อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 7/2 วันที่ 7 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 7/2 วันที่ 7 ต.ค. 57

แม่นาย แขไขมองแต่ไม่ห้าม กลับยิ้ม สบตากัน ดาวเด่นมองพี่สาวที่หน้าตาสบายใจอย่างผิดสังเกต
คำฝายกำลังต้มจานชาม มองไปเห็นสร้อยฟ้ายกจานชามมาอีกกอง คำฝายสุดทนลุกขึ้น “นี่อีสร้อยฟ้า จานชามที่แกยกมาเนี่ย มันไม่ใช่ของเรือนพักรับรองแล้วนะ”

“ใช่สิ”
“ใช่ตรงไหน” คำฝายคว้าจาน “ดู ผุพังกาละมังสังกะสีแบบนี้ แกอย่ามาขี้จุ๊”
คำฝายคิดแวบเดียว “แก..พวกแกรวมหัวกันทำอะไร แล้วนังป้ารัญจวน นังกำปุ้งแมงมุมพิษอยู่ที่ไหน”
รัญจวน กำปุ้งทำเดินเข้ามาใจเย็น “ฉันก็ทำงานสำคัญ ทาเล็บให้คุณพี่รัญจวนขาอยู่น่ะสิยะ”


“อย่าให้ฉันจับได้นะว่าแกรังแกเนื้อนาง” คำฝายมองแล้ว วิ่งออกไปด้วยความเป็นห่วงเนื้อนาง
สามคนกรีดหัวเราะไล่หลังสะใจ “รีบตามไปช่วยเพื่อนแกเลย นังคำฝาย ดูสิคราวนี้มันจะเหลือหน้าสวยๆที่ไหนไว้มองคนอีก” สามคนกรีดหัวเราะสะใจอย่างพร้อมเพรียง

หนานไตรที่มีธรรพ์ประคองเดินมา คำฝายวิ่งมาจากอีกทาง
หนานไตรเห็นก็รีบเรียก “คำฝาย .. เนื้อนางล่ะ”
“เนื้อนางซักผ้าอยู่ที่ลำธาร”
หนานไตรกับธรรพ์สบตากันอย่างไม่สบายใจ ธรรพ์รีบประคองพี่ออกไปกับคำฝายทันที

หนานไตร ธรรพ์ คำฝายเดินกันมา
คำฝายร้องขึ้น “เนื้อนาง”
หนานไตรกับธรรพ์หันไป เห็นเนื้อนางนอนสลบ เสื้อผ้าหลุดลุ่ยอยู่ริมลำธาร
หนานไตรผละจากธรรพ์ รีบเข้าไปแกะผ้าปิดตา ช้อนร่างเนื้อนางขึ้นแนบอก
คำฝายมองตกใจ ตัวสั่น “เนื้อนาง ..เนื้อนาง”
“พาเนื้อนางกลับเรือนก่อน” หนานไตรจะอุ้มเนื้อนาง แต่ลำบากด้วยความเจ็บที่แผลตรงท้อง
ธรรพ์เข้าไปช้อนร่างเนื้อนางแทน “ผมเอง” ธรรพ์อุ้มเนื้อนางขึ้น
คำฝายช่วยประคองหนานไตร ธรรพ์รีบพาเนื้อนางออกไป หนานไตรมีคำฝายพยุงตามไปติดๆ

