อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 7/4 วันที่ 8 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 7/4 วันที่ 8 ต.ค. 57

เนื้อนางเขินอายจะดึงมือออก หนานไตรไม่ยอม เอามือเนื้อนางวางทาบลงที่อกข้างซ้าย “แค่นาทีเดียว ผมก็ไม่อยากรอแล้ว”
เนื้อนางอาย “หนานไตรจะไม่พาแม่มาสู่ขอกับตาก่อนเหรอ” หนานไตรหน้านิ่งลง เนื้อนางมอง “เนื้อนางยังไม่เคยเจอแม่หนานไตรเลย”

“ถ้าผมไม่มีผู้ใหญ่มา เนื้อนางจะไม่แต่งงานกับผมเหรอครับ”
“หนานไตร .. พูดอย่างนี้ มีปัญหาอะไรกับแม่อยู่หรือเปล่า”
หนานไตรเหมือนถูกจี้จุดด้วยคำถามซื่อๆของเนื้อนาง “แม่ผมยังไม่สะดวกมา”


“เนื้อนางรอได้”
“แต่ผมไม่อยากรอ เนื้อนางครับ ไม่ใช่ว่าผมจะไม่ให้เกียรติหมื่นหล้ากับเนื้อนาง แต่ผมอยากให้เราแต่งงานกันที่นี่ ให้ทุกคนในปางรับรู้ แล้วผมจะพาเนื้อนางไปกราบแม่ ไปพบครอบครัวผม ถึงตอนนั้นผมจะจัดงานเลี้ยง”
เนื้อนางรีบเอานิ้วปิดปากหนานไตร “เนื้อนางไม่ได้ต้องการงานเลี้ยงใหญ่โต” หนานไตรมองเนื้อนางด้วยความชื่นใจ “แค่ความรัก ความซื่อสัตย์ของหนานไตรเท่านั้นที่เนื้อนางขอ”
“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หนานไตรเป็นของเนื้อนาง หนานไตรคนนี้จะรักจะซื่อสัตย์กับเนื้อนางคนเดียว” หนานไตรโอบกอดเนื้อนางแผ่วเบา นุ่มละมุน
เนื้อนางซุกในอกหนานไตรด้วยสีหน้ามีความสุข ไม่ทันเห็นแววตาหนานไตรที่กังวลเรื่องสำคัญ

ดาวเด่นเดินมาเห็นธรรพ์นั่งเล่นกีตาร์เหงาๆ ก็เดินมานั่งใกล้ๆ “พี่ธรรพ์น่าจะไปเล่นกีตาร์ให้พี่แขฟังบ้าง” ดาวเด่นบ่นๆ “เผื่อจะได้หายบ้า หายคลั่ง”
ธรรพ์มองดาวเด่นยิ้มๆ “คุณแขคงไม่อยากฟังเพลงจากผม”
“ทำไมละ พี่แขก็ผู้หญิงคนนึงนะ ผู้หญิง เสียงเพลง ดอกไม้ เข้ากันจะตาย”
“คุณแขชอบฟังเพลงแบบไหนครับ” ธรรพ์ถามด้วยน้ำเสียงกะตือรือร้น อยากรู้
“ก็พวกเพลงรัก พี่แขน่ะเค้าชอบฟังเพลง ชอบเต้นรำ ชอบความโรแมนติก”
ดาวเด่นเล่า ธรรพ์แววตาสดชื่น ได้ความคิดเอาใจแขไขขึ้นมาทันที

