อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 8/4 วันที่ 9 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 8/4 วันที่ 9 ต.ค. 57

“หนานไตรเค้าไม่ปล่อยให้เมียลำบากหรอก” ม่อนดอยยังเชื่อมั่นในตัวหนานไตร
“เฮอะ ...แน่จริงก็ซื้อบ้านหลังโก้ๆให้เนื้อนางอยู่สิวะ ข้าถึงจะเชื่อ แกล่ะไอ้ม่อนดอย จะออกจากปางด้วยมั้ย หรือจะเปลี่ยนสี คอยอยู่รับใช้คุณแม่นาย”

“ฉันไม่อยากรับใช้แม่นายหรอก ถ้าจะอยู่ ก็อยู่ทำงานให้หนานไตร”
แสงคำวิ่งมาหน้าตาตื่น ทุกคนหันไปมอง “เนื้อนาง ... พ่ออุ๊ยแย่แล้ว”
“ตา .. ตาเป็นอะไร” เนื้อนางตกใจ


หนานไตรยืนอยู่ด้วยอารมณ์โกรธจัด แขไขยืนห่าง คนงานชาย 2 คนดึงตัวบัวผุดมาคุกเข่า
“พูดมา บัวผุด ใครสั่งให้แกทำร้ายคุณปู่”
“บัวผุดไม่รู้จริงๆ เจ้า บัวผุดแค่ทำข้าวต้มให้ท่าน”
“พี่ไตรคะ บัวผุดมันจะทำไปทำไม คนอย่างมันใจอ่อนจะตาย” แขไขแก้ตัวแทนบัวผุด
“คนนอก อย่ายุ่ง” หนานไตรตวาด แขไขชักสีหน้าทันที “ฉันจะถามอีกคำเดียว ถ้าแกไม่พูด ฉันจะส่งแกให้ตำรวจ”
บัวผุดร้องไห้โฮ “บัวผุดไม่ได้ทำ สาบานให้ฟ้าผ่าเลยก็ได้ บัวผุดไม่ได้วางยาพ่อเลี้ยงอินถา บัวผุดไม่รู้เรื่อง”
หนานไตรจ้องบัวผุดด้วยสายตาแทบจะฆ่าให้ตายคามือ

เนื้อนางวิ่งเข้าเรือนมา เห็นหมื่นหล้าหน้าขาวซีด นอนไม่ได้สติ ก็ตรงเข้าไปกอดหมื่นหล้า เนื้อนางกุมมือตา “ตาจ๋า”
แสงคำ ม่อนดอย คำฝายตามกันเข้ามา
ม่อนดอยเสนอ “ไปตามหมอมาเถอะ”
คำฝายแนะ “หมอเทพทัตโรงพยาบาลในเวียงไง”
แสงคำไม่เห็นด้วยกับความคิดของทั้งสองคน “ไกลขนาดนั้น กว่ามันจะมาถึง พ่ออุ๊ยแย่พอดี”
“งั้นฉันไปตามหมออนามัยมาดูก่อน” ม่อนดอยวิ่งออกไปทันที
เนื้อนางบีบมือหมื่นหล้าด้วยความเป็นห่วง “ตาจ๋า ตาอย่าเป็นอะไรนะจ๊ะ ตาต้องอยู่กับเนื้อนาง”