ธรรพ์อุ้มเนื้อนางมา หนานไตรกับคำฝายเดินใกล้ ม่อนดอย กับแสงคำเดินมาจากอีกทาง
แสงคำอุทาน “เนื้อนาง” สองคนมองตกใจสภาพเนื้อนางในอ้อมอกธรรพ์
หนานไตรมองแล้วบอกเร็ว “อย่าเพิ่งถามอะไร ไปที่เรือนเนื้อนางก่อน” ทุกคนกำลังจะไปที่เรือนเนื้อนาง
รัญจวน กำปุ้ง สร้อยฟ้าที่ดักรออยู่แล้วหลังพุ่มไม้ พรวดออกมา
สร้อยฟ้าแหกปากเรียกชาวบ้าน “ว๊าย ตายแล้ว เนื้อนางไปทำอะไรมา เสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ย”
หนานไตรสั่ง “เงียบน่ะ สร้อยฟ้า”
กำปุ้งร้องโวยวาย “ใครทำอะไรเนื้อนาง เจ้าข้าเอ้ย มาดูเร็ว เนื้อนางเป็นอะไรไม่รู้”
ชาวบ้าน 4-5 คนที่เดินผ่านมา วิ่งมาดู หนานไตรสีหน้าไม่ดี
รัญจวนชี้ช่อง “เนื้อนางเป็นอะไร ดูสิ ดูสภาพเหมือนกับ หรือว่า ... เนื้อนางโดนข่มขืน”
“หยุดนะ นังป้าปากชั่ว” คำฝายด่าลั่น ชาวบ้านกำลังเดินมาอีก 3-4 คน
กำปุ้งรีบแหกปาก “ถูกข่มขืนแน่ๆ อ่อยผู้ชายไม่เว้นแต่ละวัน ดูสิ เสื้อผ้าถูกฉีก ป่นปี้ ป่นปี้หมดเลย”
“ใครไม่หุบปาก กูเตะกลิ้งอยู่ตรงนี้” แสงคำกระชากเสียง สามคนรีบถอยห่างแสงคำ
“พวกเธอไม่ต้องยุ่ง จะไปไหนก็ไป” ธรรพ์สั่ง หนานไตรมองธรรพ์ ธรรพ์รีบพาเนื้อนางออกไป หนานไตรมีคำฝายประคองเดินตาม ม่อนดอย แสงคำรีบตามไป
พอกลุ่มหนานไตรพ้นไป รัญจวนรีบหันไปทางชาวบ้าน “เห็นมั้ยน่ะสภาพมัน เสื้อผ้าถูกฉีก เนื้อตัวมันก็ไม่มีทองสักเส้น โจรมันจะขโมยอะไร นอกจากความสดความสาว”
“กำปุ้งกลัว ... กลัวถูกข่มขืนเหมือนเนื้อนาง”
ชาวบ้านพากันหันหน้าพูดกันด้วยความตกใจ สามคนยิ้มร้ายให้กันทันที