หนานไตรยืนอยู่หน้าคนงานทั้งหมด ในโรงอาหาร“ตั้งแต่วันนี้ไปทุกคนที่เข้าออกในปาง ต้องรายงานผม”
รัญจวน กำปุ้ง สร้อยฟ้าโผล่หน้ามา หนานไตรหันไปเห็น “รัญจวน”
รัญจวนสะดุ้ง กำปุ้ง สร้อยฟ้าผลักรัญจวนออกหน้า
“ทำไมยังไม่ออกไปจากที่นี่”
“ฉัน..ฉัน” รัญจวนอึกอัก
“พวกเรายังไม่มีที่ไปค่ะ” กำปุ้งโผเข้าไปกอดขาหนานไตรทันที “กำปุ้งขออยู่งานแต่งหนานไตรก่อนนะคะ ที่จริงกำปุ้งไม่อยากไปจากที่นี่เลย หนานไตรไล่คุณพี่รัญจวนใจไปคนเดียวเถอะ”
“อีกำปุ้ง นังแมงมุมพิษ เลี้ยงไม่เชื่อง” รัญจวนเหวอที่โดนเพื่อนทิ้งทุ่น
“สร้อยฟ้าเตือนแล้ว แม่นายน่ะเค้ามาประเดี๋ยวประด๋าว หนานไตรสิ ถึงจะเป็นที่พึ่งของเราได้”
“อีสร้อยแสล๋นสองหัว สามหัว” รัญจวนเจ็บใจ
หนานไตรดันกำปุ้งออกห่าง มองทั้งสามคนแล้วตัดสินใจ “ถ้าจะอยู่ที่นี่ ห้ามทำร้ายเนื้อนางอีก ห้ามแม้แต่จะเข้าใกล้”
“สาบานค่ะ ถ้าทำขอให้ฟ้าผ่าอีสร้อย” กำปุ้งชิงสาบานก่อนเพื่อน
“อ้าว ...นังกำปุ้ง เวรแล้วมั้ยล่ะ”
“ตกลงมั้ย รัญจวน” หนานไตรถาม
กำปุ้ง สร้อยฟ้ารีบไปยืนข้างหนานไตร รัญจวนมองซ้ายมองขวา เหลือตัวคนเดียว “ตกลง ฉันจะสงบศึกกับเนื้อนาง”
“ยอมง่ายๆได้ยังไง อีป้ารัญจวน ใครๆ เค้าก็อยากเห็นแม่ครัวมีเรื่องกับเมียผู้จัดการ ทีนี้จะตบซ้ายตบขวาให้หน้าบวมฉึ่ง หนำใจข้าล่ะ” คำฝายหัวเราะยั่ว
รัญจวนเงื้อมือ หนานไตรจ้อง รัญจวนจำใจลดมือ “ทีใครทีมันนะ อีคำฝาย”
หนานไตรมองรัญจวนแล้วหันมาสั่งทุกคน “เพื่อความปลอดภัยก่อนวันงาน ผมขอประกาศปิดปาง ห้ามใครเข้าออกโดยไม่จำเป็น จนกว่าจะถึงวันแต่งงานของผมกับเนื้อนาง”
คนงานทุกคนรับฟัง หนานไตรหันไปทางม่อนดอย “ม่อนดอยพาคนงานผู้ชายมาห้าหกคน ฉันมีงานด่วนให้ทำ”
ม่อนดอยกับคนงานร่างกายกำยำ 5-6 คน เดินตามหลังหนานไตรไป
รัญจวนมองขวับไปที่คำฝาย คำฝายร้องท้า “ว่ายังไง อีผีสามป่าช้า ไหนลองเรียกข้าว่าแม่นายคำฝายซิ หรือว่าอยากมีเรื่องให้ โดนโยนออกจากปางก่อนงานแต่งมั้ยล่ะ ข้าจะสมนาคุณให้หนักๆมือเลย .. เอามั้ย ฮ่าฮ่าฮ่า”
คำฝายวางท่าเบ่งใส่รัญจวนที่อยากจะปรี่ใส่ แต่ก็ยังไม่กล้าเหมือนก่อน

เนื้อนางกำลังนั่งเย็บหมอนใหม่ หันไปดุคำฝาย “พี่คำฝายก็อย่าไปหาเรื่อง ยั่วพวกรัญจวนเค้านักสิ”
“เรื่องที่มันทำร้ายตั๋วที่ลำธาร ยังไม่ได้เอาคืนเลย”
“เราก็ไม่รู้ว่าใช่เค้าหรือเปล่า ขอให้เลิกแล้วต่อกันสักทีเถอะ”
“ใช่ซี้ ตั๋วกำลังม่วนอกม่วนใจ๋ จะได้แต่งงานกับหนานไตร โลกมันก็สีชมพู้ชมพู อภัยได้หมด วันๆ เอาแต่นั่งเย็บมุ้งเย็บหมอนใหม่ รอเจ้าบ่าว” เนื้อนางเอาหมอนตีคำฝาย
คำฝายลอยหน้า “เดี๋ยวจะฟ้องหนานไตร”
หมื่นหล้าเข้ามาได้ยินก็ยิ้ม “นังคำฝาย เอ็งก็อย่ามัวพูดมาก ช่วยเนื้อนางเย็บที่นอนหมอนมุ้งใหม่ด้วย”
“เย็บไป หนานไตรเค้าจะใช้เหรอพ่ออุ๊ย เค้าไม่ได้มาอยู่ที่นี่สักหน่อย เค้าก็พากันไปอยู่เรือนผู้จัดการ”
“วะนังนี่ ทำตามประเพณีสิวะ ไปอยู่เรือนผู้จัดการ แล้วมันไม่ต้องใช้หมอนมุ้งใหม่หรือไง เย็บเข้าไปสิ เผื่อมีใครจะชายตามาแลเอ็ง ให้ได้กินแขกเหมือนเนื้อนางบ้าง”
“ของชั้นน่ะรอเจ้าจากคุ้มหลวงเอาราชรถมารับ”
“งั้นเอ็งก็รอจนแก่ตายคาเรือนนี้แหละ”
“ดี ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนพ่ออุ๊ย แก่ตายไปพร้อมๆ กัน”
เนื้อนางหัวเราะเหมือนหมื่นหล้า บรรยากาศในเรือนเต็มไปด้วยความสดชื่น