หนานไตรมองบัวผุดด้วยความโกรธแล้วยื่นคำขาด “ฉันหมดความอดทนกับแกแล้ว บัวผุด ถ้าแกไม่อยากสารภาพกับฉันก็ไปรับโทษของแกในคุก”
บัวผุดกรีดร้องด้วยความกลัว
แม่นายกับจันตาเดินเข้าบ้านมา มองหนานไตร “นี่แกเป็นบ้าไปแล้วเหรอ ณไตร ถึงได้เที่ยวมาหาเรื่องกับคนของชั้น”
“มีคนวางยาคุณปู่ จะให้ผมปล่อยมันลอยนวลหรือครับ”
“ปู่แกเจ็บขนาดนั้น ไม่ต้องวางยา ก็ตายอยู่แล้ว”
“แม่นายไม่ควรจะแช่งคุณปู่นะครับ” หนานไตรมองจ้องแม่นาย
แม่นายมองตอบโต้สายตาลูกชาย “ฉันพูดความจริง ไม่ต้องแช่ง อีกไม่นานปู่แกก็จะหมดลมหายใจอยู่แล้ว ทำไมต้องมีคนวางยาให้ตายด้วย อย่ามาหาเรื่องกับคนในบ้าน ฉันไม่เคยเลี้ยงคนเลวให้เสียข้าวสุก จันตาเอาบัวผุดออกไป”
“คนผิดต้องรับโทษนะครับ”
“ก็แม่บอกว่าบัวผุดมันไม่ผิด แล้วแกก็ไม่มีสิทธิ์แตะคนของแม่” แม่นายตวัดสายตามอง จันตารีบโบกมือไล่บัวผุดให้ออกไปก่อน บัวผุดรีบวิ่งออกไป
หนานไตรหันมามองแม่นาย “ต่อไปนี้ ห้ามใครในบ้านเข้าใกล้คุณปู่ นอกจากผม ธรรพ์ แล้วก็ป้าวันดี” หนานไตรหันหลังกลับเข้าไปทางห้องอินถา
แขไขมาใกล้แม่นาย “ใครคะ ใครวางยาพ่อเลี้ยงอินถา”
แม่นายเมินหน้าหนี แขไขเริ่มมองแม่นายอย่างไม่แน่ใจ ว่าแม่นายเป็นคนลงมือหรือเปล่า

หนานไตรมองอินถาที่นอนนิ่ง ธรรพ์ เทพทัต วันดีอยู่ใกล้ มองด้วยความเป็นห่วง
“ฉันล้างท้องให้คุณปู่แล้ว ที่น่าห่วงคือความดัน”
”พาคุณปู่ไปโรงพยาบาลดีมั้ยครับ” ธรรพ์เสนอ
“ทางไกล ถ้ากระทบกระเทือน คุณปู่อาจจะทรุดหนักกว่านี้” เทพทัตไม่เห็นด้วย
“ธรรพ์ บอกตำรวจให้มาลากตัวบัวผุดไปสอบสวน”
“พี่ครับ .. ถ้าตำรวจมาที่นี่ เรื่องมันจะอื้อฉาวนะครับ”
หนานไตรมองธรรพ์ที่เตือนสติ
ป้าวันดีมองเป็นห่วงอินถา “บ้านหิมวัตร่มเย็น เป็นที่พึ่งของทุกคน เพราะมีท่านคอยเมตตา คนเนรคุณคนไหนกันที่กล้าทำกับท่านถึงเพียงนี้”
หนานไตรเข้ามาใกล้ปู่ มองด้วยสายตากังวลที่สุด “คุณปู่ครับ ไม่ว่ามันเป็นใคร ผมไม่มีวันยกโทษให้มัน”

เนื้อนางกุมมือหมื่นหล้าไว้ หมื่นหล้าลืมตาฟื้นขึ้น เนื้อนางรีบเข้าไปใกล้ คำฝาย แสงคำขยับมองด้วยความเป็นห่วง
“เนื้อนาง”
เนื้อนางเอามือตาแนบหน้า “ตาจ๋า”
หมื่นหล้ามองเนื้อนางแล้วน้ำตารื้นขึ้นมาด้วยความอัดอั้น “เนื้อนาง หลานตา” เนื้อนางกอดหอมมือตาด้วยความรัก หมื่นหล้าน้ำตาไหล “ตาผิดเองที่ยกเจ้าให้หนานไตร”
“ไม่จ้ะ ตา ไม่ใช่ความผิดของตาเลยสักนิดเดียว เนื้อนางผิดเองที่รักหนานไตร” เนื้อนางสะอื้นมองตา
แสงคำสีหน้าทุกข์ใจไม่น้อยกว่าเนื้อนาง คำฝายนั่งน้ำตาไหล
“ตาห้ามเนื้อนางแล้ว แต่เนื้อนางก็ยังทำให้ตาเป็นห่วง ทำให้ตาเสียใจ ตาจ๋าเนื้อนางขอโทษ” เนื้อนางก้มลงกราบ หมื่นหล้าสะอื้นลูบหัวเนื้อนาง
หนานไตรดึงผ้าห่มขึ้นปิดอกให้อินถา “คุณปู่ต้องฟื้นนะครับ ผมจะพาเนื้อนางมากราบคุณปู่ เนื้อนางเป็นผู้หญิงที่อ่อนโยน ใจดีมากครับ ถ้าคุณปู่ได้เจอ คุณปู่จะรักเนื้อนางเหมือนที่ผมรัก” หนานไตรมองขอร้องปู่ที่ยังนิ่งด้วยสายตามีแต่ความหวัง

