อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 7/3 วันที่ 8 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 7/3 วันที่ 8 ต.ค. 57

“เนื้อนางดูแลตัวเองได้จ้ะ ตา เนื้อนางจะระวังกว่านี้”
“ฉันจะช่วยดูแลเนื้อนาง ไม่ห่างไปไหนแล้ว ฉันสัญญา สาบานเลย อย่าไปไหนเลยนะ พ่ออุ๊ย อยู่ที่นี่เถอะ”

หมื่นหล้าลุกขึ้น มองตัดสินใจ “ข้าก็ไม่อยากไปหรอกนะ ข้ารับใช้ บุกเบิกปางนี้มาตั้งแต่รุ่นพ่อเลี้ยงอินถา นึกแต่ว่าคงได้ตายอยู่ที่นี่ แต่ในเมื่อมีนายที่ใจไม่เป็นธรรม” หมื่นหล้าหันมามองเนื้อนางอย่างรักและหวงแหน “ข้าก็ขอไปตายเอาดาบหน้า ดีกว่าจะต้องเห็นหลานถูกรังแกอีก เริ่มเก็บของได้แล้ว ข้ากับแสงคำได้งานที่ปางใหม่เมื่อไหร่ เราจะไปจากที่นี่” หมื่นหล้าเดินออกไป
คำฝายทิ้งตัวหมดแรง เนื้อนางใจหายวาบ “ไปจากปางหิมวัต”


เช้าวันต่อมา หนานไตรยืนอยู่ท่ามกลางคนงานทั้งหมดในโรงอาหาร ประกาศด้วยเสียงดังฟังชัด “ต่อไปนี้ถ้าใครในปาง มีเรื่อง ก่อเรื่องทะเลาะกัน” หนานไตรมองไปที่กลุ่มรัญจวน “ไม่ว่าต่อหน้าหรือลับหลัง” สามคนหนาวๆ ร้อนกับสายตาของหนานไตร “โทษสถานเดียวคือ ไล่ออก !!!” ทุกคนเงียบกริบ มองหนานไตร

เนื้อนางกับคำฝายกำลังพับผ้าที่ราว แสงคำกับหมื่นหล้าเดินเร็วมา
หมื่นหล้าบอกอย่างดีใจ “เนื้อนาง แสงคำมันมีข่าวดีมาบอก”
“พ่ออุ๊ยกับฉันได้งานที่ปางใหม่แล้ว”
เนื้อนางใจหายวาบ ผ้าที่ถือหล่นจากมือ หมื่นหล้า แสงคำมอง เนื้อนางรีบก้มเก็บ
“เจ้าสองคนรีบเก็บข้าวของซะ เดี๋ยวบ่ายเราจะไปจากที่นี่”
เนื้อนางมองคำฝายสีหน้าตกใจ

