อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 9/3 วันที่ 10 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 9/3 วันที่ 10 ต.ค. 57

แปงขู่ “ไม่ได้ ถ้าเรื่องมาก ก็ออกไปให้หมดเลย”
เนื้อนางสีหน้าไม่ดี คำฝายรีบบอก “เอาอย่างงี้ เอ็งสองคนไปหาที่นอนคืนนี้ก่อน ไม่ต้องห่วงเนื้อนาง มีข้าอยู่ด้วย ไม่ต้องกลัว”
“อ้ายแสงคำ ม่อนดอยไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ เจ้าแสนพรหมเป็นคนดี เดี๋ยวเนื้อนางจะขอให้เจ้ารับอ้ายแสงคำกับม่อนดอยมาทำงานที่นี่ด้วย”

แปงหันไปมองคนงาน คนงานดึงประตูเล็กจะปิด
“เนื้อนาง พรุ่งนี้อ้ายจะมาหานะ” แสงคำมองเนื้อนางกับคำฝายที่อยู่ด้านใน
“จ้ะ อ้ายแสงคำ เนื้อนางจะรอ”


คนงานปิดประตูคุ้มลง กั้นสายตาแสงคำกับม่อนดอยออกจากเนื้อนาง คำฝาย
“ทีนี้เหลือเอ็งกับข้า รีบไปสมัครงานที่ปางใหม่กันก่อน เดี๋ยวจะมืดค่ำ” ม่อนดอยชวน
“ข้าไม่อยากแยกจากเนื้อนาง” แสงคำไม่อยากทิ้งเนื้อนางไว้ที่คุ้มตามลำพัง
“ปางใหม่ จะเป็นยังไงก็ไม่รู้ ให้เนื้อนางกับคำฝายอยู่ในคุ้มใหญ่โตเนี่ยะ มันน่าจะปลอดภัยกว่านะ”
แสงคำฟัง แต่สีหน้ายังไม่ค่อยสบายใจ เพราะเป็นห่วงเนื้อนาง