เนื้อนางเข้าใกล้หมื่นหล้า หมื่นหล้ามองหน้าหลานสาวแล้วพูดด้วยความเป็นห่วงอย่างที่สุด “เนื้อนาง จำคำตาไว้” เนื้อนางเข้าไปกอดตา แสงคำหน้าเครียด คำฝายสะอื้นไม่หยุด
“ไปซะ อย่าอยู่ที่นี่ ไปตายเอาดาบหน้า อย่ากลับมาที่ปางนี้”
“ตาจ๋า เนื้อนางจะพาตาไปอยู่นอกปางด้วยกัน ไปวันนี้ ไปตอนนี้เลยก็ได้ ขอแค่ตาอยู่กับเนื้อนาง ให้เรามีกัน 3 คน ตา เนื้อนาง พี่คำฝาย”
“หมดเวลาของตาแล้ว ตาปกป้องเจ้าไม่ได้อีกแล้ว”
“ไม่ ตาต้องอยู่กับเนื้อนาง”
“คำฝาย”
คำฝายรีบเข้ามา “จ๋า พ่ออุ๊ย”
“อย่าทิ้งเนื้อนาง”
“ไม่จ้ะ ไม่ทิ้ง ฉันไม่มีวันทิ้งน้อง”
หมื่นหล้ามองไปที่แสงคำ แสงคำเห็นสายตาพ่ออุ๋ยก็พูดขึ้นอย่างหนักแน่น “พ่ออุ๊ยไม่ต้องเป็นห่วง ชีวิตไอ้แสงคำเกิดมาเพื่อเนื้อนาง”
หมื่นหล้ายิ้มกับคำสัญญาของแสงคำ กุมมือเนื้อนางกับคำฝายไว้แล้ววางลงบนอก “รักกัน ดูแลกัน”
เนื้อนางกับคำฝายสะอื้น หมื่นหล้ามองหลานสาวสองคนน้ำตากลบตา “คำฝายดูแลเนื้อนางด้วย”
“เท่าชีวิตฉัน พ่ออุ๊ย ฉันจะดูแลเนื้อนางเท่าชีวิตฉัน”
หมื่นหล้าหันไปมองเนื้อนาง “ไปให้ไกลจากปางนี้ ไปให้ไกลจากแม่นายศรีวัลลา”
“ตาจ๋า”
“หนานไตรไม่ใช่คนมีค่าพอที่หลานจะมอบใจให้ ลืมเค้าซะ เนื้อนาง ลืมหนานไตร” หมื่นหล้าพูดได้เพียงแค่นั้นก็หมดแรง มือที่จับเนื้อนาง กับคำฝายตกลงข้างตัว คำฝายตะลึง
เนื้อนางมองตา เขย่าร่างตาเบาๆ “ตา ตาจ๋า” หมื่นหล้าสิ้นลมไป ร่างแน่นิ่ง เนื้อนางเขย่าแรงขึ้น “ตา ตา ตาอย่าทิ้งเนื้อนางนะ”
“พ่ออุ๊ย” คำฝายร้องไห้โฮ เนื้อนางโถมตัวลงไปกอดตา แสงคำน้ำตาไหล
“ตาจ๋า อย่าทิ้งเนื้อนาง ตาต้องอยู่กับเนื้อนาง ตาจ๋า ไม่มีตาแล้วเนื้อนางจะอยู่ได้ยังไง” เนื้อนางสะอื้น
คำฝายกับแสงคำก้มลงกราบเท้าหมื่นหล้าเป็นครั้งสุดท้าย ทั้งห้องมีแต่เสียงสะอื้นของคำฝายกับเนื้อนางที่สูญเสียตาไปแล้ว
ที่สวนบ้านหิมวัต หนานไตรก้าวออกมามองแสงยามเย็น สีหน้าหนานไตรมีแต่ความทุกข์ใจ แววตาเต็มไปด้วยความเศร้าทั้งเรื่องอาการป่วยของปู่ และเรื่องเนื้อนาง

