อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 7/4 วันที่ 8 ต.ค. 57

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 7/4 วันที่ 8 ต.ค. 57

"ไม่หรอก เราไม่เหมือนกัน เธอทำได้ เพราะเธอมีพ่อแม่"
ชงโคมองโรสกับหนูมาลี สองพ่อลูกอึ้งไป
"แต่ฉันน่ะ พ่อแม่ทิ้งฉันไว้กับย่า ตั้งแต่แปดขวบ แล้วไม่เคยกลับมาอีกเลย"
"ชงโค"

"เธอไม่มีวันแต่งตัวแบบนี้เพราะเธอมีพ่อแม่ แต่ฉันไม่มี"
ชงโคขึ้นรถ รถแล่นออกไปแล้ว มาลีน้ำตาไหล
ดึกแล้ว มาลีนั่งเศร้า โรสเดินมาหา



"ฉันรู้อยู่แล้ว เห็นมามากมั้ง เด็กอย่างนังชงโค ...ต้องจบลงอย่างนี้สักวัน"
"ที่จริงหนูก็รู้ ชงโคเขาบอกมาตลอด ว่าเขาอยากได้เงินมากๆ ตอนนั้นหนูคิดว่าเพลงจะเปลี่ยนเขาได้...เฮ้อ พี่ทองทาเคยว่าหนูเป็นพวกโลกสวย ก็จริงของเขา"
"ในทีวีที่แกดู เขาฉายแต่สิ่งสวยงามไง ด้านมืดในโลกนี้เขาก็ไม่ได้เอามาฉาย"
"ตอนที่ลากชงโคไปทำอะไรด้วยกัน มีหลายครั้งที่เขาไม่ยอมแพ้ แต่ก็นั่นแหล่ะนะ ทางไปสวรรค์มันรก ทางไปนรกมันสบาย จากรายการ ธรรมะตอนตีสี่"
"ฉันยังแปลกใจด้วยซ้ำ มันขี้เกียจจะตาย แต่ช่วงนั้นมันกลับเชื่อแกทุกอย่าง คนเรามันมีเชื้อดีอยู่นะ ถ้ามีคนเชื่อในตัวมัน มันก็ไปของมันได้แหล่ะ แกควรภูมิในตัวเองนะ ที่ทำให้มันมาไกลได้ขนาดนี้"
"หนูรู้สึกเหนื่อยจัง"
โรสจับไหล่หนูมาลี ปลอบใจ แต่ยังไม่โอบ
"อย่าเพิ่ง อย่ารีบเหนื่อย ฉันขอต้อนรับแกสู่โลกของความจริง โลกของความผิดหวัง โลกของผู้ใหญ่ ถึงเวลาแล้ว ...เข้มแข็งไว้"
โรส ลุกไปจัดต้นไม้แถวนั้น เห็นมันรกๆออกมา ตามประสาเจ้าระเบียบ มาลีมองแผ่นหลังของพ่อ
"ขอบคุณนะคะที่ให้กำลังใจหนู"
มาลีเอามือจะเข้าไปจับหลัง แต่แล้วก็ยังข้ามอคติในใจตนไม่สำเร็จ จึงดึงมือกลับ โรสไม่รู้เรื่องเพราะไม่ได้หันมา มาลีเปลี่ยนเรื่องคุย
"พี่โรส หนูไปลงเรียนรามมาแล้วนะ"
โรสดีใจมากทิ้งงาน หันมาทันที
"จริงหรือ"
"พี่แคที่บอกว่า พี่อยากให้เรียนจะได้มีความรู้"

แคที่พูดถึงโรส
"เพราะไม่มีความรู้ ! ไม่มีการศึกษา พ่อเธอ เขาถึงอยากให้เธอเรียนสูงๆ"
"มันยังไงล่ะคะ"
"ถ้าเรามีความรู้ เราจะอ่านข่าว เราจะหลบหลีก เราจะทำบัญชีเป็น เราจะรู้ว่า กำไร ขาดทุนคืออะไร เราจะไม่ดื้อ ไม่ฝืน ไม่เที่ยวเอาเงินไปลงทุนผิดๆ"

