อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 6/4 วันที่ 7 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 6/4 วันที่ 7 ต.ค. 57

ม่อนดอยเจื้อยแจ้วอยู่บนเวที “และหมายเลข 3 สาวงามที่ไม่รู้จะเกิดมาทำไม สวยจนอดใจอยากจะเตะไม่ไหวหมายเลข 3 กำปุ้ง หรือน้องแมงมุมยักษ์”
กำปุ้งเดินออกมาในชุดของแขไขที่ตอนนี้ปริแตกเพราะรูปร่างคนละไซส์ แต่กำปุ้งก็ยังมั่นใจ แต่งประโคมหน้าผมอย่างจัดหนัก ดาวเด่นเห็นหัวเราะพรืดออกมา หมอเทพทัตกับธรรพ์แค่อมยิ้ม

“นั่นมันชุดพี่แข เค้ายัดตัวเองลงไปได้ยังไง”
กะเทยกำปุ้งออกมายืนแอ่น มีทั้งเสียงโห่ฮา ประสมเสียงปรบมือเปาะแปะ รัญจวนอยู่บนเวทีขมุบขมิบปากด่าลูกสมุนทั้งๆ ที่หน้าฉีกยิ้ม
“นึกว่าสวยตายแล้วนะแก ใส่ชุดของคุณแขไข อย่างนี้เค้าเรียกกระแดะค่ะ”


กำปุ้งฉีกยิ้มตอบ “ของแบบนี้ว่าไม่ได้นะคะ คุณพี่ ดูซะก่อน ทุกคนอึ้งตะลึงกับความงามของคุณน้อง”
“อึ้ง หรือจะอ๊วก”
กำปุ้งกับรัญจวนเชิดหน้าไม่ยอมกัน

เวลาเดียวกันแสงคำเดินดุ่มๆ มาตามลำพัง สีหน้าดูเคร่งเครียด
หนานไตรมองไปที่บนเวที ที่ตอนนี้มีสาวในปางอีก 2 คนยืนต่อจากกำปุ้ง รัญจวน สร้อยฟ้า ทั้งหมดรวมเป็นผู้เข้าประกวด 5 คน

“และสาวงามคนสุดท้าย หมายเลข 6”
ม่อนดอยหยุดเว้นคำ ทุกคนมองงง
“สำหรับสาวงามคนนี้ บอกได้คำเดียว สวยสะพรึง
ดาวเด่นได้ยินแล้วตบมือ หัวเราะชอบอกชอบใจ
“สวยสะพรึง ใครน่ะ อยากเห็นหน้าจัง”
“หมายเลข 7 ขอเสียงปรบมือต้อนรับตัวเก็งธิดาปางของเรา นางสาวคำฝาย”
เสียงปรบมือดัง ประสมเสียงกลองรัวเร็ว คำฝายเดินนวยนาดออกมา ดาวเด่นปรบมือเชียร์ซะดัง
“สู้เค้า คำฝาย”
คำฝายส่งจูบไปทั่ว แล้วนึกได้
“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ เปลี่ยนใจแล้วค่ะ คำฝายขอสละตำแหน่งที่ทรงคุณค่านี้ให้คนสวยน้อยกว่าได้แจ้งเกิดบ้าง วันนี้คำฝายขอเป็นพี่เลี้ยงนางงาม ตัวจริงต้องคนนี้...”
คำฝายวิ่งหลบเข้าไป เสียงกลองรัวใหม่อีกครั้ง
เนื้อนางเดินออกมาในชุดเสื้อพื้นเมืองสั้นเหนือเอว นุ่งซิ่นสวยกรอมเท้าที่หนานไตรซื้อให้
หนานไตรและทุกสายตามองจับจ้องไปที่เนื้อนางที่เยื้องย่างสวยเด่นบนเวที
“คนนี้สิ สวยจนลืมหายใจ”
เทพทัตปรบมือดัง ธรรพ์แอบมองมาที่แขไข เห็นแขไขหน้าตาโกรธมาก
“ไหนว่าเนื้อนางไม่ประกวด”
หมื่นหล้าปรบมือ ยิ้มปลื้มใจกับหลานสาวคนสวย
เนื้อนางมายืนเด่นอยู่ตรงกลาง รัญจวน กำปุ้ง รีบขยับเบียดมาประกบเนื้อนาง ไม่ยอมแพ้
หนานไตรมองจ้องมาที่เนื้อนางด้วยสายตาชื่นชม