แขไขเดินมาเห็นโต๊ะกินข้าวที่จัดไว้เล็กๆน่ารัก แขไขมองแปลกใจ เสียงเพลงดังขึ้น แขไขมอง ธรรพ์ถือกีตาร์ ร้องเพลง แขไขนั่งลงที่เก้าอี้
หลังพุ่มไม้ดาวเด่นยื่นหน้ามามอง ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่เห็นธรรพ์เอาใจให้แขไขสดชื่น
อีกด้านวันดีแอบมอง ธรรพ์เล่นกีตาร์ ร้องเพลงด้วยสีหน้าปลาบปลื้ม แขไขมองธรรพ์ที่ร้องเพลงเพราะด้วยสีหน้ามีความสุขขึ้นบ้าง

หนานไตรเดินกลับมาอย่างเหนื่อยอ่อนกับม่อนดอยและคนงาน “นอนพักเอาแรงกันก่อน พรุ่งนี้รีบไปทำต่อแต่เช้า”
“จะทันเหรอวะ หนานไตร”
“ต้องทัน” หนานไตรยิ้มมีความหวังให้ทุกคน

ธรรพ์เล่นกีตาร์จบเพลง แขไขตบมือยิ้มให้ วันดีค่อยๆ หลบออกไปเงียบๆ ธรรพ์วางกีตาร์เดินมานั่งใกล้แขไข
“ขอบคุณนะคะ พี่ธรรพ์ เพลงไพเราะมากเลย”
“ผมดีใจนะครับที่คุณแขชอบ”
“ไปอยู่ปาง เงียบเหงามานานมั้งคะ”
“ถ้าคุณแขอยากไปเที่ยวในเมือง”
แขไขรีบตอบ “ไม่ค่ะ แขอยากไปที่ปาง” ธรรพ์หน้าเจื่อนลง
ดาวเด่นที่แอบดู มองขัดใจพี่สาวบ่นขึ้นเบาๆ “พี่ธรรพ์เค้าอุตส่าห์เอาใจ หัดถนอมน้ำใจคนอื่นบ้างสิพี่แข”
ธรรพ์มองแขไขแล้วถามทั้งรอยยิ้ม “คุณแขคงคิดถึงพี่ไตร”
“ค่ะ ถ้าไปได้ แขก็อยากไปพรุ่งนี้เลย ที่แม่นายให้ไล่ควาญพวกนั้นละคะ ไล่พวกมันไปหรือยัง”
“ยังไงปางไม้ก็ต้องมีควาญ ถ้าเรายังหาคนใหม่ไม่ได้ ไม่งั้นงานส่งไม้จะชะงักเราจะถูกปรับจากลูกค้า”
“ตระกูลหิมวัตมีเงินตั้งเยอะ ทำไมต้องง้อพวกคนงาน”
ธรรพ์ยิ้มใจเย็น พยายามหาเรื่องชวนคุย “วันนี้ดาวสวยนะครับ”
“ค่ะ .. ก็สวยดี แต่จริงๆ แขไม่ชอบดูดาวหรอกค่ะ มีตั้งเยอะ ไม่รู้ดวงไหนเป็นดวงไหน ไม่รู้ทำไมคนชอบดูดาวกันนักนะคะ” แขไขตอบตรงๆ อย่างที่คิด
ธรรพ์ยิ้มเจื่อนที่แขไขไม่ชื่นชมบรรยากาศไปด้วย
ดาวเด่นที่แอบดูอยู่ หน้าเซ็งหมดอารมณ์