เนื้อนางนอนกอดร่างของหมื่นหล้า คำฝาย ม่อนดอย แสงคำนั่งร้องไห้อยู่เงียบๆ
“ตาจ๋า ตาได้ยินเนื้อนางใช่มั้ยจ๊ะ”
คำฝายทนไม่ไหวสะอื้นโฮ ม่อนดอยประคองคำฝายออกไปด้านนอก เนื้อนางไม่สนใจใคร กอดตาไว้ด้วยรอยยิ้ม “ไหนตาบอกว่า ตาจะไม่ทิ้งเนื้อนางไว้คนเดียวไงจ๊ะ”
แสงคำปาดน้ำตา นั่งต่อไปไม่ไหว ลุกออกไปเงียบๆ ทั้งห้องเหลือเพียงเนื้อนางกับหมื่นหล้าที่เหมือนนอนหลับสนิท
“ตาบอกว่ารักเนื้อนางที่สุด ตาจ๋า ... เนื้อนางรักตานะจ๊ะ เนื้อนางรักตา” เนื้อนางน้ำตาหยด กอดศพตาไว้ด้วยหัวใจที่ว้าเหว่ สูญเสียคนที่รักเคารพที่สุดในชีวิต

หนานไตรนอนฟุบหน้าหลับอยู่ข้างเตียงอินถามือยังกุมมือปู่ไว้ ธรรพ์เข้าห้องมา หนานไตรรู้สึกตัวลืมตาขึ้น
“พี่ไปอาบน้ำเถอะครับ ผมจะเฝ้าคุณปู่ต่อเอง”
“ฝากด้วยนะ ธรรพ์”
“ไม่ต้องห่วงครับ พี่”
หนานไตรเดินออกไป ธรรพ์นั่งลง ขยับผ้าห่มปิดอกให้ปู่ เดินไปแง้มผ้าม่านรับแสงแดดอ่อนๆ
แม่นายเปิดประตูเดินเข้ามา ธรรพ์หันไปมอง “จะรอดมั้ย ปู่แกน่ะ”
“แม่นายครับ”
“ฉันไม่ได้ใจเหี้ยมอะไรหรอกนะ ก็ถามตามที่เห็น ยังไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว แม่มีเรื่องสำคัญต้องคุยกับปู่แก”
“งั้นผมไปรอข้างนอกนะครับ” ธรรพ์ออกไป
แม่นายมองแล้วยิ้มร้าย เดินมายืนใกล้เตียงแล้วบีบแขนอินถา “จะหายใจอยู่ทำไมอีก”
อินถารู้สึกตัวจากแรงบีบของแม่นาย พอลืมตาเห็นแม่นายก็ตกใจ “แก!!! ศรีวัลลา แกเข้ามาทำไม”
“ฉันก็เข้ามาดูหน้าแกเป็นครั้งสุดท้ายไง”
“ฉันไม่ยอมตาย... อย่างที่แกหวัง”
“จะอยู่รอดูหน้าหลานสะใภ้ชั้นต่ำล่ะสิ ไม่มีวันสมหวังหรอก อินถา ฉันนี่แหละจะดับฝันครั้งสุดท้ายของแก”
“ฉันจะอยู่ ฉันแต่งงานให้... ณไตรกับเมีย”