ขณะเดียวกัน ที่ถนนนอกปางหิมวัต แลเห็นร่างชายคนหนึ่งเดินไปเดินมา ท่าทางลุกลี้ลุกลน อยู่ในความมืด สักครู่หนึ่ง มีรถกระบะมาจอดลงใกล้ๆ คนในรถลงมา เดินตรงมาที่ร่างชายที่ยืนรออยู่ ส่งเงินเป็นปึกยื่นให้
ชาย 1 ถาม “ทำไมต้องรีบร้อนเรียกข้ามาเอาไม้คืนนี้ด้วยวะ”
มือชายคนนนั้นรับเงินมากำไว้แน่น

การประกวดธิดาปางดำเนินไป บนเวทีสาวงามทั้ง 7 ยืนอยู่ ทุกคนมองลงมารอกรรมการให้คะแนน
“รอบนี้จะเป็นการแสดงความสามารถพิเศษ”
รัญจวน กะ กำปุ้ง เลิกลัก รัญจวนฉีกยิ้มอยู่บ่นออกมา
“ความสามารถอะไร ข้าไม่มี สวยอย่างเดียวก็พอแล้ว”
โฆษกม่อนดอยเอ่ยขึ้น “เริ่มจากหมายเลข 3 นางสาวกำปุ้ง”
กำปุ้งไหว้สวยงามเดินมาด้านหน้า ฉีกยิ้มให้กรรมการ
ม่อนดอยยื่นไมโครโฟนในมือให้ “มีความสามารถพิเศษอะไรบ้างครับ”
“สวยค่ะ” กำปุ้งบอก
ชาวบ้านโห่ฮา รัญจวน และสร้อยฟ้าช่วยกันโห่ด้วย กำปุ้งยังฉีกยิ้มอยู่
“ความสามารถพิเศษน่ะครับ มีมั้ย” โฆษกถามอีก
กำปุ้งคิดปราดเดียวแล้วฉีกยิ้ม “แปร๋น...”
ทุกคนมอง กำปุ้งยกมือขึ้นแล้วร้องทำเสียงช้าง
“แปร๋น... แปร๋น...”
ทุกคนฮาลั่น ม่อนดอยหัวเราะจนแทบพูดต่อไม่ได้
“ขอเสียงปรบมือให้ธิดาช้างของเรา นางสาวกำปุ้งกับความสามารถเลียนเสียงช้าง”
ทุกคนกำลังขำ กำปุ้งแกว่งมือเลียนแบบงวงช้าง
“อย่าลืมเทคะแนนให้กำปุ้งด้วยนะคร๊า แปร๋น...แปร๋น...”
ระหว่างนี้ หนานไตรมองไปบนเวทีแวบเดียว แล้วเดินแยกตัวออกไปอย่างเงียบกริบ

ที่ถนนนอกปาง เป็นอินนั่นเองที่กำลังนับเงินแล้วบอกคนมารับซื้อไม้
“คืนนี้พวกมันมัวแต่สนุกในงาน เดี๋ยวเอารถเข้าไปขนซุงที่เหลือได้เลย ไม่มีใครมาสนใจเราหรอก”
หนานไตรลัดเลาะมาเห็นด้านหลังอิน ที่กำลังเจรจากับคนรับซื้อไม้ อินกำลังจะแยกไป หนานไตรชักปืนออกมา
“หยุดนะ ไอ้อิน”
“หนานไตร”
ไวเท่าความคิด อินวิ่งหลบทันที คนรับซื้อไม้รีบวิ่งขึ้นรถ แตกกระเจิง หนานไตรมอง แล้ววิ่งตามอินไปอย่างเร็ว

