อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 9/4 วันที่ 10 ต.ค. 57

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 9/4 วันที่ 10 ต.ค. 57

“ก็เพราะทุกคนยุ่งเรื่องงานศพ ถ้าจะลงมือทำอะไรลับหลัง มันก็สะดวกที่สุด”
“ณไตร แกจะมองแม่ในแง่ร้ายไปถึงไหน ใช่ แม่เกลียดเนื้อนาง แต่แกคิดว่าพวกมันอยู่ปางมาเป็นสิบๆปี มันจะยอมให้แม่ไล่ออกไปง่ายๆ เชียวเหรอ”

“ผมไม่เชื่อว่าเนื้อนางจะหายไปเฉยๆ เค้าสัญญาว่าจะรอผมไปรับ”
“พี่ณไตรจะยึดถืออะไรกับคำสัญญาของผู้หญิงใจง่าย” แขไขดูถูก
“เนื้อนางไม่ใช่ผู้หญิงใจง่าย ไม่ใช่ผู้หญิงโลเล เนื้อนางรักผม”


“มันก็ทิ้งคนรักเก่าที่เป็นควาญช้าง มาหว่านเสน่ห์ให้แกไม่ใช่เหรอ แล้วตอนนี้มันก็รู้แล้วว่าการไต่เต้าเป็นสะใภ้หิมวัตมันไม่ง่ายอย่างที่คิด” แม่นายมองจ้องหนานไตร “ทีนี้รู้หรือยัง ผู้หญิงที่แกคว้ามาเป็นเมีย กำพืดมันชอบเลื้อยไปเกาะคนใกล้ตัว คอยหาหลักใหม่ๆให้ชีวิต”
“ผมจะตามหาเนื้อนาง ผมต้องรู้ให้ได้ว่าเนื้อนางออกไปจากปางเพราะอะไร เพราะใคร” หนานไตรมองจ้องแม่นายกับแขไขอย่างเอาเรื่อง

เนื้อนางกำลังเก็บดอกมะลิเพื่อไปไหว้พระ ประกายมองเห็นเนื้อนางกำลังเก็บดอกไม้ ก็จะตรงเข้าไปหา
เจ้าแสนพรหมเข้ามาคว้าประกายไว้ แล้วลากออกมาห่าง “กลับไปที่เรือนของแก ประกาย”
“เจ้าจะเอานังคนนั้นเป็นเมีย”
“ถ้าแกดื้อด้าน ก็รู้นะ ว่าฉันมีวิธีจะสั่งสอนยังไง” เจ้าแสนพรหมมองจ้อง แววตาเจ้าเล่ห์
ประกายเห็นแล้ว ตั่วสั่นด้วยความกลัว “อย่านะ เจ้า ..อย่าส่งประกายไป”
“งั้นแกก็กลับไปที่เรือน อย่ามาเสนอหน้าแถวนี้”
เจ้าแสนพรหมผลัก ประกายรีบวิ่งออกไป เนื้อนางหันไปมอง เห็นประกายวิ่งไป ก็มองตามสงสัย เจ้าแสนพรหมเดินออกมาจากพุ่มไม้ เนื้อนางหันไปมอง
เจ้าแสนพรหมทำหน้าอ่อนโยน เดินเข้าหา “เก็บดอกไม้ไปไหว้พระเหรอจ๊ะ สาธุ จิตใจเปี่ยมธรรมะจริงๆ”
เนื้อนางยิ้ม แสนพรหมเริ่มตะล่อมคำถามที่อยากรู้ “เออ วันก่อนแปงมันบอกว่าเนื้อนางไม่ยอมให้ไปส่งถึงบ้าน ฉันก็เลยไม่รู้ว่าเนื้อนางอยู่ที่ไหน... แล้วที่เมื่อวานมากับเพื่อนชาย 2 คน”
“อ้ายแสงคำกับม่อนดอยจ้ะ อ้ายแสงคำเป็นพี่ ม่อนดอยเป็นเพื่อน”
“อ้อ .. เพื่อนทั้งคู่ เนื้อนางคงไม่หาว่าฉันวุ่นวายอยากรู้เรื่องส่วนตัวนะจ๊ะ” เนื้อนางนิ่งไป เจ้าแสนพรหมทำสุ้มเสียงเห็นใจ “ไม่เป็นไร บางทีเนื้อนางคงมีเรื่องเก่าๆ ไม่อยากพูดถึง”
“เนื้อนางอยากจะรบกวนเจ้า ถ้าเจ้าพอจะเมตตาอ้ายแสงคำกับม่อนดอย ให้มาเป็นคนงานรับใช้ในคุ้ม พวกเราสี่คนเคยทำงานด้วยกันมาจ้ะ”
“โถ โถ ฉันเข้าใจ เอาไว้ฉันจะบอกให้แปงรับเพื่อนๆ สองคนของเนื้อนางเข้ามาทำงานที่นี่นะจ๊ะ”
เนื้อนางยิ้มหวานดีใจ เจ้าแสนพรหมตาปรอยกับรอยยิ้มของเนื้อนาง