ในโรงอาหาร หนานไตรกวาดตามองคนงานทุกคน “คนงานที่นี่ทุกคนต้องรัก สามัคคีกัน อย่าให้ใครมายุแหย่ แบ่งฝักแบ่งฝ่ายจนแตกแยก ถ้าผมรู้ .. ผมจะไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น”
สร้อยฟ้าติง “หนานไตรเป็นแค่ผู้จัดการปาง”
รัญจวนสงสัย “ถ้าแม่นายสั่ง เราก็ต้องทำตาม เพราะแม่นายเป็นเจ้าของปาง ใหญ่กว่าผู้จัดการอย่างหนานไตร”
ชาวบ้านแบ่งเป็นสองกลุ่ม ทั้งพยักหน้าเห็นด้วยและส่ายหน้าไม่เห็นด้วยกับรัญจวน หนานไตรกอดอกมองใจเย็น ปล่อยให้พวกรัญจวนพูด
“ไหน .. ใครรับเงินเดือนจากหนานไตร ไม่มี๊..เพราะหนานไตรก็รับเงินเดือนมาจากแม่นายอีกที” กำปุ้ง สร้อยฟ้าหน้าเชิดตามลูกพี่ หนานไตรมอง รัญจวนสรุป “พวกเรารับคำสั่งจากแม่นาย แม่นายเกลียดใคร เราก็เกลียดด้วย”
“แม่นายมาลากไม้ ทำไม้กับพวกแกด้วยหรือเปล่า อีป้า” ม่อนดอยว่าให้
“ไอ้ม่อนดอย ฉันไม่ใช่พี่สาวแม่แก แหม..คิดตีสนิทกับผู้จัดการ หวังจะได้ขึ้นเงินเดือนเร็วๆล่ะซี้ เอ็งมันเข้าผิดทางแล้วล่ะเว้ย” รัญจวน กำปุ้ง สร้อยฟ้าหัวเราะ
รัญจวนเดินมาใกล้หนานไตร “จะบอกให้นะ หนานไตร อย่าคิดจะมาสั่งคนของแม่นายอย่างชั้น”
สร้อยฟ้าเสริม “และชั้น”
กำปุ้งด้วย “และชั้น” หนานไตรยังยิ้มอดทน
รัญจวนยืนยัน “เพราะเราจะเชื่อฟังคำสั่งเจ้าของปางเท่านั้น”
สามสาวหัวเราะ เดินลอยหน้า เท้าเอวออกไป คนงานที่เหลือมองหนานไตร
“มีใครจะตาม 3 คนนั่นออกไปอีกมั้ย” หนานไตรถาม คนงานหลายคนมองกัน แล้วตัดสินใจไม่ไป “ที่เหลือแสดงว่าทุกคนยอมรับคำสั่งของผมใช่มั้ย ใครมีปัญหา ก้าวออกมาเลย”
คนงานทุกคนยืนอยู่กับที่ หนานไตรยิ้มมองทุกคน “ขอให้ทุกคนตั้งใจทำงานกันเหมือนเดิม วันนี้ขอบคุณมาก ไปทำงานกันได้เลยครับ”
คนงานพากันแยกย้าย หนานไตรมองม่อนดอยที่เดินมาใกล้
“แล้วจะเอายังไงกับแก๊งค์ผีก๊ะ 3 ตัวนั้น”
หนานไตรหันไปมองทางที่รัญจวนเดินออกไป

ที่เรือนสำนักงาน ม่อนดอยส่งเงินให้ตรงหน้ารัญจวน สร้อยฟ้า กำปุ้ง
หนานไตรยืนอยู่ พูดขึ้น “เงินเดือนเดือนสุดท้าย รับแล้วก็รีบออกไปจากปางซะ”
รัญจวนโกรธ “ไอ้หนานไตร แกกล้าไล่ฉัน”
สร้อยฟ้าอีกคน “และชั้น”
กำปุ้งด้วย “แล้วก็ชั้น”
ม่อนดอยย้ำ “ต้องให้ไล่ซ้ำมั้ย”
รัญจวนรีบคว้าเงิน “เงินน่ะเอา แต่ไม่ไปโว๊ย ฉันคนของแม่นาย ผู้จัดการไม่มีสิทธิ์ไล่”
“ที่ปางนี่ผมเป็นใหญ่ ผมมีสิทธิ์ไล่คนงานที่ทำความเดือดร้อน ก่อกวน ขัดขวางความเจริญก้าวหน้าของปาง”
ม่อนดอยประชด “อยากรับใช้แม่นาย ก็ไปทำงานที่บ้านแม่นายสิวะ”
“ไปซะ อย่าให้ผมต้องสั่งคนงานจับตัวโยนออกไป” หนานไตรจ้อง เดินห่างไม่อยากเข้าใกล้
รัญจวนเต้นเร่าๆ “ฉันจะฟ้องแม่นาย”

