อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 8/2 วันที่ 8 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 8/2 วันที่ 8 ต.ค. 57

“ไอ้หนานไตรรึเปล่า มันทำอะไรให้เจ้าร้องไห้”
เนื้อนางเหมือนถูกจี้จุด ร้องไห้โฮ “เนื้อนางผิดเองที่ไม่เชื่อตา ตาจ๋า ... หนานไตร”
“ทำไม หนานไตรมันทำอะไร มันตบตี มันทำอะไรเจ้า”

“เค้าไม่ใช่หนานไตร ไม่ใช่ผู้จัดการปาง เค้าหลอกเรา เค้าเป็นลูกชายแม่นาย เค้าเป็นเจ้าของปางนี้”
หมื่นหล้าสีหน้าตกใจที่ได้รู้ความจริงจากปากหลานสาว


แม่นายนั่งระหง หน้าเชิด ต่างจากแขไขที่คุมอารมณ์ไม่ได้ “มันเป็นการแต่งงานที่ฉันไม่มีวันยอมรับ”
“โอ๊ย แล้วป่านนี้พี่ไตรทำไมยังไม่มาอีกเนี่ย หืม เนื้อนางมันต้องออเซาะ มารยาสาไถย สารพัดเพื่อดึงพี่ไตรไว้ ไม่ยอมให้พี่ไตรมาหาเรา”
“เลิกคิดเอง เออเองได้แล้วพี่แข ทำผัวเมียเค้าทะเลาะกัน มันมีความสุขมากใช่มั้ย” ดาวเด่นพยายามเตือนสติพี่สาว
แม่นาย แขไขหันมองมองดาวเด่นด้วยสายตาขุ่นมัว
ธรรพ์ปราม “สงสารเนื้อนางบ้างเถอะครับ แค่พี่ไตรปิดเรื่องทั้งหมด เค้าก็เสียใจมากพออยู่แล้ว ให้พี่ไตรเคลียร์ปัญหาด้วยตัวเองก่อน เราไม่ควรจะเข้าไปยุ่ง”
แขไขประชด “แสดงว่าแม่นายยอมได้ ถ้าพี่ไตรต้องถูกดึงให้จมปลักอยู่ที่ปางนี้ ต้องรับผิดชอบเมียจนๆอย่างเนื้อนางไปชั่วชีวิต”
“จะไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น” แม่นายมองไปข้างหน้าด้วยสายตาเลือดเย็น “ฉันมีวิธีที่จะเอาตัวลูกชายชั้นกลับไปบ้านหิมวัต”
หนานไตรเดินมาด้วยสีหน้าเจ็บปวด หมื่นหล้าก้าวออกมา หนานไตรยังไม่ทันพูดอะไร หมื่นหล้าเตะหนานไตร แล้วตามไปชก หนานไตรไม่สู้ ยอมให้หมื่นหล้าชกจนกลิ้งล้มไปกับพื้น หนานไตรคุกเข่า ลุกขึ้น
หมื่นหล้าถีบจนหนานไตรล้มไปกับพื้น “มึงกลับไปที่ๆ มึงมา กลับไปกับพวกหิมวัตของมึง อย่ามาให้กูกับเนื้อนางเห็นหน้าอีก”
“ผมจะไม่ไปไหน เมียผมอยู่ที่ไหน ตัวผม หัวใจผมก็ต้องอยู่ที่นั่น” หนานไตรมองสู้ตาหมื่นหล้าที่มีแต่ความผิดหวัง “ผมก่อปัญหานี้ขึ้นมา ผมก็ต้องแก้ให้จบด้วยตัวผมเอง” หนานไตรหันหลังเดินออกไป
หมื่นหล้ามองเจ็บใจ อาการเจ็บหน้าอกกำเริบ หมื่นหล้ารีบถอยมาพิงต้นไม้ น้ำตาไหล “เนื้อนาง .. ตาไม่ดีเอง ตาไม่ควรยอมให้เจ้าแต่งงานกับมัน”

