อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 9/2 วันที่ 9 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 9/2 วันที่ 9 ต.ค. 57

พิมพาแจง “คนของฉันมาบอกว่าเจ้าเอาผู้หญิงคนใหม่เข้ามา”
“พวกกระต่ายตื่นตูม” ประกายมองหมิ่น บัวติ๊บที่ตามมาหัวเราะชอบใจที่ได้ยุแหย่ จนทุกคนทะเลาะกัน
เอื้องเดือนหมั่นไส้ “ถ้าไม่ใช่กระต่าย แกก็อยู่ที่นี่สิ”
ประกายค้อนขวับทันที “เจ้าเรียกฉันไปหาย่ะ”

พิมพาไม่ยอมแพ้ “เจ้าก็เรียกฉันเหมือนกัน”
“เจ้าเรียกฉันคนแรก” เอื้องเดือนเอาบ้าง
“ไม่จริง แกสองคนน่ะ น้ำพริกถ้วยเก่า เจ้าจะเททิ้งก็เวทนา ต้องชั้นสิ คนใหม่ สวย ชิมไม่เบื่อ กลับเข้าห้องแกเลยไป้ ... นังจิ้นเน่าสองชิ้น” ประกายรีบลงเรือน แต่เอื้องเดือน พิมพาไม่ยอม รีบแย่งลงไปด้วย
เมีย 3 คนของเจ้าแสนพรหมพากันเบียดลงจากเรือน มุ่งหน้าไปทางเรือนใหญ่ทันที