ฝ่ายเนื้อนางยืนยิ้มเด่นอยู่ตรงกลางเวที ทุกคนมองจ้อง แสงคำเดินเข้ามาในงานมองตรงไปที่เนื้อนางด้วยสีหน้าตื่นตะลึง สายตาลึกซึ้ง สุดแสนรัก
ม่อนดอยทำหน้าที่โฆษกต่อ “เอาละครับ มาถึงสาวงามอีกคนของเรา หมายเลข 7 เนื้อนาง วันนี้มีความสามารถพิเศษอะไรมาโชว์ครับ”

เนื้อนางเดินออกมาเด่น โปรยยิ้มให้กับทุกคน “ดิฉันคิดว่าศิลปะล้านนาของเรางดงาม ติดตาตรึงใจทุกคนที่พบเห็น ความเป็นล้านนาคือไมตรีจิต เยือกเย็น อ่อนหวาน ควรที่เราจะรักษาสืบทอดไว้ และความสามารถของดิฉันในวันนี้ก็คือศิลปะแท้ๆ ของล้านนา ฟ้อนแง้นค่ะ”
ชาวบ้านปรบมือเฮ หมื่นหล้าปรบมือดัง ยิ้มดีใจที่สุด
“ฟ้อนแง้น น่าสนใจนะครับ” ธรรพ์พูดขึ้น แขไขหน้าบึ้ง มีแต่ดาวเด่นกับเทพทัตที่กระตือรือร้น
ดาวเด่นถาม “ฟ้อนแง้นเป็นยังไง มีใครเคยเห็นมาก่อนมั้ย อยากเห็นจังเลยค่ะ”
ธรรพ์กับเทพทัตส่ายหน้า แววตาทุกคนมองไปที่เนื้อนางบนเวที

หนานไตรวิ่งเร็วลัดเลาะหวังจะจับตัวคนลอบขายไม้ให้ได้ อินวิ่งเร็วอย่างคนชำนาญป่า กำลังจะหนีพ้น
หนานไตรยกปืนเล็งไป ยิงไปที่อิน กระสุนดังขึ้น ปัง !!

เสียงกระสุนดังก้องป่า ปัง ทุกคนได้ยิน ตกใจ เนื้อนางชะงัก หันไปมอง
“เสียงปืน” ม่อนดอยตะโกน แสงคำหันขวับ
หมื่นหล้ามองหา “เสียงปืน อยู่ไม่ไกล แสงคำไปกับข้า” แสงคำวิ่งออกไปกับหมื่นหล้าทันที
ทุกคนในงานหน้าตาตื่น ตกใจ
แขไขลุกขึ้นกวาดตามองแล้วถามขึ้นเสียงดัง “หนานไตร หนานไตรหายไปไหน” เสียงปืนดังขึ้นอีกปัง
เนื้อนางตกใจ “หนานไตร !!!”
หนานไตรยิงปืนไปอีกนัด อินล้วงปืนจากเอวมายิงสวนไปหลายนัด เสียงปืนดังก้องป่า หนานไตรหลบวูบหลังต้นไม้

ที่เวทีประกวดธิดาปาง ทุกคนในปางได้ยินเสียงปืนติดกันๆ เนื้อนางวิ่งลงจากเวที คำฝายวิ่งมาสมทบ
เนื้อนางเร่ง “เอาคนไปช่วยหนานไตรเร็ว”
ด้านล่างแขไข ธรรพ์ ดาวเด่น เทพทัต สีหน้าตกใจ
ม่อนดอยที่ถือไมค์อยู่รีบพูดบอกทุกคน “อย่าตกใจ อย่าตกใจ หนานไตรไปไล่จับโจร”
“หมายความว่ายังไง ม่อนดอย” ธรรพ์ถาม
เนื้อนางเร่ง “พูดสิ ม่อนดอย รู้อะไรก็พูดมา”
“หนานไตรวางแผนจับคนขโมยไม้คืนนี้”
เสียงฮือฮาดังอีก เสียงเซ็งแซ่ ใครขโมยไม้
เนื้อนางหันไปมองทางในป่า สีหน้าเป็นห่วงหนานไตรอย่างมาก