แม่นายหัวเราะหยัน “เอาตัวให้รอดวันนี้ไปก่อนเถอะไอ้แก่ จำได้มั้ยว่าแกทำกับชั้นไว้ยังไง แกบงการชีวิตผัวชั้น ลูกชายชั้น ไม่มีใครเชื่อฟังชั้นก็เพราะแก”
“แกไม่มีวันบังคับณไตรได้... ณไตรต้องได้อยู่กับผู้หญิงที่เค้ารัก”
แม่นายได้ยินแล้วโกรธสุดขีด “ณไตรต้องแต่งงานกับแขไข คนที่ฉันเลือกให้เท่านั้น ส่วนบ้านหิมวัตที่แกรักนักรักหนา มันต้องอยู่ใต้อำนาจของชั้นคนเดียว”
“ไม่...แกไม่สมควรเป็นเจ้าของหิมวัต ตระกูลของชั้นต้องไม่อยู่ในมือผู้หญิงเลือดเย็นอย่างแก” อินถาเสียงขาดเป็นห้วงๆ ใกล้หมดแรงเต็มที
“จำหน้าฉันไว้ อินถา จำแววตาฉันที่เกลียดแกไว้ ลมหายใจสุดท้ายของแกไม่สมควรจะมีความสุข รู้ไว้ด้วย เนื้อนาง หลานสะใภ้ที่แกอยากเห็นหน้าน่ะ มันเป็นลูกสาวนังช่างฟ้อนจันทร์เป็ง”
“จันทร์เป็ง ...” อินถาเริ่มหายใจไม่ออก อาการหอบเป็นมากขึ้นจนหน้าเขียว
“ใช่ นังจันทร์เป็งที่แกเคยอยากได้เป็นสะใภ้ไงล่ะ ฉันเจอลูกสาวมันแล้ว .. ฉันขอสาบาน อะไรที่นังจันทร์เป็งมันก่อแค้นไว้กับฉัน ฉันจะเอาคืนกับลูกสาวมันให้สาสม วันไหนที่เนื้อนางมันเหยียบเข้ามาในหิมวัต ฉันจะทำลายชีวิตมันให้พังพินาศ เนื้อนางมันต้องตรอมใจตายเหมือนนังจันทร์เป็ง แม่มัน”
“อย่า ... อย่า ...อย่าทำ .. สงสาร...หนานไตร” อินถาหอบหายใจเฮือก พยายามดึงเสื้อ ยื้อแม่นายไว้ แต่แม่นายปัดมืออินถาออกอย่างแรง ท่ามกลางเสียงกรีดหัวเราะของแม่นาย
อินถากำลังดิ้นรนมีชีวิตจนวินาทีสุดท้าย อินถาหอบแรงอีกครั้ง มือที่ไขว่คว้ากลางอากาศ ตกลงข้างตัว แม่นายยิ้มกว้าง มองสภาพอินถาที่สิ้นลมไปต่อหน้าด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันหลังเดินออกไปอย่างมีความสุขที่สุด ทิ้งให้อินถานอนหมดลมอยู่อย่างเดียวดาย

จันตายืนอยู่ที่หน้ารั้ว คนงานจากปางมาส่งข่าว “หมื่นหล้าตายแล้วครับ”
สีหน้าจันตายิ้มพอใจกับข่าวการตายของหมื่นหล้า