แสงคำกับม่อนดอยยืนชะเง้ออยู่หน้าประตูคุ้ม
แปงตอบห้วน “เนื้อนางออกมาไม่ได้ กำลังทำงานอยู่”
แสงคำเย็นใจ “เราจะรอ”
“รอไม่ได้ เนื้อนางงานยุ่ง ไม่รู้จะเสร็จตอนไหน”
ม่อนดอยถาม “เนื้อนางทำงานอะไร ถึงจะออกมาสักเดี๋ยวไม่ได้”
แปงยิ้ม “เนื้อนางต้องนวดให้เจ้า นวดแล้วก็ติดพันกันสองต่อสอง ไม่รู้จะเสร็จเมื่อไหร่”
แสงคำฟังแล้วโมโหพุ่งเข้าผลักอกแปงล้ม “มึงว่ายังไง เนื้อนางนวดให้ใคร”
ม่อนดอยรีบดึงแสงคำออกห่าง
แปงร้องโวยวาย “อย่านะเว้ย คนของเจ้านะเว้ย” แปงรีบหลบเข้าไปด้านใน ปิดประตู
ม่อนคอยดึงแสงคำที่ฮึดฮัดไว้สุดแรง “ใจเย็นหน่อยสิวะ แสงคำ เดี๋ยวก็ไม่ต้องได้เจอเนื้อนางกันพอดี”

เนื้อนางยิ้มมองเจ้าแสนพรหม “เนื้อนางรับรองจ้ะ อ้ายแสงคำเป็นคนดี เป็นคนซื่อสัตย์ ทำงานให้เจ้าได้ทุกอย่าง”
เจ้าแสนพรหมดึงมือเนื้อนางมาประคองไว้เบาๆ “จ้ะ ฉันเชื่อเนื้อนางทุกอย่างแล้วฉันจะรีบกลับมาจัดการให้นะ วันนี้ฉันมีธุระต้องไปพบเพื่อนคนสำคัญก่อน”
เนื้อนางยิ้มให้เจ้าแสนพรหม แล้วค่อยๆ ดึงมือออกอย่างเจียมตัว ยกมือไหว้ขอบคุณเจ้า
เจ้าแสนพรหมมองเสียดายแต่ไม่อยากกะโตกกะตาก ทำทีสุภาพ ยิ้ม เดินออกไป เนื้อนางมองตามด้วยสายตาดีใจเรื่องแสงคำ

เจ้าแสนพรหมมาหาหนานไตรที่บ้านหิมวัต
หนานไตรพอเห็นเป็นเจ้าแสนพรหมก็ยกมือไหว้ “สวัสดีครับ เจ้าแสนพรหม”
แสนพรหมรับไหว้ “ตั้งแต่กลับจากอังกฤษ ผมก็ไม่เจอคุณเลย ณไตร นี่ถ้าไม่ได้ข่าวงานศพพ่อเลี้ยงอินถา คงไม่ได้เจอกันอีก เสียใจด้วยนะเรื่องคุณปู่” เจ้าแสนพรหมทักทายหนานไตรอย่างสนิทสนมในฐานะเพื่อนรุ่นพี่มหาวิทยาลัยเดียวกันที่อังกฤษ
“ขอบคุณครับ เจ้าสบายดีหรือครับ”
“ผมก็ไปๆ มาๆ ขึ้นล่องทำธุรกิจพระนครกับที่นี่ ได้ยินว่าพ่อเลี้ยงอินถาวางตัวให้คุณเป็นทายาท” แสนพรหมล้อๆ “ผมก็เลยแวะมาทักทายพ่อเลี้ยงณไตร”
“อย่าล้อผมเล่นเลยครับ เจ้า ผมก็เพิ่งเข้าไปเริ่มงานที่ปางไม้”
“อะไรกัน หนุ่มนักเรียนอังกฤษจะมาสมบุกสมบันในปางไม้ ไม่เอาน่า ณไตร ผมมีงานสบายๆ เหมาะกับคุณมากกว่า ธุรกิจผมหลายอย่างดูแลไม่ไหว ก็ว่าจะขายๆ ไปบ้าง”
“ผมเพิ่งมาสืบทอดงานของคุณปู่ มีอะไรก็คงต้องให้เจ้าช่วยแนะนำ”
“งั้นผมขอเชิญไปดื่มที่คุ้มของผม ไปค่ำนี้เลย คุณเคยได้ยินใช่มั้ยล่ะ ถ้าจะไปหาความสุขน่ะ ต้องไปที่คุ้มเจ้าแสนพรหมเท่านั้น” เจ้าแสนพรหมยิ้มกรุ้มกริ่ม
หนานไตรยิ้มอย่างรักษามารยาท