อินโผล่มาจากหลังต้นไม้ มองไม่เห็นหนานไตร แต่พอหันกลับมา เจอหนานไตรอ้อมเงียบ มาประชิดตัว หนานไตรศอกเข้าหน้า อินเซ ปืนหลุดมือ หนานไตรเข้ามาจะจับ อินถีบหนานไตร ปืนหนานไตรหลุดมือ หล่นพื้น อินพุ่งเข้าชกด้วยหมัด หนานไตรหลบว่องไว ชกสวนกลับอินหลายหมัด จนอินล้มคว่ำ หนานไตรหันไปหยิบปืนจากพื้น พอหันกลับมาเห็นอินคว้าปืนขึ้นมาเหมือนกัน สองคนเล็งปืนใส่กัน พร้อมลั่นกระสุนเข้าหาอีกฝ่ายทันที
“แกยังมีโอกาสนะ ไอ้อิน บอกฉันมาใครร่วมมือกับแกขโมยไม้ไปขาย”
แสงคำ หมื่นหล้าวิ่งมา แสงคำจะเข้าไป หมื่นหล้ายกมือห้ามไว้ ฟังหนานไตรที่โต้กับอิน
“มึงจะยอมตาย รักษาผลประโยชน์ของคนอื่นไปทำไมวะหนานไตร ตายไปเจ้าของปางเค้าก็ให้แค่ค่าทำศพ”
“ฉันทำงานด้วยใจ ไม่ใช่เพราะความโลภอย่างแก”
“ถุย . .ผู้จัดการอย่างมึง กูเขี่ยกระเด็นพ้นปางมาหลายคนแล้ว กูไม่ให้ใครมาขวางทางรวยของกู”
“ไอ้อิน” หมื่นหล้ากระชากเสียงเรียก หนานไตรกับอินหันไปเห็นหมื่นหล้ากับแสงคำ
“เสียแรงกูสั่งสอนมา มึงกล้าทรยศศักดิ์ศรีควาญ ทรยศความไว้ใจของพวกเรา”
“วางปืนลง ไอ้อิน” แสงคำสั่ง
“กูไม่วาง พวกมึงจะรุมกู”
“ผิดแล้วยังดื้อด้านอีก ไอ้ชาติชั่ว” หมื่นหล้าด่าซ้ำ
อินบันดาลโทสะ หันไปจะยิงหมื่นหล้า
หนานไตรตะโกน “หมื่นหล้า ระวัง”
อินยิงไปทางหมื่นหล้า หมื่นหล้าโดดหลบ แสงคำจะเข้าช่วยหมื่นหล้า อินหันไปยิงใส่ แสงคำต้องหลบ
อินเหนี่ยวไกยิงหมื่นหล้าซ้ำ หนานไตรพุ่งมาผลักหมื่นหล้าให้พ้นวิถีกระสุน หนานไตรโดนกระสุนอินเจาะเข้าไหล่ขวาสะบัด หมื่นหล้า แสงคำที่อยู่ห่าง มองตกใจ
“หนานไตร”
“มึงตายแน่ ไอ้ผู้จัดการ” อินจะเข้ามายิงซ้ำ แต่หนานไตรพลิกตัวหันมายิงสวน เข้ากลางอกอิน
อินเลือดทะลัก อินสู้ ฝืนเหนี่ยวอีกนัด โดนท้องหนานไตรล้มลง หนานไตรยิงไปอีก 3 นัดเจาะร่างอินล้มลง ขาดใจตาย แสงคำ หมื่นหล้ามอง เห็นหนานไตรกุมแผลที่เลือดทะลักตรงท้อง ทรุดลงที่พื้นทันที

