อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 9 วันที่ 9 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 9 วันที่ 9 ต.ค. 57

คำฝายสงสัย “ทำไมจะไปปุ๊บปั๊บ บ้านแม่นายไม่ใช่ใกล้ๆ”
ม่อนดอยถามแทนเนื้อนาง “แกรู้ใช่มั้ย คำฝาย ว่าบ้านแม่นายอยู่ที่ไหน”
คำฝายตอบกำปั้นทุบดิน “มันก็ต้องอยู่ในเวียงนั่นแหละ”

ม่อนดอยยังมองไม่เห็นทาง “เวียงไม่ใช่ในปาง กี่วันจะหาเจอ”
เนื้อนางไม่ยอมแพ้ “ไปถามหาเอาก็ได้ ต้องมีคนรู้จักบ้านแม่นายบ้างสิ”
บุญลือมองอยู่ที่มุมหนึ่งด้วยสายตาร้าย แล้วหลบออกไป
“พี่คำฝาย ม่อนดอยอยู่ที่นี่แหละ เตรียมเรื่องสวดศพตาคืนนี้ก่อน เนื้อนางจะรีบไปรีบมา”
“งั้นเดี๋ยวเอาจักรยานฉันไปแล้วกัน เนื้อนาง ยังไงก็เร็วกว่าเดิน”
เนื้อนางมองม่อนดอยด้วยสายตาขอบใจ



เนื้อนางขี่จักรยานมาตามทาง กำลังจะออกพ้นปาง บุญลือถือหน้าไม้หลบมองอยู่หลังต้นไม้ พอจักรยานเนื้อนางมาใกล้ บุญลือเล็งยิงลูกดอกพุ่งเข้าไปขัดกับซี่ล้อจักรยาน จักรยานกระตุกพรวด เนื้อนางเสียหลัก พยายามประคองรถ แต่ไม่ไหว ชนเข้ากับหินก้อนใหญ่บนพื้น เนื้อนางล้มลง กลิ้งไปคนละทางกับจักรยาน “โอ๊ย”
เนื้อนางลุกขึ้น เดินมาจับจักรยานตั้งขึ้น เห็นล้อเบี้ยว ไปต่อไม่ได้ เนื้อนางหน้าเศร้า ขยับเดินก็เจ็บขาจนแทบจะไม่ไหว พยายามเขยกออกไป บุญลือที่ซุ่มมองอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ ลอบหลบมาหยิบลูกดอกบนพื้นออกไป ไม่ให้เหลือหลักฐาน

ที่เรือนเนื้อนาง แสงคำจับข้อเท้าเนื้อนางที่มีรอยช้ำ ทายาให้เบามือ แสงคำมองสีหน้ากระวนกระวายของเนื้อนางแล้วพูดขึ้น “พรุ่งนี้อ้ายจะพาเนื้อนางไปหาหนานไตร”
เนื้อนางมองแสงคำด้วยสายตาซึ้งใจ “ขอบคุณนะ อ้ายแสงคำ เนื้อนางรู้ว่าอ้ายฝืนใจ”
“ไม่เป็นไร อ้ายคนนี้จะเจ็บแค่ไหนก็ได้ เพื่อความสุขของเนื้อนาง”
แสงคำพูดนิ่งๆ แล้วก้มลงทายาให้ เนื้อนางมองทอดสายตาเห็นใจ

หนานไตรในชุดดำไว้ทุกข์เดินออกมาในสวน ธรรพ์เดินตามออกมา “ป่านนี้เนื้อนางคงรอฉันอยู่ ฉันบอกว่าจะไปรับเค้ามาที่นี่”
“เนื้อนางใจคอหนักแน่น มีเหตุผล เค้าต้องเข้าใจครับว่าพี่ยุ่งกับงานคุณปู่”
“ธรรพ์ ฉันอยากให้แกไปบอกเนื้อนางไว้ก่อน”
“ครับพี่ พรุ่งนี้ผมจะไปบอกให้นะครับ”
จันตาแอบฟัง ผลุบเข้าไปด้านใน หนานไตรหันไปมองไกล ด้วยสายตาคิดถึงและเป็นห่วงเนื้อนาง