เนื้อนางกับคำฝายเดินตามแปงเข้ามาหยุดอยู่ในคุ้ม
คำฝายมองความใหญ่โตของคุ้มอย่างตื่นตา “ตายแล้ว เนื้อนาง ตั๋วไปรู้จักเจ้าแสนพรหมตอนไหน คุ้มใหญ่ขนาดนี้ ไม่อยากจะนึกเลย เจ้าท่านจะต้องสืบสายตระกูลมาจากขุนนางเก่าแก่ ต้องสูงใหญ่ หล่อล่ำปานเทพบุตร”
เจ้าแสนพรหมเดินเท่ออกมา คำฝายเห็นเจ้าแสนพรหมแล้วอึ้ง “เทพบุตร!!! ทำไมตัวกุดเหลือแค่นี้” คำฝายอ้าปากค้าง
เจ้าแสนพรหมเดินมาดันคางให้คำฝายปิดปาก “นี่ใคร ขี้เหร่แล้วยังตาเซ่อ มองไม่เห็นรูปทองของฉัน” เจ้าแสนพรหมตวัดสายตามองคำฝายอย่างไม่ชอบขี้หน้าเท่าไหร่
เนื้อนางรีบบอกเจ้าอย่างเกรงใจ “พี่คำฝาย พี่สาวเนื้อนางเองจ้ะ เจ้า”
“คงจะไม่ใช่พ่อแม่เดียวกันละสิ ถึงอัปลักษณ์ผิดพี่ผิดน้องขนาดนี้”
“แหม ก็ไม่ได้น่าเกลียดขนาดนั้น มีดีซ่อนๆอยู่บ้างเหมือนกันนะ”
“เราโตมาด้วยกันจ้ะ” เนื้อนางรีบสะกิดคำฝายเพราะกลัวเจ้าแสนพรหมโกรธ
คำฝายถึงกับพนมมือ ทรุดนั่ง “คำฝายกราบขอประทานโทษเจ้าแสนพรหม คำฝายมีตาหามีแววไม่ เจ้าช่างเปรียบดั่งเจ้าชายลอยละลิ่วลงมาจากสวรรค์ชั้นฟ้า”
เจ้าแสนพรหมบ้ายอ ปรายตามองคำฝาย “หน้าตาพอดูได้ขึ้นมานิดนึงละ”
เนื้อนางทรุดลงนั่งข้างคำฝาย “เนื้อนางจะขอมาสมัครเป็นคนงานในคุ้มเจ้าแสนพรหมจ้ะ”
แสนพรหมยิ้มกว้าง “รับเลย”
คำฝายทำเสียงหวาน ชะม้ายตา “คำฝายด้วยเจ้า”
แสนพรหมกระชากเสียง “คิดดูก่อน”
“เนื้อนางกับพี่คำฝายจะขอความเมตตาจากเจ้า เราสองคนหนีร้อนมาพึ่งเย็น จะให้เราทำงานอะไรก็ได้ งานหนักแค่ไหน เราสองคนก็ทำได้จ้ะ”
เจ้าแสนพรหมมองเนื้อนางตาเป็นมัน แต่พยายามรักษาอาการ “โถ เนื้อนาง จะให้ฉันผลักไสเด็กดีๆ อย่างเธอไปได้ยังไง ฉันดีใจมากที่เธอนึกถึงฉันเป็นคนแรก”
“กราบขอบพระคุณเจ้า” คำฝายก้มลงไหว้
เจ้าแสนพรหมเดินผ่านไปประคองไหล่เนื้อนางขึ้นมายืน คำฝายยิ้มค้าง “เดี๋ยวฉันจะให้แปงมันพาไปอยู่ที่เรือนเล็ก เอ่อ..ไม่ดี ๆ อยู่เสียที่เรือนใหญ่นี่แหละ ใกล้ๆฉัน”
คำฝายกับเนื้อนางมองเจ้า เจ้าแสนพรหมทำเป็นพูดกลบเกลื่อน น้ำเสียงเมตตา “เรือนนี้ ห้องหับว่างอยู่เยอะ อยู่กันซะที่นี่ จะได้เรียกหากันง่ายๆ”
“ขอบคุณเจ้ามากจ้ะ ถ้าไม่มีเจ้า เนื้อนางกับพี่คำฝายก็ไม่รู้จะไปพึ่งใคร” เนื้อนางก้มลงไหว้เจ้าด้วยสายตาดีใจ
คำฝายกราบพร้อมชะม้ายตาให้ แต่เจ้าแสนพรหมไม่มองคำฝายเลย หันมายิ้มกับเนื้อนางอย่างมีความสุขที่สุด

หนานไตรเดินออกมาจากด้านใน เห็นธรรพ์กำลังยืนดูสมุดรายการสั่งงานอยู่ “ธรรพ์ ฉันเป็นห่วงเนื้อนาง สังหรณ์ใจยังไงบอกไม่ถูก”
ธรรพ์ยิ้ม “ผมว่าไม่ใช่สังหรณ์ สงสัยจะข้าวใหม่ปลามัน อยากกอดเมียมากกว่า”
“เออ...แกนี่รู้ใจพี่ที่สุด” หนานไตรยิ้ม
ธรรพ์ปิดสมุด “พี่ไปที่ปางเถอะครับ งานศพก็จัดเตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว”
“ขอบใจมาก ธรรพ์ นายเป็นน้อง เป็นเพื่อน เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของพี่จริงๆ” หนานไตรกอดน้องเบาๆ แล้วรีบผละออกไป
ธรรพ์มองตามพี่ชายด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
แขไขเดินออกมา เห็นหลังหนานไตรไวไวก็ถามขึ้น “พี่ไตรไปไหนคะ”
ธรรพ์หันมาเห็นแขไขก็รีบปฏิเสธช่วยพี่ “ไปหาตุ๊เจ้าที่วัด ปรึกษาเรื่องวันเผาคุณปู่น่ะครับ”
“แน่เหรอคะ”
“แน่สิครับ เดี๋ยวพี่ไตรก็กลับมา” ธรรพ์ยิ้มไม่มีพิรุธ
แขไขมองด้วยสายตาไม่วางใจ

