อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 7 วันที่ 7 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 7 วันที่ 7 ต.ค. 57

“คนดี ผีไม่คุ้มเยอะแยะไปนะคะ” กำปุ้งปากเสีย
“อีปากแบบนี้ ผีมันจะฉีกปาก แล้วเอาสากกะเบือตำๆๆ” คำฝาย กำปุ้งหันมาแยกเขี้ยวใส่กัน
เนื้อนางได้ยินแล้วยิ่งสีหน้าไม่ดี มองหมื่นหล้า
หมื่นหล้ายิ้มให้กำลังใจ “พระท่านต้องคุ้มครองคนดี หนานไตรต้องไม่เป็นอะไร”

เนื้อนางยังมองตาม สีหน้าแววตาห่วงใยหนานไตรมาก

ที่เรือนเนื้อนาง เนื้อนางนั่งอยู่กับคำฝาย ชะเง้อมอง หมื่นหล้ายืนอยู่ แสงคำเดินเร็วกลับมา เนื้อนางลุกขึ้นถาม เสียงร้อนรน “หนานไตรเป็นยังไงบ้าง”
แสงคำมองน้อยใจเนื้อนาง “อยู่กับหมอ คงไม่ตายง่ายๆ”


“ไอ้แสงคำ ปากหรือรูพ่นลมตดวะ” คำฝายด่า
“ทำไม จะตบข้าเหมือนที่ตบคุณแขไขเหรอ”
“นังคำฝาย!!! เอ็งตบคนของแม่นาย” หมื่นหล้าตกใจ
“ก็ฉันทนไม่ไหว เลยซัดไปฉาดนึงเต็มๆ มือ มันอยากมาทำเนื้อนาง”
“พี่คำฝายช่วยเนื้อนางจ้ะตา เราไม่ได้หาเรื่องใครก่อน”
“แต่คนเป็นนาย ยังไงมันก็ถูกวันยังค่ำ อยู่ห่างได้ก็อยู่ห่างซะ เรามันผู้น้อย”
“เนื้อนางคงไม่กลัวหรอก พ่ออุ๊ย ยังไงก็มีหนานไตรคอยช่วย” แสงคำมองน้อยใจ แล้วเดินออกไป
คำฝายมองหมั่นไส้ “ทำมาเป็นใจน้อย ตัวใหญ่ยังกะงัวกะควาย”
“ตาจ๋า เนื้อนางไม่ได้คิดอย่างที่อ้ายแสงคำพูดเลยนะจ๊ะ”
“ดีแล้ว เนื้อนาง ตาเห็นแล้ว หนานไตรมันเป็นคนดีจริงๆ อย่าให้มันต้องเดือดร้อนเพราะเราเลย”
หมื่นหล้ายิ้มกับหลาน เนื้อนางยิ้มดีใจ แสงเทียนวับแวมทำให้ใบหน้าเนื้อนางยิ่งสวยผุดผ่อง