ธรรพ์กับแขไขรออยู่ มองหนานไตรที่เดินกลับเข้ามา
ธรรพ์ถามขึ้นก่อน “จันตาบอกว่าเจ้าแสนพรหมมาหาพี่”
“ใครคะ เจ้าแสนพรหม”
“เพื่อนรุ่นพี่ มหาวิทยาลัยเดียวกับพี่ไตรที่อังกฤษครับ มีกิจการหลายอย่างที่นี่ แต่เท่าที่ได้ยิน ตอนนี้กำลังขาดทุนหนัก เงินขาดมือ”
“เค้าถึงตั้งใจมาหาฉัน ชวนฉันไปที่คุ้ม คงคิดจะขายกิจการอะไรสักอย่างให้ นายไปคุยแทนพี่ทีเถอะ ธรรพ์”
“ทำไมคะ พี่ไตรไม่ว่างเพราะจะเอาเวลาไปตามหาเนื้อนางทั้งวันทั้งคืนเหรอคะ”
หนานไตรหันขวับมองแขไขไม่พอใจ
“เจ้าแสนพรหมเป็นคนกว้างขวางที่นี่ ถึงกับมาเชิญพี่ด้วยตัวเอง พี่ไตรน่าจะให้เกียรติเจ้านะครับ”
หนานไตรถอนใจหนักๆ เดินเข้าบ้านไป
แขไขหน้าสะบัด ธรรพ์กำลังจะพูด แขไขวี๊ดขึ้นมาก่อน “ไม่ต้องปลอบแขค่ะ แขรู้ว่าพี่ไตรกำลังพาล คิดว่าแขช่วยไล่เนื้อนางออกจากปาง”
“แล้วคุณแขรู้เรื่องหรือเปล่าล่ะครับ”
“แขไม่รู้หรอกค่ะว่าทำไมเนื้อนางมันถึงออกไปจากปาง แต่แขบอกได้เลย แขดีใจมาก ไม่ว่ามันจะไปอยู่ที่ไหน แขจะสาปแช่งให้มันไม่มีความสุข” แขไขเสียงเคียดแค้น จนธรรพ์อ่อนใจ

รถเจ้าแสนพรหมมาจอดรอประตูเปิด แสนพรหมหันไปมองผ่านกระจกเห็นแสงคำ ม่อนดอยที่แอบหลบรอ
“ไอ้สองคนนี่ล่ะครับ แสงคำกับม่อนดอยที่มากับเนื้อนาง” แปงรายงาน
เจ้าแสนพรหมปรายตามองแล้วสั่ง “อย่าให้พวกมันเจอเนื้อนางเป็นอันขาด”
แสงคำเข้ามาใกล้รถ แปงพุ่งรถเข้าประตูไป แสงคำต้องหลบ คนงานรีบออกมาโบกมือไล่
ประตูคุ้มปิดลง ม่อนดอยเดินมาใกล้แสงคำ “ไว้มาวันหลังเถอะวะ เกิดเจ้าแสนพรหมท่านโกรธ เดี๋ยวจะไปพาลรำคาญเอากับเนื้อนาง คำฝาย”
ม่อนดอยเตือนสติ แล้วหันหลังเดินออกไป แสงคำมองแล้วจำใจเดินตาม