เนื้อนางสะอื้นอยู่ในเรือน คิดถึงความหลังที่หนานไตรพยายามเข้ามาใกล้ชิด ยิ่งคิดทำให้เนื้อนางยิ่งร้องไห้
ด้านนอก หนานไตรเดินมาหยุดมอง “เนื้อนาง”
หนานไตรมองไปเห็นเนื้อนางในกรอบหน้าต่างเรือน แววตาเนื้อนางเศร้า ไม่มีความสดใสอยู่เลย
“ผมจะอยู่ตรงนี้ จนกว่าคุณจะยอมพูดกับผมอีก” หนานไตรนั่งลงคุกเข่าตรงหน้าเรือน
เนื้อนางมองผ่านหน้าต่างเห็นหนานไตรคุกเข่าอยู่ด้านนอก เนื้อนางปล่อยให้น้ำตาไหลด้วยความผิดหวังจากคนที่รักที่สุด

แม่นายเดินเข้ามาในห้อง มองอินถาที่หันมามอง “ศรีวัลลา”
แม่นายคว้าหมอนขึ้นมาถือ อินถามองหวั่น “แกจะฆ่าฉันเหรอ”
“แกตายสักคน ฉันจะได้ลูกชายกลับมา”
“ใครข้างนอก ช่วยฉันที”
“ไม่มีหน้าไหนเข้ามาช่วยแกได้ทั้งนั้น”
แม่นายกำลังจะกดหมอนลงไป อินถาหายใจแรง กระตุกขึ้นทั้งร่าง แม่นายมอง อินถามือไม้เกร็งแต่พยายามเอื้อมมือไปที่ขวดยาบนโต๊ะ “ยา ขอยาฉัน” มืออินถากำลังจะแตะถึงขวดยา
แม่นายปัดขวดยาตกพื้น “อย่ากินให้เปลืองอีกเลย มัจจุราชมารอรับตัวแกแล้ว”
อินถาเกิดภาวะช็อค กระตุก เกร็งทั้งร่าง
แม่นายถือหมอนค้าง มองอินถาที่ลืมตา แน่นิ่ง ช็อคตาตั้ง “ทีนี้ก็รอแค่แกหมดลมหายใจไปเอง” แม่นายทิ้งหมอนลง หัวเราะออกมาอย่างสะใจ เดินออกไปจากห้อง

วันดีที่กำลังถือพวงมาลัยมาเตรียมไหว้พระ มองเห็นแม่นายก้าวออกมาจากห้องอินถา วันดีมองผ่านรอยแง้มประตูไป เห็นพ่อเลี้ยงนอนตัวเกร็ง “พ่อเลี้ยงอินถา”
แม่นายกระชากประตูปิดแรง วันดีถามเสียงร้อนใจ “พ่อเลี้ยงเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
แม่นายยิ้ม “คนใกล้ตาย มันก็อาการแบบนี้ทั้งนั้น”
วันดีใจหายวาบ “แม่นายคะ ขอฉันเข้าไปดูพ่อเลี้ยงสักนิดเถอะ”
“ไม่ต้อง อย่าสาระแน นังวันดี เกิดมาต่ำ ก็หัดอยู่แต่ในส่วนขี้ข้า” แม่นายเหยียดวันดีเต็มที่
วันดีวาบแววตาโกรธจัดขึ้นมาอย่างลืมตัว “ถึงเป็นขี้ข้า ฉันก็ยังรู้คุณคน รู้ผิดชอบชั่วดี”
แม่นายโกรธจัด ตบวันดีหน้าสะบัด “นังปากสามหาว แกอยากกระเด็นออกไปจากบ้านนี้นักใช่มั้ย”
วันดีกัดฟันก้มหน้า อดทน เพราะกลัวถูกไล่ออก
“จำใส่กะโหลกของแกไว้ อย่าเหิมเกริมกับฉัน ถ้าแกยังอยากจะอยู่ใกล้คนที่แกรัก” แม่นายจิ้มลงไปที่หัววันดีแล้วผลักออกอย่างรังเกียจ “คนอย่างแกโชคดีแค่ไหนที่ได้เกิดมาเป็นขี้ข้าชั้น ทิ้งไอ้อินถาไว้อย่างนั้น แล้วรีบให้คนไปบอกณไตร ว่าปู่กำลังจะตาย”
แม่นายมองจ้อง วันดีน้ำตาคลอ รับคำสั่งเหี้ยมโหดเลือดเย็นของแม่นาย