เช้าวันรุ่งขึ้น ที่ห้องนอนเรือนรับรองแขก หนานไตรนอนพัก มีผ้าพันแผนที่ไหล่ขวาและท้อง แขไขนั่งกุมมือหนานไตรสายตาห่วงมาก ธรรพ์ ดาวเด่นยืนอยู่ หนานไตรลืมตาขึ้น ดึงมืออกจากแขไข
เทพทัตพยุงหนานไตรลุกนั่ง “โชคดีกระสุนไม่ฝังใน ฉันเย็บแผลให้แล้ว”
หนานไตรมองขอบใจเพื่อน แล้วหันไปทางธรรพ์ “ธรรพ์ จัดการเรื่องศพอินหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วครับพี่ ตำรวจมาตั้งแต่เช้ามืด หมื่นหล้ากับแสงคำให้การว่าพี่ยิงป้องกันตัว ส่วนเรื่องอิน .. ญาติเค้ามารับศพไปแล้ว”
“จัดการเรื่องงานศพให้เค้าด้วยนะธรรพ์ ให้เงินดูแลลูกเมียเค้าสักก้อน ครอบครัวอินคงลำบาก ขาดหัวหน้าครอบครัวไปทั้งคน”
“ทำไมต้องใจดีกับพวกขี้ขโมยด้วยคะ มันตายซะได้ก็ดี”
หนานไตรมองจ้องแขไขด้วยสายตาตำหนิ “ผมไม่ได้ต้องการให้อินตาย ผมอยากให้เค้ากลับใจมากกว่า”
“ให้โอกาสคนเลวก็เหมือนปล่อยงูพิษเข้าป่า วันนึงมันก็ต้องแว้งมากัดเรา”
หนานไตรไม่อยากฟัง หันไปทางเทพทัต “ไอ้หมอ มาพยุงฉันที”
“แกจะเดินเลยเหรอวะ”
“เออ ฉันไม่เจ็บถึงตายหรอกน่า” เทพทัตเข้ามาพยุงหนานไตรลงจากเตียง
“พี่จะไปไหนครับ” ธรรพ์ถาม
“สูดอากาศข้างนอก ฉันต้องการความสดชื่น” หนานไตรเดินออกไปมีเทพทัตพยุง ธรรพ์เดินตามไปอย่างเป็นห่วง แขไขไม่พอใจ
ดาวเด่นมองพี่แล้วพูดขึ้น “พี่ณไตรเค้าหมายถึงในนี้มีแต่ลมปากเหม็นๆ”
“ดาวเด่น!!! แกเป็นน้องสาวชั้นนะ”
“เพราะเป็นน้อง และเพราะดาวรักพี่ ดาวถึงต้องพูด พี่แขหยุดดูถูก หยุดเหยียบย่ำคนอื่นสักที ก่อนที่ทุกคน โดยเฉพาะพี่ณไตรจะรังเกียจพี่แขไปมากกว่านี้” ดาวเด่นเดินออกไปอีกคน ทิ้งให้แขไขโมโหอยู่คนเดียว

ที่หน้าเรือน เทพทัตพยุงหนานไตรออกมา ธรรพ์ ดาวเด่นตามออกมาช่วยขยับเก้าอี้ให้นั่ง ม่อนดอย รัญจวน กำปุ้ง สร้อยฟ้ากับคนงานอีก 5-6 คนเดินมา
ม่อนดอยถาม “เป็นยังไงบ้างหนานไตร พวกเรามาเยี่ยม”
รัญจวนถือดอกไม้ป่านำขบวนขึ้นมายื่นให้
หนานไตรยิ้ม “ขอบใจมากทุกคน ผมไม่เป็นอะไร เดี๋ยวก็กลับไปทำงานได้แล้ว”
แขไขเดินออกมาเห็นพวกคนงานมา ก็มองหมั่นไส้
“คุณหมอนี่รักษาได้ทุกโรคมั้ยคะ กำปุ้งเห็นหน้าคุณหมอทีไรแล้วหัวใจมันเต้นโครมคราม อยากจะแหวกอกให้คุณหมอจับที่หัวใจ” กำปุ้งไม่พูดเปล่า คว้ามือหมอวางลงบนอก
เทพทัตหัวเราะรีบดึงมือกลับ “อาการแบบนี้เหมือนผีเข้านะครับ น้ำมนต์ซักถังน่าจะช่วยได้มากกว่า”
กำปุ้งค้อนหมอ ธรรพ์กับดาวเด่นอมยิ้มขำกำปุ้ง
“สงสัยกำปุ้งเป็นโรคขาดความรัก อยากได้หมอหล่อๆ มาดูแล” ธรรพ์แซว
“จะหมอหรือคุณธรรพ์ กำปุ้งไม่เกี่ยงเจ้า”
รัญจวนเสริม “คุณหมออยู่รักษาหนานไตรนานๆ นะคะ สาวๆ ที่ปางฝากบอกมา”
“ตกลงนี่จะมาเยี่ยมหนานไตร หรือมาจีบหมอ” ดาวเด่นซัก
สามคนตอบพร้อมกัน “จีบหมอ”
เทพทัตหัวเราะขำ แขไขมองบรรยากาศยิ้มแย้มอย่างหมั่นไส้ หันหลังกลับเข้าห้องไปอย่างไม่ชอบใจ
หนานไตรหันมาถามม่อนดอยให้ได้ยินกันสองคน “เนื้อนางล่ะ ไม่มาด้วยเหรอ”
“มาได้ที่ไหน ขืนมา คุณแขไขจะได้ฉีกอก”
“แล้วเนื้อนางเค้าไม่ฝากบอกอะไรมาเลยเหรอ”
“ไม่มี” หนานไตรได้ยินแล้วหน้าม่อยลงทันที ลุกขึ้น
ทุกคนหันขวับมามอง หนานไตรขยับเดิน ทุกคนขยับตามทันที
หนานไตรมองรำคาญ ห้ามขึ้น “ไม่ต้องตาม ผมอยากพักผ่อน” หนานไตรค่อยพยุงร่างเดินกลับเข้าไปข้างใน แขไขจะตาม ดาวเด่นดึงข้อมือ ส่ายหน้าห้ามว่าอย่าขัดคำสั่ง
หนานไตรเดินห่างจากทุกคนมาด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยเมื่อนึกถึงเนื้อนาง