แม่นายกับแขไขกำลังดูผ้าไหมผืนสวยกันอย่างสบายใจ รัญจวนรีบขึ้นเรือนมา ทุกคนมอง รัญจวนรีบรายงาน “เกิดเรื่องอีกแล้วค่ะ เนื้อนางค่ะ เนื้อนางถูกข่มขืนที่ลำธาร”
ดาวเด่นไม่เชื่อ “เป็นไปไม่ได้”
“เป็นไปแล้ว ไม่เชื่อถามหนานไตรกับคุณธรรพ์สิคะ หนานไตรกับคุณธรรพ์เป็นคนไปช่วยเนื้อนางมา”
ดาวเด่นหันไปทางเทพทัต แววตาขอร้อง “พี่หมอ”
“ผมจะไปดูอาการเนื้อนาง”
“เป็นหมอรักษาคนงานตั้งแต่เมื่อไหร่ เทพทัต” แม่นายพูดขัด
“ผมเป็นหมอ ต้องไม่เลือกคนไข้ครับ” เทพทัตบอกอย่างนุ่มนวล แต่แววตาจริงจัง “เกิดเรื่องร้ายแรงในปางอย่างนี้ เรานิ่งเฉยไม่ได้นะครับ แม่นาย”
“ดาวจะไปดูให้เห็นกับตา ว่าเรื่องมันเป็นยังไง แล้วจะรีบมารายงานพี่แขกับ” ดาวเด่นเน้น “คุณแม่นายไงคะ” เทพทัตออกไปกับดาวเด่น
รัญจวนยิ้มสะใจ จันตาหยิบผ้าไหมบนโต๊ะส่งให้รัญจวน “รางวัลของแก จากแม่นาย”
รัญจวนก้มลงกราบแม่นาย “ชั่วชีวิตนี้รัญจวนเต็มใจ มอบกายถวายชีวิต ทำทุกอย่างเพื่อแม่นายเจ้าค่ะ”
จันตาบอก “ไปได้แล้ว รีบไปโพนทะนาเรื่องเนื้อนางถูกข่มขืน ให้รู้กันกระฉ่อนทั้งปาง”
รัญจวนคลานออกไปพร้อมผ้าไหมในมือ
แขไขหันมาถามแม่นาย “ทำไมถึงไม่ให้คนงานจับตัวเนื้อนางไปข่มขืนจริงๆ ซะเลยละคะ”
“ว๊าย .. หน้าสวยใจเสือ จันตาชอบเจ้าค่ะ”
“ใครจะลงมือให้เรา คนงานที่นี่เป็นพวกมันทั้งนั้น จะกำจัดศัตรูก็ต้องใช้คนที่เกลียดมันสิ” แม่นายยิ้มมองแขไข “แล้วน้าก็ไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอกนะ หนูแข เราต้องไม่ใช่คนที่ทำลายเนื้อนาง เดี๋ยวมันจะเป็นบาปเป็นกรรม
ตกกับเรา ปากคนที่นี่ต่างหากที่จะฆ่าเนื้อนางให้ตายทั้งเป็น ทีนี้ลูกชายน้าก็จะได้เลิกหลงผู้หญิงมีราคีอย่างนั้นสักที” แม่นายยิ้มมีความสุขที่ทำลายเนื้อนางอย่างที่วางแผน

ธรรพ์วางร่างเนื้อนางลง หนานไตร คำฝายมองใกล้ชิด
หมื่นหล้าวิ่งเข้ามา มีแสงคำตามหลัง “หลานข้าเป็นอะไร”
ทุกคนมองสภาพเสื้อผ้าฉีกขาดของเนื้อนางแล้วไม่กล้าพูด
คำฝายรีบเอาผ้าห่มปิดให้เนื้อนาง
“ข้าถามว่าใครทำอะไรหลานข้า”
“เราไปเจอเนื้อนางที่ลำธาร ฉันกับหนานไตรช่วยพาเนื้อนางมาที่นี่”
หมื่นหล้ามองเนื้อนางแล้วคำราม “ใครที่มันทำหลานกู กูจะฆ่ามันทั้งโคตร”
หนานไตรกับธรรพ์ฟังด้วยสายตาวิตก กลัวว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับแม่นาย
แสงคำมองไปด้านนอกเรือนแล้วพูดขึ้น “ชาวบ้านแห่กันมาทำไม”