เนื้อนางนั่งพับเพียบอยู่กับคำฝาย อีกด้านคือประกาย เอื้องเดือน พิมพา บัวติ๊บรอรับคำสั่งอยู่ในกลุ่มแปงกับคนงานชาย
เจ้าแสนพรหมยืนอยู่ตรงกลางพูดขึ้น “ค่ำนี้ ฉันจะมีแขกคนสำคัญ เราต้องต้อนรับให้ดีที่สุด .. เธอ ประกาย” เนื้อนางมอง เห็นประกายสะดุ้งทันที “คืนนี้มาฟ้อนให้แขกฉันดู”
“ไม่ๆ ประกายไม่อยากฟ้อน... ประกายลืมหมดแล้วค่ะเจ้า”
“นางรำเก่าอย่างเธอน่ะเหรอ ลืม!!”
เนื้อนางมองประกายที่ท่าทางหวาดหวั่นจนผิดสังเกต เห็นเอื้องเดือนกับพิมพายิ้มเยาะประกาย
เจ้าแสนพรหมหันมาทางเนื้อนาง เปลี่ยนเสียงเป็นสั่งด้วยความอ่อนโยน “เนื้อนาง .. คำฝาย ยังไม่ต้องออกมา คอยช่วยในครัวก็แล้วกันนะ”
“จ้ะ / เจ้า”

เนื้อนางกับคำฝายเดินกันคุยกันมา
“ปัดโธ่ คุณประกายคอตั้ง ที่แท้ก็ไม่ใช่ใครมาจากไหน นางรำช่างฟ้อนเก่านี่เอง”
“พอบอกให้ฟ้อนให้แขกดู ทำไมประกายเค้าต้องทำท่ากลัวด้วย”
“ก็ฟ้อนไม่สวยล่ะสิ เป็นตั๋วหน่อยไม่ได้ ฟ้อนงามขนาด เจ้าน่าจะให้ตั๋วฟ้อนเนอะ”
“ไม่ล่ะ พี่คำฝาย ฉันไม่ฟ้อนหรอก ทำงานในครัวน่ะ ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องเจอใคร”
เนื้อนางกับคำฝายเดินผ่านไป บัวติ๊บแอบฟัง ผลุบออกไปทันที

ประกายลุกลี้ลุกลนมองบัวติ๊บที่มารายงาน สายตาหวาดกลัว พยายามคิดหาทาง “เนื้อนางมันฟ้อนได้เหรอ มันต้องเป็นคนฟ้อนคืนนี้ ฉันไม่อยากฟ้อนให้แขกของเจ้าดูอีกแล้ว”
เนื้อนางกับคำฝายถือแจกันดอกไม้มาตั้งประดับที่โต๊ะ ประกายถือชุดฟ้อนสีสวยมาในมือ เดินโซเซมา พอเหลือบเห็นเนื้อนาง ประกายแกล้งทรุดลงกลางห้อง
“คุณประกาย” เนื้อนางเข้าไปประคอง คำฝายช่วยเก็บชุดฟ้อนที่ตกพื้น “เป็นอะไรจ๊ะ”
“ปวดท้อง ปวดตั้งแต่เมื่อวานแล้ว สงสัยจะปวดระดู”
“เนื้อนางไปเอากระเป๋าน้ำร้อนให้นะจ๊ะ หรือว่าคุณประกายจะกินยา”
“ฉันกินแล้ว แต่ยังไม่ดีขึ้นเลย โอย ไม่รู้ฉันจะฟ้อนไหวหรือเปล่า สงสารเจ้าเหลือเกิน แขกคนสำคัญด้วย”
คำฝายรีบหันไป “เนื้อนาง ตั๋วฟ้อนได้”
เนื้อนางหลุดปากออกมาทันที “ไม่ได้”
คำฝาย ประกายมองเนื้อนางอย่างประหลาดใจ

เนื้อนางนิ่งย้อนคิดถึงเหตุการณ์หลังแต่งงาน
หนานไตรกอดเนื้อนางไว้ จูบเรือนผมเนื้อนาง แล้วก้มลงถามข้างหู “เนื้อนางสัญญากับผมอย่างนึงได้มั้ย”
“สัญญาอะไรจ๊ะ”
“อย่าฟ้อนแง้นให้ใครดูอีก”
เนื้อนางขยับออกมามองหน้าหนานไตร “ทำไมล่ะ”
“ผมหวง รู้มั้ยเนื้อนาง ฟ้อนแง้นนี่แหละทำให้ผมสัญญากับตัวเองว่า ผู้หญิงที่ผมจะรักไปจนวันตายคือ เนื้อนาง เพราะฉะนั้นห้ามให้ผู้ชายหน้าไหนเห็นเนื้อนางฟ้อนแง้นเด็ดขาด.. นอกจากผมคนเดียว”
หนานไตรแววตาวิบวับระยับ จนเนื้อนางเอียงหน้าอาย