มาลีบอกต่อ
"หนูก็เลยไปสมัคร จ่ายเงินไปแล้ว เริ่มเรียนได้เลย ก็เท่ากับเรียนช้าไปแค่เทอมหนึ่ง"
โรสยิ้มดีใจมากจนพูดไม่ออก
"ชิส์ ยิ้มแฉ่งเลย"
มาลีมองค้อนๆ โรสหัวเราะเอามือมาจับหัว
"หลายๆเรื่อง ฉันเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี แต่ฉันบอกได้ว่า อะไรถูกอะไรผิด มันเป็นหน้าที่ของ ... เอ้อ ฉัน ...ตั้งใจเรียนนะ นังชะนี"
มาลียิ้มแป้น
"แล้วนี่กินยาหลังอาหารหรือยัง เดี๋ยวเขาหักนะพี่เก้ง มอๆ"
มาลีล้อโรส ทำท่ามีเขา ไปมา
"นั่นมันวัว อีบ้า เก้งที่ไหนร้องมอ หา"
"แล้วมันร้องว่าอะไรล่ะ"
โรสเสียงดัง
"แล้วฉันจะรู้ไหมล่ะ อีนี่"

มาลีหัวเราะร่วน รู้วิธีที่จะคุยกับโรสได้นานๆ ทั้งสองหัวเราะกันไปมา ดูสนิทสนมกันมากขึ้น นั่งคุยหยอกล้อกันต่อ
ทองทาดึงต้นชงโค ใบเหลืองเหี่ยวออกมาจากกระถาง จนกระถางโล่ง

"ต้องถอนทิ้งเลยหรือ" อธิถาม
"หมดทางแล้ว ลุงเขาบอกว่า พันธุ์มันไม่ดีมาตั้งแต่ต้น ไม่แข็งแรงตั้งแต่ต้นกล้าแล้ว ปลูกยังไงก็เอาไม่อยู่ แกรู้ข่าวหรือยัง เรื่องชงโค"
อธิพยักหน้า
"แปลกดีเนอะ แกปลูกต้นไม้สามต้นนี้ตามชื่อของแต่ละคน ต้นชงโคตาย ในวันที่ชงโคเปลี่ยนชีวิตพอดี"
"ประเด็นคือ ชงโคจะรู้ไหม ชีวิตใหม่ของเขาคือชีวิตที่ตายไปแล้วจากความดีงาม"
"โลกเดี๋ยวนี้ เขาไม่รู้จักหรอกความดี เขารู้จักแต่เงิน"
"ใช่ สำหรับชงโค ชีวิตที่มีเงินต่างหากคือชีวิตที่ดี"
"คำว่า ดี มันขึ้นอยู่กับ... ดีแบบของใคร"
ทองทาพยักหน้าว่าจริง
"เฮ้อ ในที่สุด ก็เหนื่อยฟรี"
ทองทาเทดินทิ้ง คว่ำกระถางลง ปิดจ็อบ