แม่นายกลับมาที่บ้านหิมวัต หน้าตาเคร่งเครียด แขไขยืนข้างๆ “เรากลับมาแบบนี้เท่ากับเปิดโอกาสให้เนื้อนางมันเข้าใกล้พี่ไตรหรือเปล่าคะ”
“หรือเธอกล้าอยู่ให้พวกควาญช้างมันมาทำมิดีมิร้าย”
“แขแค่เป็นห่วง เนื้อนางมันเจ้าเล่ห์ ชอบทำมารยาสาไถย เกิดพี่ไตรอยู่ที่นั่น พลาดพลั้งให้มันจับเอาได้ คุณน้าต้องมีลูกสะใภ้เป็นผู้หญิงจนๆนะคะ” แขไขแหย่ แล้วเดินออกไป
แม่นายฟังแล้วยิ่งโมโห
วันดีเดินเข้ามา จันตายืนกร่าง “แม่นายให้ตามฉันเหรอคะ”
“อินถามันใกล้ตายหรือยัง”
“พ่อเลี้ยงอาการทรงๆ ค่ะ”
“ทำไมแกไม่ปล่อยให้มันตาย ให้ข้าวให้น้ำ ให้ยามันทำไม”
“แม่นาย .. คุณณไตรฝากให้ฉันดูแลพ่อเลี้ยงนะคะ”
แม่นายพุ่งเข้าไปตบหน้าวันดีทันที วันดีตะลึง จันตายิ้มสะใจ “แกไม่ต้องเอาลูกชายฉันมาอ้าง ต่อไปนี้นี่คือคำสั่งของฉัน ไม่ต้องไปดูแลอินถามันอีก”
“ไม่ได้หรอกค่ะ ท่านต้องกินยาทุกมื้อ”
จันตาเข้ามาจับวันดีมือไพล่หลัง
แม่นายจ้องหน้าวันดี “ฉันอยากให้ไอ้แก่นั่นมันตายๆ ไปซะ ลูกชายฉันจะได้เลิกสนใจไอ้ปางไม้บ้า แล้วกลับมาอยู่บ้านหลังนี้”
“สงสัยนังวันดีมันอยากไปอยู่ที่ปางไม้นั่นแทนละมั้งคะ แม่นาย คงจะอยากอยู่กลางป่ากลางดอย มีผัวเป็นควาญแก่ๆ ทั้งขโยง”
วันดีมองแม่นายยิ้มร้ายแล้วกลัว “อย่าส่งฉันไปทำงานที่อื่นเลยนะคะ แม่นาย”
“แกก็ต้องเชื่อฟังฉัน นังวันดี ฉันคนเดียวที่จะชี้เป็นชี้ตายคนบ้านนี้ทุกคน” แม่นายผลักหัววันดี
จันตาเหวี่ยงวันดีไถลไปกับพื้น แม่นายยิ้มเยาะเดินออกไป จันตาเดินตามหน้าเชิด วันดีลุกขึ้นทั้งน้ำตา

วันดีเดินออกมา หลบสะอื้น เช็ดน้ำตาอยู่มุมหนึ่ง
ธรรพ์เดินผ่านมาเห็น ก็ตรงเข้ามาใกล้ “ใครทำอะไรป้าวันดีครับ”
วันดีหันมาเห็นธรรพ์ที่มองห่วงใยก็รีบเช็ดน้ำตา “ไม่มีค่ะ ไม่มีอะไร”
“มีสิครับ ตั้งแต่เกิดมา ผมไม่เคยเห็นป้าวันดีร้องไห้เลยสักครั้ง”
“โถ พ่อคุณของป้า” วันดีจับแขนธรรพ์ มือสั่นเทาด้วยความดีใจ
ธรรพ์แตะมือวันดี ยิ้มอ่อนโยน “มีอะไร ป้าบอกผมสิครับ”
“คุณธรรพ์พอจะช่วยอะไรป้าสักอย่างได้มั้ยคะ” วันดีมองธรรพ์ที่รอยยิ้มอ่อนโยนระบายเต็มหน้า

