อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 8/3 วันที่ 9 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 8/3 วันที่ 9 ต.ค. 57

แขไขสังหรณ์ใจ หันขวับไปทางแม่นาย “พี่ณไตรไปหาเนื้อนาง”
“เนื้อนางนี่มันเสน่ห์ร้ายกาจจริงๆ นะคะ สงสัยจะเล่นคุณไสยมนต์ดำ ถึงดึงคุณณไตรให้กลับไปหาได้ทุกที”
แขไขร้อนใจ “แม่นายคะ”

“ไม่ต้องไปตาม ตราบใดที่อินถายังนอนพะงาบอยู่ที่นี่ ณไตรก็ต้องกลับมา”
“แล้วถ้าเกิดคราวนี้พี่ณไตรพาเนื้อนางเข้ามาอยู่ที่บ้านหิมวัตด้วยล่ะคะ”
“ฉันก็จะตัดหางปล่อยวัดมัน ดูสิว่าณไตรยังจะกล้าเลือกเนื้อนาง มากกว่าแม่อีกมั้ย” แม่นายเดินหน้าเชิดเข้าบ้านไป
แขไขสีหน้ากังวล จันตามองแล้วจีบปากจีบคอ “เมียกับแม่ นี่เลือกไม่ยากหรอกค่ะ ดูที่ผ่านๆมาก็รู้นะคะว่าคุณณไตรจะเลือกใคร” จันตาเดินเข้าไปอีกคน ทิ้งแขไขให้อยู่กับความว้าวุ่นใจ