เจ้าแสนพรหมพาเนื้อนางกับคำฝายมาที่ห้องนอน “อยู่กันซะที่นี่แหละนะ ใกล้ๆห้องฉัน มีอะไรก็จะได้เรียกหาสะดวกๆ”
“เจ้าจะให้เนื้อนางกับพี่คำฝายทำงานอะไรบ้างจ้ะ
“ยังไม่ต้องรีบ พักกันให้สบายก่อนเถอะเนื้อนาง อยู่กันตามสบายคิดซะว่าเป็นบ้านของเนื้อนางก็แล้วกันนะ”
เนื้อนาง คำฝายยิ้มดีใจ เจ้าแสนพรหมมองแล้วทำเป็นถอย ปิดประตูออกไป
คำฝายหันมองเนื้อนางทันที “เหมือนเจ้าแสนพรหมชุบชีวิตใหม่เราเลยนะ” คำฝายทำตาฝัน “เนื้อนาง พี่ถามจริงๆ พี่เหมาะกับตำแหน่งเจ้านางแห่งคุ้มนี้ใช่มั้ย”
เนื้อนางหัวเราะขำ “เหมาะจ้ะ พี่คำฝายเหมาะที่สุด”
“รับรองนะเนื้อนาง ถ้าพี่ได้ดิบได้ดี พี่คนนี้จะไม่ทอดทิ้งเนื้อนางเลย คิดแล้วก็อยากจะกลับไปหัวร่อนังผีสามป่าช้า รัญจวน กำปุ้ง สร้อยฟ้าเหลือเกิน ถ้ามันรู้ว่าเรามาอยู่สุขสบายแบบนี้ มันคงอกแตกตาย” คำฝายหัวเราะดัง
เนื้อนางยิ้มออก มีความสุขขึ้นมาบ้าง

รัญจวน กำปุ้ง สร้อยฟ้าที่พากันถือข้าวของมาหยุดหน้าเรือน
“คุณบุญลือ ผู้จัดการคนใหม่ขา รัญจวนขนของมาตามคำสั่งแล้วคร๊า”
บุญลือเดินออกมาจากด้านใน มองรัญจวน กำปุ้ง สร้อยฟ้าที่หอบเสื้อผ้า ของใช้พะรุงพะรังติดตัวมา
สร้อยฟ้าสงสัย “จะให้เราย้ายไปอยู่ที่ไหนเหรอคะ ถึงให้ขนของมาวันนี้เลย”
“สงสัยจะเรือนใหญ่ เพราะว่าเราทำความดีความชอบ ช่วยไล่เนื้อนาง”
สามคนหัวเราะคิกคัก ดีใจล่วงหน้า
“เธอสามคนออกไปจากปางนี้ได้แล้ว”
3 คนของหล่นจากมือทันที รัญจวนเหวอ “อะไรนะคะ ไล่พวกเราออกจากปางไม่ได้นะคะ”
“ฉันได้รับคำสั่งมาจากคุณณไตร บอกว่าพวกเธอชอบหาเรื่องทะเลาะ นินทาคนอื่น ขี้เกียจ”
“ใส่ร้ายป้ายสีพวกเราที่สุด” กำปุ้งเถียง
“ฉันขอไล่พวกเธอวันนี้เลย”
สร้อยฟ้าไม่ยอม “ไม่ได้นะ จะมาไล่ล้างบางกันแบบนี้ไม่ได้นะ”
บุญลือหันไปทางคนงาน “ลากออกไป คนไหนเรื่องมาก ฟันปากแล้วหมกกลางป่า”
สามคนตกใจ คนงานชายพากันเข้ามากระชากแขกสามคนลากออกไป
รัญจวนพยายามอ้อนวอน “คุณบุญลือขา ผู้จัดการคนใหม่แสนดี เห็นใจ สงสารเราเถอะนะคะ อย่าไล่เราไปเลย พวกเราไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน”
“ไม่ไป กำปุ้งไม่ไป กำปุ้งขอตายที่นี่”
บุญลือหยิบปืนบนโต๊ะทำงานขึ้นมา “งั้นแกได้ตายสมใจ”
กำปุ้ง สร้อยฟ้า รัญจวนแหกปากร้องลั่น วิ่งหนี ชนกันวุ่นวายรีบออกไปจากปางด้วยความกลัวตาย