เนื้อนางมองม่อนดอยที่กำลังปั้นหน้าเล่าอาการหนานไตร คำฝายกำลังเปลี่ยนน้ำที่หม้อน้ำดินเผาตั้งหน้าเรือนเพื่อรับแขก
“หนานไตรเปิ้นน่าสงสารมากๆ แผลถูกยิงทะลุท้อง เลือดยังไหลไม่หยุด ได้แต่นอนนิ่งๆ หายใจแหม็บๆ รอคนไปดูใจ”
“อาการไม่ดีเลยเหรอ”
ม่อนดอยทำยกชายเสื้อซับน้ำตา “ไม่รู้จะเป็นหรือตาย”
“โธ่ ... หนานไตร” เนื้อนางเดินลงเรือนด้วยความเป็นห่วง ม่อนดอยแอบมองยิ้มๆ
คำฝายเข้ามาฟาดแขนม่อนดอยอย่างแรง “ไอ้ม่อนดอยขี้จุ๊”
เนื้อนางหันมามองม่อนดอยกับคำฝาย
“ข้าเพิ่งได้ยินนังป้ารัญจวนมันแหกปากเล่าลั่นโรงอาหารบอกว่าหนานไตรไม่เป็นอะไร ยิ้มหล่อได้เหมือนเดิมแล้ว”
เนื้อนางมองม่อนดอย ม่อนดอยรีบบอก “ก็หนานไตรมันอยากได้คนเยี่ยมไข้เป็นเนื้อนาง”
“ขืนไป ยายผู้ดีตกมันก็ต้องหาเรื่องด่าเนื้อนาง ชั้นก็จะทนคันไม้คันมือไม่ไหว พ่ออุ๊ยก็จะมีเรื่องให้ร้อนใจ รำคาญหูอีก” เนื้อนางหันหลังกลับมาทางเรือน
ม่อยดอยก้าวยาวๆ ไปดักตรงหน้า “แต่หนานไตรมันต้องการกำลังใจนะ เนื้อนาง”
“คุณแขไขคนสวยก็อยู่ทั้งคน”
“ไม่เหมือนกันหรอก คนใกล้ตัวแต่ไม่ได้ใกล้ใจ ไม่เห็นหนานไตรมันจะสนใจคุณแขไขสักกะนิด มันถามหาแต่เนื้อนาง”
เนื้อนางทำไม่สนใจม่อนดอย หันหลังให้ซ่อนสายตาวิบวับ ที่ได้ยินว่าหนานไตรถามถึง