เนื้อนางมองอาทิตย์ที่กำลังอ่อนแสง คิดถึงวันเวลาที่มีความสุขกับหนานไตร และสิ่งหนานไตรที่สั่งไว้
“รอผมอยู่ที่นี่นะครับ เนื้อนาง รอผมมารับ ให้ผมคุยกับแม่นายเรื่องของเรา คุณเชื่อใจผมนะ ยังไงผมก็ไม่แต่งงานกับแขไข” เนื้อนางปล่อยใจคิดถึงหนานไตรด้วยความเชื่อมั่นในตัวหนานไตร

หนานไตรทิ้งตัวลงนั่ง สีหน้าเหนื่อยล้า ประตูเปิด แขไขถือถาดแซนวิชเข้ามา หนานไตรหันไปมองทันที
“แขเห็นพี่ไตรยุ่งรับแขกผู้ใหญ่ จนไม่มีเวลาทานข้าว เลยเอาแซนวิชมาให้ค่ะ”
“วางไว้ตรงนั้นเถอะครับ”
แขไขถือจานแซนวิชมองน้อยใจ “ทานสักคำนะคะ”
“ผมไม่หิว” หนานไตรยืนห่างแขไข ไม่ยอมเดินมาใกล้ “นี่ก็ดึกแล้ว คุณแขไปพักผ่อนเถอะครับ”
“ทนไม่ได้เลยเหรอคะ ถึงต้องไล่แขให้พ้นหูพ้นตา”
“มันไม่สมควรนะครับ ที่คุณแขจะอยู่ในห้องผม”
แขไขหน้าชา หันหลังเดินออกไป หนานไตรรีบเดินไปกดล็อค แล้วพิงประตูด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ

แขไขเดินถือจานแซนวิชออกมาสีหน้าบึ้งตึง
ธรรพ์กำลังจะเดินเข้าห้อง มองเห็นแขไขก็คลี่ยิ้ม เดินเข้ามาหา “ยังไม่นอนเหรอครับ คุณแข”
แขไขที่อารมณ์ขุ่นมัว ส่งจานแซนวิชให้ธรรพ์ “ทานมั้ยคะ”
ธรรพ์ ดีใจมากยิ้มกว้างสุดชีวิต “คุณแขทำเองเหรอครับ” ธรรพ์รีบหยิบกิน
“แขทำให้พี่ณไตร” ธรรพ์ที่กัดแซนวิชชะงัก “พี่ธรรพ์ทานแทนด้วยแล้วกันค่ะ ทานให้หมด แขไม่อยากเห็นมันอีก”แขไขสะบัดหน้าเดินไปทางห้อง
ธรรพ์เอาแซนวิชออกจากปาก วางลงในจาน “แล้วเมื่อไหร่ล่ะครับ เมื่อไหร่คุณแขจะตั้งใจทำให้ผมทานคนเดียว ไม่ใช่พี่ไตร” ธรรพ์พึมพำกับตัวเองเบาๆ เศร้าๆ แล้วเดินออกไปหงอยๆ
วันดีมองทุกอย่างด้วยสายตาสงสารธรรพ์อย่างที่สุด “โธ่ คุณธรรพ์ น่าสงสารเหลือเกิน ทำไมถึงต้องผิดหวังอยู่คนเดียวนะ”