เนื้อนางนั่งมองเหม่อไปไกล แสงคำยืนอยู่กับม่อนดอย คำฝายด้านหลัง แสงคำมองตรงไปที่เนื้อนางด้วยอารมณ์คุกรุ่น “อ้ายจะไปฆ่าหนานไตร”
คำฝายประชด “เออไปเลย แสงคำ รีบๆไป จะได้ถูกพวกแม่นายลากคอเข้าตะรางแทนที่จะอยู่ช่วยกันปกป้องเนื้อนาง”
เนื้อนางหันมามอง แสงคำถามขึ้นตรงๆ “อ้ายไม่เข้าใจ ทำไมเนื้อนางต้องรอมัน”
“อ้ายแสงคำ เนื้อนางเป็นเมียหนานไตรนะ”
“แต่มันหลอกเนื้อนาง”
“หลอกเรื่องเป็นพ่อเลี้ยงน่ะใช่ แต่ถ้าหนานไตรจะรับผิดชอบ มันต้องพาเนื้อนางเข้าไปอยู่บ้านหิมวัต”
“ก็ให้เวลาเค้าจัดการปัญหาหน่อยสิ หรืออยากให้ผัวเมียเค้าเลิกกันนัก”
“ลมปากคนเมือง ยังจะเชื่อมันได้อีกเหรอ” แสงคำรำคาญลงจากเรือนไปพรวดๆ
ม่อนดอยมองเนื้อนางที่หน้าเศร้า “เรื่องอื่นไม่รู้ แต่หนานไตร เอ่อ...คุณณไตร เค้ารักเนื้อนางจริงๆนะ ฉันผู้ชายด้วยกันดูออก”
“วันหลังก็ดูเร็วๆหน่อย ราศีพ่อเลี้ยงมันไม่แยงตาเอ็งมั่งเลยรึไง เนื้อนางจะได้ไม่ต้องมากินน้ำตาต่างข้าวแบบนี้”
“พี่คำฝาย ม่อนดอย ฉันไม่ได้รอเพราะอยากเป็นสะใภ้หิมวัต ฉันรอเพราะหนานไตรเค้าบอกว่าจะไม่แต่งงานกับคุณแขไข เค้าสัญญาว่าเนื้อนางจะเป็นเมียคนเดียวของเค้า”
คำฝายกับม่อนดอยฟังแล้วได้แต่มองสงสารเนื้อนาง
หนานไตรเดินกลับเข้ามา แม่นาย แขไขนั่งรออยู่ มีวันดีกับจันตากำลังเสิร์ฟของว่าง ธรรพ์หันมองพี่ด้วยสายตาอึดอัด
แม่นายพอเห็นลูกชายก็พูดขึ้นทันที “น่าสงสาร พ่อเลี้ยงอินถา คิดจะฝากผีฝากไข้ แต่หลานรักกลับทิ้งปู่ไปหาผู้หญิง”
“คุณปู่เข้าใจดีครับว่า ผมต้องให้ความยุติธรรมกับทุกคน แล้วผมก็กำลังรักษาชื่อเสียงของหิมวัต ไม่ให้มัวหมองเพราะความใจแคบของคนที่นี่”
“ฉันไม่เคยใจแคบ แต่แกบีบให้ฉันทำเอง ถ้าแกไม่ขัดคำสั่งแม่ ไปเลือกเมียอย่างเนื้อนาง”
“แม่นายครับ ผมมองออกว่าผู้หญิงแบบไหนที่ควรจะอยู่เคียงข้างผม”
“หลงเสน่ห์มันจนไม่ลืมหูลืมตาต่างหาก แกอยากได้มันเป็นเมียก็ได้แล้วนี่ .. เลิกเล่นสนุกได้แล้ว ณไตร”
“ผมไม่ได้เล่นสนุก ผมจริงจังกับเนื้อนางผมต้องการให้เนื้อนางเป็นสะใภ้ของหิมวัต”
“ถ้าแกเลือกเนื้อนาง ฉันจะไม่ยกสมบัติให้แกสักสตางค์แดงเดียว”
ทุกคนที่ได้ยิน พากันตกใจ วันดีมองไปที่ธรรพ์ที่มีสีหน้ายุ่งยากใจเมื่อเห็นแม่กับพี่ชายมีแต่ความบาดหมาง
“ไม่เป็นไรครับ เนื้อนางมีค่ากับผมมากกว่าสมบัติทั้งหมดของหิมวัต”
“พี่ณไตรกล้าเลือกเนื้อนางแล้วทิ้งทุกอย่างของหิมวัตเหรอคะ”
“แล้วถ้าผมทิ้งเนื้อนาง เพราะห่วงสมบัติ ผมยังจะเรียกตัวเองว่าลูกผู้ชายได้อีกหรือครับ” หนานไตรสีหน้าจริงจัง “ถ้าผมทำให้แม่นายผิดหวัง ยังมีธรรพ์อีกคนไงครับที่จะสืบทอดทุกอย่างของหิมวัตได้”
“พี่ไตร พี่ก็รู้ว่าพี่คือความหวังของตระกูล ไม่ใช่ผม”
“พี่ไม่ใช่ความหวังของใครอีกแล้ว ธรรพ์เป็นน้องรักของพี่ ธรรพ์มีสิทธิ์ทุกอย่างที่จะครอบครองหิมวัตแทนพี่” หนานไตรหันไปมองแม่นาย “ผมจะเรียนคุณปู่เรื่องเนื้อนาง ถ้าแม่นายยังยืนยันจะให้ผมแต่งงานกับผู้หญิงที่ผมไม่รัก ผมก็มีทางเลือกเดียว ผมจะไปจากหิมวัตเอง”
หนานไตรประกาศท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน แล้วเดินไปทางห้องอินถา แขไขแววตาผิดหวังรุนแรงที่หนานไตรเลือกเนื้อนาง ธรรพ์นิ่วหน้ามีแต่ความยุ่งยากใจ วันดีมองธรรพ์ด้วยสายตาสงสาร แววตาแม่นายที่ยังกร้าว อย่างไม่ยอมแพ้