หนานไตรนั่งพิงหมอนอยู่บนเตียงสีหน้าเศร้า เพราะน้อยใจที่เนื้อนางไม่ได้มาเยี่ยม ผ้าม่านหน้าต่างถูกแหวกออก หนานไตรรู้สึกถึงลมเย็นวูบเข้ามา ผินหน้าหันไปมอง เนื้อนางแหวกม่านออก หนานไตรเห็นแล้วยิ้ม ทั้งดีใจทั้งแปลกใจ “เนื้อนาง”
เนื้อนางอมยิ้ม เนื้อนางปีนอยู่บนเก้าอี้เก่าๆ “ฉันมาเยี่ยม เป็นยังไงบ้าง หนานไตร”
หนานไตรดีใจ รีบลุกเร็วจะมาหาเนื้อนางที่หน้าต่างแต่เจ็บแผลจนเซ ชนเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ เก้าอี้จะล้ม หนานไตรคว้าไว้ทัน กลัวเสียงดังจนคนข้างนอกรู้ หนานไตรจับเก้าอี้วางได้หมือนเดิม แต่ตัวเองทรุดลง
เนื้อนางมองตกใจ ตัดสินใจปีนเข้ามาในห้อง “หนานไตร”
เนื้อนางเข้ามาประคองหนานไตร หนานไตรแตะมือเนื้อนางมอง สองสายตาสบกันด้วยความรัก ความเป็นห่วง เนื้อนางประคองหนานไตรขึ้น
หนานไตรตัดพ้อ อ้อนๆ “ผมคิดว่าเนื้อนางจะไม่มาเยี่ยมผมซะแล้ว”
เนื้อนางอมยิ้ม “มาช้านิดเดียว ต้องดุด้วยเหรอ”
“ดุครับ แล้วก็จะลงโทษด้วย” หนานไตรขยับใกล้ เนื้อนางมองตาวาวๆ ของหนานไตรแล้วเขิน “ต่อไปเนื้อนางต้องมาเยี่ยมผมทุกวัน แล้วก็มาเยี่ยมนานๆ”
“ไม่ได้หรอก เนื้อนางไม่อยากเจอพยาบาลส่วนตัวของหนานไตร”
“ผมไม่เคยมีพยาบาลส่วนตัว” หนานไตรขยับเข้าใกล้อีก “แต่ตอนนี้อยากมีแล้ว .. อยากให้เนื้อนางเป็นพยาบาลของผม”
เนื้อนางมองเขิน ขยับตัว “งั้นก็ต้องเชื่อเนื้อนาง ไปนั่งพักก่อนนะ เดี๋ยวจะเจ็บแผล เชื่อเนื้อนางนะเนื้อนางอยากให้หนานไตรหายเร็วๆ”
เนื้อนางดึงหนานไตรมานั่งลงที่เตียง หนานไตรยอมทำตามอย่างว่าง่าย เนื้อนางจะเดินออกห่าง หนานไตรรีบคว้ามือไว้ “อย่าเพิ่งไปเลยนะครับ”
“ปล่อยเถอะ หนานไตร แค่เนื้อนางเข้ามาในห้องนี่ เกิดใครมาเห็นเข้าจะไม่ดี”
หนานไตรหน้าม่อย เนื้อนางยิ้มปลอบใจ หยิบผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋าเสื้อ ส่งให้หนานไตร “เนื้อนางอยากมาขอบคุณ ที่หนานไตรยอมเจ็บเพื่อช่วยชีวิตตา”
หนานไตรรับมา ปลายนิ้วแตะปลายนิ้ว เนื้อนางดึงมือกลับอย่างนุ่มนวล ยิ้มหวาน
หนานไตรเปิดผ้าเช็ดหน้าออก เห็นกล้วยไม้สวย ก็ยกขึ้นดม ส่งสายตาไปทางเนื้อนาง “หอมเย็น ชื่นใจ ไม่มีใครเทียบ”
เนื้อนางเขินกับสายตาหนานไตร ค่อยๆ เดินกลับไปที่หน้าต่าง จะปีนออกไป
“มาเยี่ยมผมอีกนะครับ เนื้อนาง ... นะครับ” หนานไตรเอ่ยขอเสียงอ้อน เนื้อนางหันมายิ้มหวานให้อีกที ก่อนจะปีนออกไป หนานไตรมองตามตาละห้อย เอาผ้าเช็ดหน้าแนบอกไว้อย่างทะนุถนอม