คำฝายกับเนื้อนางเดินออกมาจากห้อง มองไปรอบๆคุ้ม
“พี่คำฝาย เนื้อนางอยากจะขอเจ้าเรื่องอ้ายแสงคำกับม่อนดอย”
“อย่าเพิ่ง พี่ว่าเราทำงานให้เจ้าไปสักพักก่อน ให้ท่านเห็นว่าเราขยัน ทำงานดี ทีนี้ถ้าเนื้อนางจะขอให้ม่อนดอยกับอ้ายแสงคำมาทำงานที่นี่ เจ้าแสนพรหมท่านก็จะได้อนุญาต” เนื้อนางฟัง คำฝายหัวเราะระริก “หรือไม่อีกที ก็รอให้พี่เป็นเจ้านาง” คำฝายแววตาฝัน “ซึ่งคงอีกไม่นานเท่าไหร่ พี่ก็จะสั่งให้ราชรถไปรับม่อนดอยกับแสงคำมาอยู่ด้วย”
“ยังไม่มืดสักหน่อย ฝันกลางวันแสกๆ เลยนะ”
คำฝายตีเนื้อนางที่แซวแล้วค้อนเบาๆ เจ้าแสนพรหมเดินเข้ามามองเนื้อนางตาเป็นมัน แล้วหาทางให้คำฝายพ้นออกไป “คำฝาย เห็นบัวติ๊บบ่นๆ ว่าในครัวอยากได้คนช่วยทำกับข้าว”
ยังไม่ทันขาดคำ บัวติ๊บวิ่งหน้าตื่นเข้ามา “เจ้ารอยแก้วกับเจ้าฟ้ามุ่ยอาละวาดอยู่ในห้อง ข้าเจ้าห้ามไม่อยู่แล้ว”
เนื้อนางสงสัย “เจ้ารอยแก้ว เจ้าฟ้ามุ่ย”
“ก็ลูกสาว ลูกชายของเจ้าน่ะสิ”
คำฝายทำท่าหัวใจสลายผิดหวังมาก “เจ้า .. เจ้ามีลูกแล้ว”
“หุบปาก แกไปดูลูกฉันก่อน บุญติ๊บ เดี๋ยวฉันตามไป” บัวติ๊บมัวแต่จ้องเนื้อนางกับคำฝายด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น เจ้าแสนพรหมสั่งซ้ำ “ไปสิ”
บัวติ๊บจำใจต้องออกไป เนื้อนางมองตาม “แล้วเจ้านางของเจ้าแสนพรหมล่ะ”
แสนพรหมรีบบีบเสียงเศร้ามาก “ชีวิตฉันอาภัพนัก ภรรยาจากไปด้วยโรคร้าย ทิ้งให้ฉันเลี้ยงลูกทั้งสองคนมาตามลำพัง ฉันไม่เคยคิดจะมีเมียใหม่เลย กลัวลูกจะเป็นเด็กมีปัญหา เหนื่อยยากแค่ไหน ฉันก็ทนได้เพื่อลูก ทั้งลำบาก ทั้งว้าเหว่”
เจ้าแสนพรหมหันมาเห็นเนื้อนางมองด้วยความสงสาร แต่คำฝายน้ำตาไหลพราก เจ้าแสนพรหมถึงกับสะดุ้ง

