อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 7/2 วันที่ 7 ต.ค. 57

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 7/2 วันที่ 7 ต.ค. 57

"คนไม่มีอะไรอย่างเกด มีสิทธิ์จะคิดไม่ใช่หรือคะ"
"คิดมากเกินไป มองโลกในแง่ร้ายเกินไป"
การะเกดเห็นความจริงใจ แต่เขาดีเกินไป จนกลัวว่าตนจะดีไม่พอ ก็เลยตัดบทเสมอ

"เกดว่าเราสองคนไปไม่รอดหรอกค่ะ อย่าเสียเวลาเลย จะกลายเป็นมองหน้ากันไม่ติด ถือซะว่าเราไม่เคยคุยกันเรื่องนี้แล้วกันนะคะ"
โทรศัพท์มือถือการะเกดดังขึ้น การะเกดรับสาย


อธิเซ็ง นี่เราโดนปฏิเสธหรือนี่
บ้านยากจน จ. หนองคาย แม่การะเกดคุยโทรศัพท์ ขณะเลี้ยงน้องคนสุดท้อง อายุ 5 ขวบของการะเกด ที่ยังไม่ได้ไปโรงเรียน

"แม่ได้เงินที่ลูกส่งมาแล้วนะ ไอ้โตมันกลับไปเรียนได้สองวันแล้ว"
"บอกมันให้ตั้งใจเรียนนะแม่ เงินทองหายาก แล้วแม่ก็อย่ากลับไปกินยานั่นอีกนะ เลิกแล้วเลิกเลยนะแม่"
"เออ เลิกจริงๆคราวนี้ รับปากเอ็งแล้วไง เอ็งกำลังจะเป็นดารา แม่กลัวเอ็งอายเขา"
"กลัวทีวีไปถ่าย แล้วตำรวจตามไปจับมากกว่ามั้ง"
"ไอ้บ้า เออๆ แค่นี้นะเปลืองเงินW
แม่กดวางสาย แม่กับการะเกดหน้าตามีความสุขทั้งคู่

อธิยังยืนอยู่
"แม่โทร.มาหรือ"
การะเกดพยักหน้า
"เกดเล่าให้แม่ฟังเรื่องเข้ารอบแข่งร้องเพลง แม่เลยยอมเลิกยาบ้า มาช่วยเลี้ยงน้อง น้องคนโตก็เลยได้กลับไปเรียน"
"ชีวิตดีขึ้นเพราะรายการซุปเปอร์สตาร์เลยนะนี่"
"เพราะพลังงานแฝง.... พลังความรัก ของครอบครัว"
"พี่ดีใจด้วย"
"แต่มันก็ยังไม่ใช่อาชีพเลี้ยงตัว ทุกเดือนต้องหาเงินส่งไป ขาดไม่ได้ เกดไม่มีเวลาเพื่อตัวเองหรอก พี่อธิ อย่าเสียเวลากับเกดเลย"
อธิถอนใจ ถูกสาวเจ้าปฎิเสธ การะเกดเดินหนีไป