เจ้าแสนพรหมกำลังมองเนื้อนางที่พยายามจะเดิน “เดี๋ยวๆ เนื้อนางจะไปไหนจ๊ะ”
“เนื้อนางต้องกลับปางจ้ะ เนื้อนางต้องจัดการงานศพตาให้เรียบร้อย”
แสนพรหมสายตาซาบซึ้ง “โถ. ... กตัญญูเหลือเกิน น่าสรรเสริญจริงๆนะ”
แปงวิ่งหน้าตื่นเข้ามา พูดขึ้นส่งสัญญาณให้เจ้าแสนพรหมรู้ “มากันแล้วครับ” แปงทำหน้าตาน่ากลัว มองไปทางนอกบ้าน
เจ้าแสนพรหมรู้ทันทีว่าหมายถึงเมีย 3 คน ก็รีบหันมาวางมาดภูมิฐานกับเนื้อนาง “เนื้อนางจ้ะ ฉันเอ็นดูเธอเหลือเกิน เอาอย่างงี้ ฉันรู้ว่าเธอรีบ ให้คนของฉันไปส่งที่บ้านนะจ๊ะ เผื่อวันหลังมีอะไรฉันจะได้ไปเยี่ยมเยียน”
“เจ้าเมตตาเนื้อนางเหลือเกิน”
เจ้าแสนพรหมแตะไหล่เนื้อนางอย่างสุภาพ “ฉันก็เป็นแบบนี้แหละ จิตใจกรุณา เมตตา อุเบกขา แรงนัก จริงๆ นะ ชอบช่วยเหลือคนเค้าไปทั่ว ไม่ได้คิดจะมีบุญคุณอะไรเลย เนื้อนางจ๊ะ ถ้าเนื้อนางลำบาก ขอให้เนื้อนางนึกถึงฉัน นึกถึงคุ้มเจ้าแสนพรหม รีบไปเถอะจ้ะ ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวเราต้องได้เจอกันอีก”
เนื้อนางไหว้ขอบคุณแสนพรหม แสนพรหมละมือจากไหล่เนื้อนาง ส่งสัญญาณให้แปง แปงรีบนำเนื้อนางออกไปทางด้านหลังคุ้ม เจ้าแสนพรหมมองตามตาละห้อย
ที่ด้านหน้าประตู ประกายเดินยื้อแย่ง ปัดเอื้องเดือนกับพิมพาที่พากันแย่งมาเสนอหน้า “เจ้าขา ประกายมาแล้วค่ะ”
เจ้าแสนพรหมหันไป ประกายวิ่งหน้าเริ่ดมา ตามด้วยเอื้องเดือน พิมพา สามคนมาถึง ประกายพุ่งเข้ากอดซ้ายเจ้าแสนพรหม เอื้องเดือนกอดขวา พิมพามาหลังสุด กอดขานัวเนีย
“ไหนคะ ไหนคะ ใครมันว่าเจ้าเอาผู้หญิงคนใหม่ เข้ามาในคุ้ม”
“ใครมันช่างฟ้อง ฉันจะตบปากแหกถึงหู”
บัวติ๊บที่ตามมาหลังสุด ได้ยินก็สะดุ้ง หลบเลี้ยวไปอีกทาง หนีหน้าเจ้า
“นังบัวติ๊บน่ะสิคะ มันหาว่าเจ้าจะเอาเมียใหม่เข้ามาในคุ้ม ประกายไม่ยอมนะคะ” ประกายผลักเอื้องเดือน ขาแกว่งไปเตะพิมพา รวบเจ้าแสนพรหมมากอดไว้แน่นคนเดียว “ไหนเจ้าว่ารักประกายที่สุด ประกายจะเป็นเมียคนสุดท้ายของเจ้า”
เอื้องเดือน พิมพาจะเข้ามาหาเจ้าแสนพรหม ประกายไม่ยอม จับหน้าเจ้าแสนพรหมมาใกล้ ให้มองตัวเองคนเดียว “บอกสิคะว่าเจ้ารักประกายที่สุด”
ประกายทำท่าปูไต่ลงบนอกเจ้าแสนพรหมที่แววตาซุกซน
เจ้าแสนพรหมมองหน้าประกาย “รักคนเดียว” ประกายยิ้มเชิด เจ้าแสนพรหมเปลี่ยนเสียง “แล้วก็ ... เดี๋ยวเดียวด้วย” เจ้าแสนพรหมผลักประกายพ้นหน้า เอื้องเดือน พิมพาหัวเราะเยาะประกาย
“ไม่ยอมนะ ประกายไม่ยอม”
เจ้าแสนพรหมเปลี่ยนสีหน้าเป็นดุ “ไม่ยอมอะไร จำใส่กะลาหัวไว้เลยนะ ว่าพวกแกมันเมียขัดดอก พ่อแม่เอามาล้างหนี้กับชั้น” สามเมียหน้าตาฮึดฮัด เถียงไม่ได้ “ฉันจะพาเมียอีกกี่คนเข้ามาในคุ้ม มันก็ความพอใจของชั้น อย่าได้เสนอหน้ามาห้าม!!! เดี๋ยวปั้ด หลังแหวน หลังเท้า” เจ้าแสนพรหมเงื้อมือ ยกเท้าจะเตะ
สามเมียกรี๊ดกร๊าด เอื้องเดือน พิมพารีบหลบหลังประกาย ดันเอาประกายขึ้นหน้า เจ้าแสนพรหมทำท่าจะตบตีสามเมีย คนละบุคลิกกับที่แสดงต่อหน้าเนื้อนางอย่างสิ้นเชิง

เนื้อนางกลับเข้ามาในปาง คำฝาย ม่อนดอย แสงคำยืนกันอยู่ สีหน้ากังวลเพราะยังหาเนื้อนางไม่เจอ
คำฝายหันมาเห็นเนื้อนางก็เรียก “เนื้อนาง เนื้อนางกลับมาแล้ว”
สามคนวิ่งเข้าไปหาเนื้อนางด้วยความดีใจ แสงคำโล่งอก “หายไปไหนมาเนื้อนาง รู้มั้ยอ้ายเป็นห่วง”
“แล้วเจอหนานไตรมั้ย พวกแม่นายทำอะไรตั๋วหรือเปล่า” คำฝายจับเนื้อนางหมุนวนรอบตัวดูความเรียบร้อย
เนื้อนางหน้าเศร้าลง “อย่าพูดถึงหนานไตรอีก”
“อะไร หนานไตรทำอะไรตั๋ว”
“เนื้อนางบอกว่าอย่าพูดชื่อนี้อีก” สามคนตกใจเนื้อนางเสียงแข็งจนทั้งสามคนตกใจ เนื้อนางมองเมินไปทางอื่น พยายามกลั้นน้ำตา “หนานไตรกำลังจะแต่งงานกับคุณแขไข”
สามคนตกใจ แสงคำอุทานออกมาด้วยความแค้น “ไอ้ชั่วหนานไตร!!”
ม่อนดอยไม่เชื่อ “ไม่จริง หนานไตรรักเนื้อนาง”
“เค้าไม่ได้รักเนื้อนาง เค้าหลอกว่ารัก ทุกอย่างที่หนานไตรทำ คือความหลอกลวง” เนื้อนางสะบัดหน้าวิ่งหนีทุกคน สามคนรีบวิ่งตามไปด้วยความเป็นห่วง