แม่นายกับจันตายืนอยู่ มองบุญลือที่อยู่ในเงามืด “ผมทำตามที่แม่นายสั่งแล้วครับ”
“ดี อย่าให้เนื้อนางมันมาถึงที่นี่ได้ รีบไล่ให้มันพ้นจากปางเร็วๆ ด้วย”
“ครับ แม่นาย” บุญลือหลบออกไป
จันตามองแล้วยิ้ม “ท่าทางบุญลือมันจะช่วยให้แม่นายสมหวังได้นะคะ” แม่นายฟังแล้วยิ้มร้ายพอใจ “แล้วพรุ่งนี้ที่คุณณไตรใช้คุณธรรพ์ไปหาเนื้อนางละคะ”
แม่นายยิ้มมีแผนการ

เช้าวันรุ่งขึ้น ธรรพ์กุมมือแม่นายที่นอนอยู่บนเตียง แม่นายแกล้งตีสีหน้าอ่อนเพลีย “แม่”
“ธรรพ์ต้องไปทำอะไรก็ไปเถอะ ไม่ต้องห่วงแม่หรอก แม่แค่เหนื่อยเรื่องงานศพคุณปู่ นอนพักสักหน่อย ก็คงดีขึ้น”
“ไม่เป็นไรครับ ผมอยู่เฝ้าแม่นายก่อนดีกว่า”
“โธ่ ธรรพ์... เด็กดีของแม่” แม่นายลูบหัวธรรพ์เบาๆ “ไม่มีลูกเสียคน แม่จะหาความสบายใจได้จากใคร”
“พี่ไตรรักแม่นายนะครับ ถึงบางเรื่องจะแข็งไปบ้าง แต่พี่ไตรก็รักและเคารพแม่นายเสมอ”
แม่นายยิ้ม เห็นธรรพ์ที่แววตาอ่อนโยน ห่วงใยทุกคนจากใจจริง

เนื้อนางนั่งจักรยานแสงคำมา กำลังจะออกไปนอกปาง บุญลือก้าวออกมาขวางตรงทางเดิน แสงคำเบรกจักรยานแทบไม่ทัน ห่างจากบุญลือแค่ไม่กี่ก้าว “ฉันให้คนไปตามนาย ทำไมถึงไม่ไปหาที่เรือนผู้จัดการ”
“ฉันมีเรื่องต้องทำ”
“ธุระอะไร ถึงกล้าขัดคำสั่งผู้จัดการ”
เนื้อนางมองไม่สบายใจ “อ้ายแสงคำไปทำงานก่อนเถอะจ้ะ”
“แต่ว่า ...” แสงคำมองเนื้อนางอย่างเป็นห่วง
“ตามฉันมา ฉันจะให้นายนับไม้ที่ตีตรา”
แสงคำหันรีหันขวางมองเนื้อนาง เนื้อนางยิ้มให้ “ไปเถอะจ้ะ ไปทำงานที่ผู้จัดการสั่งก่อน” เนื้อนางจูงจักรยานแทน
บุญลือเดินนำ แสงคำจำใจเดินตามไป
เนื้อนางมองจักรยาน แล้วตัดสินใจ เนื้อนางขึ้นจักรยาน ถีบออกไปตามลำพัง

หนานไตรก้าวออกมาจากในบ้าน มีแขไขตามติด
“แขสั่งของชำร่วยงานคุณปู่มาจากร้านที่ดังที่สุด คุณแม่จะเป็นคนเอาขึ้นมาให้เองค่ะ”
“ไม่ต้องรบกวนคุณหญิงมาลัยก็ได้นะครับ ผมไม่อยากให้ผู้ใหญ่ต้องลำบาก”
“ไม่ค่ะ ไม่ลำบากเลย คุณแม่เต็มใจที่สุด” หนานไตรสีหน้าอึดอัด แขไขโปรยยิ้ม “ให้แขได้ทำอะไรเพื่อหิมวัตบ้างสิคะ”
หนานไตรจำใจยิ้มตอบไปอย่างรักษามารยาท