มาลีวอร์มเสียง ขณะจัดโต๊ะอาหาร ทองทาเดินเข้ามา
"ฝึกเสียงเชสโทนด้วยนะ อย่าลืม ....หืม....หอมแกงส้ม ทำไมต้องมีสองถ้วยล่ะ"
"ก็พี่ไม่ชอบดอกแค นี่ค่ะ ผักรวมของพี่ เลือกแต่ผักที่พี่ชอบ"
"แล้วรู้ได้ไงว่าพี่ชอบผักอะไร"
"ก็หนูเป็นคนรับใช้ หนูบอกแล้วไงว่าหนูจะดูแลพี่เป็นการตอบแทน"
ทองทาตั้งคำถาม หนูมาลีตอบทันควันถูกหมดจนทองทาอึ้ง
"จริงเหรอ...ไข่"
"ยางมะตูม"
"ขนมปัง"
"แค่เหลือง ห้ามเกรียม"
"กะเพรา"
"หมูสับเท่านั้น"
"เครื่องใน"
"เกลียดที่สุด ได้กลิ่นก็จะอ้วกแล้ว"
ทองทาอึ้ง
"ถูกหมดเลย"
"ยี่ห้อครีม ยี่ห้อกางเกงใน หนูยังรู้"
หนูมาลีเดินเข้าไปหาชี้ที่เครา
"อีกสองวันต้องโกนหนวด แต่ครีมโกนหนวดพี่หมดนะจ๊ะ จะให้หนูซื้อให้ไหม"
ทองทาจับมือมาลีที่ชี้มา อย่างซาบซึ้ง
"พี่เคยคิดว่าพี่โดดเดี่ยว ไม่มีพ่อแม่ ไม่มีครอบครัว แต่พอเราเจอกัน… พี่ก็ไม่โดดเดี่ยวอีกแล้ว"
มาลีจับกระชับมือทองทา
"เราจะมีกันและกันตลอดไป"
ทองทายิ้ม แล้วก็ต้องหุบยิ้มหมับ
"รวมทั้งมีพี่ซีโร่ด้วย"
"หา !"
"ขาดดาวอีกสองร้อยสามสิบสองดวง เดี๋ยวมาช่วยกันพับต่อนะ"
ทองทาคอตก เซ็ง มาลีมาเกาะแขนมาอ้อน เอาหัวมาดุนๆไหล่ทองทา
"นะนะ มาพับกันต่อนะๆ ช่วยหนูนะนะ"
บุษบาบัณอยู่อีกมุมหนึ่ง ห่างออกไป จริงดังคาด ดังที่การะเกดเคยพูด
"ครูของเราจบบัลเลต์ เก่งทั้งร้องทั้งเต้น ถึงตอนนี้จะเอาแต่ปลูกต้นไม้ แต่ก็สอนเก่งมาก ไม่คิดเงินด้วย"
เธอกำมือแค้น หวงพี่ชาย
"นี่ไม่ต้องมาอ้อน ทำไปก่อนเลย พี่ลืมมือถือไว้ในสวน เดี๋ยวคนมารับต้นไม้
โทร.มา"

ทองทาลุกออกไป
ทองทาเดินออกไปจะไปสวน บุษบาบัณเดินมาหา ทองทาตกใจ

"เบล รู้ได้ยังไงพี่อยู่ที่นี่"
"คุณพ่อบอก"
"มีอะไรหรือเปล่า"
"ตอนแรกก็ไม่นึกว่าจะเป็นไปได้ แต่พอมานึกดู ไอ้ครูบัลเลต์ที่ปลูกต้นไม้ด้วยเนี่ยจะมีกี่คน ทำไมคะ เกลียดน้องมากหรือ รู้ไหมว่าเขาเป็นคู่แข่งกับน้อง"
ทองทาตัวชา บุษบาบัณรู้ความจริงแล้ว
"พี่สอนเขาร้องเพลง เพราะพี่รู้จักเขามาก่อนน่ะ ไม่เกี่ยวกับน้อง ไม่เกี่ยวกับใคร"
เธอเข้าไปกอด ทองทาอึ้ง เธอจะมาไม้ไหน
"เราไม่ได้โตมาด้วยกันก็จริง แม่ของพี่พาพี่ไปเมืองนอก จากนั้นก็ป่วย ส่วนแม่ของเบล กินยาตาย เราสองคนเป็นเหยื่อของพ่อเจ้าชู้ ชีวิตของแม่เรา ชีวิตของเราสองคนเหมือนกัน เราถึงรักกันใช่ไหมคะ"
ทั้งสองคนเคยผูกพันกันมาก่อนจริงๆ
"ใช่ งานวันเกิดพี่ น้องโทร.มาหา เพราะรู้ว่าพ่อจะเบี้ยว งานวันเกิดของน้องพี่โทรไป เพราะพ่อก็เบี้ยวเหมือนกัน พี่จำได้ทุกอย่าง ...เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับน้องจริงๆ มันเกิดเรื่องบางอย่าง ระหว่างพี่กับหนูมาลี"
"ปิ๊งกันหรือคะ ชอบเขาหรือ"
ทองทาอึ้ง ปล่อยมือที่กอด บุษบาบัณพอจะเดาคำตอบออก
"ถ้าเบลขอให้พี่ถอยห่างออกจากคนพวกนี้ล่ะคะ"
"เอ้อ"
"เบลเป็นน้องพี่ เรามีกันแค่สองคน ชีวิตนี้เราตัดกันไม่ขาด แล้วเบลก็เกลียดคนพวกนั้นมาก มันเป็นไปไม่ได้ ที่จะมีผู้หญิงชื่อหนูมาลีอยู่ในชีวิตพี่"
ทองทามองหน้า ชักวิตก
"เบลมีพี่สะใภ้ชื่อหนูมาลี ไม่ได้เด็ดขาด ไม่มีวัน"
บุษบาบัณเดินหนี ทองทายืนอึ้ง ยังโล่งใจที่วันนี้เธอยังไม่ทำอะไร แต่ก็ชักกลุ้ม