เนื้อนางวิ่งมาถึงหน้าเรือน รัญจวน กำปุ้ง สร้อยฟ้ากับคนงานหลายคนยืนอยู่ คำฝาย แสงคำ ม่อนดอยเดินมายืนข้างเนื้อนาง
รัญจวนเล่นงานทันที “มาแล้วเหรอ นังขี้ขโมย”
“ใครขี้ขโมย อย่ามาหาเรื่องฉันนะ”
กำปุ้งเสริม “ตีหน้าสวย หน้าซื่อเก่งนักนะ แกน่ะมันขี้ขโมย เงินเดือนคนงานที่คุณบุญลือ ผู้จัดการสุดคมเข้มคนใหม่เก็บไว้ หายไป”
สร้อยฟ้าเสริม “คุณบุญลือก็เลยให้ค้นทุกบ้าน พวกฉันกับชาวบ้านมาช่วยกันค้นที่นี่”
รัญจวนชูแบงค์ร้อย 20 ใบเป็นปึกออกมา “เราเจอไอ้นี่ เงินปึกนี้ทั้งปึกในเรือนแก พวกชั้นไม่ได้กลั่นแกล้งแน่นอน ทุกคนเป็นพยานได้”
แสงคำโมโห “ปากชั่ว”
สร้อยฟ้าหาเรื่อง “ไม่รู้ซีนะ ลองขโมยหนานไตร แฟนคุณแขไขได้ อย่างอื่นมันจะขโมยยากอาไร้”
แก๊งค์รัญจวนกรีดเสียงหัวเราะ
“อีปากแบบนี้ มันไม่ตายดีแน่” คำฝายพุ่งเข้าไปทางสร้อยฟ้า
กำปุ้งจับคำฝายเหวี่ยงกลับไปทางพวกเนื้อนาง “แกนั่นแหละที่จะตายเป็นศพอนาถา ถ้าเมื่อไหร่คุณบุญลือตัดสินความนังเนื้อเน่า”
ม่อนดอยยืนยัน “เนื้อนางอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด ไม่มีนิสัยขี้ขโมย ทุกคนก็รู้”
รัญจวนใส่ต่อ “ตอนนี้มันไม่เหมือนแต่ก่อนแล้วนี่ยะ หวังจะเป็นคุณนายปาง สุดท้ายฝันค้าง.. แต่งงานได้ไม่ทันไร”
สามคนพูดพร้อมกัน “ผัวฉันหายยยยยย”
เนื้อนางหน้าชาด้วยความอาย คำฝายอยากจะเข้าไปตบ พวกรัญจวนลอยหน้า