เนื้อนางกับคำฝายกำลังจะตักอาหารในโรงอาหาร รัญจวน กำปุ้งโผล่ออกมาจ้องเนื้อนาง
คำฝายมองเห็นก็ชี้หน้า “อะอะ เมื่อวานหนานไตรสั่งว่ายังไง”
รัญจวน กำปุ้งถอยออกสองก้าว คำฝายมองเยาะ “นี่ละน้า .. เค้าถึงว่า ปากหมอตายเพราะปาก”
กำปุ้งแก้ “ผิดย่ะ ปลาหมอมันตายเพราะมันไม่หายใจ”
คำฝายประชด “ฉลาดมากนะแก นังแมงมุม”
เนื้อนางตักอาหารแล้วจะเดินไป
รัญจวนมองหมั่นไส้ “ชูคอไปเถอะ อีกไม่นานข้าจะรอดูคางคกตกจากวอ”
เนื้อนางหันกลับมา รัญจวนเดินสะบัดหนีไป
กำปุ้งลอยหน้า “ชั้นไม่เกี่ยว ไม่ได้พูด เห็นด้วยในใจเฉยๆ” กำปุ้งสะบัดหน้า เดินปัดๆ หนีไป กลัวมีเรื่อง
เนื้อนางเดินมานั่งลงกับคำฝาย มองไปรอบๆ “วันนี้ม่อนดอยไปไหน ทำไมไม่มากินข้าว”
“แหม ที่จริงจะถามถึงว่าที่เจ้าบ่าวล่ะสิ”
“ไม่เห็นทั้งสองคนเลยนะ”
“นั่นสิ หายไปไหน” หน้าตาคำฝายสงสัยเหมือนเนื้อนาง

เนื้อนางเดินมาใกล้แสงคำที่กำลังปาหินลงน้ำ
“จะแต่งงานกันอยู่แล้ว ทำไมไม่รู้ล่ะว่าคนรักหายไปไหน”
“เนื้อนางมาถามดีๆ ถ้าอ้ายแสงคำไม่อยากตอบ เนื้อนางก็ขอโทษ”
“อ้ายรู้แค่ว่ามันเอาคนงานเข้าป่าไปกับไอ้ม่อนดอย ถ้าห่วง ก็ถามมันเอง อย่ามาถามอ้าย”
แสงคำหันหลังเดินไป เนื้อนางเรียกขึ้น “อ้ายแสงคำ .. เรายังเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิมหรือเปล่า”
“อ้ายไม่เคยอยากเป็นพี่น้องกับเนื้อนาง” แสงคำตอบแล้วเดินไปเลย
เนื้อนางได้แต่มองสงสารแสงคำที่ผิดหวัง

แขไขคุยกับแม่นาย “พี่ไตรไม่ติดต่อกลับมาเลย แม่นายให้คนไปตามพี่ไตรสิคะ”
“ไม่ต้องสั่งหรอก หนูแข น้ารู้ว่าควรทำอะไร”
แขไขจ๋อยลงเมื่อโดนแม่นายดุ ธรรพ์เดินเข้ามากับดาวเด่น แม่นายมอง “พี่ชายแกจะกลับมาเมื่อไหร่ ธรรพ์ แม่มีเรื่องที่ปางต้องสะสาง”
“พี่ไตรบอกว่าขอจัดการปัญหาที่นั่นให้เรียบร้อยก่อนน่ะครับ”
“ปัญหาที่มีคนไปทำไว้ แล้วก็วิ่งหนีมา” ดาวเด่นเปรย
“ถ้าหนูพูดดีๆ ไม่ได้ ก็ควรจะเงียบที่สุดนะ ดาวเด่น”
“ค่ะ หนูก็พยายามอยู่ แต่มันอดปากไม่ไหวจริงๆ”
“อบรมญาติของเธอซะบ้าง แขไข ไหนๆ ก็ต้องร่วมครอบครัวกัน” แม่นายหันไปเตือนแขไข
“เมื่อไหร่หรือคะแม่นาย รอนานแล้ว อยากจะได้ร่วมครอบครัวกันสักที แต่ก็ยังไม่เห็นวี่เห็นแววเลยสักกะนิด” ดาวเด่นทำเป็นถามซื่อๆ
แม่นายมองดาวเด่น ดาวเด่นยิ้ม ฮัมเพลงเดินกวนๆออกไป ธรรพ์มองรู้อารมณ์แม่นาย ก็ถอยออกไปอีกคน
สีหน้าแม่นายโมโห เพราะไม่ได้ดั่งใจ “ทุกอย่างมันเริ่มต้นที่ไอ้อินถาคนเดียว”