ชงโคทำงานอยู่ที่ร้านเตรียมเปิดร้านเซอร์ไพร์สคาราโอเกะ ซูซี่มองซ้ายมองขวาแล้วเดินมาบอก คุยกันเบาๆ
"พรุ่งนี้คือวันสุดท้าย ถ้าไม่ไปเซ็นสัญญากับคุณวานิชพรุ่งนี้ เธอก็จบ"
"จะมายุ่งอะไรกับฉันนักหนาเนี่ย"
"ก็แค่เตือนไว้"
"ฉันชอบอยู่กับความสวยงาม กับคนหล่อๆ ตอนนี้ ฉันอยู่กับมันทุกวัน ดูเสื้อนี่ สปอนเซอร์ให้มา เครื่องสำอางด้วย แล้วถ้าต้องไปออกงานเจอผู้ชาย"
ซูซี่พูดแทน
"แก่ๆ อ้วนๆ ฉันไม่เอา ...ฉันรู้แล้ว จะบอกให้นะ แกเลือกได้ ...บอกกี่หนแล้ว เราไม่ได้ขายตัว เราใช้ชีวิตอิสระเสรี ไอ้คำว่า ศักดิ์ศรีน่ะ มันสะกดยังไงนะ"
"ส.เสือ....ไม้หันอากาศ....กอไก่.....ส.เสือ....สระอี"
"แกสะกดผิด ! ศ....ศาลาไม้หันอากาศ ...กอ ไก่ แล้วค่อย ส.เสือ สระอี โว้ย เอ๊ะ หรือ ศ ศาลาวะ ช่างมันเหอะ ฉันหนีโรงเรียนตั้งแต่ปอห้าแล้ว"
"พี่จะพูดอะไรกันแน่"
"ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง ที่เก็บๆกันเอาไว้นะ มันก็แค่คำสวยๆ สะกดยากๆ ที่ไม่รู้มันแปลว่า อะไร แล้วเราจะถือไว้ทำไม เงินแสนต่างหากที่เราต้องถือ !"
ชงโคอึ้ง
ซูซี่เอามือถือชงโคมากดเมมเบอร์ของตนแล้วส่งคืนให้
"นี่มือถือฉัน พรุ่งนี้ถ้าโอเค ฉันจะขับรถไปรับ หนูมาลีดูแลเธอยังไง ก็ไม่
มีรถไปรับเหมือนฉันหรอก"