ธรรพ์ถือถาดข้าวต้มเข้ามาในห้องนอนพ่อเลี้ยงอินถา วันดีแอบมองอยู่หลังประตู
อินถาหันมาเห็นธรรพ์ ก็ชักสีหน้า “วันดีไปไหน”
“ผมขอมาดูแลคุณปู่แทนป้าวันดีเองครับ”
ธรรพ์นั่งลงจะป้อนข้าวปู่ อินถาปัดมือไล่ “ฉันไม่กิน”
“สักนิดนะครับ คุณปู่ วันนี้ข้าวต้มกุ้งน่าทานมาก”
“บอกว่าไม่กิน แกออกไปให้พ้นๆ หน้าฉัน ไอ้ธรรพ์”
อินถาปัดชามข้าวอย่างแรง ข้าวต้มหกรดเสื้อ กระเด็นใส่หน้าธรรพ์ วันดีที่แอบมองอยู่ ตกใจ
“แล้วอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก”
“ครับ คุณปู่”
อินถาหันหลังให้ทันที ธรรพ์ตอบรับด้วยสีหน้าเศร้า

ธรรพ์เดินออกมายืนพิงผนัง แววตาหม่นหมอง
วันดีรีบเข้ามาหา “โธ่ คุณธรรพ์ ป้าทำให้คุณเดือดร้อนแท้ๆ” วันดีปัดข้าวที่ติดเสื้อ
ธรรพ์จับมือวันดีออก ยิ้มเศร้า “ไม่เป็นไรครับป้า ผมชิน คุณปู่ท่านไม่ค่อยชอบหน้าผมมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว”
“คุณธรรพ์อย่าโกรธพ่อเลี้ยงเลยนะคะ”
ธรรพ์ยิ้ม “ไม่หรอกครับ ผมจะโกรธคุณปู่ได้ยังไง”
“พ่อเลี้ยงท่านฝังใจแต่เรื่องให้คุณณไตรไปทำงานในปางแทนท่าน ทั้งๆ ที่ป้าว่าคุณธรรพ์ก็ทำได้เหมือนกัน”
ธรรพ์ยิ้ม “ไม่จริงเลยครับ ป้าวันดี ใครๆ ก็รู้ ผมไม่เก่งเท่าพี่ไตร ผมทำงานในปางไม่ได้แน่ๆ คุณปู่ท่านก็คงผิดหวัง เลยไม่ค่อยอยากเห็นหน้าผม” ธรรพ์ยิ้มเศร้าๆ วันดียิ่งมองด้วยสายตาสงสาร
“คนที่จะสืบทอดทุกอย่าง เป็นความหวังของคุณปู่ได้ คือพี่ไตรคนเดียวเท่านั้น “

หนานไตรมาดูคนงานกำลังลับเครื่องไม้เครื่องมือ เตรียมไปตัดไม้ มองหาไม่เห็นแสงคำ “แสงคำหายไปไหน” หนานไตรเดินเข้าไปถามคนงานคนหนึ่ง “เห็นแสงคำมั้ยครับ”

เนื้อนาง คำฝาย แสงคำ หมื่นหล้า เดินถือข้าวของแค่ห่อผ้าติดตัวกันมา เนื้อนางเดินรั้งท้าย หันหลังทอดสายตามองกลับไปในปาง
หมื่นหล้าหันมาเห็น รู้อารมณ์หลานสาวว่าคงกำลังคิดถึงหนานไตร ก็พูดขึ้น “เดินเร็วๆ ไม่มีอะไรที่นี่ต้องอาลัยอาวรณ์กันอีกแล้ว”
เนื้อนางหันมา มองเห็นหมื่นหล้า กับแสงคำที่รออยู่ เนื้อนางสายตาเศร้าโศกเต็มที