ที่เรือนสำนักงาน บุญลือยืนท่ามกลางสองฝ่าย ที่เผชิญหน้ากัน “ตามกฎของปาง โทษหนักสุดของคนขี้ขโมย คือ...”
เนื้อนางมองบุญลือ พวกรัญจวนลอยหน้า รัญจวนยุ “ไล่มันค่ะ คุณบุญลือ”
สามคนเร่ง “ออกไป ออกไป ออกไป”
ม่อนดอยรับประกัน “ฉันยืนยันได้ เนื้อนางไม่ใช่คนขี้ขโมยอย่างที่ปากหมาสามตัวนี่มันใส่ความ”
สร้อยฟ้าฟ้อง “มันพวกเดียวกันค่ะ คุณผู้จัดการคนใหม่”
คนงานพากันมอง 3 คนตะโกน ไล่มัน ออกไป
เนื้อนางพูดขึ้น “ไม่ต้องไล่ ถ้าจะตัดสินกันง่ายๆ ไม่มีความยุติธรรม ฉันก็ไม่ขออยู่ที่นี่อีก”
“เนื้อนาง” คำฝายตกใจ
“ไม่ต้องกลัวหรอกพี่คำฝาย มีสมอง มีสองมือ ไม่มีวันอดตาย ที่ไหนเค้าไม่ต้องการ เราก็อย่าทนอยู่” เนื้อนางหันไปทางบุญลือ “ขอแค่จัดการงานศพตาเสร็จ ฉันจะไปจากที่นี่ ไม่ต้องให้ใครมาไล่อีก”
สร้อยฟ้าไล่ “ไสหัวแกไปด้วยนะ นังคำฝาย”
“กูไปแน่ ขืนอยู่ มีหวังได้ฆ่าไอ้พวกกิ้งก่าเปลี่ยนสีตายคามือ”
กำปุ้งหันไปทางแสงคำ “แกล่ะ อ้ายแสงคำ หอบผ้าหอบผ่อนตามไปด้วย ประสาสุนัขรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ใช่มั้ย”
แสงคำไม่พูดไม่ตอบ ตรงเข้าไปชกกำปุ้งเต็มหมัด กำปุ้งหน้าหงายลงไปชักกระแด่วๆ ดิ้นกับพื้น รัญจวน สร้อยฟ้าวี้ดว้าย วิ่งหลบหลังบุญลือ
บุญลือจ้องแสงคำ “มึงแค่คนงาน อย่าอันธพาล”
เนื้อนาง คำฝาย ม่อนดอยรีบดึงแสงคำ
“จำไว้ คนอย่างพวกกู ไม่เคยขโมยของใคร ไม่เคยตลบแตลง ปลิ้นปล้อน หลอกลวงใคร อย่าหยามน้ำใจ อย่าคิดว่าจะข่มเหงกันยังไงก็ได้ เพราะกูก็มีมือมีเท้า รู้จักเจ็บรู้จักแค้นเหมือนกัน” แสงคำคำราม
พวกรัญจวนพากันหลบไปใกล้บุญลือ เนื้อนางกับพวก มองจ้องบุญลือ ด้วยสายตาตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะไม่ทนอยู่อีกแล้ว

หนานไตรทิ้งตัวลงนั่งลงอย่างเหนื่อยล้ากับงานศพที่ผ่านไปแต่ละค่ำคืน แขไขยื่นถ้วยชามาตรงหน้า หนานไตรหันมอง “จะปฏิเสธความห่วงใยของแขอีกใช่มั้ยคะ”
“ขอบคุณครับ” หนานไตรยิ้มขอบคุณ แล้วรับถ้วยชามาดื่มอย่างรักษามารยาท
แขไขยิ้มมอง สีหน้ามีความสุข “คุณปู่เป็นที่รักของคนที่นี่เหลือเกิน แขชื่นใจแทนพี่ไตร หิมวัตมีทั้งชื่อเสียง เงินทอง เกียรติยศอย่างที่ไม่มีใครเทียบได้”
“เกียรติเกิดจากความจริงใจ ความทุ่มเทที่เราอยากให้คนอื่นมีความสุข ไม่เอาเปรียบใคร เงินทองทุกบาททุกสตางค์คุณปู่ท่านทำงานหนัก เก็บสะสมไว้ ผมที่เป็นหลานก็สมควรจะรักษาไว้ให้ดีมากยิ่งขึ้น”
“พี่ไตรไม่อยากลงไปทำธุรกิจที่พระนครบ้างเหรอคะ”
“ไม่ครับ ผมรักที่นี่”
“คงจะรักมากโดยเฉพาะปางไม้ของคุณปู่” หนานไตรหันมองแขไข แขไขหน้าเชิด “แขเห็นพี่ไตรทุ่มเททำงานที่ปางไม้ ลมหายใจเข้าออก ก็คิดถึงแต่ที่นั่น”
“ถูกแล้วครับที่ทุกลมหายใจเข้าออก ผมจะคิดถึงปางไม้ เพราะหัวใจผมอยู่ที่นั่น”
“แล้วที่นั่งอยู่ตรงนี้น่ะ อะไรคะ ซากพี่ไตรหรือคะ แขไม่เข้าใจ เมื่อไหร่พี่ไตรจะลืมเนื้อนาง”
“ไม่มีวันหรอกครับ เพราะเนื้อนางคือภรรยาของผม”
“เมียที่ไม่มีใครยอมรับ”
“สำหรับความรัก แค่ผมคนเดียวยอมรับว่าเนื้อนางเป็นเมีย ก็พอแล้วไม่ใช่หรือครับ” หนานไตรวางถ้วยชา มองแขไขด้วยแววตาเรียบนิ่ง มีอำนาจ “ขอบคุณที่คุณแขห่วงใยผมมาตลอด แต่คนอย่างผม ไม่ว่าจะเป็นหนานไตรหรือพ่อเลี้ยงณไตร ผมก็ยังยืนยันว่า ไม่มีใครจะเปลี่ยนหัวใจผมไปจากเนื้อนาง ภรรยาที่รักของผมได้” หนานไตรพูดแล้วเดินออกไป
แขไขกำมือ ตัวสั่นด้วยความโกรธ “เนื้อนาง .. ฉันนี่แหละจะลบชื่อแกไปจากใจพี่ณไตร”