ที่หน้ารั้ว เนื้อนางปั่นจักรยานมาหยุดลง เนื้อนางยกแขนเสื้อซับเหงื่อ เพราะปั่นมาไกล คนงานที่เฝ้าประตูชะโงกหน้ามามอง
เนื้อนางรีบเข้าไปบอก “ฉันมาหาหนานไตร”
“ไม่มีคนชื่อหนานไตร”
เนื้อนางคิดแป๊บเดียว “คุณณไตรน่ะจ้ะ ลูกชายแม่นาย เจ้าของปาง”
“อ๋อ .. งั้นรอก่อน” คนงานเดินกลับเข้าไปข้างใน
เนื้อนางยืนข้างจักรยาน รอคอยด้วยสายตามีหวัง

จันตามองคนงานชายที่เข้ามาบอก “ห้ามแกไปบอกคุณณไตร ปิดปากให้สนิท จะไปไหนก็ไป”
คนงานชายรีบออกไปด้านหลัง จันตามองไปทางหน้าบ้านด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
เนื้อนางยังยืนรอ เหงื่อผุดบนหน้าเพราะความร้อน พอหันกลับมา เห็นจันตาเป็นคนเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ท่าทางใจเย็น
“คุณณไตรเค้าไม่ว่างมาต้อนรับเธอหรอก ที่นี่กำลังยุ่ง มีอะไรก็ฝากบอกฉันได้”
“ขอฉันเจอหนานไตรสักนิดได้มั้ย เรื่องสำคัญจริงๆ .. ตาของฉัน ... หมื่นหล้า” ..
“อ๋อ เรื่องตาเธอที่ตายใช่มั้ย คุณณไตรเค้ารู้อยู่แล้ว ถึงให้เงินค่าทำศพไปกับผู้จัดการคนใหม่ ยังไม่ได้รับเงินเหรอ” จันตาแกล้งถามด้วยสีหน้าแปลกใจมาก
“เงินนั่น .. เงินจากหนานไตรจริงๆ”
“ใช่ คุณณไตรเค้าสงสารเธอมากนะ”
“สงสาร”
จันตาทำหน้าลำบากใจมาก “นี่เนื้อนาง ในฐานะขี้ข้าเหมือนๆ กัน ฉันเตือนด้วยความหวังดีจากใจจริงเลยนะ” จันตาเดินเข้าใกล้เนื้อนาง แกล้งทำแววตาเห็นใจมาก “คุณณไตรเค้าก็ลำบากใจถ้าต้องบอกเธอตรงๆ”
“บอก ... บอกอะไร”
จันตาล้วงการ์ดสีชมพูหวานจ๋อยออกจากกระเป๋าเสื้อ ส่งให้ตรงหน้า เนื้อนางรับมา “เธออ่านหนังสือออกนี่ เปิดสิ.. อ่านเอาเองเถอะ”
เนื้อนางค่อยๆ เปิดซอง ไล่สายตาไปที่ด้านบนสุดของการ์ดสีชมพู เห็นรูปหัวใจที่มีชื่อณไตรกับแขไขเกี่ยวกันไว้อยู่คนละด้าน เห็นแค่นั้นหัวใจเนื้อนางก็แทบจะหยุดเต้น น้ำตาเอ่อขึ้นมา
“คุณณไตรเค้าไม่อยู่หรอก เค้าลงไปบางกอก ไปตระเวนแจกการ์ดแต่งงานกับคุณแขไข” จันตาลอบยิ้มร้าย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นทำแววตาสงสารเนื้อนางเสียเต็มประดา
“หนานไตรจะแต่งงานกับคุณแขไข” สิ้นเสียงที่เอ่ยออกมาอย่างปวดร้าว น้ำตาเนื้อนางหยดลงอาบแก้มทันที