หนานไตรมายืนอยู่หน้าเรือนเนื้อนาง ตะโกนเรียก “แสงคำ แสงคำ” ในเรือนเงียบ หนานไตรตะโกนซ้ำ “คำฝาย .. เนื้อนาง ..เนื้อนางครับ” ไม่มีใครตอบ หนานไตรจะเดินขึ้นเรือน
ม่อนดอยวิ่งกระหืดกระหอบมา “หน้าปาง”
“อะไร ม่อนดอย .. หน้าปางมีอะไร”
“เนื้อนางกำลังจะออกไปจากปางแล้ว” หนานไตรได้ยินก็วิ่งออกไปทันที

เนื้อนางยืนสีหน้าเศร้า จนคำฝายอดรนทนไม่ไหว หันไปทางหมื่นหล้า “เราจะไม่บอกหนานไตรหน่อยเหรอ”
“บอกสิ” เนื้อนางหันมองตา “แต่ข้าจะกลับมาบอกเองวันหลัง ตอนนี้ออกจากปางกันก่อน”
“ไปเถอะ อ้ายนัดรถไว้ที่ทางสามแพร่งข้างหน้า” แสงคำเร่ง
เนื้อนางทอดสายตามองกลับไปในปางอีกที คำฝายเดินมากุมมือเนื้อนางอย่างเข้าใจ เนื้อนางกลั้นน้ำตา ตัดใจพูดขึ้น “ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว .. ไปกันเถอะ พี่คำฝาย”
เนื้อนางหันหลังเดินออกไป แต่คำฝายเดินอ้อยอิ่ง
หมื่นหล้าเร่ง “นังคำฝาย เอ็งจะคลานไปใช่มั้ย ข้าจะได้ทิ้งไว้ที่นี่”
คำฝายสะบัดหน้า ไม่พอใจแต่พูดอะไรไม่ได้
เนื้อนางก้าวไปข้างหน้า กลั้นน้ำตาที่ปริ่ม ทิ้งภาพปางไว้เบื้องหลัง

หนานไตรวิ่ง เอามือกุมท้อง เห็นเลือดจากแผลไหลซึมออกมาจากเสื้อติดบนฝ่ามือ หนานไตรสูดลมหายใจ อดทนเจ็บ “เนื้อนาง” หนานไตรกัดฟันวิ่งไปอีกแค่สองสามก้าว เจ็บจนล้มลง คลุกฝุ่น หนานไตรกุมท้อง เลือดซึมออกมาอีก หนานไตรมองทางแล้วลุกขึ้น เดินโซเซ เลือดทะลักออกมาเลอะเสื้อ แต่หนานไตรไม่ยอมหยุด วิ่งไปตามทางคลุกฝุ่นอย่างไม่ยอมแพ้

เนื้อนางกำลังเดินห่างจากปางออกไปทุกที
หนานไตรวิ่งมาด้านหลัง เจ็บจนเอ่ยเสียงได้เพียงแผ่วเบา “เนื้อนาง”
เนื้อนางชะงัก เสียงเรียกเบาเพียงนิด แต่เนื้อนางก็ได้ยิน เนื้อนางหันหลังไปทันที “หนานไตร”
แสงคำ คำฝาย หมื่นหล้าหันไปมองเห็นหนานไตรที่ฝืนความเจ็บ พยายามทรงตัวยืน เนื้อนางมองหนานไตรน้ำตาคลอ
“อย่าไป” หนานไตรขอร้อง
เนื้อนางหันมามองหมื่นหล้า แล้วเบือนหน้าจากหนานไตร ตัดสินใจต้องไปกับหมื่นหล้า
“เนื้อนาง” หนานไตรก้าวตามมาได้แค่ก้าวสั้นๆ ก็ล้มลง เนื้อนางหันกลับไปเห็น หนานไตรจะลุกขึ้น แต่เจ็บจนทรงตัวไม่ไหว ล้มลงกลิ้งไปกับพื้น
ม่อนดอยวิ่งตามมา เข้ามาพยุง หนานไตรปัดม่อนดอยให้ถอยห่าง
หนานไตรกัดฟัน ทรงตัวยืนขึ้นท่ามกลางสายตาเป็นห่วงที่สุดของเนื้อนาง ม่อนดอย คำฝายมองสงสารหนานไตร หนานไตรฝืนความเจ็บ เดินทีละก้าวเข้าหาเนื้อนาง หมื่นหล้า แสงคำมองหนานไตรที่ไม่ยอมแพ้
เนื้อนางมองหนานไตรที่เลือดเลอะเสื้อเป็นวงใหญ่แล้วน้ำตาร่วง หนานไตรใกล้ถึงตัวเนื้อนาง
หมื่นหล้ามองสภาพหนานไตรแล้วร้องห้าม “หยุดได้แล้ว หนานไตร กลับไปซะ”
“ไม่ .. หมื่นหล้า ... อย่าพาเนื้อนางไปจากผม” หนานไตรยืนมองเนื้อนางที่อยู่ห่างกันอีกแค่ไม่กี่ก้าว