เนื้อนางนั่งอยู่ด้านบนเรือนกับคำฝาย สีหน้าเศร้าที่ต้องจากเรือน แสงคำกับม่อนดอยอยู่หน้าเรือน
“เสร็จงานศพตา เนื้อนางจะไปจากที่นี่ทันที”
“แกไม่ต้องไปด้วยหรอกนะ ไอ้ม่อนดอย อยู่รับใช้ผู้จัดการคนใหม่ไป”
“ไม่ล่ะ มาไม่ทันไรก็หาเรื่องกันอย่างนี้ อยู่ไปฉันก็ต้องโดนถีบกระเด็นออกไปอยู่ดี”
เนื้อนางมองแสงคำ แสงคำยิ้มให้เนื้อนาง “ไม่ต้องถามอ้ายหรอก เนื้อนางอยู่ที่ไหน อ้ายก็อยู่ที่นั่น”
“เออดี หมาหัวเน่า 4 ตัว ไปพร้อมๆกัน ว่าแต่ปางไหนเค้าจะรับเราทั้งหมดล่ะ” คำฝายอุ่นใจที่ทุกคนไปด้วยกัน แต่ก็อดวิตกไม่ได้
“เนื้อนางมีที่อยู่จ้ะ มีคนช่วยเราได้”
“ใครน่ะ เนื้อนาง ไว้ใจได้หรือเปล่า” คำฝายสงสัย
“ไว้ใจได้จ้ะ เนื้อนางจะพาพวกเราไปขออาศัยเค้า”
ม่อนดอยลังเล “เนื้อนาง คิดดีแน่แล้วนะ รอหนานไตรอีกหน่อยมั้ย”
“เอ๊ะ ไอ้ม่อนดอย ก็เนื้อนางพูดอยู่ว่าไอ้หนานไตรมันจะไปแต่งงานกับนังผู้ดีแขไข แกจะให้เนื้อนางรอมันทำไมอีก อย่าให้เจอหน้านะ แม่จะตบๆๆให้สมความเลวที่มันมาหลอกเนื้อนาง”
“ช่างเค้า พี่คำฝาย เนื้อนางโง่เองที่เชื่อหนานไตร ตาเตือนเท่าไหร่ เนื้อนางก็ดื้อ ดื้อแล้วมันก็ต้องเจ็บอย่างนี้ เจ็บให้จำจนวันตาย” ทุกคนมองเนื้อนางที่แววตากล้ำกลืนความเจ็บช้ำ