หนานไตรยังนั่งคุกเข่าอยู่หน้าเรือน สายตามองไปที่เนื้อนาง
ม่อนดอย คำฝายถือไม้ก้าวมามอง พลางพูด “มันน่าตีให้ตายอีกคน”
“เสียแรงเชื่อว่าเป็นพวกเดียวกัน” ม่อยดอยเสียความรู้สึก
หนานไตรมองสบตาเนื้อนาง
“ไปเถอะ ไอ้ม่อนดอย ก่อนที่ฉันจะฆ่าคนได้” คำฝายทิ้งไม้ในมือ หันหลังเดินไป ไม่อยากเห็นหน้าหนานไตร ม่อนดอยเดินตามออกไป
หนานไตรไม่สนใจใคร ตามองตรงแน่วไปที่เนื้อนาง
ธรรพ์วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา “พี่ไตร ... คนที่บ้านเพิ่งมาบอก คุณปู่ทรุดหนัก”
“คุณปู่” หนานไตรมองไปด้านใน อย่างพะวักพะพวงทันที
“ไปก่อนเถอะพี่ไตร คุณปู่รักพี่ที่สุดนะครับ” หนานไตรมองเนื้อนาง เนื้อนางมองเห็นหนานไตรกับธรรพ์ หนานไตรตัดสินใจลุกขึ้น วิ่งออกไปกับธรรพ์
เนื้อนางหันหลังกลับมา น้ำตาหยด เสียใจซ้ำลงไปอีกที่สุดท้ายหนานไตรก็ออกไป

อินถานอนใช้เครื่องช่วยหายใจ มีถังออกซิเย่นตั้งอยู่ เทพทัตคอยดูอาการใกล้ชิด หนานไตร ธรรพ์เปิดประตูห้อง รีบเข้ามาข้างเตียงอินถา
“ป้าวันดีโทรไปตามฉัน เราปั้มหัวใจท่านขึ้นมาได้ แต่ยังไม่รู้ว่าสมองท่านจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่”
หนานไตรกุมมือปู่ไว้อย่างมีความหวัง “ณไตรของคุณปู่มาแล้ว คุณปู่ฟื้นขึ้นมาเถอะครับ”

แม่นายยืนอยู่ริมหน้าต่าง เงามืดของพระจันทร์ทาบทับเสี้ยวหน้าแม่นายดูน่ากลัว แขไขยืนอยู่ด้านหลัง
“ณไตรต้องอยู่เฝ้าอินถาที่นี่ จนกว่าอาการจะดีขึ้น พรุ่งนี้เป็นโอกาสที่เราจะไปกำจัดเสี้ยนหนามเล็กๆ นั่นให้หมดไปจากชีวิตหนูสักที” แม่นายกับแขไขยิ้มร้ายให้กัน
ดาวเด่นแอบลอบมองสองคนด้วยแววตาเป็นห่วงเนื้อนาง

ที่ระเบียงผา เนื้อนางยืนมองเหม่อไปไกล น้ำตายังอาบแก้ม นึกถึงภาพหวานชื่นกับหนานไตรที่เพิ่งผ่านไป เนื้อนางยิ่งช้ำใจ แขไขก้าวเข้ามาอย่างเงียบกริบ ด้านหลัง เนื้อนางหันไป แขไขบีบคอเนื้อนาง เนื้อนางดิ้นรน แต่แขไขบีบแรงขึ้น
แม่นายก้าวมาทางด้านหลังแขไข “ผู้หญิงอย่างแก มันก็เป็นได้แค่นางบำเรอของลูกชายฉัน ตายไปสักคน ณไตรก็หามาแทนได้ไม่ซ้ำหน้า”
แขไขตบเนื้อนางซ้ายขวา เนื้อนางทรุด แขไขตามไปจับเนื้อนางกดหน้าลงไปกับพื้น เท้าแขไขที่ใส่ส้นสูงกดลงที่น่องเนื้อนาง เนื้อนางครางด้วยความเจ็บ
แม่นายเดินเข้ามองอย่างใจเย็น “แต่คนๆ เดียวที่ฉันจะยอมรับว่าเป็นลูกสะใภ้ คือหนูแขไข ไม่ใช่พวกลักกินขโมยกินอย่างแก”
แขไขกดร่างเนื้อนางโน้มไปนอกหน้าผา เนื้อนางมองเห็นความสูงจากเนินผาถึงด้านล่างก็ร้อง “อย่า”