แขไขนั่งหลับอยู่ในเก้าอี้สวย มีหนังสือวางในตัก ธรรพ์เดินเข้ามา ธรรพ์เดินมาใกล้ มองแขไขแล้วหักห้ามใจไม่ได้ ก้มลงใกล้ วันดีเดินผ่านมาเห็นก็หลบหยุดมอง ธรรพ์ก้มลงเกือบถึงหน้านวลของแขไขแล้วหยุดก่อนจมูกจะจรดลงแก้มเพียงคืบ
วันดีมองจ้อง ธรรพ์ตัดสินใจถอยห่างแขไขออกมาอย่างละอายใจ แววตาวันดีเรียบนิ่ง มองภาพตรงหน้า ธรรพ์มองทอดสายตาไปที่แขไขด้วยความรัก

หนานไตรมองเนื้อนางด้วยสายตาทั้งรักทั้งอ้อนวอน
เนื้อนางมองสภาพหนานไตรแล้วเอ่ยขอร้อง “หนานไตรเป็นห่วงตัวเองก่อนเถอะ กลับไปทำแผลซะ”
“ให้ผมตายตรงนี้ก็ได้ เนื้อนาง แต่อย่าไล่ผมอีก”
แสงคำบอก “หนานไตร ฉันบอกแล้ว ฉันจะไม่ให้เนื้อนางถูกรังแกอีก”
เนื้อนางยังลังเล หมื่นหล้าพูดซ้ำขึ้น “ตาเคยบอกแล้วใช่มั้ย หนานไตรมันเป็นคนเมือง มันไม่เหมาะกับเรา”
“ถึงผมไม่ใช่คนที่นี่ แต่ผมก็รักเนื้อนาง รักจากหัวใจของผม”
เนื้อนางมองตกตะลึง ทุกคนอึ้ง หนานไตรมองตรงไปที่เนื้อนางอย่างไม่สนใจใครอีกแล้ว “คุณอยากวางชีวิตไว้ในหัวใจผมมั้ยครับ เนื้อนาง” หนานไตรก้าวไปใกล้อีก ยื่นมือไปหาเนื้อนาง “ฝากชีวิตคุณไว้กับผม ผมสัญญา ต่อหน้าทุกคน ต่อหน้าหมื่นหล้าคนที่รักคุณที่สุด ผมจะดูแลปกป้องคุณ...ดวงใจของผม”
เนื้อนางน้ำตาร่วงพรู อย่างไม่รู้จะทำอย่างไรได้ หมื่นหล้ามองเห็นน้ำตาของหลานก็สะเทือนใจ
“ฉันรักคุณไม่ได้ หนานไตร”
“ไม่มีใครห้ามหัวใจคุณได้ เนื้อนาง” เนื้อนางน้ำตาไหลพรากด้วยความอัดดั้น หนานไตรยื่นมือไป “ขอแค่คุณรักผม เหมือนที่ผมรักคุณ”
เนื้อนางสะอื้น น้ำตาเนื้อนางบีบหัวใจหมื่นหล้าเต็มที
หนานไตรคุกเข่าลงหน้าหมื่นหล้า “วันไหนถ้าผมทำให้เนื้อนางเสียใจ” หนานไตรเงยมองหมื่นหล้า “หมื่นหล้าเอาชีวิตผมไปได้เลย”
“หนานไตร” หมื่นหล้าคิดไม่ถึงว่าหนานไตรจะกล้าให้สัญญาขนาดนี้ เนื้อนางสะอื้นแรง
หมื่นหล้ามองหน้าหลานสาวแล้วตัดสินใจ “ตอบตามาคำเดียว เนื้อนาง .. เจ้ารักหนานไตรมั้ย”
เนื้อนางมองตา หมื่นหล้ามองรอคอยคำตอบจากหลาน น้ำตาเนื้อนางไหลอาบแก้มจนหมื่นหล้าไม่อาจทนเห็น หมื่นหล้าน้ำตาซึม ตัดสินใจ เดินมาจับมือเนื้อนาง วางลงในมือหนานไตร
“จำไว้ว่า หัวใจของข้าอยู่ที่เจ้าแล้ว หนานไตร จงรักษาไว้ยิ่งกว่าชีวิตตัวเอง”
หนานไตรมองหมื่นหล้าอย่างขอบคุณ หมื่นหล้ายิ้มกับหลานสาวแล้วถอยออกไป แสงคำหันหลังซ่อนน้ำตาลูกผู้ชายที่ต้องทนเห็นภาพบาดใจที่สุด
หนานไตรกุมมือเนื้อนางไว้ “แต่งงานกับผมนะครับ เนื้อนาง” หนานไตรกุมมือยิ้มมองเนื้อนางที่ยิ้มทั้งน้ำตา
ม่อนดอยวิ่งมากระโดดกอดคำฝาย คำฝายดีดลูกแปใส่ ม่อนดอยกระเด็นถอยหลังไป หนานไตรกุมมือเนื้อนางไว้แน่น สองสายตามองถ่ายทอดความรักต่อกัน