อธิกับการะเกดเดินมาเจอกันบนบ้าน
"เอ้า พี่อธิมาหรือคะ"
หลังจากปฏิเสธกันไปคราวที่แล้ว ทั้งสองดูเจื่อนๆกันไป ดูมึนตึง
"การะเกด ไม่ได้เจอกันนานเลย"
"เกดเอาน้ำจิ้มแจ่วมาให้พี่ เอ้อ ให้ทุกคนค่ะ"
การะเกดชี้ไป กล่องใส่น้ำจิ้มวางอยู่
"แล้วนี่ จะไปเลยหรือ"
"วันนี้มีงานที่ร้านน่ะค่ะ"
การะเกดเดินไป อธิตัดสินใจพูดขึ้น
"เกดรู้ใช่ไหมว่าพี่ติดกินแจ่วทุกวัน ถึงได้เอามาให้ แบบนี้แปลว่าพี่ยังมีหวังหรือเปล่า"
การะเกดตัวชา ได้แต่ก้มหน้าพูด พยายามใจแข็ง เพราะแท้จริงก็ชอบเขาอยู่
"พี่อยากกินเมื่อไหร่ โทร.มาได้ค่ะ แล้วเกดจะเอามาทิ้งไว้ให้"
"แล้วถ้าพี่ไม่มา"
"ไว้เวลาพี่มีแฟน พาเขามาให้เกดรู้จักสิคะ เกดจะสอนเขาทำ"
อธิเศร้า ผู้หญิงที่ปฏิเสธเขาตลอด
"พี่มาเป็นตำรวจที่นี่ เพราะพี่มาเรียน พอเรียนจบพี่จะกลับไปทำงานที่หนองคาย พี่ไม่เคยรู้สึกว่ากรุงเทพเป็นบ้าน อยู่ที่นี่ก็เพื่อรอเวลากลับบ้าน พี่อยากให้แฟนพี่เป็นคนที่อยู่กับพี่ได้ เข้ากับชีวิตจริงๆของพี่ได้"
"สักวันพี่จะพบคนนั้นค่ะ"
"เป็นสาวเสิร์ฟแล้วยังไงหรือ มีแฟนไม่ได้ เป็นที่รักไม่ได้หรือ เป็นคนเลวต่างหากถึงรักไม่ลง แต่เกดเป็นคนดี เป็นคนน่ารัก พี่เลยคิดว่า.... จะรักเกด เหมือนเดิม"
เกดหลับตา สะกดใจไว้ แล้วเดินจากไป
"เกด"
การะเกด ไม่หัน ไม่ยอมหยุดเดิน อธิเซ็ง ไม่สำเร็จอีกแล้ว

ผับเล็กๆ ในคืนเดียวกัน ชงโคร้องเพลงแดนซ์ลูกทุ่งเซ็กซี่ มาออกงานในฐานะเลดี้ชาร์ล็อต เขาจ้างมาร้องเพลง คนมาเที่ยวเป็นผู้ชายส่วนใหญ่ ร้องเสร็จ ชงโคเดินมาที่โต๊ะวีไอพีที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว ส่วนใหญ่เป็นชายแก่วัยกลางคน เสี่ยๆทั้งหลาย
ชาย 1 บอก
"ผมดูคุณตอนประกวดด้วยนะ เมื่อกี๊ก็ร้องเพลงเพราะมาก"
ชงโครีบนำเสนอ เป็นเรื่องที่ตนภูมิใจ
"หนูเรียนร้องเพลงด้วยนะคะ ฝึกตั้งนานกว่าจะได้เสียงแบบนี้ ทุกวันนี้หนูตื่นมา ยังวอร์มเสียงอยู่เลยนะ"
ซูซี่อยู่กับอีกกลุ่มหนึ่ง ชาย 2 กระซิบถามซูซี่ มองชงโคตาวาว ซูซี่พยักหน้ากับชายคนนั้นแล้วเดินมาหา ชงโคมองสายตาของชายคนนั้น นึกสงสัยถามซูซี่
"ใครเหรอพี่"
"เจ้าของผับนี้ รวยมาก"
"กระซิบอะไรกันเหรอ"
"ไม่มีอะไรหรอก ไปเตรียมร้องเพลงอีกเพลงเถอะ"
"เขาพูดอะไรพี่ พูดเรื่องฉันใช่ไหมล่ะ มองมาทางหนูแปลกๆ"
"เขาถามว่าเท่าไหร่ ไปพัทยากับเขาสามวันเท่าไหร่"
"จ้างไปร้องเพลงหรือ"
"เขาอยากไปกับแกสองคน ไม่ได้อยากฟังแกร้องเพลง แต่ถ้าร้องครางล่ะก็ ใช่ !"
ชงโคอึ้ง ซึมไป นี่เราใกล้จะขายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ
"ฉันก็เลยบอกว่า แกสนใจแต่ร้องเพลง ไปสองคนแกไม่เอา หรือจะเปลี่ยนใจล่ะ"
"ไม่ ! ไม่เปลี่ยนใจ"
ชงโคเดินไป เตรียมร้องเพลงแถวเวที ซูซี่ยิ้มร้าย เสียงความคิดดังขึ้น