ที่หน้าเรือน ชาวบ้านผู้ใหญ่หลายคนพากันมามุง ม่อนดอยกำลังโบกมือไล่ “ไป ไป กลับบ้านไป..มากันทำไม”
เทพทัต ดาวเด่นวิ่งมา “เนื้อนางเป็นยังไงบ้าง” หมอทัตเทพถาม
“ยังไม่ฟื้นเลย”
“ให้หมอเข้าไปดูก่อน” ดาวเด่นรีบบอก ธรรพ์
หมื่นหล้า แสงคำก้าวออกมา ชาวบ้านหญิงวัยกลางคนพอเห็นหมื่นหล้าก็ตะโกนถาม “เนื้อนางมันถูกข่มขืนจริงๆ เหรอ ตาหมื่นหล้า”
ชาวบ้านฮือฮา หมื่นหล้าหน้าเสีย ดาวเด่น เทพทัตมองเห็นใจหมื่นหล้า
แสงคำรีบตอบ “ไม่จริง ใครวะปากหมา รู้เร็วยิ่งกว่าไฟลามป่าอีกนะ ไอ้เรื่องชั่วๆ เนี่ยะ”
“เรื่องจริงก็ต้องบอกกันนะ เราจะได้ช่วยกันจับโจร เดี๋ยวมันจะมาข่มขืนลูกหลานเรา”
หมื่นหล้าไล่ “ไป ออกไปให้หมด กูบอกให้ไป”
ดาวเด่นขอร้อง “ให้หมอดูอาการเนื้อนางก่อนเถอะนะ หมื่นหล้า”
“ผมตรวจไม่กี่นาที ก็รู้แล้วนะครับ ว่าเนื้อนางถูกทำร้ายจริงหรือเปล่า”
“ไม่ต้อง อย่ามายุ่งกับหลานข้า ไม่ต้องตรวจอะไรทั้งนั้น แค่นี้เนื้อนางมันก็ย่อยยับ ไม่เหลือชิ้นดีเพราะปากคนแล้ว” หมื่นหล้าคว้ากระบวยน้ำที่หม้อดินปาลงไป
เทพทัต ดาวเด่นกับชาวบ้านพากันถอย
“กลับกันไปก่อน” ธรรพ์มองขอร้องทุกคน
หมื่นหล้าหันเข้าบ้าน แสงคำมองดาวเด่น “ไปซะ ไปจากที่นี่เลยยิ่งดี ตั้งแต่พวกเธอมา ปางนี้ก็มีแต่ความซวย”
“ฉันไม่เกี่ยวนะ นายควาญช้าง”
แสงคำไม่ฟังเข้าเรือนไป ดาวเด่นมองตามหน้าตาเสียใจที่โดนแสงคำด่าไปด้วย

หนานไตรมองเนื้อนางตาไม่กะพริบ คำฝายกำลังเช็ดเนื้อตัวเนื้อนาง หมื่นหล้าเข้ามาใกล้หลาน แสงคำนั่งอยู่ด้านหลัง ธรรพ์ตามเข้ามา เนื้อนางรู้สึกตัวลืมตาขึ้น
หนานไตรปลอบประโลม “เนื้อนาง”
เนื้อนางมองไปที่ทุกคน แล้วบอกขึ้น “มีคน 2 คน มันปิดตาเนื้อนาง”
“ผู้หญิงใช่มั้ย” คำฝายถาม
“ไม่เห็น ... เนื้อนางยังไม่ทันเห็น” ทุกคนเงียบกริบจนเนื้อนางสงสัย “เกิดอะไรขึ้น พวกไหน พี่คำฝาย .. ใครทำเนื้อนาง”
“เรายังไม่รู้ แต่ชาวบ้านสงสัย”
หมื่นหล้าห้าม “อีคำฝาย” คำฝายหยุด เนื้อนางยิ่งสงสัย
“ชาวบ้านสงสัยอะไร” เนื้อนางมอง ผู้ชายทุกคนไม่กล้าตอบ
คำฝายทนไม่ไหว “โอ๊ย จะเงียบทำไม ออกจากเรือนไปเนื้อนางก็ต้องรู้จากปากคนอื่น พวกชาวบ้านมันหาว่าเนื้อนางถูกข่มขืน”
“ไม่จริง เนื้อนางต้องรู้ตัวสิ .. เนื้อนางไม่ได้ถูกข่มขืนนะจ๊ะ ตา”
“ช่างมัน เนื้อนาง ใครจะเข้าใจยังไง ก็เรื่องของมัน ความจริงอยู่กับตัวเรา”
เนื้อนางมองหนานไตร หนานไตรยิ้มให้อย่างไม่มีความรังเกียจ “เนื้อนางพักเถอะครับ อย่าเพิ่งออกไปไหน หมื่นหล้าใจเย็นๆ นะครับ เดี๋ยวผมจะจัดการเรื่องทุกอย่างให้เอง”
หนานไตรมองแสงคำแล้วลุกขึ้น ธรรพ์พยุงหนานไตร หนานไตรเดินออกไปด้านนอกมีธรรพ์พยุงไป แสงคำเดินตาม ทุกคนปล่อยให้เนื้อนางได้อยู่กับหมื่นหล้าและคำฝาย เนื้อนางมองตามหนานไตรด้วยสายตาขอบคุณ