คำฝาย ประกายมองเนื้อนางที่ยังนิ่ง
ประกายแกล้งร้องครางดัง กระตุกเนื้อนางอีกรอบ “โอ๊ย ปวด ปวดจะตายอยู่แล้ว เจ้าแสนพรหมมีบุญคุณ ให้ข้าวให้น้ำ เลี้ยงฉันมา ไม่น่าเลย ฉันไม่น่าทำให้เจ้าผิดหวังเลย ฉันช่วยอะไรเจ้าไม่ได้”
คำฝายมองเร่ง “เนื้อนาง” เนื้อนางมองประกายอย่างละล้าละลัง

ห้องรับแขกคุ้มเจ้าแสนพรหม หนานไตรก้าวเข้ามาในชุดสูทหล่อ
เจ้าแสนพรหมยืนรอรับด้วยรอยยิ้ม “คุ้มแสนเมืองยินดีต้อนรับพ่อเลี้ยงณไตร ทายาทตระกูลหิมวัต”
หนานไตรยิ้มหล่อ เดินมานั่งลงที่เก้าอี้ ตรงหน้าเครื่องดื่มที่เจ้าแสนเมืองจัดไว้รอรับ

ประกายนั่งอยู่หน้ากระจก บัวติ๊บอยู่ใกล้
“โอ๊ย ก็บอกแล้วว่า ไม่ฟ้อน ไม่ฟ้อน จะบังคับกันไปถึงไหนวะ ไอ้ผัวเฮงซวย”
“ยอมๆ ไปเถอะคุณ ถ้าเจ้าโกรธขึ้นมา” บัวติ๊บเตือน
ประกายหันมองไกล แววตาตัดสินใจ “รู้แล้วว่าหนีไม่พ้น เอาวะ นังประกาย วันนี้อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด”

เจ้าแสนพรหมนั่งจิบเครื่องดื่มอยู่กับหนานไตร มีวงสะล้อขับกล่อมเพลงเบาๆอยู่อีกด้าน
“ผมทราบว่า เจ้ามีกิจการปางไม้อยู่ด้วยใช่มั้ยครับ”
“อย่าเพิ่งคุยเรื่องเครียดๆ ณไตร วันนี้เรามาสังสรรค์กันอย่างเพื่อน บอกแล้วว่ามาคุ้มเจ้าแสนพรหม มันต้องมีแต่ความสำราญ” เจ้าแสนพรหมหันไปมอง สะล้อเปลี่ยนเพลง ขึ้นเป็นเพลงฟ้อนแง้น
เจ้าแสนพรหมหันมาบอกกับหนานไตร “ผมมีช่างฟ้อนคนสวยจะให้คอยดูแลคุณคืนนี้” เจ้าแสนพรหมเน้น “ทั้งคืน”
หนานไตรฟังแล้วนิ่ง ไม่รู้สึกตื่นเต้นเลย เสียงสะล้อดังขึ้น หนานไตรหันไปหยิบเครื่องดื่ม เนื้อนางเคลื่อนตัวออกมาในชุดฟ้อน
“เฮ้ย ... ทำไมไม่ใช่ประกาย”
หนานไตรหันไปมองทางเนื้อนางที่กำลังเคลื่อนตัวออกมา
เจ้าแสนพรหมยังไม่รู้เรื่อง มองเนื้อนางแล้วรีบพูดอวด “นี่ไม่ใช่ช่างฟ้อนคนที่ผมบอกนะ พ่อเลี้ยง... สวยๆ อย่างนี้ เมียผมเอง”
หนานไตรหันมองเจ้าแสนพรหมทันทีด้วยสายตาดุ
แสนพรหมไม่ทันมองหนานไตร เอาแต่จ้องเนื้อนาง “คนนี้เมียผมคนล่าสุด.. คนที่สี่.. สวยมั้ย ชื่อเนื้อนาง”
หนานไตรลุกขึ้นพรวด กำหมัดแน่น หันไปมองจ้อง จังหวะเดียวกับที่เนื้อนางหมุนตัวฟ้อนหันมา เนื้อนางกับหนานไตรมองสบกันอย่างนึกไม่ถึงว่าจะมาเจอกันอีกครั้ง