หนานไตรเดินเข้ามาในห้องอินถา เห็นดาวเด่นอยู่เฝ้าอินถา
“พี่หมอมาตรวจคุณปู่แล้ว เพิ่งกลับไปโรงพยาบาล ค่ำๆจะมาใหม่ค่ะ”
หนานไตรนั่งลงข้างเตียงปู่ “ขอบใจมากนะครับ คุณดาว”
ดาวเด่นลุกขึ้น “ดาวไม่ได้เห็นดีเห็นงามกับทุกอย่างที่พี่แขทำลงไปนะคะ” หนานไตรหันมองดาวเด่น “แต่ดาวรู้ว่า พี่แขรักพี่ณไตรจริงๆ”
“คุณแขก็คงเหมือนผม รักใครแล้วก็จะมีรักเดียว”
“งั้นพี่แขก็ต้องทำใจใช่มั้ยคะ เพราะพี่ณไตรจะไม่รักใครนอกจากเนื้อนาง” ดาวเด่นเห็นสายตาหนานไตรแล้วออกไปจากห้องจ๋อยๆ
หนานไตรหันมา เห็นอินถาที่ลืมตาได้ยินสิ่งที่หนานไตรคุยกับดาวเด่น “เนื้อนางเป็นใคร”
“เมียผมครับ คุณปู่ หลานสาวหมื่นหล้า”
“หลานสาวหมื่นหล้า ฉันจำหมื่นหล้าได้ ควาญที่เก่งที่สุดของเรา”
ด้านนอกประตู จันตาแอบแง้มประตู ลอบฟังอินถาคุยกับหนานไตร
“ผมทำให้แม่นายผิดหวัง ผมรักเนื้อนาง เรารักกันทั้งๆที่แม่นายไม่เห็นด้วย เนื้อนางเป็นคนดีนะครับ เธออดทน จริงใจ รักที่ตัวผม ไม่ได้รักเพราะผมรวย หรือที่ผมเป็นหลานตระกูลหิมวัต”
“แต่แม่แกก็ยังแข็งขืนที่จะยัดเยียดผู้หญิงที่เค้าเลือกมาให้”
“ครับ คุณปู่”
“ณไตร ปู่เลี้ยงแกมา ปู่รู้ว่าแกเป็นคนยังไง สิ่งที่แกเลือก มันจะต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุด” อินถายิ้มอ่อนแรง มองหนานไตร “พาเมียแกมาหาปู่”
“คุณปู่จะยอมรับเนื้อนางใช่มั้ยครับ”
จันตาที่แอบฟัง ตาลุกวาว
“ฉันคือประมุขของหิมวัต ถ้าฉันยอมรับสะใภ้คนไหน ทุกคนก็ต้องถือว่าเค้าเป็นคนในครอบครัว”
จันตารีบหลบออกไป หนานไตรก้มลงกราบปู่ด้วยความสุขที่สุด

แม่นายหันขวับแววตากระด้าง จันตายืนรายงานอยู่ด้านหลัง
“ประมุขของหิมวัตไม่ใช่แก อินถา แกไม่มีวันได้เห็นหน้าสะใภ้ที่ฉันเกลียด”

เนื้อนางนั่งเศร้าอยู่ที่เรือนหอต้นไม้ มองไปไกล แววตาหมองหม่น คำฝาย ม่อนดอย แสงคำคอยอยู่เป็นเพื่อน มองปรับทุกข์กัน
คำฝายบ่น “นี่มันเวรหรือกรรม อุตส่าห์ฝ่าฟันจนได้แต่งงาน ดันมาเจอแม่ผัวใจยักษ์ใจมารเข้าอีก”
“รักแท้มันก็ต้องมีอุปสรรคสิ” ม่อนดอยให้กำลังจ
คำฝายหันไปมองทางแสงคำที่แววตาห่วงใยเนื้อนาง “คนที่รัก ก็ดันไม่ใช่ ไอ้ที่ใช่ก็ดันมีแต่ปัญหา” คำฝายถอนใจ
ทุกคนมองไปที่เนื้อนางด้วยแววตาเห็นใจ

หนานไตรนั่งอยู่กับธรรพ์ที่ศาลาในสวน วันดีกำลังเก็บจานชามที่สองพี่น้องกินเสร็จ
“พรุ่งนี้นายดูแลคุณปู่แทนฉันด้วยนะ ธรรพ์” วันดีกับธรรพ์หันมองหนานไตร “ฉันจะไปรับเนื้อนางมากราบคุณปู่”
“แล้วแม่นายล่ะครับ แม่นายต้องขวางสุดตัวแน่ๆ”
“ยังไงเนื้อนางก็ต้องเป็นสะใภ้ของหิมวัต”
“สงสารคุณแขนะครับ เธอรักพี่มาก”
“อีกหน่อยคุณแขก็คงได้เจอผู้ชายที่รักเธอมากเหมือนกัน คนที่พร้อมที่จะทำทุกอย่างให้เธอมีความสุข”
“สายตาคุณแขไม่เคยมองคนอื่น นอกจากพี่ไตรหรอกครับ”
หนานไตรหันมองไปด้านนอก ไม่ทันสังเกต มีแต่วันดีที่มองเห็นความเศร้าในแววตาของธรรพ์