เนื้อนางได้ยินเสียงปืนหลายนัด เหมือนๆ ทุกคน หันไปบอกพวกคนงาน “นิ่งกันอยู่ทำไม ไปช่วยหนานไตรกันเร็ว”
แขไขได้ยินแล้วโมโหปรี๊ดขึ้นมาทันที กระชากแขนเนื้อนาง “แกเป็นใครถึงกล้ามาสั่งคนงาน ที่นี่ชั้นสั่งได้คนเดียว”
“จะหึงจะหวงก็ให้มันดูเวล่ำเวลาบ้างเถอะ นังผู้ดีตกมัน”
แขไขหันไปตบปากคำฝายทันที พวกบนเวทีเห็นก็ร้องกรี๊ด เนื้อนาง ดาวเด่น ธรรพ์ เทพทัตตกใจ
คำฝายหันขวับจ้องแขไข “อีคำฝายไม่ทนแล้ว วันนี้ขอตบล้างปากผู้ดี เป็นบุญมือสักทีเถอะวะ”
คำฝายพุ่งเข้าไป ตบแขไขหน้าสะบัด บนเวทีกรี๊ดดังกว่าเดิม “แก อีขี้ข้า”
เนื้อนางรีบดึงคำฝาย ดาวเด่นรั้งแขนพี่ ธรรพ์ เทพทัตเข้ามาขวางกลางคำฝายกับแขไขที่จะปรี่เข้าหากัน
กำปุ้ง รัญจวน สร้อยฟ้าถกกระโปรงปรี่ลงมาที่คำฝาย
รัญจวนเชียร์ “ตบมันค่ะ ตบมัน คุณแขไข”
กำปุ้งเสริม “อย่าให้รอดมันไปได้ทั้งสองคนเลยค่ะ”
คำฝายกำหมัด เนื้อนางมองเห็นพวกรัญจวนเข้ามา
แขไขสั่ง “จัดการมัน รัญจวน”
รัญจวนพุ่งเข้าบีบคอเนื้อนาง กำปุ้งตบคำฝาย
ธรรพ์ห้าม “หยุด ฉันบอกให้หยุด”
แขไขสั่ง “อย่าหยุด”
เนื้อนางสู้ บีบคอรัญจวนตาเหลือกบ้าง คำฝายทุบหมัดเข้าข้างกกหูกำปุ้งเซแซ่ดๆ ม่อนดอยเตะตามน้ำ กำปุ้งหัวทิ่มตกเวทีไป สร้อยฟ้าเข้ามา คำฝายถีบกระเด็น
เนื้อนางผลักรัญจวนออกแล้วตบหน้าสะบัดซ้ายขวา พวกชาวบ้านล้อมวงเชียร์
แขไขหน้าตื่น เห็นพวกตัวเองสู้ไม่ได้ คำฝาย เนื้อนางหันขวับมาทางแขไข
ดาวเด่นตะโกนขึ้น “จะกัดกันเหมือนหมาตรงนี้ไปทำไม ในป่ายิงกันตายไม่รู้กี่ศพแล้ว”
ทุกคนชะงักค้าง
“ไปช่วยหนานไตรก่อนเถอะ พี่คำฝาย อย่าเสียเวลากับพวกบ้าหาเรื่อง”
แขไขตาวาว เนื้อนางคว้ามือคำฝายจะวิ่งไป
กำปุ้งพุ่งเข้ามาถีบคำฝายล้มลงกลิ้งกับพื้น “ถีบกูแล้วจะหนีง่ายๆ เหรอ อีคำฝาย”
เทพทัตรีบพุ่งไปจับรัญจวนที่จะเข้าไปทำร้ายเนื้อนาง
ม่อนดอยถีบกำปุ้งกระเด็น “เมื่อตะกี้น่ะ ตีนกูเจ้า”
แขไขสั่ง “ปล่อยรัญจวนเดี๋ยวนี้ เนื้อนางมันต้องถูกลงโทษ”
ธรรพ์เสียงแข็ง “อย่าปล่อย ที่นี่ปางไม้หิมวัต ไม่ใช่ในกาดที่จะตบกันไม่เลือกหน้า” ธรรพ์มองแขไข มองเนื้อนาง “ไม่รู้จักว่าคนไหนนาย คนไหนบ่าว”
ธรรพ์สั่งเสียงเด็ดขาด ทุกคนต้องหยุดฟัง แขไขสีหน้าไม่พอใจ ดาวเด่นกระชากแขนพี่ห้ามเต็มที่
เนื้อนาง คำฝายมองพวกรัญจวนอย่างสะกดอารมณ์