หนานไตรตื่นมาตอนเช้า ยืนมองไปไกล เหมือนจะส่งใจไปถึงเนื้อนางที่อยู่ไกล ธรรพ์มองพี่ชายจากด้านหลังด้วยแววตาสงสาร หนานไตรหลับตาลงคิดถึง เวลาที่ได้ใกล้ชิดเนื้อนาง สีหน้าหนานไตรมีแต่ความหวังว่าจะได้กลับไปกอดเนื้อนางอีกครั้ง
เนื้อนางยืนอยู่หน้าเรือนหอต้นไม้ เนื้อนางมองไปด้านใน คิดถึงวันเวลาที่เคยมีหนานไตร น้ำตาเนื้อนางหยดลงมา ก่อนจะปิดประตูเรือนลงช้าๆ เนื้อนางหันหลังออกจากเรือนห่างออกไปทุกที อย่างต้องการจะทิ้งความหลังทุกเรื่องไว้ที่นี่

คำฝาย ม่อนดอย เดินนำมา แสงคำเดินข้างเนื้อนาง ทุกคนมีห่อผ้า กระเป๋า ชะลอมพะรุงพะรัง รัญจวน กำปุ้ง สร้อยฟ้ายืนรออยู่แล้ว สามคนพอเห็นพวกเนื้อนางเดินมาก็พนมมือ
รัญจวนเริ่ม “ไปแล้วไปลับ”
สร้อยฟ้าเสริม “ไปไม่ต้องกลับ”
กำปุ้งว่าตาม “ไปสู่ที่ชอบๆ”
3 คนสวด “อกุศลา ธรรมา”
บุญลือเดินมามองทั้ง 2 กลุ่ม คำฝายไม่พอใจ “ก่อนไป ขอตบปากเรียงตัวหน่อยเถอะ”
รัญจวนท้า “เข้ามาซี้ อยากจะฝากรอยมือไว้ที่หน้าเอ็งเหมือนกัน”
ม่อนดอยห้าม “พอๆ คำฝาย พระท่านว่า หมากัดอย่ากัดตอบ”
แสงคำไม่เห็นด้วย “ไม่ต้องกัดหรอก เตะเรียงตัวเลยดีกว่า”
พวกรัญจวนจำได้ว่าแสงคำเอาจริง ก็พากันถอยห่างสองสามก้าว รัญจวนเสียงดัง “ขอให้โชคดี มีผัวใหม่อุปการะเร็วๆ นะยะ เนื้อนาง”
“อุ๊ย คุณพี่ขา เนื้อนางมันมีผัวสำรองอยู่แล้วล่ะค่ะ กล้ามแน่น แต่โง่เป็นแรด นั่นไงคะ ไอ้ถึก”
สามคนทำเป็นมองไปที่แสงคำ แล้วหัวเราะคิก ไม่ทันระวัง เนื้อนางพุ่งเข้าไปตบปากรัญจวนดังเผียะ
กำปุ้ง สร้อยฟ้าตกใจ แสงคำ คำฝายกำหมัดพร้อมลุยทันที
“สำหรับปากชั่วๆของแก รัญจวน เป็นผู้ใหญ่ซะเปล่า คิดแต่เรื่องต่ำๆ ฉันจะเป็นตายร้ายดียังไง แกไม่ต้องรอสมน้ำหน้า เพราะชั้นต้องไปได้ดีกว่าที่แกคิด”
เนื้อนาง คำฝายกวาดตามองทั้ง 3 คนอย่างไม่กลัว
คำฝายด่าซ้ำ “นกแสกลิ้นสองแฉกอย่างพวกแก ระวังตัวให้ดีเถอะ วันไหนสอพลอนายใหม่ไม่เข้าหู ระวังจะกระเด็นออกไปไม่มีที่ซุกหัวนอน”
เนื้อนางสะบัดหน้าเดินออกไป คำฝายหัวเราะสะใจดังลั่น ตามเนื้อนางออกไปอีกคน ม่อนดอย แสงคำมองจ้อง สามคนไม่กล้า ได้แต่เต้นเร่าๆ มองเนื้อนางกับพวกที่ออกไปจากปาง
รัญจวนแค้น “ฉันจะแช่งแก เนื้อนาง แช่งทุกวันทุกคืน”
“ยิ่งแช่งมันจะยิ่งได้ดีกว่าเราหรือเปล่าคะ คุณพี่”
รัญจวนหันไปตบปากกำปุ้งแทน บุญลือมองพวกเนื้อนางออกไปด้วยสายตาพอใจ