หนานไตรนั่งเฝ้าอาการอินถาอยู่
ดาวเด่นเปิดประตูห้องเข้ามาเอ่ยบอกหนานไตร “ดาวเห็นแม่นายกับพี่แขออกไปข้างนอก พี่ธรรพ์ไม่ได้ไปด้วย ดาวกลัวว่าพี่แขกับแม่นายจะไปที่ปาง”
หนานไตรลุกขึ้นทันทีด้วยความเป็นห่วง “เนื้อนาง”
หนานไตรหันไปมองปู่ที่ยังนอนนิ่ง สีหน้าหนานไตรลังเล
ดาวเด่นเสนอขึ้น “ถ้าพี่ณไตรอยากไปที่ปาง ดาวเฝ้าคุณปู่ให้ก่อนก็ได้ค่ะ”
“ขอบใจมากนะครับ คุณดาว อีกเดี๋ยวเทพทัตก็คงมาถึงแล้ว” หนานไตรพุ่งออกจากห้องไปอย่างเร็ว
ดาวเด่นมองด้วยสายตาเป็นห่วง

ที่ระเบียงผา เนื้อนางถูกแขไขจิกผม มองลงไปด้านล่างอย่างหวาดกลัว
แขไขก้มหน้าลงมาใกล้ “ผู้หญิงอย่างแก มันก็ดีแต่ใช้มารยายั่วยวน ดึงพี่ณไตรไว้ที่นี่”
“ฉันไม่ได้ยั่วยวน ไม่ได้อยากเข้าใกล้หนานไตรด้วยซ้ำ”
แขไขได้ยินแล้วยิ่งโกรธ กดหัวเนื้อนาง “แกจะอวดว่าพี่ณไตรเค้าหลงแกเองใช่มั้ย” เนื้อนางเจ็บจนคราง แขไขระงับความเกลียดชังไว้ไม่ได้ “ไม่มีแกสักคน ป่านนี้ฉันกับพี่ณไตรก็แต่งงานกันไปแล้ว”
“ถ้าหนานไตรรักคุณ ทำไมเค้าถึงมาแต่งงานกับฉัน” เนื้อนางถามตรงๆ แต่ยิ่งจุดความเกลียดให้แขไข
“เพราะแกปั่นหัว ออดอ้อนให้พี่ณไตรสงสาร แกทำให้ฉันดูเป็นผู้หญิงใจร้าย เพราะแก พี่ณไตรถึงเกลียดชั้น” แขไขกดคอเนื้อนาง เนื้อนางดิ้นรนด้วยความเจ็บ แม่นายมองด้วยสายตาเย็นชาน่ากลัว

หนานไตรเร่งเครื่องขับ ทะยานไปข้างหน้าด้วยใจร้อนกว่าไฟ เพราะเป็นห่วงเนื้อนาง
เนื้อนางเริ่มหายใจไม่ออก มองใบหน้าแขไขที่มีแต่ความชิงชัง
“ฉันอยากจะฆ่าแกให้ตายคามือ”
“อย่าให้บาปเปรอะเปื้อนมือเรา หนูแข” แขไขมอง แม่นายปรามด้วยสายตา แขไขคลายมือที่กดคอเนื้อนาง เนื้อนางรีบถอยตัว หนีห่างจากแขไขกับแม่นาย
“หนูแขจะเป็นสะใภ้คนเดียวที่ฉันยอมรับ”
“แต่ฉันก็เป็นเมียหนานไตร”
“เมียที่คว้ามาแก้ขัดแค่จัดงานแต่งงานกลางป่า ไม่ต้องให้สังคมรับรู้ ไม่มีกระทั่งแม่ที่จะมารดน้ำสังข์อวยพร”
เนื้อนางน้ำตาคลอที่ถูกแม่นายจี้จุด
แขไขยิ้ม “ของชั่วคราว คั่นเวลา”
เนื้อนางฟังแล้วน้ำตาไหลพราก