หนานไตรมีธรรพ์พยุงออกมา แสงคำตามมาด้านหลัง “พวกแม่นายใช่มั้ยที่ทำร้ายเนื้อนาง”
หนานไตร ธรรพ์หันมองแสงคำทันที
“นายไม่มีหลักฐาน อย่าพาลถึงแม่นาย” ธรรพ์ปราม
แสงคำย้อน “หลักฐาน!! คนเมืองนี่มันเอาตัวรอดกันเก่งจริงๆ หลักฐานคือพอแม่นายเหยียบเข้าปาง ก็เกิดเรื่องทำร้ายเนื้อนาง”
“อย่าเดามั่ว แม่นายไม่เกี่ยว” หนานไตรเตือนสติแสงคำ
“ไม่มีใครกล้าทำกับเนื้อนางขนาดนี้หรอก เรื่องคราวนี้มันต้องมีคนรับผิดชอบ”
“หยุด แสงคำ เรื่องทั้งหมดในปาง ฉันมีหน้าที่ดูแล”
“แกจะดูแลใครได้ หนานไตร เนื้อนางถูกรังแกกี่ครั้งแล้ว รู้ไว้เลยนะ ใครรังแกเนื้อนาง ฉันยอมติดตาราง ข้อหาฆ่ามัน” แสงคำเดินออกไปด้วยสีหน้าโกรธจัด
หนานไตรกับธรรพ์มองแล้วยิ่งกังวล

แม่นาย แขไขกำลังดูกำไลเงิน เครื่องประดับ หัวเราะชอบใจกันอย่างมีความสุข มีจันตาคอยเสิร์ฟน้ำชา
ดาวเด่น เทพทัตมองอยู่อย่างไม่สบายใจ
หนานไตรมีธรรพ์พยุงก้าวขึ้นเรือนมา พูดเสียงเข้ม “อย่าคิดว่าคนที่นี่จะไม่รู้นะครับ ว่าแม่นายสั่งให้ทำอะไรกับเนื้อนาง”
“ฉันสั่งอะไร”
“แม่นายสั่งคนไปทำร้าย ตบตี พูดจาใส่ร้ายเนื้อนางหรือเปล่าครับ”
จันตาเถียงแทน “แม่นายไม่เกี่ยว คุณแขก็ไม่เกี่ยว ถ้าไม่มีพยาน ก็อย่าหาเรื่องกันสิคะ”
“คนที่นี่ไม่ต้องการพยาน เค้ามีสองมือ สองเท้า พร้อมจะเอาคืนทุกคนที่ทำเค้าเจ็บ”
จันตายังเถียง “บ้านเมืองมีขื่อมีแป เรามีตำรวจนะคะ”
“ตำรวจอาจจะมาถึงตอนที่เราตายไปแล้ว” หนานไตรเสียงแข็ง
“พี่ไตรไม่ต้องมาขู่”
“นี่ไม่ใช่คำขู่ของผม คิดว่าเนื้อนางเค้าไม่มีหัวจิตหัวใจ ไม่มีญาติพี่น้อง ไม่มีคนในปางรักเอ็นดูเค้าเลยหรือครับ ถึงได้ทำเหมือนเค้าไม่ใช่คน...เราเป็นนายแต่เราไม่มีสิทธิ์ทำร้ายคนงานเพราะความโกรธ เกลียด”
แม่นายลุกขึ้นด้วยความโกรธ “แกเห็นผู้หญิงต่ำต้อยคนนั้นดีกว่าแม่หรือไง”
“ผมไม่เคยเห็นใครดีกว่าแม่ ไม่เคยเลยที่จะไม่เคารพรักแม่ แต่คนอื่นที่นี่ เค้ากำลังเห็นแม่นายเป็นนายจ้างที่เหี้ยมโหด ไร้เมตตา แล้วถ้าความอดทนของพวกเค้าสิ้นสุดลงวันไหน”
“ใคร!! บอกมา ชั้นจะไล่มันออก”
“นายจ้างที่หมดลมหายใจ จะไล่คนงานคนไหนออกได้อีกหรือครับ”
หนานไตรพูดนิ่ง แววตาจริงจัง แม่นาย แขไข จันตากลืนน้ำลายเริ่มหวาดกลัว