ทั้ง 4 คนเดินกันมา ข้าวของพะรุงพะรัง เนื้อนางเดินนำทุกคน
ม่อนดอยยังสงสัย “ที่ปางใหม่ เค้าจะรับคนงานพร้อมกัน 4 คนเลยเหรอวะ แสงคำ”
“ต้องรับสิ ถ้าไม่รับเราทั้งหมด ฉันก็ไม่ทำงานให้หรอก”
คำฝายหันไปมองเนื้อนาง “เนื้อนาง ตั๋วยังไม่บอกเลยว่าจะพาเราไปหาใคร”
“เนื้อนางจะพาเราไปหาเจ้าแสนพรหมจ้ะ”
สามคนมองหน้ากันงงๆ ไม่เคยได้ยินชื่อ แววตาเนื้อนางเชื่อมั่นว่าเจ้าแสนพรหมจะเป็นที่พึ่งได้

เจ้าแสนพรหมกำลังนอนหลับ ในท่าสบาย เสียงกรนดังสนั่น
แปงวิ่งเข้ามา “มาแล้วเจ้า มาแล้ว”
เจ้าแสนพรหมตกใจ ลุกพรวด ผ้าแพรเกือบหลุด คว้าไว้แทบไม่ทัน “อะไรไอ้แปง เมียแก่กูตายเหรอวะ แหกปากซะลั่น”
“เนื้อนางมาหาเจ้าครับ รออยู่ที่รั้ว”
“เนื้อนางคนงาม!!! แล้วเอ็งจะให้เค้าตากแห้งอยู่ริมรั้วหรือไง ไอ้นี่ ก็รีบพาเข้ามาสิวะ ข้าอยากจะกอดรับขวัญร่างน้อยๆ สั่นระริกๆ เต็มทีแล้ว”
“มากัน 4 คน ครับเจ้า มีผู้ชายด้วย 2 คน”
“ผัวหรือเปล่า”
“ไม่รู้ครับ”
“คุ้มข้าไม่ต้อนรับผู้ชาย เอาเข้ามาแต่ผู้หญิง” เจ้าแสนพรหมสั่งด้วยแววตาหื่นกระหาย

เนื้อนาง คำฝาย แสงคำ ม่อนดอยยืนอยู่หน้าประตูรั้ว แปงยืนอยู่ตรงข้าม
“เจ้าบอกว่าให้เนื้อนางกับนังหน้าตาแปลกคนนี้เข้ามาได้” เนื้อนางดีใจเดินนำ คำฝายเดินตาม ม่อนดอยกับแสงคำจะตาม แปงรีบกั้นมือห้าม “ผู้ชายห้ามเข้า”
ม่อนดอยงง “อะไรล่ะ น้า .. ก็มาด้วยกัน”
แสงคำยืนกราน “ฉันต้องอยู่กับเนื้อนาง”
“ที่นี่มีคนงานผู้ชายเยอะแล้ว เจ้าท่านอยากสอบถามเนื้อนางให้รู้เรื่องก่อน”
“สองคนนี้ไว้ใจได้จ้ะ เป็นเพื่อนเนื้อนาง”
“ไปคุยกับเจ้าเองแล้วกัน”
“ให้ข้าเข้าไปด้วย”
แปงขู่ “ไม่ได้ ถ้าเรื่องมาก ก็ออกไปให้หมดเลย”
เนื้อนางสีหน้าไม่ดี คำฝายรีบบอก “เอาอย่างงี้ เอ็งสองคนไปหาที่นอนคืนนี้ก่อน ไม่ต้องห่วงเนื้อนาง มีข้าอยู่ด้วย ไม่ต้องกลัว”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 9/2 วันที่ 9 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