อินถานอนหายใจแผ่วๆบนเตียง จันตาลอบเปิดประตูเข้ามามอง “ใคร” จันตาหลบเงียบ ติดผนัง
อินถาไม่ได้ลืมตามามอง ถามขึ้นเสียงเหนื่อยๆ “วันดีหรือเปล่า” จันตาไม่ตอบ
อินถานอนหายใจแผ่วๆแล้วหลับไป จันตามองสมเพช รีบออกไปจากห้องเงียบกริบ

แม่นายมองจันตาที่กำลังรายงาน “พ่อเลี้ยงน่ะหมดเรี่ยวหมดแรง เหมือนคนใกล้จะสิ้นลมเต็มทีแล้วล่ะค่ะ แสดงว่าวันดีมันไม่กล้าขัดคำสั่งแม่นาย พ่อเลี้ยงอินถาถึงทรุดลงขนาดนี้”
“ฉันอยากให้ตายซะวันนี้ หนานไตรจะได้กลับมา”
แม่นายมองไปไกลแววตาหวังจะบังคับหนานไตรให้ได้สักทาง

หนานไตรเดินปาดเหงื่อที่โทรมกายมาที่ระเบียงผา เนื้อนางที่รออยู่แล้ว รีบตรงเข้ามาถาม “หนานไตรไปไหนมา”
“ผมไป..”
เนื้อนางมองจ้องอยากได้คำตอบ “ไปไหน อย่าโกหกนะ”
“ดุขนาดนี้ ผมไม่กล้าโกหกหรอก”
เนื้อนางเดินเข้าหา หนานไตรแกล้งถอย จนหลังชนต้นไม้
“ก็บอกมาสิ หายไปไหน ทำไมต้องทำอะไรลับๆ ล่อๆ ด้วย” หนานไตรรวบตัวเนื้อนาง พลิกให้เป็นฝ่ายเนื้อนางหลังติดต้นไม้ หนีไปไหนไม่ได้ “หนานไตรขี้โกง”
หนานไตรรวบเนื้อนางมากอดไว้ “รับรองว่าผมไม่ได้แอบไปทำอะไรไม่ดี เชื่อผมนะครับ เนื้อนาง” หนานไตรกอดเนื้อนางแน่น “ผมกำลังทำทุกอย่างเพื่อวันของเรา”
หนานไตรเอาแก้มแนบแก้มเนื้อนาง กอดกระชับไว้ด้วยแววตามีความสุขทั้งสองคน

ขบวนแห่ขันหมาก มีสะล้อบุญน่าน บัวตองรำกันหน้าขบวน ม่อนดอยถือกล้วยอ้อยมากับคนงาน รัญจวน กำปุ้ง สร้อยฟ้ารำกันมา ตามด้วยหนานไตรที่แต่งตัวพื้นเมือง หล่ออยู่กลางขบวน
หมื่นหล้ากับคนงานมีอายุ ยืนรออยู่หน้าบ้าน ขบวนขันหมากของหนานไตรมาถึง หมื่นหล้ามองหนานไตรด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม บุญน่าน บัวตอง พวกรัญจวนรำกันสนุกสนาน หนานไตรมองไปที่เรือน คำฝายพาเนื้อนางออกมาจากในบ้าน หนานไตรมองเนื้อนางที่งามหยดในชุดสวยเรียบง่าย
คำฝายล้างเท้าให้หนานไตร แล้วพาขึ้นบ้าน มานั่งข้างเนื้อนาง
หมื่นหล้านั่งตรงกลาง มองเนื้อนางที่ก้มลงกราบในตักหนานไตร “ฝากทะนุถนอมดวงใจของข้าด้วย หนานไตร ขอให้รักกัน อยู่กันจนแก่เฒ่า อย่าทอดทิ้ง อย่าพรากจากกัน ให้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันจนวันตาย”
หนานไตรกับเนื้อนางก้มลงกราบหมื่นหล้าที่อวยพรด้วยแววตาเปล่งประกายความสุขท่วมท้น