ประกายกวาดเสื้อผ้าที่กำลังเลือกลงหมดโต๊ะ หลังได้ยินบัวติ๊บมารายงาน “ไอ้ผัวสับปลับ ไอ้ผัวกะล่อน คนไหนคลำไม่มีหาง มันก็จะกวาดหมดใช่มั้ย ไหนบอกว่าจะให้ฉันเป็นเมียคนสุดท้าย”
ประกายเท้าเอวด่า หมดสภาพชูคอกรีดกราย กลับไปเป็นประกาย นางรำปากกล้าคนเดิม
“คนใหม่นี่ ... สวยขนาด”
ประกายเตะเสื้อผ้าเฉียดหน้าบัวติ๊บ บัวติ๊บตกใจ “สวยขนาดไหนก็ตายได้ ถ้าคิดจะมาเป็นใหญ่เหนืออีประกาย จำไว้ บัวติ๊บ ที่นี่ ที่คุ้มนี้ต้องมีอีประกายที่สวยที่สุดคนเดียว” ประกายเดินพรวดๆ แล่นออกไปด้วยความหึงหวง บัวติ๊บมองตามไปอย่างสะใจ

เนื้อนางเดินเข้าหาคำฝายที่ทำหน้าผิดหวังมาก “เจ้านะ เจ้า มีลูกก็ไม่บอก”
“พี่คำฝาย เรื่องของเจ้าเค้านะ เราแค่มาเป็นคนงาน”
“แต่พี่ไม่อยากเป็นคนงาน พี่อยากเป็นเจ้านางแห่งคุ้มหลวง” คำฝายกระทืบเท้าหน้าตาบูดบึ้ง ผิดหวัง เนื้อนางส่ายหน้า ถอยห่าง
ประกายเดินเร็วรี่มา เจอคำฝายที่กระทืบเท้า หันมาพอดี ประกายมองคำฝายหัวจรดเท้า “ต๊าย แกเนี่ยนะ ที่เจ้ารับเข้ามาใหม่ หน้าตาอย่างงี้เหรอ ที่เรียกว่า สวย สวยเหมือนเพิ่งขุดขึ้นมาจากปลักโคลน”
คำฝายหันมองประกายเอาเรื่อง “แล้วแกเป็นใคร คิดว่าสวยกว่าชั้นมากหรือไง”
“พี่คำฝาย อย่า” เนื้อนางขยับออกมา
ประกายมองเห็นเนื้อนางเต็มตาก็ตาร้อนผ่าวด้วยความเกลียด “แกกับขี้ข้าของแกนี่เอง ที่เจ้าพาเข้ามา ใช่มั้ย”
“ขอโทษเถอะจ้ะ ฉันเพิ่งมาทำงานใหม่ ฉันยังไม่รู้จักใคร”
“คนงานเหรอ ไหว้ชั้นสิยะ ชั้นคุณประกาย เมียเจ้าแสนพรหม”
“เมีย!” คำฝายอึ้ง
“ย่ะ เมีย!!!! ไหว้สิยะ”
เนื้อนาง คำฝายตกใจ เสียงเอื้องเดือน พิมพามาจากทางด้านหลัง
“ไหว้ฉันด้วย เพราะชั้นก็เมีย”
“ชั้นก็เมีย”
เนื้อนาง คำฝายมองเห็นเอื้องเดือน พิมพา เดินมา ประกายมองสองคนตาวาว “เมีย นี่ก็เมีย นั่นก็เมีย”
ประกายเล่า “นั่นเมียเก่า เมียแก่ แต่ฉัน เมียน้องใหม่คนล่าสุด”
เอื้องเดือนมองเนื้อนาง “สงสัย จะมีล่าสุดกว่า”
สามคนมองเนื้อนางด้วยสายตาริษยา
เนื้อนางเห็นสายตาผู้หญิงสามคนแล้วรีบดึงคำฝาย “ฉันสองคนมาทำงาน เป็นคนงาน พวกคุณๆมีอะไรจะสั่ง ก็บอกมาได้เลยจ้ะ”
“เจียมตัวอย่างนี้ก็ดี จำไว้ด้วยว่าฉันคือเจ้านางประกาย เมียใหญ่ของเจ้า” เอื้องเดือน พิมพาหันขวับมองประกาย “ใครอยากมีปัญหา ก็บอก ฉันจะช่วยตบเลาะหนังหน้าให้” ประกายตวัดสายตามอง เอื้องเดือน พิมพาต้องหยุด
ประกายหันมามองเนื้อนาง “ที่นี่ไม่ชอบคนใฝ่สูง อยากอยู่สบายๆ ก็อย่าเสนอหน้า อย่าทำตัวออดอ้อน ออเซาะเจ้าแสนพรหม จำไว้ ผัวของชั้นไม่ได้มีไว้แบ่งใคร” ประกายมองขู่
เนื้อนางมองประกายที่จ้องมาแล้วเริ่มรู้สึกถึงความลำบากที่จะต้องเจอ

