงานพากันเดินหนีแสงคำที่อารมณ์ไม่ดี
“ไอ้อิน ไอ้อินโว๊ย เอาเหล้ามาให้ข้าอีก”
แสงคำตะโกนเรียกอีก แต่ไม่เห็นอินโผล่ออกมาเหมือนเคย แสงคำมองหา สีหน้าแปลกใจ
“ไอ้อินหายไปไหน”

ที่งานประกวดธิดาปาง หนานไตรกอดอกอยู่มุมหนึ่ง สอดตามองหาไปรอบๆ
“แสงคำ...แกไม่มา
ม่อนดอยเจื้อยแจ้วอยู่บนเวที “และหมายเลข 3 สาวงามที่ไม่รู้จะเกิดมาทำไม สวยจนอดใจอยากจะเตะไม่ไหวหมายเลข 3 กำปุ้ง หรือน้องแมงมุมยักษ์”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 6/3 วันที่ 7 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