ชงโคคิดๆ
วันใหม่ วันนี้สามสาวมีหมวกมีแว่นอันใหญ่

"เราไม่ควรมานะ เราเป็นคู่แข่งกับเขา ถ้าใครเห็นเรามาตามข่าวคุณเบล เขาจะว่าเราไม่มีน้ำใจนักกีฬา" การะเกดว่า
"ฉันถึงให้เราแต่งตัวอำพรางตัวเองไง ไม่มีใครจำเราได้หรอก" ชงโคบอก
แฟนคลับวัยรุ่นจำได้ วิ่งมาหา
"พี่ชงโค ขอถ่ายรูปหน่อยค่ะ"
สามสาวจ๋อย ยิ้มถ่ายรูปกับเด็ก แล้วบอกขอบคุณ แฟนคลับเดินจากไป
"เห็นไหม กลับกันเถอะ เดี๋ยวคุณโยทะกามาเห็น เขาจะว่าเอา"
"ไม่ ฉันต้องการพิสูจน์บางอย่าง มันสำคัญสำหรับชีวิตฉัน"
ชงโคเดินต่อ
"พิสูจน์อะไรของมันวะ"
มาลี และการะเกดตามไป
ทั้งหมดมารุมดูจอยักษ์แสดงคะแนนโหวตออนไลน์ ที่ตอนนี้กลายเป็นกราฟแท่ง แปดแท่ง พร้อมรูปและตัวเลขคะแนนที่นานๆวิ่งขึ้นที แต่ยังคงแสดงคะแนนตลอดเวลา
ชงโคชี้
"นี่ดูคะแนนโหวตของฉันกับคุณเบลตอนนี้สิ รั้งท้ายเห็นไหม"
"คะแนนของชงโคมากกว่าคุณเบลแค่ไม่กี่พันคะแนน" การะเกดบอก
"ฉิวเฉียดมาก พอเขาประกาศว่าเราสามคนแยกกัน คะแนนของเธอสองคนก็โดดเด่นขึ้นมาทันที คนชอบเพลงของเธอสองคนมากกว่าฉัน วันนั้นเธอสองคน ร้องได้ดีมากด้วย"
"วันนี้เขาจะแถลงข่าว เรื่องคุณเบล มีข่าวออกมาว่า สถานีทนแรงกดดันไม่ไหว อาจจะให้คุณเบลลาออกไปเรียนต่อต่างประเทศ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง รอบต่อไป เราก็ไปร้องเพลงเฉยๆ เธอไปเก็บคะแนนเอาตอนนั้นก็ได้" มาลีบอก
"แต่ถ้าเขาไม่ออก ฉันก็ต้องยืนปากเหว สูสีกับคุณเบล ต่อไป....ศักดิ์ศรี สะกดยังไงหนูมาลี"
"ศ...ศาลาทั้งสองคำ"
ชงโคพยักหน้าว่าคงถูก
"แล้วความหมายล่ะ ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงน่ะ แปลว่าอะไร"
"อืม ...ก็พูดยากนะ เดี๋ยวคิดก่อน"
"หาคำตอบมาให้ฉันให้ได้นะ ฉันอยากฟัง"
"เธอดูแปลกๆนะวันนี้ พี่ซูซี่ทำให้เธอไขว้เขวใช่ไหม เขาก็กล่อมฉันเหมือนกัน" การะเกดบอก
"แล้วเธอว่าไง"
"แม่ตื่นเต้นมาก ที่ฉันเข้ารอบ แม่หยุดยาบ้าเพราะภูมิใจในตัวฉัน เวลาเราทำดี ความดีของเรามีพลังไปถึงคนรอบข้าง โดยเฉพาะพ่อแม่เรา แม่แกภาคภูมิใจเหมือนตัวเองเข้ารอบเองเลย"
มาลีดีใจ "จริงหรือนี่"
"ขอบใจนะหนูมาลี พี่พาฉันมาจนถึงจุดนี้"
ทั้งสองจับมือกัน พยักหน้ากัน
ชงโคมองทั้งสองคน ปลาบปลื้มไปด้วยกันแล้วเดินมาลูบป้ายเดอะซุปเปอร์สตาร์ พึมพำคนเดียว แต่สองสาวได้ยิน
"วันนี้เป็นวันตัดสินชีวิตฉันสินะ"
การะเกดถามมาลี
"เขาหมายถึงอะไร"

ชงโคยืนมองป้าย คิดว่าจะเอายังไงดี
วันนี้จัดฉากเป็นงานแถลงข่าวของบุษบาบัณที่นั่งอยู่กับบุณฑริก มีนักข่าวรุมอยู่