หนานไตรเดินเข้าห้องมาในชุดใหม่ เห็นอินถานอนตาค้างอยู่ หนานไตรโผเข้ามาใกล้ มองสภาพปู่แล้วตกใจ เขย่าร่างปู่เบาๆ “คุณปู่ .. คุณปู่ครับ”
ธรรพ์เปิดประตูเข้ามา มองเห็นก็รีบเข้ามา “ธรรพ์ แกหายไปไหนมา .. ทำไมทิ้งคุณปู่”
หนานไตรหันไปเขย่าตัวอินถา ธรรพ์มองหวั่น ยื่นมือไปอังจมูกปู่ “พี่ไตร ... คุณปู่สิ้นแล้ว”
หนานไตรตาแดงก่ำ นึกไม่ถึง ธรรพ์ทิ้งตัวนั่งอย่างหมดแรง หนานไตรก้มลงกราบปู่ น้ำตาร่วงลงอาบแก้มด้วยความอาลัยที่สุด

แม่นายในชุดดำ คลี่ยิ้ม มองจันตา
“ในที่สุดไอ้แก่ 2 คนที่ฉันเกลียด มันก็พร้อมใจกันลาโลกไปสักที”
“แม่นายจะให้จัดการที่ปางยังไงคะ ตอนนี้คุณณไตรยังไม่รู้เรื่อง”
“ห้ามให้ณไตรรู้เรื่องหมื่นหล้า เวลานี้แหละคือเวลาที่เราจะกำจัดเนื้อนางได้ดีที่สุด” แม่นายยิ้มร้ายกับจันตา “ฉันเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว”

เนื้อนางนั่งนิ่ง สีหน้าเศร้า
คำฝายนั่งลงใกล้ๆ “เนื้อนาง ตั๋วกินข้าวกินปลาซะบ้างเถอะ”
“ฉันไม่หิว”
“ไม่หิวก็ฝืนกินสักคำสองคำเถอะนะจะได้มีแรง” เนื้อนางนั่งนิ่ง
คำฝายถอนใจ รู้ว่าเปลี่ยนใจเนื้อนางไม่ได้
“หนานไตรบอกหรือเปล่าว่าจะมาวันไหน”
“ไม่ได้บอกจ้ะ”
“เชอะ...หายแซ่บหายสอย.. จะมาทันเผาพ่ออุ๊ยมั้ย” เนื้อนางได้ยินแล้วน้ำตาหยด คำฝายเข้าไปกอดเนื้อนางไว้อย่างปลอบใจ “หนานไตรเค้าต้องกลับมารับตั๋วตามสัญญา”
“เนื้อนางอยากให้เค้ามากราบตาเป็นครั้งสุดท้าย” เนื้อนางกอดคำฝาย แววตาทุกข์ระทม

ในบ้านหิมวัต หนานไตรยืนอยู่ตรงหน้าทุกคนในชุดดำ “เราจะจัดงานศพให้คุณปู่อย่างสมเกียรติ”
แม่นายไม่พอใจ “จะสิ้นเปลืองมากมายไปทำไม”
“ผมไม่สนใจความสิ้นเปลือง คุณปู่เป็นที่รัก เคารพของคนที่นี่”
แม่นายเชิดหน้าไม่ไยดี
“ธรรพ์ ส่งรถไปรับเนื้อนางมาที่นี่ด้วย”
แม่นายสีหน้าบึ้งตึง “จะให้มันมาในฐานะอะไร”
“หลานสะใภ้ของคุณปู่”
แขไขพูดขึ้น “พี่ไตรอยากให้บ้านนี้ลุกเป็นไฟเหรอคะ รอให้เสร็จงานศพก่อนไม่ได้เลยใช่มั้ยคะ”
“เนื้อนางควรได้มากราบคุณปู่ มันเป็นความตั้งใจสุดท้ายที่คุณปู่บอกไว้กับผม”
“ถ้าแกอยากฉีกหน้าแม่ ไม่อายแขกเหรื่อผู้หลักผู้ใหญ่ ก็เชิญทำอย่างที่คิด แต่ถ้ายังรักชื่อเสียงหิมวัต อย่างที่แกเคยพูด ก็อย่าเอาเนื้อนางมาที่นี่ ตอนนี้ปู่แกคงมีความสุขมากสินะ ที่แกจะใช้งานศพ เป็นโอกาสเปิดตัวเมีย” แม่นายกระแทกเสียงแล้วเดินออกไป
แขไขมองหนานไตรแล้วเดินเชิดแยกไปด้านใน
ธรรพ์มองหนานไตรที่ตัดสินใจลำบาก “ไหนๆ ก็มาถึงขนาดนี้แล้ว รอให้ผ่านงานศพคุณปู่ก่อนเถอะครับพี่ไตร อย่ามีเรื่องทะเลาะกันให้อายคนนอกเลยนะครับ”
หนานไตรจำใจรับฟังสิ่งที่ธรรพ์แนะนำ
แม่นายยืนอยู่กับจันตา แม่นายกำลังสั่งความบุญลือที่ยืนก้มหน้าอยู่ “แกจะทำยังไงก็ได้ เรื่องของแก รีบกำจัดนังเนื้อนางออกไปจากปางให้เร็วที่สุด”
บุญลือเงยหน้าขึ้น มองแม่นายด้วยสายตาพร้อมทำตามทุกคำสั่ง “ครับ แม่นาย”