แขไขเดินไปเดินมาอยู่บนระเบียงบ้านด้วยความว้าวุ่นใจ หันไปพูดกับแม่นายที่กำลังนั่งใช้ความคิดอยู่ “แขไม่ยอมให้เนื้อนางเหยียบบ้านหิมวัตนะคะ”
ดาวเด่นกำลังจะไปห้องนอน ได้ยินแขไขพูด ก็ทนไม่ได้ เดินตรงมาหาพี่สาว “พอเถอะพี่แข ยิ่งดิ้นรน ก็มีแต่พี่ณไตรเค้าจะเกลียดพี่แขมากขึ้น” แขไขหันขวับมองน้องสาว “พี่ณไตรเค้ารักเนื้อนาง เพราะเนื้อนางไม่เคยทำตัวให้ใครดูถูก ไม่วิ่งไล่ตามหึงหวงผู้ชาย แค่นี้พี่แขยังไม่เข้าใจอีกเหรอ”
แขไขโมโหสุดขีด ตบหน้าดาวเด่นดังฉาด ดาวเด่นหน้าสะบัด
จันตาถึงกับสะดุ้ง ตรงข้ามกับแม่นายที่ยิ้มเย็น
“แกกล้าดียังไง มาสอนฉัน”
ดาวเด่นหันมองแขไขด้วยสายตาเสียใจ “พี่แขไม่รักน้อง”
“ก็แกไม่เคยช่วยฉันเลย แกเข้าข้างเนื้อนาง”
“ดาวไม่ได้เข้าข้างใคร ดาวเป็นห่วงพี่แขนะ ไม่อยากให้พี่แขเป็นบ้าไปมากกว่านี้”
“ไม่ต้องห่วง ฉันเป็นใคร แขไข วิชิตภูบาล ทำไมฉันต้องแพ้นังผู้หญิงชั้นล่างอย่างเนื้อนางด้วย”
ดาวเด่นน้ำตาคลอ แขไขมองโมโห
แม่นายได้ที สั่งจันตา “จันตาไปช่วยคุณดาวเด่นเก็บของ แล้วให้คนพาไปสถานีรถไฟคืนนี้เลย”
ดาวเด่นหันขวับมองแม่นาย “ไม่ต้องไล่หรอกค่ะ แม่นาย ดาวไม่เคยอยากอยู่ที่นี่ ที่ดาวทนเพราะดาวห่วงพี่แข”
“ไม่มีอะไรที่เธอจะต้องเป็นห่วง แค่ญาติห่างๆ ที่คุณหญิงเค้าพามาเปิดหูเปิดตาด้วย หมดเวลาที่เธอจะเที่ยวเล่นในหิมวัตแล้ว กลับไปซะ”
ดาวเด่นหันไปทางแขไข “พี่แข”
แขไขกลับไม่ไยดีความห่วงใยของน้องสาว “จันตา.. จัดของดาวเด่นเอาแต่ที่จำเป็น ไปให้ทันรถไฟเที่ยวสุดท้าย”
“พี่แขไล่ดาว”
“อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ”
แม่นายสำทับ “จำไว้ดาวเด่น ถ้าฉันไม่เชิญ ก็อย่ามาที่นี่อีก”
ดาวเด่นน้ำตาร่วง วิ่งเข้าไปด้านใน
จันตาเดินตาม “คงไม่ต้องเสียเวลาจัดของแล้วมั้งคะ พาตัวไปเลยดีกว่า”
แม่นายยิ้มกับจันตาอย่างสะใจที่แขไขกำจัดดาวเด่นให้พ้นหูพ้นตาได้ แขไขไม่สนใจมองดาวเด่นเลยแม้แต่น้อย เพราะห่วงแต่เรื่องของตัวเอง

ดาวเด่นวิ่งเข้าห้องมา คว้าหมอนฟาดลงบนเตียงด้วยความน้อยใจ “ฉันเกลียดบ้านหิมวัต เกลียด เกลียด ชั่วชีวิตฉันก็จะไม่มาเหยียบบ้านนี้อีก”
ดาวเด่นสะอื้นแรงด้วยความเสียใจ
เนื้อนางยืนมองพระอาทิตย์ที่กำลังขึ้นสาดแสงส่องไปทั่วบริเวณ บรรยากาศหนาวเย็นยิ่งทำให้เนื้อนางว้าเหว่ สายตามีแต่ความเศร้ากับการรอคอยหนานไตร