ดาวเด่นกำลังเดินมองหาแสงคำ
เทพทัตเดินตามหลัง “น้องดาวมองหาใครอยู่หรือเปล่า”
“เปล่าๆ ค่ะ ดาวไม่ได้มองหาควาญ” ดาวเด่นรีบแก้ตัว “ดาวมองหาช้าง ดาวอยากขี่ช้าง”
“อ้าว .. อยากขี่ช้างก็ต้องไปทางโน้นซีครับ ทางนี้ไปเรือนคนงานนะ”
“อ๋อ ... ดาวหลงทางน่ะค่ะ” ดาวเด่นรีบยิ้มแก้เก้อให้เทพทัต

ที่เลี้ยงช้าง แสงคำกำลังเดินมา มองไปเห็นเทพทัตกำลังอุ้มดาวเด่น ยกขึ้นนั่งบนช้าง ดาวเด่นยิ้มชอบใจ
เทพทัตคอยดูดาวเด่นเล่นกับช้าง แสงคำมอง ดาวเด่นหันมาเห็นแสงคำ ก็โบกมือยิ้มให้อย่างทักทาย
แสงคำเดินไปเลยไม่สนใจดาวเด่น ดาวเด่นมองตาม หน้าตาเคือง นึกน้อยใจแสงคำขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

หนานไตรนั่งมองผ้าเช็ดหน้าที่เนื้อนางให้ แล้วยกขึ้นดมอีกครั้ง หนานไตรนึกถึงตอนที่ใกล้ชิดเนื้อนางหลายครั้ง หนานไตรวางผ้าเช็ดหน้าบนอก แล้วนอนหลับตาลงอย่างมีความสุข

เนื้อนางกำลังเคี่ยวยาในหม้อ คำฝายวางกระจาดสมุนไพรแห้งลง
“มีความสุขเหลือเกินนะ คงจะเอาหัวใจใส่ลงไปในหม้อยา ขอให้หนานไตรหายวันหายคืน”
เนื้อนางประชด “พูดดังๆสิ พี่คำฝาย จะได้รู้กันทั้งปาง”
“ไม่รู้หร้อก ปิดปากคำฝายกับม่อนดอยได้ ก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าเนื้อนางกับหนานไตรแอบเป็นห่วง ..เป็นใย .. เป็นคน” คำฝายเอานิ้วสองชี้คู่กัน
เนื้อนางอาย ยกกระบวยขึ้นขู่ คำฝายลอยหน้าหัวเราะเสียงใส

หนานไตรนอนหลับมีผ้าเช็ดหน้าเนื้อนางวางอยู่บนอก
ได้ยินเสียงจันตาเอะอะจากหน้าเรือน “ขนลงมาให้หมด”
หนานไตรลืมตาตื่นขึ้น “เสียงจันตา” หนานไตรวางผ้าเช็ดหน้าลงบนหมอน รีบลุกออกไปด้วยความสงสัย