ในโรงอาหาร เสียงวงสะล้อยังเล่นสนุก ทุกคนกำลังกินอาหารที่ทำเลี้ยงในงาน แสงคำนั่งปลีกตัวเงียบ ห่างจากทุกคน ม่อนดอย คำฝายรำป้อ
บุญน่านเอ่ย “ดีนะรอบนี้มาไม่เสียเที่ยว ได้เล่นงานกินแขกจริงๆสักที”
แสงคำฟังแล้วเสียดแทงใจ ลุกออกไป คำฝาย ม่อนดอยได้แต่พยักเพยิดมองกัน
“นี่ๆ วันนี้เป็นเศรษฐีแล้ว หนานไตรให้เงินค่าจ้างมาเป็นฟ่อน” บัวตองกรีดแบงค์ร้อยหลายใบต่อหน้าทุกคน
คำฝายตื่นเต้น “โห.. หนานไตรนี่ที่จริงก็รวยเนอะ ผ้าขี้ริ้วห่อทองชัดๆ สบายแล้วเนื้อนาง”
รัญจวนคิดไม่ดี“เป็นแค่ผู้จัดการทำไมรวยนักวะ หรือว่าโกงเงินเดือนพวกเรา”
คำฝายด่า “หยุดคิดอัปมงคลเลย นังป้าสามป่าช้า คนอย่างหนานไตรเค้ารู้จักเก็บหอมรอมริบ”
“เก็บยังไงถึงรวย ไม่ใช่ว่ายักยอกแม่นายนะเว้ย”
ม่อนดอยไม่ชอบใจ “อย่างนี้เค้าเรียกปากอัปรีย์ ชอบหาเรื่อง”
“ก้อข้าคิดของข้า ใครไม่ได้ทำ ก็อย่าเดือดร้อนแทน”
“มันน่าตบฉลองงานแต่งจริงๆ”
บุญน่านห้าม “พวกเอ็งนี่ จะกัดกันทุกเทศกาลหรือไงวะ เว้นๆ วันสักวันได้มั้ย”
“ไม่ได้” สองคู่ปรับตอบพร้อมกัน มองกันแบบไม่มีวันลงรอยได้เลย

หนานไตรเอามือปิดตาเนื้อนาง ก้มลงกระซิบใกล้หู “พร้อมหรือยังครับ”
เนื้อนางยิ้มตื่นเต้น “อะไรน่ะ หนานไตร”
หนานไตรเปิดตาออก เนื้อนางมอง เห็นเรือนที่ปลูกอยู่บนต้นไม้ มองไปเห็นป่าทั้งหมดด้านล่าง
“เรือนหอของเรา” หนานไตรมองไปด้านล่าง “ทั้งหมดนั่น ..อาณาจักรหิมวัต”
“สวยเหลือเกิน”
“ของขวัญสำหรับคุณครับ เนื้อนาง” หนานไตรยิ้มมองเนื้อนาง “ที่ผมหายไป เพราะมาสร้างเรือนหอไว้รอเจ้าสาวของผม”
เนื้อนางยิ้มอาย หนานไตรโอบเนื้อนางไว้มองไปที่อาทิตย์ยามเย็นที่กำลังส่องทาบไปทั่วทั้งหุบเขา
“ที่ตรงนี้ ... ที่ๆเราจะไม่แยกจากกัน” หนานไตรมองสบตาเนื้อนางหวานซึ้ง ท่ามกลางแสงสวยงาม

มุ้งปลิวด้วยสายลมอ่อนๆ ที่พัดพาเข้ามา หนานไตรนั่งอยู่ตรงหน้าเนื้อนาง หนานไตรลูบมือสัมผัสใบหน้าเนียนสวย เนื้อนางเขินอาย หนานไตรโน้มตัวลงหอมแก้มในอุ้งมือแผ่วเบา ทะนุถนอม เนื้อนางสบตาหนานไตร สะท้านกับสัมผัสอบอุ่น เรียกร้อง หนานไตรขยับเข้าใกล้ โอบประคองเนื้อนางไว้ในอ้อมกอด
ผ่านมุ้งปลิวไสว เห็นเงาของสองร่างที่แนบชิดเป็นหนึ่งเดียวกัน

หนานไตรกับเนื้อนางกำลังเล่นน้ำอย่างสดชื่น เนื้อนางว่ายหนี หนานไตรก็พุ่งตัวไปรวบมากอดไว้ เนื้อนางดิ้น หนานไตรไม่ยอมปล่อย หนานไตรช้อนดอกไม้มาเหน็บผมให้ แล้วก้มลงกระซิบคำรัก ก่อนจะหอมแก้มนวล เนื้อนางอาย หนานไตรโอบเนื้อนางไว้ สองร่างหมุนวนปล่อยกายปล่อยใจภายใต้สายน้ำเย็นฉ่ำ

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 7/4 วันที่ 8 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