สามสาวเดินเข้ามานั่งฟังที่มุมหนึ่ง แต่ไม่มีใครสนใจ
"มาเร็ว ... เขาเริ่มแล้ว" การะเกดบอก
บุษบาบัณกำลังตอบคำถามนักข่าว
"เขาทำกันเป็นกระบวนการ กระบวนการดิสเครดิตเบล เบลเลือกเกิดไม่ได้ เบลผิดหรือคะที่เกิดมาในสิ่งแวดล้อมที่ได้เปรียบ เบลไม่ได้เลือก แล้วทำไมต้องเกลียดเบลเพราะเรื่องนี้ มันยุติธรรมหรือคะ"
เธอเล่นบทบีบน้ำตา
"ยายเบลร้องไห้อย่างนี้มาหลายวันตั้งแต่มีข่าว เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราทำให้ดูทุกวัน เบลทุ่มเทฝึกร้องเพลง เรามีภาพ มีไอจี มีเว็บไซต์ ทุกคนเข้าไปดูได้ตลอดว่าเราทำงานหนักแค่ไหน ถ้าเราอยากโกง เราจะเหนื่อยแบบนั้นทำไม"
สามสาวกระซิบกัน
มาลีบอก
"ร้องไห้โคตรเก่งเลย เอาออสการ์ไปเลย"
"สมแล้วเป็นลูกคนทำทีวี มีแต่มายา" การะเกดบอก
"เบลเสียใจมาก ตอนแรกคิดว่าจะลาออกซะ จะได้หมดเรื่อง มีข่าวอย่างนี้ ก็เกรงใจคุณพ่อ เกรงใจพี่ๆที่ทำงานที่สถานีนี้ สถานีเสื่อมเสียไปกับเบลด้วย"
นักข่าวบอก
"น้ำตาไม่ช่วยอะไรหรอกค่ะ เอาหลักฐานมาแสดงดีไหมคะ คนในภาพนี้ใช่คุณหรือเปล่า"
"เบลจะไปมีหลักฐานอะไรล่ะคะ ก็เบลไม่ได้อยู่ตรงนั้น เบลมาร้องเพลงที่สถานีนี่ คนนั้นเป็นใคร เบลไม่รู้จัก อาจจะเป็นคนหน้าเหมือนก็ได้ แต่ยังไงก็ไม่ใช่เบลแน่ๆ"
"สรุปว่าไม่มีหลักฐาน"
พิธีกรเดินเข้ามา
"เอ้อ ขออนุญาตนะคะ เมื่อสักครู่มีคนมาขอแถลงข่าวด้วย เชิญคุณนุ่นค่ะ เจ้าของหน้าเฟซบุ๊กที่เป็นกรณีอยู่ตอนนี้ค่ะ"
นักข่าวส่งเสียงฮือฮา บุษบาบัณและบุณฑริกทำแสแสร้งแกล้งงง ทีมงานเอาเก้าอี้ออกมา เจ้าของภาพในเฟซบุ๊กเดินออกมานั่ง
นักข่าวถาม
"คุณเป็นเจ้าของภาพที่มีคุณเบลอยู่ข้างหลัง ใช่ไหมคะ"
"ค่ะ"
"ยังไม่หมดเท่านี้นะคะ ยังมีอีกคน"
คนหน้าเหมือนเบล ใส่ชุดเบลและหมวกแบบที่อยู่บนเครื่องบินข้างหลังนุ่นเดินเข้ามา
มาลีบอก
"เฮ้ยนั่น เหมือนคุณเบลมาก"
"สวัสดีค่ะ ดิฉันระรินค่ะ ดิฉันก็คือ คนที่อยู่ในชุดนั้น ที่ถ่ายอยู่ในรูปของคุณนุ่น นี่ค่ะ นี่ดิฉันเอง ไม่ใช่คนอื่นค่ะ"

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 7/2 วันที่ 7 ต.ค. 57

ละคร มาลีเริงระบำบทประพันธ์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำ บทโทรทัศน์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำกำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละคร มาลีเริงระบำผลิตโดย บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด
ละคร มาลีเริงระบำ ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ที่มา ไทยรัฐ