เนื้อนางนั่งพิงเสา มองไปไกล แววตาคู่สวย มีแต่ความเศร้า
บุญลือเดินมาหน้าบ้าน มองขึ้นไปแล้วถาม “เนื้อนางใช่มั้ย”
เนื้อนางขยับมามอง บุญลือที่เป็นคนแปลกหน้า
“ฉันถูกส่งให้มาเป็นผู้จัดการปางคนใหม่ ชื่อบุญลือ”
“หนานไตรล่ะ”
“คุณณไตรให้ฉันมาบอกเธอ” เนื้อนางขยับมาทันที “คุณณไตรจะไม่มาที่นี่อีก”
“ไม่จริง หนานไตรบอกให้ฉันรอ”
“เรื่องนั้นฉันไม่รู้” บุญลือ มองไปรอบๆ ”รีบเก็บของซะ เรือนหลังนี้ฉันจะยกให้หัวหน้าควาญช้างคนใหม่มาอยู่
“แต่นี่มันเรือนของตา”
บุญลือล้วงกระเป๋าหยิบเงินออกมา หนึ่งร้อยบาท “คุณณไตรฝากมาให้ค่าทำศพหมื่นหล้า”
เนื้อนางยืนอึ้ง บุญลือเอาเงินยัดใส่มือเนื้อนาง “คุณณไตรยุ่งมาก เพราะต้องเตรียมจัดงานแต่งงานกับคุณแขไข เลยฝากฉันมาบอกแค่นี้”
เนื้อนางมองเงินในมือแล้วทิ้งร่างลงอย่างอ่อนแรง “หนานไตรบอกว่าจะไม่แต่งงานกับคุณแขไข หนานไตรบอกว่าฉันจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่หนานไตรรัก”
“ถึงเวลานี้คงไม่ใช่แล้วนะ กับเธอน่าจะแค่...บำเรอ” บุญลือบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชาแล้วเดินออกไป
เนื้อนางตกใจ น้ำตาหยดออกมาอย่างสุดจะกลั้น “ฉันไม่เชื่อ” เนื้อนางลุกขึ้น วิ่งลงจากเรือน ไปทางด้านในปางทันที

ม่อนดอย คำฝายในชุดดำกำลังเดินมาด้วยกัน เห็นเนื้อนางเดินสวนเร็วมา สองคนรีบเข้ามาถาม “เนื้อนางจะไปไหน”
“เนื้อนางจะไปบ้านแม่นาย เนื้อนางต้องถามหนานไตรให้รู้เรื่อง”
คำฝายสงสัย “ทำไมจะไปปุ๊บปั๊บ บ้านแม่นายไม่ใช่ใกล้ๆ”
ม่อนดอยถามแทนเนื้อนาง “แกรู้ใช่มั้ย คำฝาย ว่าบ้านแม่นายอยู่ที่ไหน”
คำฝายตอบกำปั้นทุบดิน “มันก็ต้องอยู่ในเวียงนั่นแหละ”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 8/4 วันที่ 9 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