ที่หน้าเรือน หนานไตรก้าวออกมาเห็นแม่นายลงจากรถ มีจันตากำลังสั่งคนขับรถขนของ แขไขก้าวไปยืนข้างแม่นาย “แขให้คนไปบอกแม่นายเองค่ะ ว่าพี่ไตรถูกยิง”
“คุณไม่ควรทำให้ผู้ใหญ่เป็นห่วง” หนานไตรหงุดหงิด
ธรรพ์เดินมาจากห้องด้านใน มายืนข้างพี่ชาย มองแม่นาย
“ไม่ต้องว่าหนูแข แกสองคนมันใจดำ ปิดบังกระทั่งเรื่องคอขาดบาดตายกับแม่” แม่นายเดินขึ้นเรือนมากับแขไข มาหยุดหน้าหนานไตร “แม่มารับแกกลับบ้าน”
“ผมยังกลับไม่ได้ครับ” หนานไตรรีบมองธรรพ์ด้วยสายตาขอร้อง
ธรรพ์จำใจต้องหาเหตุผลบอกแม่ “พี่หมอสั่งว่าห้ามแผลกระทบกระเทือน”
แม่นายยิ้มใจเย็น “นึกแล้วว่าแกคงไม่ยอมกลับง่ายๆ ไม่เป็นไร ไม่กลับ แม่กับหนูแขไขก็จะอยู่ที่นี่ ดูแลแกไม่ให้คลาดสายตา” แม่นายเดินผ่านหนานไตรกับธรรพ์เข้าไปด้านใน แขไขตามติด
จันตาตามรั้งท้าย ยิ้มบอกกับหนานไตร “แม่นายให้ขนเสบียงมาเต็มรถ งานนี้อยู่ได้เป็นปี ไม่ไล่ไม่กลับแน่นอนค่ะ” จันตาเดินตามแม่นายไป
หนานไตรหันรีหันขวางหงุดหงิด ธรรพ์มองพี่ชายแล้วพูดขึ้น “ทีนี้พี่จะหนีไปไหน ก็ไม่พ้นแล้วล่ะครับ”
“ฉันไม่หนีแล้ว .. ดูสิว่าใครจะทนได้นานกว่ากัน” หนานไตรพูดอย่างตัดสินใจเด็ดขาด

แขไขเดินพาแม่นายเข้ามาในห้องนอนที่หนานไตรนอน จันตาเดินตามมา
“แขดูแลพี่ไตรที่ห้องนี้ เฝ้าอยู่คนเดียวทั้งวันทั้งคืนเลยค่ะ”
แม่นายยิ้มกับแขไข แล้วหันมองไป เห็นผ้าเช็ดหน้าบนหมอนก็หยิบขึ้นมา เปิดเห็นกล้วยไม้ในผ้าเช็ดหน้า “หนูแขนี่น่ารักจริงๆ สรรหาดอกไม้มาทำให้ลูกชายน้าสดชื่น”
“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ของแข” แขไขเข้ามาดึงผ้าเช็ดหน้าไปมอง แม่นาย จันตามองสงสัย”
“งั้นก็ต้องเป็นของนังหญิงร้าย ร่ายเสน่ห์มารยา” จันตาสงสัย
“นังเนื้อนาง มันแน่ๆ แขจะไปเอาเรื่องมัน”
“หยุดก่อน หนูแข”
“ทำไมละคะ แม่นาย ดูสิคะ แขปรนนิบัติพี่ไตรอยู่แท้ๆ เนื้อนางมันยังหน้าด้าน” แขไขกำผ้าเช็ดหน้า “เอาผ้าเช็ดหน้าถูกๆนี่มาล่อตาล่อใจพี่ไตร”
“น้าจัดการเรื่องนี้แน่ แต่เราต้องไม่ใช่คนผิดในสายตาณไตรเหมือนที่ผ่านๆมา”
แม่นายเรียก “จันตา”
จันตารีบเสนอหน้าเข้ามาใกล้ “แม่นายอยากรู้ใช่มั้ยคะ ว่าตอนนี้นังเนื้อนางมันทำอะไร อยู่ที่ไหน ให้จันตาวางแผนร้ายทำลายมันเลยมั้ยคะ ... มั้ยคะ” จันตายิ้มรู้ใจแม่นาย
แม่นายหันมองแขไข แววตามีแผนร้าย