หนานไตรกำลังป้อนข้าวอินถา มีธรรพ์คอยดูอยู่ใกล้ๆ
วันดีนั่งมองอินถาที่กินข้าวด้วยรอยยิ้มมีความสุข “วันนี้พ่อเลี้ยงคงดีใจที่คุณณไตรอยู่ด้วย ทานข้าวได้มากกว่าทุกวันเลย”
หนานไตรยิ้ม เอาผ้าเช็ดปากอินถา อยู่ๆ อินถาสำลัก หนานไตรรีบประคอง อินถาหน้าเขียว
“คุณปู่”
อินถาจับคอ หายใจไม่ออก “แสบ ... แสบคอ”
หนานไตร ธรรพ์ วันดีตกใจ “ธรรพ์ให้คนไปรับไอ้เทพมาเร็ว”
วันดีเข้าไปช่วยประคองอินถาที่สำลัก อาเจียนข้าวออกมา หนานไตรมองเห็นปู่ที่หน้าเขียว มีอาการเหมือนกินของมีพิษเข้าไป
“พ่อเลี้ยง พ่อเลี้ยงเป็นอะไร” วันดีร้องเรียก
อินถายังสำลัก หนานไตรหันไปมองที่ชามข้าวต้ม “ใครทำข้าวต้มชามนี้”
“บัวผุดค่ะ” วันดีตอบ หนานไตรตาลุกวาว ธรรพ์ได้ยินแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที

บัวผุดกำลังเก็บจานข้าวที่โต๊ะ ธรรพ์วิ่งเร็วเข้ามา “อย่าหนีไปไหนนะ บัวผุด”
“อะไรเจ้า”
“คุณปู่อาเจียน ท่านอาจจะโดนวางยา”
“บัวผุดไม่รู้เรื่องนะเจ้า บัวผุดไม่ได้ทำ”
“ใครอยู่ข้างนอก มาเอาตัวบัวผุดไปขังไว้”
คนงานชาย 3 คนวิ่งเข้ามา สองคนจับบัวผุดทันที
บัวผุดร้องโวยวาย “บัวผุดไม่ได้วางยาพ่อเลี้ยงอินถา ไม่ใช่บัวผุด ไม่ใช่นะเจ้า บัวผุดไม่รู้เรื่อง”
ธรรพ์รีบหันไปสั่งคนงานอีกคน “เอารถไปรับหมอเทพทัตมาที่นี่เร็ว”

หนานไตรมองอินถาที่จับคอ หายใจแรง
ธรรพ์วิ่งกลับเข้ามา “จับตัวบัวผุดไว้แล้วครับ”
หนานไตรหันไปทางอินถาด้วยสายตาเครียด “คุณปู่ครับ หมอกำลังจะมานะครับ”
หนานไตรกับธรรพ์สีหน้าเครียดมาก
วันดีตัวสั่นด้วยความกลัว “ใจคอโหดเหี้ยมเหลือเกิน ทำไมจะฆ่าจะแกงท่านได้ลงคอ”
หนานไตรเอะใจ “ป้าวันดีรู้ใช่มั้ยว่าใครเป็นคนทำ”
วันดีรีบปฏิเสธ “ไม่ค่ะ ไม่รู้”
“ไม่รู้ หรือไม่กล้าพูดกันแน่” หนานไตรเสียงเข้ม จนวันดีไม่กล้าสบตาตรงๆ