หนานไตรวิ่งเร็วมาถึงหน้าเรือน “เนื้อนาง เนื้อนาง ผมมาแล้วครับ” หนานไตรวิ่งขึ้นเรือนมาด้วยความดีใจ แต่พอมองไป ทั้งเรือนโล่ง ไม่เหลือข้าวของอะไรเลย “เนื้อนาง”
หนานไตรออกจากเรือนมา เห็นบุญลือที่ยืนอยู่ด้านล่าง หนานไตรรีบลงเรือนมา “นายเป็นใคร”
บุญลือสงบเสงี่ยม “ผม บุญลือครับ แม่นายส่งให้ผมมาช่วยงานที่นี่ตอนที่คุณณไตรยุ่งเรื่องงานศพพ่อเลี้ยงอินถา”
หนานไตรมองระแวง “แม่นายไม่เห็นบอกฉันเลย แล้วเนื้อนาง คนงานที่อยู่เรือนนี้ หายไปไหน”
“อ๋อ .. เค้าเก็บข้าวของออกไปจากปางหลายวันแล้วครับ”
“ออกจากปาง”
บุญลือตีหน้าซื่อ เล่าให้หนานไตรฟัง “เนื้อนางเค้าบอกว่าจะออกจากปาง ไปอยู่กินกับควาญช้างชื่อแสงคำ”
“ไม่จริง เนื้อนางต้องรอฉัน”
“ผมก็ไม่รู้เรื่องอะไรมากหรอกครับ เค้าพากันออกไป ผมมาใหม่ ก็ไม่รู้จะห้ามยังไง”
“แล้วคนอื่นๆ คำฝาย ม่อนดอย”
“เห็นว่าออกไปกันหมดเลยนะครับ ผมก็ไม่ทราบว่ายังไง”
หนานไตรฟังด้วยสีหน้าตกใจ

เนื้อนางถอนใจมองไปไกล
คำฝายทิ้งตัวนั่งอย่างหงุดหงิด ผิดหวัง “มันเวรกรรมอะไร หนีเสือปะจระเข้แท้ๆ เจ้าแสนพรหม ไหนบอกว่าว้าเหว่ เลี้ยงลูกคนเดียว เมียไม่มี แล้วที่โผล่พรวดมา 3 นี่มันอะไร”
“พี่คำฝายต้องอดทนนะ เรามาทำงาน ยังไงเราก็ต้องอยู่ที่นี่ให้ได้”
“ไม่ทนได้มั้ย อยากให้ไอ้แสงคำมารับไปซะเดี๋ยวนี้”
“อ้ายแสงคำกับม่อนดอยไปทำงานที่ปางอื่น ก็คงไม่สบายนัก เราอยู่ที่นี่ มีที่อยู่ ที่กิน ที่นอน ไม่ต้องเป็นภาระอ้ายแสงคำกับม่อนดอยน่ะ ดีแล้ว”
คำฝายทำท่าฮึดฮัด “ฮึ ผู้ชาย เหมือนกันหมด กะล่อน เจ้าชู้ หลอกผู้หญิงให้ช้ำใจไม่ว่าเจ้าแสนพรหมหรือหนานไตร” คำฝายพูดแล้วชะงักนึกได้ หันไปมองเนื้อนางที่หน้าเศร้า “ตั๋วยังคิดถึงหนานไตรใช่มั้ย”
เนื้อนางกลั้นน้ำตา หันไปตอบคำฝาย “เนื้อนางจะคิดถึงเจ้าบ่าวของคนอื่นไปทำไม”