แขไขเดินไปเดินมา วุ่นวายใจ ดาวเด่นเดินมาใกล้
“ฉันจะส่งคนไปที่ปาง ฉันอยากรู้ว่าพี่ไตรอยู่ใกล้เนื้อนางหรือเปล่า”
“แล้วถ้าเค้าอยู่ใกล้กัน พี่แขจะทำอะไรได้” แขไขหันขวับมองน้องสาว แววตาขุ่นเคือง “คนไม่รัก ให้ใกล้แค่ไหนก็คือไม่รัก แต่ถ้ารัก ต่อให้ไกลกันสุดฟ้า ก็ยังรัก ยังคิดถึงกัน”
“เป็นเด็ก อย่าสู่รู้เรื่องของผู้ใหญ่”
“บังเอิญว่าเด็กอย่างดาวมีตา มีความคิด พี่ณไตรเค้าไม่รักพี่เลย” ดาวเด่นเดินเข้ามาใกล้ “ทำไมไม่เปิดใจ มองคนอื่นที่เค้าอาจจะรักพี่บ้าง”
“เพราะชาตินี้ชั้นไม่มีวันรักใคร ต่อให้ต้องตาย วิญญาณชั้นก็จะรักพี่ไณตรคนเดียว”
แขไขเดินเชิด ไม่อยากคุยกับดาวเด่นอีก ดาวเด่นได้แต่มองตาม ธรรพ์พิงผนังอยู่อีกด้าน แววตาเศร้ามากที่ได้ยินทุกคำพูดตอกย้ำของแขไข

ที่ระเบียงผา หนานไตรนั่งมองเนื้อนางที่กำลังพันแผลให้ หนานไตรกุมมือเนื้อนาง “แต่งงานกันให้เร็วที่สุดนะครับ เนื้อนาง”
เนื้อนางเขินอายจะดึงมือออก หนานไตรไม่ยอม เอามือเนื้อนางวางทาบลงที่อกข้างซ้าย “แค่นาทีเดียว ผมก็ไม่อยากรอแล้ว”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 7/3 วันที่ 8 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