หนานไตรขับรถเข้าปางมาอย่างเร็ว
เนื้อนางน้ำตานองหน้า มองแม่นายและแขไข ตอบกลับไปด้วยแววตาทรนง “หนานไตรบอกว่ารักฉัน”
“แกอยากได้แค่นี้ไม่ใช่เหรอ คำว่ารักจากปากผู้ชาย งานแต่งงานมีหน้ามีตาให้แกกับตาชูคอในปางนี้ได้” แม่นายประชด
“ไม่จริง พวกเราไม่ได้หวังสมบัติของคุณ ถึงจนแค่ไหน เราก็ไม่เคยตะเกียกตะกายอยากได้ของๆ คนอื่น”
แขไขคิดว่าเนื้อนางท้าทาย กระชากตัวขึ้นมาตบอย่างแรง จนเนื้อนางกระเด็น “แกหาว่าฉันอยากได้พี่ณไตรเหรอ พี่ณไตรไม่ใช่ของแก พี่ณไตรเป็นของฉัน”
เนื้อนางล้มลงไป น้ำตานองหน้า แต่ยังหันมามองแม่นายกับแขไขด้วยแววตาเชื่อมั่นในศักดิ์ศรีตัวเอง “ต่อให้คุณตบตีฉันแค่ไหน ฉันก็ยืนยันว่าฉันไม่เคยคิดจะแย่งคนรักของใคร”
“ฉันมีทางเลือกให้คนดื้อด้านอย่างแก” เนื้อนางมองแววตาเลือดเย็นของแม่นาย “แกเลือกเอาเนื้อนาง อยากมีลมหายใจอยู่ หรืออยากตายบูชาความรักโง่ๆ”
แม่นายจ้องเนื้อนางด้วยความเกลียดชังแล้วหันหลังออกไป แขไขสะบัดหน้าตามออกไป เนื้อนางสะอื้นออกมาด้วยความเจ็บช้ำ

คำฝายกำลังตากสมุนไพร ม่อนดอยวิ่งมา หน้าตาตื่น “คำฝาย คำฝาย!! แม่นายมาที่ปาง”
“มาอีกแล้ว มาทำไม แล้วตอนนี้อยู่ไหน”
“ฉันหาจนทั่วปางแล้ว ยังไม่เจอตัว เหลือแต่ .. “
“บ้านต้นไม้ .. เรือนหอเนื้อนาง .. ตาย ตาย ตาย เนื้อนางแย่แล้ว” คำฝายทิ้งกระจาดสมุนไพร จะวิ่งออกไปกับม่อนดอย
หนานไตรวิ่งมาอย่างเร็วจากด้านหลัง “ม่อนดอย คำฝาย!! แม่นายอยู่ที่นี่”
“อ๋อ.. รู้เหมือนกันใช่มั้ย รู้แล้วปล่อยแม่ตัวเองมาหาเรื่องเนื้อนางทำไม”
“ผมไม่ได้อยากให้มีเรื่องกันนะคำฝาย ยังไงเนื้อนางก็เป็นเมียผม”
คำฝายประชด “เมีย!!เมียชาวป่าชาวดอยมันไม่มีหัวจิตหัวใจหรอก มันซื่อ ซื่อจนโง่ที่หลงเอาหัวใจฝากไว้กับผู้ชายรวยๆ”
ม่อนดอยปราม “คำฝาย เรื่องผัวเมียให้หนานไตรกับเนื้อนางเค้าคุยกันเอง”
คำฝายมองเจ็บใจหนานไตร
หนานไตรมองคำฝายแววตาจริงจังให้ความเชื่อมั่น“ผมรัก เป็นห่วงเนื้อนางไม่น้อยกว่าคุณ เนื้อนางเจ็บ ผมก็เจ็บ เพราะเนื้อนางคือชีวิตของผม” หนานไตรพูดจบแล้ววิ่งเร็วออกไป
ม่อนดอย คำฝายมองตาม หวังว่าหนานไตรจะผ่อนความทุกข์ของเนื้อนางลงได้บ้าง