เนื้อนางเดินถือตะกร้าเสื้อผ้ามากับคำฝาย
สร้อยฟ้าเดินออกมาจากอีกทาง “นังคำฝาย”
“เนื้อนาง ได้ยินเสียงผีเปรตที่ไหนมาร้องเรียกขอส่วนบุญกลางวันแสกๆมั้ย” คำฝายแกล้งหันไป “อ้าว นังสร้อยฟ้านี่เอง”
“ไปช่วยที่โรงครัวหน่อย คุณแขไขให้ทำความสะอาด เอาจานชามมาต้ม ต้มทำไมวะ จานชามกินก็ไม่ได้”
“นังง่าว ต้มฆ่าเชื้อโรคโว๊ย หมอเปิ้นสั่งให้ทำความสะอาดเรือนที่หนานไตร นอนเจ็บ”
“คนงานก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ ข้าไม่ว่าง กำลังจะไปซักผ้า”
“ฉันไปให้เอง”
“ไม่ต้อง คุณแขสั่งแค่นังคำฝาย แกหยุดอยู่ตรงนั้น เนื้อนางไม่ต้องมาสะเออะเป็นนางฟ้า”
“ที่ข้าไปเนี่ยะ ถือว่าทำให้หนานไตรที่กำลังเจ็บอยู่หรอกนะ ไม่ใช่ทำให้นังผู้ดี” คำฝายวางตะกร้า สะบัดก้นไปกับสร้อยฟ้าฉุนๆ
เนื้อนางหยิบตะกร้าขึ้นมา เดินแยกไปทางลำธาร

หนานไตรมองแม่นายกับแขไขที่กำลังจิบชา หน้าตาสดชื่นอย่างไม่ค่อยไว้ใจ
หนานไตรหันไปทางดาวเด่น “คุณดาวเพิ่งกลับมาจากในปาง เห็นเนื้อนางบ้างมั้ยครับ”
ดาวเด่นกระเถิบมาใกล้หนานไตร ธรรพ์ เทพทัต “ไม่เห็นเลยค่ะ”
“ไอ้หมอ ฉันวานแกไปที่เรือนเนื้อนางที”
“ไปตอนนี้ แม่นายก็ฆ่าฉันสิวะ”
“ใจเย็นๆ นะครับ พี่ ... ยิ่งทำท่าว่าเป็นห่วง คนรับเคราะห์จะเป็นเนื้อนาง”
หนานไตรว้าวุ่นใจ นั่งไม่ติด ลุกขึ้น
แม่นาย แขไขหันมอง “จะไปไหนหรือ ณไตร มาทานชาด้วยกันก่อนสิ”
“ผมจะไปกินยา” หนานไตรเดินเข้าไปทางห้องนอน แขไขยิ้ม จิบชาไปตามปกติ
ทุกคนได้แต่มอง ไม่กล้าทำอะไรให้แม่นายหงุดหงิด แม่นายสบตาจันตาเป็นอันรู้กัน
สร้อยฟ้าเอาจานชามมาวางกองลงหน้าคำฝายกับคนงานหญิงที่กำลังต้มลงในหม้อ
“ถอดกะได ถอดไม้ ถอดตะปูเรือนมาต้มด้วยเลยสิวะ” คำฝายบ่น
สร้อยฟ้าทำไม่สนใจ หันหลังแอบยิ้มร้ายตามแผนของแม่นาย
หนานไตรเดินเข้าห้องมา เห็นผ้าเช็ดหน้ายังวางอยู่บนหมอนเหมือนเดิม หนานไตรรีบปิดประตู เดินมาหยิบดู ไม่เห็นอะไรผิดปกติ สายตาหนานไตรยังกังวลใจ