"แรกๆก็อย่างนี้ทุกคน แต่เส้นทางนี้มันมีทางเดินของมัน เดี๋ยวก็รู้ ฮึๆ"
รถซูซี่มาจอดที่ร้านเซอร์ไพร์สคาราโอเกะ พาชงโคมากินข้าว บอยเดินมาทัก

"เอ้ามาซะดึก รถสวยจัง เปลี่ยนรถหรือเจ๊"
สมศรี บุญมาเดินออกมาดูด้วย
"รถคุณชงโคกับฉันหุ้นกัน เขาเป็นดาราแล้ว จะให้ใช้รถเก่าได้ไง"
บุญมาบอก
"เศรษฐีเงินผ่อน เฟอร์นิเจอร์เดี๋ยวนี้ หามาตบตาคนได้สบายๆ ด้วยเงินผ่อน"
"ทำปากดี แล้วแกล่ะ มีอะไรตบตาคนอื่นเขามั่งไหม จนก็จนจริง แก่ก็แก่จริง" สมศรีบอก
บุญมาบ่นพึม แค้น
"หนอย พูดเรื่องแก่ กูก็หมดสิทธิ์เถียงเลยสิ"
"หมู่นี้ไม่มาดูห้องเก้าเลยนะ"
"ห้องนั้นยกให้นังมี่กับนังเกรซมันเป็นคนดู งานฉันตอนนี้เป็นผู้จัดการดาราจ้ะ"
ซูซี่ผายมือไปทางชงโค
"งานใหม่เงินดีกว่า ทำก็ไม่ยาก คล้ายๆงานเก่านั่นแหล่ะ" สมศรีบอก
ชงโค จ๋อยอีก สมศรียิ้มเยาะต่อเนื่อง
"เอ๊ะ...นังสมศรี ชงโค ไม่ต้องไปฟังมัน"
สมศรีเดินมามองชงโคใกล้ๆ
"สวยนะ นังชงโค ทะลักออกมาอย่างนั้น โกยลำบากไหมน่ะ"
ชงโคอายๆ ค้อนๆ ปิดหน้าอกตัวเอง หันหนี
"ฮึ ใครจะหย่อนยาน เหมือนแก ทั้งลูกทั้งผัว มารุมดูดกันกี่คนล่ะ" ซูซี่บอก
"เอ๊า ใช่สิ กูลูก 1 ผัว 1 กูหย่อนเท่านี้ ไว้รอตอนมึงอายุเท่ากู ลูกผัวมึงเท่าไหร่ มึงจะหย่อนกว่ากูเท่าไหร่ คิดเลขดูไหม เดี๋ยวกูช่วยกดเครื่องให้"
สมศรีหยิบเครื่องคิดเลข
"อีนี่" ซูซี่เงื้อยกมือจะตบ
สมศรีเงื้อมือสู้ ทำท่าจะตบกันบอยรีบขวาง
"เอ้อ อย่าๆ แยกๆ พี่สมศรี พอเถอะครับ ยังไงก็คนร้านเดียวกันนะ วันนี้อารมณ์ไม่ดีก็อย่าคุยกันเลยนะ"
บอยพยักหน้าให้บุญมาพาสมศรีไป
"เออๆ ไป ไปดูดกัน เอ๊ยไปข้างในกัน ไปไป๊"
บุญมาดันสมศรีเข้าไปข้างใน ซูซี่ชี้หน้าเอาเรื่อง ชงโคเศร้าๆ สะเทือนใจกับคำเยาะของบุญมาและสมศรี