หนานไตรเดินไปเดินมา ว้าวุ่นใจเรื่องเนื้อนาง ธรรพ์เดินออกมาจากด้านใน “แม่นายเป็นยังไงบ้าง ธรรพ์”
“ค่อยยังชั่วขึ้นแล้วครับ” ธรรพ์มองเห็นสีหน้าว้าวุ่นใจของพี่ชายแล้วเตือนขึ้น “พี่น่าจะไปดูแม่นายหน่อยนะครับ แม่นายคงดีใจที่เห็นพี่”
หนานไตรมองธรรพ์
“พี่คงไม่ห่วงแต่เรื่องเนื้อนาง”
“แม่นายมีทุกคน มีฉัน มีนายอยู่ใกล้ๆ แต่เนื้อนาง ... ตอนนี้ เวลานี้ เนื้อนางควรอยู่ที่นี่” หนานไตรแววตาเศร้า เมื่อคิดถึงเนื้อนาง

เนื้อนางปั่นจักรยานมาตามทางคดเคี้ยว น้ำตานองหน้าจนปั่นต่อไม่ไหว ต้องหยุดรถ ปาดน้ำตาที่กลบตา เนื้อนางสะอื้นอยู่อย่างเจ็บช้ำ คิดถึงภาพที่หนานไตรบอกให้รอ
“รอผมอยู่ที่นี่นะครับ เนื้อนาง รอผมมารับ ให้ผมคุยกับแม่นายเรื่องของเรา คุณเชื่อใจผมนะ ยังไงผมก็ไม่แต่งงานกับแขไข”
เนื้อนางหยิบการ์ดแต่งงานที่พิมพ์ชื่อหนานไตรกับแขไขออกมามอง
“หัวใจผมเป็นของเนื้อนางคนเดียว ถ้าไม่มีคุณ ชีวิตผมก็ไม่มีความหมายอะไรอีก”
เนื้อนางคิดถึงความหลังแล้วยิ่งสะอื้น “ตาจ๋า เนื้อนางโง่เอง ทุกคำพูดของหนานไตรมีไว้หลอกผู้หญิงโง่ๆ หนานไตรเค้าไม่ได้รักเนื้อนางเลย”
เนื้อนางฉีกการ์ดทิ้ง กระดาษปลิวกระจายในอากาศ แล้วปั่นจักรยานออกไปด้วยความเจ็บช้ำ

แม่นายมองจันตาที่กำลังรายงานด้วยสีหน้าสะใจ
“น้ำตาไหลพรากๆ แทบเป็นสายเลือด ถ้าแม่นายเห็นหน้าเนื้อนางเมื่อกี้ รับรองเลยค่ะ ว่าแม่นายจะต้องมีความสุขเหมือนได้ขึ้นสวรรค์”
“ขอให้มันไปพ้นๆ จากลูกชายฉัน อย่าได้เจอะได้เจอกันอีก”
แม่นายยิ้ม ลุกลงจากเตียงด้วยความดีใจ ไม่มีท่าทีคนป่วย หนานไตรเปิดประตูเข้ามา จันตาสะดุ้ง
แม่นายไหวตัวรีบทำเป็นเข่าอ่อน เซ จะล้ม “ว๊าย แม่นาย”
หนานไตรพุ่งเข้ามารับร่างแม่นายไว้ ประคองให้นั่งลง
“โธ่ แม่นายขา ยังไม่หายดี จันตาบอกแล้วอย่าเพิ่งลุก นี่คงจะห่วงเรื่องงานศพพ่อเลี้ยง” จันตาบีบสุ้มเสียง
หนานไตรมองแม่อย่างเป็นห่วง “แม่ครับ ไปหาหมอมั้ยครับ ผมพาไปเอง”
“โชคดีที่ณไตรยังห่วงแม่” แม่นายแกล้งทำเป็นค้อน น้ำเสียงน้อยใจ
“ผมรัก เคารพแม่เสมอนะครับ” หนานไตรมองแม่นายด้วยสายตาห่วงจริงจัง
แม่นายแกล้งอ่อนลง จันตาลอบยิ้ม “ได้ยินแบบนี้แม่ก็ดีใจ เสียคุณปู่ไป แม่ก็ใจหายเหมือนกัน ณไตรอยู่ใกล้ๆแม่นะ มีลูกอยู่แม่จะได้มีกำลังใจ” แม่นายกุมมือหนานไตรไว้
หนานไตรยิ้มอ่อนโยน “ครับ แม่” หนานไตรกอดแม่นาย
แม่นายโอบลูกชายไว้ ลอบยิ้มกับจันตา สมใจที่ดึงหนานไตรไว้ได้