เนื้อนางมองคำฝายกับหมื่นหล้า แววตายืนยัน “เนื้อนางไม่ได้ถูกข่มขืนนะจ๊ะ”
หมื่นหล้าสีหน้าวิตก เนื้อนางกุมมือตา “เชื่อเนื้อนางเถอะ”
“ ถึงตาเชื่อเจ้า แต่คนทั้งปาง .. ป่านนี้ มันคงนินทากันสนุกปาก”
“ใครนินทา ฉันจะไปตบปากมันเรียงตัว” คำฝายพูดด้วยความคับแค้น
เนื้อนางแววตาเสียใจ “เนื้อนางหาแต่เรื่องให้ตาเสียใจ”
“ไม่ใช่เจ้าหรอก เนื้อนาง ไอ้คนเมืองที่มันใจโหดใจเหี้ยม ไม่เห็นใจพวกเราต่างหาก ใช่ว่าตาจะนิ่งเฉย ไม่รู้ไม่เห็นว่ามันเกลียดเจ้าแค่ไหน แต่ก่อนแต่ไรอยู่กันมา รัญจวนมันไม่เคยกำแหง กล้าทำร้ายเจ้า จนกระทั่งพวกแม่นายเข้ามาในปาง”
เนื้อนางมองหมื่นหล้าที่แววตาเจ็บแค้น แล้วนึกหวั่นใจความโกรธของหมื่นหล้า

ในเรือนรับรองแขก แม่นายหันมาสั่งธรรพ์ด้วยเสียงเด็ดขาด ต่อหน้าทุกคน “ไล่ควาญช้างพวกนี้ ออกไปให้หมด อย่าให้มันอยู่ที่นี่อีก”
“ถ้าไล่มันตอนนี้ เกิดพวกมันทำเหมือนที่คุณณไตรบอก .. พากันยกพวกมาฆ่าเราก่อนละคะ” จันตาพูดด้วยความกลัว แม่นาย แขไขหน้าตาตื่น
ธรรพ์แจง “พวกเค้าทุกคนไม่ใช่คนโหดเหี้ยมนะครับ”
“ไว้ใจได้ที่ไหน เกิดพวกมันล้อมเราจริงๆ เราแค่ 5-6 คน มือเปล่า จะสู้กับไอ้คนป่าเถื่อนพวกนี้ได้ยังไง” แขไขไม่เชื่อ
ดาวเด่นเตือน “อย่าตื่นตูมนักเลย พวกเค้าไม่ทำอะไรเราหรอก”
“อย่าประมาทนะครับ หมื่นหล้าเป็นหัวหน้าควาญที่นี่ แล้วเนื้อนางก็เป็นหลานสาวคนเดียวของเค้า วันนี้เราก็เห็นว่าหมื่นหล้าโกรธมาก” หมอทัตเทพเตือนทุกคน
“เกิดมันเอาช้างมาเหยียบพวกเรา ว๊าย ไม่เอานะคะ ลิ้นห้อย ตับแตก ศพไม่สวย” จันตากลัว
แม่นายสีหน้าเครียดวิตกทันที “จันตาไปเก็บของ ธรรพ์ไปตามพี่ชายแกมา เราจะออกจากปางวันนี้แล้วค่อยไล่เฉดหัวพวกควาญช้างออกไปให้หมด”