หนานไตรเลือดทะลัก แสงคำทถอดเสื้อกดห้ามเลือดที่ท้องไว้ หนานไตรมองแสงคำ “ฉันขอโทษที่คิดว่านายเป็นคนขโมยไม้”
“ฉันเองก็ไว้ใจคนผิด ไม่คิดว่าไอ้อินมันจะเห็นแก่เงิน”
“ทนหน่อย หนานไตร” หมื่นหล้าหันไปสั่ง “แสงคำ ช่วยข้าพยุงมันกลับไปที่ปางเร็ว”
“ศพไอ้อินล่ะครับ หมื่นหล้า” หนานไตรยังกังวล
“ข้าอยากจะปล่อยให้แร้งกาจิกกินอยู่ที่นี่ให้สมกับความชั่วของมัน แต่มันก็จะอุจาดตาคนอื่น เดี๋ยวข้าจะให้คนมาเอากลับไป ตอนนี้เอ็งห่วงตัวเองก่อน หนานไตร”
แสงคำ หมื่นหล้าพยุงหนานไตร รีบพากลับเข้าไปที่ปาง

เนื้อนางกับพวกแขไข รัญจวนยืนประจันหน้ากัน
ธรรพ์สั่ง “กลับเรือนไป เนื้อนาง ทุกคนแยกย้าย งานวันนี้จบแล้ว”
สร้อยฟ้าไม่จบ “แล้วตกลงใครได้เป็นนางงามปาง”
รัญจวนต่อว่า “อีสร้อยฟ้า หัวหูยุ่งเป็นผีบ้าอย่างงี้ มันไม่มีใครชนะแล้ว”
“ม่อนดอย ไปตามหาหนานไตรกับฉัน”
“ไม่ต้องไปแล้วครับ มากันโน่นแล้ว”
ทุกคนมองไป แสงคำ หมื่นหล้ากำลังพยุงหนานไตรที่เลือดไหลเข้ามา
“หนานไตร” เนื้อนางเรียกด้วยความตระหนกระคนเป็นห่วง หนานไตรมองเห็นเนื้อนางท่ามกลางทุกคน ก็ยิ้มให้แต่อ่อนแรง ทรุดลง
ทุกคนกรูกันมา เทพทัตร้องสั่ง “ถอยออกไป อย่ามุง ถอยออกไป” เทพทัตรีบแหวกคนเข้ามาดูอาการหนานไตร
หนานไตรยังยิ้มเหมือนไม่มีอะไรหนักหนา “ผมไม่เป็นอะไรมาก หมอ”
“พาไปเรือนรับรองเดี๋ยวนี้”
“ใครไม่เกี่ยว หลีกทางสิ” ดาวเด่นบอกให้ทุกคนหลบให้แสงคำกับม่อนดอยพยุงร่างหนานไตรออกไป
หนานไตรเดินผ่านเนื้อนาง หนานไตรยิ้มให้ แววตาเนื้อนางเป็นห่วงหนานไตรมาก มองตามไม่ละสายตา เทพทัต แขไขรีบตามไป เนื้อนางขยับจะเดินตามไป
ธรรพ์เตือนขึ้นตรงๆ แต่แววตาจริงใจ “เธออยู่ที่นี่แหละ เนื้อนาง ขืนตามไป มีหวังตบกันเรือนพัง ไม่ต้องรักษาคนเจ็บ”
ดาวเด่นยิ้ม “พี่หมอเทพทัตอยู่ทั้งคน หนานไตรไม่เป็นอะไรหรอก” ดาวเด่นยิ้มให้เนื้อนางแล้วรีบตามไปทางเรือนพัก
ทุกคนพากันมองตาม จับกลุ่มวิจารณ์
รัญจวนห่วง “หนานไตรจะรอดมั้ย”
“คนดี ผีไม่คุ้มเยอะแยะไปนะคะ” กำปุ้งปากเสีย
“อีปากแบบนี้ ผีมันจะฉีกปาก แล้วเอาสากกะเบือตำๆๆ” คำฝาย กำปุ้งหันมาแยกเขี้ยวใส่กัน

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 6/4 วันที่ 7 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