ประกายซึ่งอยู่เรือนเล็ก ชะเง้อมองไปทางคุ้ม บัวติ๊บยกถาดอาหารมาให้
ประกายเอ่ยเยาะเนื้อนางด้วยเสียงดูถูก “เนื้อนางมันคงจะฟ้อนไม่ได้เรื่องไม่ได้ราว ทำแขกของเจ้าอารมณ์เสีย”
“นั่นน่ะสิเจ้า ใครจะฟ้อนงามเท่าคุณประกายเป็นไม่มี”
“ถ้าไม่งาม เจ้าจะรักจะหลงชั้น ยกให้เป็นใหญ่ในคุ้มนี้เหรอ ไม่มีวันเสียหรอกที่เจ้าจะเห็นผู้หญิงหน้าไหนดีกว่าประกาย”
บัวติ๊บแอบเบ้ปาก หมั่นไส้ความหลงตัวเองของประกาย ตรงข้ามกับประกายที่เชิดหน้าอย่างภูมิใจ

เนื้อนางมองจ้องไปที่ณไตร สองคนต่างมองตะลึง ไม่คิดว่าจะกลับมาพบกันอีกครั้งในคุ้ม
เจ้าแสนพรหมมองปลื้มเนื้อนาง หันไปอวดกับพ่อเลี้ยงณไตร “สวยตะลึงเลยใช่มั้ย พ่อเลี้ยง เมียผมคนนี้”
“เมียเจ้า” ณไตรสะกดอารมณ์ทวนคำ มองเจ้าแสนพรหมที่ยิ้มอวดภูมิใจ แล้วหันกลับมามองเนื้อนาง
เนื้อนางเคลื่อนกายฟ้อนต่ออย่างสวยงาม
“ไม่รู้มาก่อนว่าเจ้าจะมีเมียสวยมาก”
“ไม่ใช่สวยอย่างเดียว คนนี้” แสนพรหมยกนิ้วโป้ง “เด็ด”
ณไตรหันกลับไปจ้องเนื้อนาง ตาแทบลุกเป็นไฟ
แสนพรหมมองเนื้อนางแล้วอวดด้วยเสียงภูมิใจมาก “ผมน่ะโชกโชนเรื่องผู้หญิงมานักต่อนัก แต่พอเจอเนื้อนางเข้าไป พ่อเลี้ยงเอ๊ย...ไม่ได้หลับได้นอนทั้งคืน ร่างกายมันพาลจะสะดุ้งตื่นตลอดเวลา”
ณไตรบีบมือตัวเองแน่นอย่างสะกดกลั้นอารมณ์หึงเต็มที่ เนื้อนางฟ้อนมาถึงท่าสุดท้าย ณไตรแทบจะทนมองไม่ได้ เนื้อนางตวัดสายตามองสบตาณไตร สายตาเนื้อนางกับณไตรจ้องกัน คุกรุ่นด้วยความโกรธ ความน้อยใจ เนื้อนางแง้นตัวลงไปเป็นท่าจบ
แสนพรหมลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตา ณไตรลุกขึ้น แต่ช้ากว่าเจ้าแสนพรหมที่ก้าวพรวดๆไปถึงตัวเนื้อนาง เนื้อนางหันกลับมา แสนพรหมตรงเข้าโอบเนื้อนาง “สวยเหลือเกินจ้ะ เนื้อนางของฉัน”
ณไตรก้าวตามมาจ้องประสานสายตากับเนื้อนาง
แสนพรหมแนะนำ “เนื้อนางนี่แขกของฉัน พ่อเลี้ยงณไตร ทายาทตระกูลหิมวัต”
เนื้อนางจ้องณไตรด้วยสายตาน้อยเนื้อต่ำใจและเจ็บช้ำ “พ่อเลี้ยง … ณ...ไตร”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณเนื้อนาง” ณไตรมองเนื้อนางที่แสนพรหมยังโอบอยู่ แล้วเอ่ยทักด้วยเสียงห่างเหิน เย็นชา

อ่านละคร เพลิงฉิมพลี ตอนทีี่ 9/4 วันที่ 10 ต.ค. 57

ละครเพลิงฉิมพลี บทประพันธ์โดย : อุมาริการ์
ละครเพลิงฉิมพลี บทโทรทัศน์โดย : พัญสร
ละครเพลิงฉิมพลี กำกับการแสดงโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี ผลิตโดย : บริษัท เป่าจินจง จำกัด
ละครเพลิงฉิมพลี ควบคุมการผลิตโดย : นพพล โกมารชุน
ละครเพลิงฉิมพลี เตรียมออกอากาศให้ชมกันเร็ว ๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