หนานไตรหันขวับมองธรรพ์ที่มาตาม “ไล่ควาญช้างที่เค้าไม่มีความผิดอะไรเลย”
“ค่อยคิดแก้ปัญหานั้นอีกทีแล้วกันครับ ตอนนี้พี่กลับไปกับพวกเราก่อน”
“ฉันไม่กลับ”
“พี่ครับ อย่าขัดใจแม่นายอีกเลยนะครับ แค่นี้เรื่องมันก็บานปลายเลยเถิดเกินไปแล้ว”
“บานปลายเพราะใคร แขไขกับแม่นายใช่มั้ย แล้วแกก็จะให้ฉันกลับบ้าน ไม่รับผิดชอบในสิ่งที่แม่นายกับแขไขก่อไว้กับคนที่นี่ ก่อไว้เนื้อนางเลยเหรอ ธรรพ์”
“ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะพี่ขัดใจแม่นายมาตั้งแต่แรก”
“ไม่ใช่ แม่นายไม่มีความยุติธรรม ไม่เคยมองเห็นความดีของเนื้อนาง แกกลับไปซะ ธรรพ์ รีบพาผู้หญิงออกไปก่อน” ธรรพ์จนใจที่จะขอร้องพี่ชาย “นี่คือปางที่คุณปู่สร้างมากับมือ ฉันต้องแก้ไขปัญหาที่แม่นายก่อไว้ ฉันจะไม่มีวันทิ้งปางนี้ไปไหนทั้งนั้น”

แสงคำเดินเข้าเรือนมา เนื้อนางกำลังกินข้าวต้มที่คำฝายป้อน
แสงคำมองเนื้อนาง “อย่าอยู่ที่นี่อีกเลย เนื้อนาง”
หมื่นหล้าเดินออกมาได้ยินก็ถามขึ้น “เอ็งเป็นอะไร แสงคำ ถึงมาชวนหลานข้าออกไปจากปาง”
“จะอยู่ให้พวกมันรังแกทำไม ไปทำงานที่ปางอื่นก็ได้ ฉันจะพาทุกคนออกไปเอง”
“อ้ายแสงคำ เนื้อนางรู้ว่าอ้ายเป็นห่วง แต่เราอยู่ที่นี่มานานแล้ว”
“ที่เนื้อนางไม่ไปเพราะไอ้หนานไตรใช่มั้ย”
คำฝายต่อว่า “ถ้าจะมาพูดจากวนโมโห ก็ไว้วันหลังนะ เนื้อนางเพิ่งจะหายตกใจ”
แสงคำ มองหมื่นหล้า “ฉันไม่อยากเห็นเนื้อนางถูกรังแกอีก ฉันสัญญา ฉันจะดูแลทุกคนอย่างดี ถึงเนื้อนางจะไม่รักฉัน” แสงคำมองทอดสายตาไปที่เนื้อนาง เนื้อนางมองสงสาร “แต่ฉันก็ยังรักเนื้อนาง รักทุกคนที่นี่ ฉันกำพร้า ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ มีแต่พ่ออุ๊ยหมื่นหล้าที่ให้วิชา สอนฉันให้เป็นคน มีเนื้อนาง มีคำฝาย ฉันทนไม่ไหวอีกแล้ว ถ้าใครจะมารังแกคนที่ฉันรัก”
แสงคำมองทุกคนแล้วหันหลังออกไป หมื่นหล้า เนื้อนางมองสงสาร
“ไอ้แสงคำมันก็พูดถูก” หมื่นหล้าหันมองเนื้อนาง “เจ้าถูกรังแกไม่หยุดไม่หย่อน วันไหนถ้ามันลงมือหนักหนาถึงชีวิต ตาจะทนอยู่ได้ยังไง”
“เนื้อนางดูแลตัวเองได้จ้ะ ตา เนื้อนางจะระวังกว่านี้”
“ฉันจะช่วยดูแลเนื้อนาง ไม่ห่างไปไหนแล้ว ฉันสัญญา สาบานเลย อย่าไปไหนเลยนะ พ่ออุ๊ย อยู่ที่นี่เถอะ”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 7/2 วันที่ 7 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