บนถนน รถคันหรูของเจ้าแสนพรหมมีแปงขับมาจะลงเนิน เนื้อนางที่น้ำตานองหน้าปั่นจักรยาน เลี้ยวมาจะขึ้นเนิน เนื้อนางปาดน้ำตาไม่ทันมอง รถเจ้าแสนพรหมบีบแตรดังลั่น เนื้อนางหันมองตกใจ เห็นรถพุ่งเข้ามา เนื้อนางล้มลง รถเบรกก่อนถึงร่างเนื้อนางที่ล้มพับไปเพียงคืบ
เจ้าแสนพรหมลงจากรถมา คนขับลงมาจากอีกด้าน เจ้าแสนพรหมพุ่งเข้ามา มองเนื้อนางที่นอนหมดสติแล้วตะลึงกับความสวย “นางฟ้า....ตกลงมาจากสวรรค์ชั้นไหน ... ตายรึเปล่าวะ”
เจ้าแสนพรหมรีบเข้าไปประคองเนื้อนางที่สลบอยู่ ขึ้นมามองหน้าด้วยสายตาเจ้าชู้

แสงคำเดินเร็วมาจากทางปาง คำฝาย กับม่อนดอยยืนหน้าเรือน สีหน้ากังวล
“เนื้อนางกลับมาจากบ้านหนานไตรหรือยัง”
“กลับบ้าอะไรล่ะ ไอ้แสงคำ หายไปครึ่งค่อนวันแล้วเนี่ยะ ไม่รู้จะโดนพวกแม่นาย มันรุมตบตีอีกหรือเปล่า”
คำฝายเล่นงานแสงคำทันที “แกนะแก ปล่อยเนื้อนางไปคนเดียวได้ยังไง”
“ฉันจะไปตามหาเนื้อนาง”
ม่อนดอยบอก “ไปกันให้หมดนี่แหละ”
“เออ ไปๆ รีบไปเลย ยังดีกว่ารออยู่แบบนี้” แสงคำ คำฝาย ม่อนดอยรีบตามออกไป
บุญลือลอบมองอยู่ พอเห็นคำฝาย ม่อนดอย แสงคำวิ่งห่างออกไปไกล บุญลืออ้อมมาลอบขึ้นเรือนเนื้อนางทันที