ประตูเรือนเนื้อนางเปิดออก หมื่นหล้าถือขอสับช้างในมือกำลังจะก้าวออกไปทำงาน แม่นายยืนอยู่ตรงข้าม จันตายืนคอยระวังอยู่ด้านล่าง
“แม่นายศรีวัลลา”
“แกต้องการเงินเท่าไหร่ หมื่นหล้า”
“เงิน เงินอะไรกันครับ”
“ค่าความสาวของหลานแกที่ทะเยอทะยาน ทอดสะพานเสนอตัวให้ลูกชายฉัน อยากเป็นสะใภ้หิมวัตจนตัวสั่น”
“แม่นาย!!! อย่าดูถูกกันให้มากนัก” หมื่นหล้ากำขอช้างในมือจนข้อเกร็ง
จันตาขยับกลัวหมื่นหล้าจะทำร้ายแม่นาย แต่แม่นายมองด้วยแววตาเรียบนิ่ง ไม่หวาดกลัว
“ถ้าแกฆ่าฉันด้วยขอสับช้าง รับรองว่าแกกับหลานสาวไม่ตายดีแน่ หิมวัตจะจองล้างจองผลาญแกกับเนื้อนางจนไม่มีแผ่นดินกลบหน้า”
“หลานสาวข้าไปทำอะไรให้แกนักหนา”
“มันเอาตัวลูกชายฉันไป”
“หนานไตรมารักมาชอบเนื้อนางก่อน”
“เพราะหลานแกทำใสซื่อ จ้องจะจับลูกชายฉัน วางแผนกันมาดีล่ะสิเชื้อไม่ทิ้งแถว ตั้งแต่แม่ยันลูก”
“ศรีวัลลา!!!” หมื่นหล้าหายใจแรงด้วยความโกรธ
แม่นายมองจ้องอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ “ฉันเกือบจะลืมชื่อลูกสาวแกไปแล้ว จันทร์เป็ง ช่างฟ้อนในคุ้มหลวง ผู้ชายถึงกับฆ่ากันตายเพราะแย่งตัวมัน แล้วยังไงนะ” แม่นายยิ้ม “สุดท้ายมันก็ตรอมใจตายเพราะถูกผัวฝรั่งทิ้ง”
หมื่นหล้าเงื้อขอสับช้างขึ้น จันตามองตกใจ แม่นายจ้องหมื่นหล้า “ถ้าแกทำให้เลือดฉันตกลงพื้นแม้แต่หยดเดียว หลานสาวแกจะถูกรุมทึ้งจากผู้ชายสักสิบ ยี่สิบคน พอมั้ย”
“อย่าทำอะไรเนื้อนาง” หมื่นหล้าอาการเจ็บหน้าอกกำเริบ พยายามทรงตัว
แม่นายมองจ้อง “ฉันมาเตือนครั้งนี้ครั้งเดียว ถ้าแกไม่ไสหัวออกไปจากปางของชั้นทั้งตาทั้งหลาน แกจะต้องทนทรมานเหมือนตอนที่เห็นลูกสาวตรอมใจตาย” แม่นายจ้องหมื่นหล้าที่แทบจะทรงตัวไม่ไหว “ฉันจะล้างผลาญชีวิตหลานสาวแก ให้มันตกนรกทั้งเป็นยิ่งกว่าแม่มัน”
แม่นายหันหลังเดินลงจากเรือนไปทันที จันตาเดินตามติดแม่นายไปด้วย
หมื่นหล้าขยับตัว รวบรวมกำลังจะลงจากเรือนด้วยความเป็นห่วงหลานสาว “เนื้อนาง ... อย่าทำอะไร ... เนื้อนาง หลานข้า” หมื่นหล้าก้าวลงบันได แต่พอขั้นแรก หมื่นหล้าเจ็บที่หัวใจจนเซ
หมื่นหล้าก้าวพลาด กลิ้งลงจากเรือน ลงมานอนสลบแน่นิ่งที่พื้นด้านล่าง

เนื้อนางหันมาทางคำฝายกับม่อนดอย “เนื้อนางจะไปหางานทำในเมือง”
“จะออกไปจากปางนี้เหรอ แล้วหนานไตรล่ะ”
“ถ้าเราไม่เป็นลูกจ้างของแม่นาย เค้าก็จะมากดขี่ ด่าว่าเราไม่ได้” เนื้อนางอธิบาย
“เฮ้อ สงสารหนานไตร ข้างนึงก็แม่ ข้างนึงก็เมีย” ม่อนดอยพูดด้วยความเป็นห่วงหนานไตร
คำฝายฟังแล้วหงุดหงิด “เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวหลังมือ สงสารเนื้อนางก่อน จะถูกแม่ผัวขย้ำจมเขี้ยวอยู่แล้ว”
“เจ็บแค่นี้ เนื้อนางทนได้ แต่เนื้อนางไม่อยากให้ตาต้องทุกข์ใจ อายคน โดนใครดูถูกเพราะเรื่องหนานไตรกับเนื้อนางอีก” สายตาเนื้อนางเป็นห่วงหมื่นหล้ามากที่สุด

หมื่นหล้านอนฟุบอยู่ที่พื้น แสงคำที่เดินมาจากปางช้าง มองเห็นก็วิ่งเข้ามา “พ่ออุ๊ย พ่ออุ๊ย” แสงคำตกใจรีบประคองหมื่นหล้าขึ้น
เนื้อนางมอง คำฝาย ม่อนดอยที่อยู่ใกล้ๆ
“ตั๋วตัดสินใจยังไง พี่ก็เอาด้วย คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก อดมื้อกินมื้อก็ยังดีกว่าโดนพวกแม่นายกับคุณแขไขมาจิกหัวเล่น”
“หนานไตรเค้าไม่ปล่อยให้เมียลำบากหรอก” ม่อนดอยยังเชื่อมั่นในตัวหนานไตร
“เฮอะ ...แน่จริงก็ซื้อบ้านหลังโก้ๆให้เนื้อนางอยู่สิวะ ข้าถึงจะเชื่อ แกล่ะไอ้ม่อนดอย จะออกจากปางด้วยมั้ย หรือจะเปลี่ยนสี คอยอยู่รับใช้คุณแม่นาย”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 8/3 วันที่ 9 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