ชงโคและซูซี่ดูเมนูนั่งสั่งอาหาร การะเกดมายืนจด
"ขอของที่แพงที่สุด เอามาสองจานเลย อ้อ ขอเนื้อใหม่มาย่างนะ ไม่เอาของเก่าเก็บจากเมื่อวาน"
"ไม่เป็นไรน่าเจ๊"
"โฮ้ยจะไปเกรงใจมันทำไม แกไม่ได้เป็นเด็กเสิร์ฟแล้ว แกเป็นลูกค้า เขาต้องดูแลแก นังการะเกดไป๊ ไปเอาน้ำเย็นๆมาให้คุณเชอร์เบ็ตก่อน เพิ่งไปออกงานมา เช็คเหนาะๆสามหมื่นอยู่ในกระเป๋านี่"
การะเกดมองชงโคที่ดูซึมๆไป แตกต่างจากเมื่อก่อน
"ได้ค่ะ คุณเชอเบ็ต"
ทั้งสองสบตากัน ชงโคละอายใจหลบตาก่อน
"เดี๋ยวก่อน การะเกด คุณวานิชเขาชอบแกนะ แกเห็นชงโคแล้วนี่ อ้อ เกือบลืม นี่หนังสือที่คุณเชอร์เบ็ตขึ้นปก ฉันเอามาฝากที่ร้าน แกล่ะ ไม่อยากสบายแบบนี้หรือ"
การะเกดยืนอึ้งมองหนังสือ มาลีถือถาดน้ำกับน้ำแข็งมาเสิร์ฟ กำลังใส่น้ำแข็ง รินน้ำใส่
"น้ำค่ะ"
ชงโคยิ้ม พยายามรักษาไมตรี
"ขอบใจนะหนูมาลี"
บอยยกแก้วน้ำ มาลีรินน้ำใส่ จากนั้น จู่ๆ เธอก็เอานิ้วจิ้มลงไปในน้ำ แช่ไว้ครู่หนึ่ง
ก่อนแล้วค่อยวางให้
"นี่ แกทำอะไร ยี้ สกปรก"
"ก็ทำอย่างที่ผู้ชายทำกับเจ๊ไง ผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ ชื่อจริงอะไรก็ไม่รู้ เขาไปมั่วกับใครมาก่อนก็ไม่รู้อีก มาถึงจู่ๆก็มา ..."
มาลีเอานิ้วชี้จิ้มน้ำในแก้วสองสามครั้งซ้ำๆ
"ทีอย่างนี้ ไม่เห็นบอกว่า สกปรก"
ซูซี่โมโหมาก ลุกขึ้นผลักมาลี
"อีหนูมาลี"
ซูซี่เงื้อมือสุดเตรียมตบ มาลีฮึดสู้ ถลึงตัวขึ้นเตรียมตบเช่นกัน แต่โรสพุ่งเข้ามาปกป้องก่อน
"ถ้ามึงแตะเขา... มึงเจอกู"
ซูซี่จ๋อย กลัวโรส ยอมลดมือลง
"หนูไม่เป็นไรค่ะพี่โรส คนพรรค์นี้ กู่ไม่กลับแล้ว แต่คนที่หนูสนใจคือเพื่อนหนูต่างหาก ...ชงโค อย่าเป็นแบบเจ๊ซูซี่นะ อย่ายอม...รับปากสิ"

อ่านละคร มาลีเริงระบำ ตอนทีี่ 7/4 วันที่ 8 ต.ค. 57

ละคร มาลีเริงระบำบทประพันธ์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำ บทโทรทัศน์โดย นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
ละคร มาลีเริงระบำกำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละคร มาลีเริงระบำผลิตโดย บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด
ละคร มาลีเริงระบำ ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ที่มา ไทยรัฐ