หนานไตรวิ่งเร็วมาที่ระเบียงผา พลางร้องเรียกหา “เนื้อนาง เนื้อนาง” หนานไตรมองไปรอบๆไม่เห็นคนรัก ก็รีบวิ่งกลับลงไป
เนื้อนางมองเห็นแสงสีทองหมดวันกำลังทาบทาไปทั่วทั้งคุ้ม คำฝายยืนอยู่ใกล้
“เนื้อนางต้องอยู่คนเดียวให้ได้”
“แสงคำมันก็ยังรอเนื้อนางอยู่นะ”
“เนื้อนางไม่เคยเห็นอ้ายแสงคำเป็นอย่างอื่น .. นอกจากพี่ชาย” คำฝายพยักหน้าเข้าใจ เนื้อนางแววตาเศร้า แต่แข็งใจพูดออกมา “เนื้อนางรักหนานไตร แต่ถ้าหนานไตรไม่เห็นค่าความรักของเนื้อนาง ชีวิตเนื้อนางกับหนานไตรจะไม่เกี่ยวข้องกันอีก”
คำฝายมองสงสาร เนื้อนางน้ำตาหยดลงมา
หนานไตรวิ่งมาถึงเรือนหอต้นไม้ มองขึ้นไป เห็นเรือนหอต้นไม้ที่ปิดสนิท หนานไตรยืนหมดอาลัยตายอยาก

เนื้อนางน้ำตาไหลไม่หยุด พยายามปาดน้ำตาที่ไหลลงมา บอกตัวเอง “อย่าร้องสิ เนื้อนาง หยุดร้องได้แล้ว หยุดคิดถึงหนานไตรสักที”
คำฝายฟังแล้วเข้ามากอดปลอบเนื้อนางด้วยความสงสารจับใจ
“เค้าลืมเนื้อนางไปแล้ว ไม่มีเนื้อนางในหัวใจของหนานไตรอีกแล้ว” เนื้อนางกอดคำฝาย สะอื้นแรง ยิ่งปิดกั้นยิ่งทำไม่ได้

หนานไตรเดินมาหยุดลงหน้าเรือนอย่างท้อแท้ หนานไตรนึกถึงวันเวลาที่เคยหวานชื่น แนบชิดเนื้อนาง หนานไตรกลั้นความเสียใจไว้ไม่ได้ ปล่อยให้น้ำตาไหลหยดลงมา เอ่ยขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบาโหยหา “ไม่จริง เนื้อนาง คุณรักผม คุณบอกว่ารักผมคนเดียว เนื้อนางจะมีผมในหัวใจเพียงคนเดียว”
น้ำตาจากความเจ็บช้ำของหนานไตรกำลังไหลออกมาจากหัวใจ

หนานไตรหันขวับมองแม่นายด้วยสายตาโกรธ “แม่นายให้บุญลือไปทำงานแทนผมตั้งแต่เมื่อไหร่”
ธรรพ์สงสัย “ใครครับ บุญลือ”
“ผู้จัดการปางคนใหม่ที่แม่นายส่งไป”
แม่นายไม่พอใจ “นี่แกแอบไปที่ปางมาเหรอ พวกที่นั่นคงเป่าหูแกมาอีกล่ะสิ”
“ไม่มีใครเป่าหูผม ไม่มีใครเหลืออยู่ที่ปางเลย”
แขไขสงสัย “ไม่เหลือใครเลย หมายความว่ายังไงคะ”
“ที่จริงผมถามจากบุญลือก็ได้ แต่ผมคิดว่าน่าจะถามคนที่ส่งเค้าไปมากกว่า แม่นายสั่งให้บุญลือไล่คนงานออกทำไม”
“พี่ไตรครับ เราก็เห็นกันอยู่ว่าแม่นายยุ่งเรื่องงานศพคุณปู่”
“ก็เพราะทุกคนยุ่งเรื่องงานศพ ถ้าจะลงมือทำอะไรลับหลัง มันก็สะดวกที่สุด”
“ณไตร แกจะมองแม่ในแง่ร้ายไปถึงไหน ใช่ แม่เกลียดเนื้อนาง แต่แกคิดว่าพวกมันอยู่ปางมาเป็นสิบๆปี มันจะยอมให้แม่ไล่ออกไปง่ายๆ เชียวเหรอ”

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 9/3 วันที่ 10 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