เนื้อนางนั่งสะอื้นอยู่ที่ระเบียงผา
หนานไตรวิ่งเข้ามาด้านหลัง “เนื้อนาง” เนื้อนางหันมามอง หนานไตรตรงเข้ามาจับไหล่ประคองเนื้อนางลุกขึ้น “แม่นายกับแขไขมาทำอะไรคุณหรือเปล่า”
“เค้าทำแล้วคุณจะช่วยอะไรฉันได้ หนานไตร”
“ผมรักคุณนะ เนื้อนาง ไม่ว่าแม่นายกับแขไขจะพูดอะไร ผมขอยืนยันกับคุณ ความรู้สึกทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเรา คือความรัก”
“คุณพูดให้ความหวังผู้หญิงมากี่คนแล้ว”
“เนื้อนาง ผมบอกคุณคนเดียว”
“โกหกฉันอีกใช่มั้ย หนานไตร”
“ผมผิดที่เคยโกหกคุณเรื่องเป็นผู้จัดการ แต่เรื่องของเรา ผมไม่เคยโกหก ผมไม่เคยรักแขไข ผมรักเนื้อนาง ผมรักเมียของผมคนเดียว” หนานไตรประคองใบหน้าเนื้อนางที่น้ำตาอาบแก้มไว้“หลังงานแต่ง ผมตั้งใจจะบอกความจริง ตั้งใจจะพาคุณไปกราบแม่นาย”
หนานไตรเช็ดน้ำตาให้เนื้อนางอย่างปลอบประโลม
เนื้อนางเงยมองหนานไตร “ฉันไม่เคยต้องการเป็นสะใภ้หิมวัต ฉันรักคุณ แต่งงานกับคุณ เพราะคุณคือหนานไตร”
“ผมรู้ เนื้อนาง ความรักของคุณบริสุทธิ์เหลือเกิน” หนานไตรจับไหล่เนื้อนางไว้ แล้วมองด้วยสายตาขอร้อง “เนื้อนางครับ ผมไม่มีวันทอดทิ้งคุณ อดทนเพื่อผมได้มั้ย ตอนนี้คุณปู่ไม่สบายมาก ขอให้ผมได้ดูแลท่านอย่างดีที่สุด”
เนื้อนางสะอื้น หนานไตรยิ่งสงสาร “รอผมอยู่ที่นี่นะครับ เนื้อนาง รอผมมารับ ให้ผมคุยกับแม่นายเรื่องของเรา คุณเชื่อใจผมนะ ยังไงผมก็ไม่แต่งงานกับแขไข”
เนื้อนางมองหนานไตรที่แววจริงจัง หนานไตรบรรจงจูบหน้าผากและกอดเนื้อนางไว้แนบแน่น “หัวใจผมเป็นของเนื้อนางคนเดียว ถ้าไม่มีคุณ ชีวิตผมก็ไม่มีความหมายอะไรอีก”
เนื้อนางสะอื้น กอดตอบหนานไตร
แขไขเดินเข้าบ้านมากับแม่นาย จันตารีบออกมารายงาน “คุณณไตรไม่ได้อยู่เฝ้าพ่อเลี้ยงค่ะ ไม่รู้หายไปตอนไหน”
แขไขสังหรณ์ใจ หันขวับไปทางแม่นาย “พี่ณไตรไปหาเนื้อนาง”
“เนื้อนางนี่มันเสน่ห์ร้ายกาจจริงๆ นะคะ สงสัยจะเล่นคุณไสยมนต์ดำ ถึงดึงคุณณไตรให้กลับไปหาได้ทุกที”
แขไขร้อนใจ “แม่นายคะ”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 8/2 วันที่ 8 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