บุญลือเข้ามาในเรือน มองไปรอบห้อง บุญลือหยิบแบงค์ร้อยที่มัดรวมกัน 20 กว่าใบ สอดไว้ใต้หมอนใบหนึ่ง ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
คุ้มเจ้าแสนพรหม เนื้อนางนอนทอดกายไม่ได้สติอยู่บนเก้าอี้ยาวตัวสวย
เจ้าแสนพรหมขยับเข้าประชิด มองจ้องใบหน้าเนื้อนาง “สวยหยาดฟ้ามาดินขนาดนี้ รอดหูรอดตาฉันไปได้ยังไง ละแวกนี้ฉันก็พลิกใต้เสื่อดูหมดทุกบ้านแล้วนะ”
เจ้าแสนพรหมก้มลงแอบจูบแก้มเนื้อนาง เนื้อนางกะพริบตา กำลังจะฟื้น เจ้าแสนพรหมมองเห็นก็กระเด้งถอยไป ยืนวางมาดภูมิฐาน “เฮ้ย ฉันคือเจ้าชายกลับชาติมาเกิดว่ะ แค่จูบเดียว นางฟ้าก็ฟื้น”
“คุณ ..”
แสนพรหมยิ้มสุภาพ “เจ้าชายแสนพรหม เอ๊ย .. เจ้าแสนพรหม แล้วนี่ก็คุ้มแสนเมืองของฉัน”
เนื้อนางนึก “เจ้าแสนพรหม รถคุณชนจักรยานของฉัน”
“ตามจริงแล้ว รถของฉันวิ่งมาถูกทาง จักรยานของเธอตัดหน้า”
เนื้อนางจะลุกขึ้นแล้วไม่ไหว เพราะวิงเวียนเต็มที
เจ้าแสนพรหมยิ้มด้วยสีหน้าอ่อนโยนเต็มที่ “ไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว ฉันถือว่ามันเป็นอุบัติเหตุแล้วกัน เธอหมดสติไป ฉันก็เลยพามาที่คุ้มของฉันก่อน ไม่อยากให้เรื่องวุ่นวายถึงโปลิศ”
“ขอบคุณนะจ๊ะ เจ้า อย่าเอาผิดเนื้อนางเลยนะ” เนื้อนางพนมมือไหว้อย่างชาวบ้าน
เจ้าแสนพรหมทำทียกมือประคองมือเนื้อนาง แววตาสุภาพเหลือเกิน “ชื่อเนื้อนางเหรอ .. รูปงาม นามเพราะ .. สมตัว จริงๆนะ”
เนื้อนางมองเจ้าแสนพรหมที่กุมมืออย่างตื่นๆ
เจ้าแสนพรหมทำเป็นดึงมือออก “เรียกฉันว่าเจ้าแสนพรหมเถอะ เนื้อนาง อย่ากลัวไปเลย ฉันไม่ได้ถือยศถืออย่างอะไร ชอบช่วยเหลือคนตกทุกข์ม้ากมาก จริงๆนะ” เนื้อนางมองเห็นเจ้าแสนพรหมที่ยิ้มหล่อ ดูอบอุ่นเป็นสุภาพบุรุษมาก

ประกาย เมียเก็บคนที่ 3 ของเจ้าแสนพรหม แต่งตัวสวยเฉี่ยว กำลังฉีดน้ำหอมอยู่หน้ากระจก “ว่ายังไงนะ นังบัวติ๊บ แกพูดใหม่อีกทีสิ เจ้าแสนพรหมไปฉกผู้หญิงที่ไหนมาอีก”
บัวติ๊บ แม่บ้านของคุ้ม จีบปากจีบคอรายงาน “แม่หญิงที่ไหนบ่ฮู้ สวยขนาด”
ประกายวางขวดน้ำหอม ลุกขึ้นด้วยมาดระหง “แกมันขี้จุ๊ ไม่มีหร้อก ผู้หญิงที่ไหนที่จะสวยกว่า ประกาย เมียของเจ้าแสนพรหม” ประกายเดินเชิด กรีดกรายออกไปอย่างไม่เดือดร้อนใจ บัวติ๊บรีบตามออกไป

ประกายก้าวออกมาจากห้อง เจอเอื้องเดือน พิมพา ออกมาจากห้องของตัวเองเหมือนกันๆ เอื้องเดือน เมียเก็บคนที่ 1 พิมพา เมียเก็บคนที่ 2 ของเจ้าแสนพรหมมองจ้องประกาย
เอื้องเดือนถาม “แกจะไปไหน นังประกาย”
ประกายสวน “แล้วแกล่ะ นังเอื้องเดือน นังพิมพา”
พิมพาแจง “คนของฉันมาบอกว่าเจ้าเอาผู้หญิงคนใหม่เข้ามา”
“พวกกระต่ายตื่นตูม” ประกายมองหมิ่น บัวติ๊บที่ตามมาหัวเราะชอบใจที่ได้ยุแหย่ จนทุกคนทะเลาะกัน

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 9 วันที่ 9 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