เนื้อนางกำลังก้มซักผ้าตรงลำธาร รัญจวน กำปุ้งย่องเข้ามาจากด้านหลัง กำปุ้งเอาผ้าปิดตาเนื้อนางๆดิ้น “ใครน่ะ ใคร ปล่อยฉันนะ”
เนื้อนางดิ้น กำปุ้งรัดแน่น เนื้อนางคว้าตะกร้าเหวี่ยงไป โดนกำปุ้งจุก กำปุ้งจะแหกปากร้อง รัญจวนจ้อง กำปุ้งเอามือปิดปาก รัญจวนพุ่งเข้าไปตบเนื้อนางคว่ำ เนื้อนางจะแกะผ้าปิดตาออก แต่กำปุ้งเข้ารวบสองมือเนื้อนางขึ้นเหนือตัว รัญจวนเข้ามาคร่อม มองจ้องหน้าเนื้อนาง แล้วฉีกเสื้อเนื้อนางดังแคว่ก
“อย่า.. อย่า อย่าทำฉัน”
รัญจวนสบตาร้ายกับกำปุ้ง แล้วฉีกเสื้อเนื้อนางด้วยแววตาร้ายกาจ กำปุ้งจิกหัว เนื้อนางพยายามดิ้นรนเต็มที่ รัญจวนกระชากเนื้อนางขึ้น ตบอีกทีอย่างแรง เนื้อนางสลบไปกับพื้นทันที รัญจวนฉีกผ้าถุงเนื้อนางขึ้นมา แล้วถกขึ้นสูง เนื้อนางไม่รู้ตัว นอนสลบ
“เนื้อนาง คนอย่างแกไม่มีวันชนะแม่นาย”
กำปุ้ง รัญจวนมองแล้วยิ้มร้ายให้กัน รีบวิ่งออกไป ทิ้งเนื้อนางนอนสลบอยู่ตรงนั้น

หนานไตรเดินออกมาจากห้อง สีหน้าร้อนใจ
ดาวเด่นมองแล้วตัดสินใจ ลุกพรวดขึ้น “ตาย ตาย ตาย ดาวลืม” ทุกคนหันมามอง “เมื่อกี๊ นายควาญช้างฝากให้มาถามพี่ณไตร”
เทพทัตมองดาวเด่นงงๆ ว่าไปเจอแสงคำตอนไหน แต่ก็ไม่ยังขัด
“แสงคำให้ถามเรื่องอะไรครับ” หนานไตรสบตาดาวเด่น รู้ว่าดาวเด่นพยายามช่วย
“ขนไม้ค่ะ มีปัญหาเรื่องขนไม้ ตายแล้ว .. ดาวลืมได้ยังไง”
หนานไตรขยับจะลงจากเรือน เสียงแม่นายดังขึ้น “ให้ธรรพ์ไป”
หนานไตรหันมามอง แม่นายสั่งขึ้น “ไปทำงานแทนพี่ชายแกที่ป่วยอยู่สิ ธรรพ์”
ธรรพ์ลุกขึ้น หนานไตรมองแม่นายด้วยสายตารู้ว่านายแม่จงใจขวาง “ไม่ต้อง ธรรพ์ หน้าที่ผู้จัดการปางเป็นของฉัน”
“ไม่เห็นต้องขยันทั้งๆที่ยังเจ็บอยู่เลยนี่คะ” แขไขติง
“ต่อให้ใกล้ตาย ผมก็ไม่มีวันทิ้งปางของผม”
“มาครับ พี่ ผมไปกับพี่เอง” ธรรพ์เข้ามาประคองหนานไตร คล้องแขนพาดไหล่พากันเดินออกไป
แม่นาย แขไขมองแต่ไม่ห้าม กลับยิ้ม สบตากัน ดาวเด่นมองพี่สาวที่หน้าตาสบายใจอย่างผิดสังเกต
คำฝายกำลังต้มจานชาม มองไปเห็นสร้อยฟ้ายกจานชามมาอีกกอง คำฝายสุดทนลุกขึ้น “นี่อีสร้อยฟ้า จานชามที่แกยกมาเนี่ย มันไม่ใช่ของเรือนพักรับรองแล้วนะ”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 7 วันที่ 7 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