อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 1 วันที่ 17 พ.ย. 57

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 1 วันที่ 17 พ.ย. 57

“คุณต้องออกไปอยู่นอกแนวกั้นทางด้านโน้นนะครับ” เหยี่ยวเดินนำน้ำรินออกไปนอกบริเวณ สั่งห้ามเข้าไปในบริเวณนั้นอีก แล้วเดินกลับเข้ามาบอกตำรวจ “ดูแลอย่าให้ใครเข้ามาในเขตนี้ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐาน โดยเฉพาะผู้หญิงที่ยืนตรงนั้น ท่าทางไม่น่าไว้ใจ”

ตำรวจรับคำงงๆเพราะไม่เห็นใคร เหยี่ยวชี้ไปที่น้ำรินแต่เธอได้หายไปแล้ว เขาไม่เอะใจ...ขณะเดียวกัน ภพธรอยู่ที่คอนโด มองภาพถ่ายคู่ของตนกับน้ำริน พลัน มือถือดังขึ้น เขารับสาย


“ทุกอย่างเรียบร้อยใช่ไหม ดีแล้ว...ขอบใจมาก เร่งงานสร้างรินธารารีสอร์ทที่สมุยให้เร็วที่สุด ผมต้องการเปิดให้ได้ภายในไตรมาสแรกของปีนี้” ภพธรเดินออกไปห้องนั่งเล่น

มีจานอาหารวางบนโต๊ะ เขาแปลกใจ พลันนับดาวเดินยิ้มแย้มเข้ามา “เห็นว่าค่ำมากแล้ว เลยเตรียมอาหารค่ำ

ไว้ให้พี่...มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะคะ ดาวยินดีช่วยทุกอย่าง คนใกล้แต่งงานก็แบบนี้แหละ ทำใจให้สบายเถอะค่ะ ในฐานะเลขา ดาวไม่อยากให้เจ้านายเครียดเกินไปนะคะ...” นับดาวจับมือภพธรให้กำลังใจ ภพธรถอนใจดูยังไม่คลายเครียดเท่าไหร่

ooooooo

คืนนั้น เสร็จจากตรวจสอบพื้นที่ริมบึง เหยี่ยวเดินมาที่จอดจักรยาน กำลังจะสวมหมวก เห็นสร้อยของน้ำรินตกอยู่ข้างรถ เขาเก็บมาใส่กระเป๋าเสื้อแจ็กเกตไว้โดยไม่รู้ตัว เมื่อเขาเคลื่อนจักรยานออกไป ก็เกิดลมพัดพลิ้วหอบใบไม้ปลิวกระจายไล่หลังเขาไปด้วย

บ้านเหยี่ยวเป็นบ้านไม้ริมน้ำ อยู่หลังป่าช้าวัดเก่า มียายนวลตาบอดเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่พ่อแม่ตาย ทุกกลางเดือนกับสิ้นเดือน จะเป็นวันที่จ่านกน้อยพายายนวลไปหลังวัด กับพรรคพวกปลาทู ปูอัดและชาวบ้านสามสี่คน เพื่อขูดหาตัวเลข ยายนวลมีหน้าที่ขูดทุกครั้งจนอดถามไม่ได้

“ไม่เข้าใจ ทำไมข้าต้องเป็นคนขูดทุกครั้ง”

“อ้าว...ถ้าไม่ขูดแล้วยายจะดูเลขเองเหรอ ถามจริง มองเห็นป่าว” จ่านกน้อยย้อน

“ไอ้เวร...สมแล้วกับที่ทำงานกับไอ้เหยี่ยว ปากพันธุ์ บางแก้วพอกัน”

จ่านกน้อยหัวเราะว่าล้อเล่น ที่ให้ยายเป็นคนขูดเพราะตามตำรา...พรายกระซิบผีเฮี้ยน...ต้องให้คนตาบอดเป็นคนขูด ปลาทูชี้ตัวเลขจวนออกมาแล้ว จู่ๆก็มีเสียง

หมาหอน ลมพัดแรงขึ้น ปูอัดขยับเข้าเกาะปลาทู บ่นทำไมต้องมาขูดหลังป่าช้าด้วย จ่านกน้อยจึงบอก

“อ๊ะ หลังป่าช้าก่อนวันหวยออก เฮี้ยนดี...งวดที่แล้วถูกเลขท้ายสองตัว ไม่เพราะเจ้าแม่ต้นไทรต้นนี้เหรอ” นกน้อยยกมือไหว้ แต่เสียงหมาหอนดังประสานมากขึ้น ชักเริ่มหวาดหวั่น

ยายนวลถามจะไหวไหม เย้าว่าเพื่อนนกน้อยร้องทักกันใหญ่ ปลาทูถามขึ้นว่า จริงไหมที่หมาหอนเพราะเห็นผี นกน้อยตอบว่าจริง ทุกคนร้องเฮ้ย...ขยับเข้าหากัน นกน้อยรีบแก้

“เฮ้ย!ไม่ใช่...พวกมึงอย่าทักดิวะ กูยิ่งหวาดๆอยู่ มันหอนหาบิดาอะไรนักหนาวะ”

พลันเสียงหมาหอนหยุดลง ทุกคนมองหน้ากัน ปลาทูเอื้อนเอ่ย หรือผีบอกให้มันหยุด ทันใดตุ๊กแกตกลงมากลางวงหลายตัว ทุกคนกระโดดหนีกระเจิงไม่เว้นแม้แต่ยายนวล...วิ่งกันมาถึงทางเปลี่ยวดูวังเวง นกน้อยประคองยายนวลหยุดหอบ ปลาทูกับปูอัดตามมาสมทบ ทุกคนถามยายนวลเห็นผีหรือถึงวิ่งหนี ยายบอกว่าไม่เห็นแต่จะอยู่ทำไม ไม่ทันไร เสียงหมาหอนดังขึ้นอีก ยายนวลบอกว่าได้กลิ่นดอกมะลิ กลิ่นธูป ทุกคนร้องว่ายายอย่าหลอกกัน

“ไม่ได้หลอก ข้าได้กลิ่นจริงๆ มาทางขวานี่แหละ” ยายนวลชี้ไปทางขวา

ทุกคนหันมองเห็นเงาทอดยาวมาตามทาง ต่าง ตาเหลือก วิ่งหนีไปคนละทิศละทาง ยายนวลร้องเรียกให้รอด้วยเก้ๆกังๆ ทันใดมีมือมาจับไหล่ยายไว้ ยายร้องลั่น “อย่าทำอะไรข้าเลย ไปผุดไปเกิดเถอะไอ้ผี จะมาหลอกข้าทำไม เอ็งจะแหกหูแหกตา แหวะไส้ ทำยังไงข้าก็ไม่เห็น”

“อะไรยาย ผมยังไม่ตาย จะไล่ให้ไปเกิดแล้วเรอะ รู้งี้ไม่เดินมาตามหรอก” เสียงเหยี่ยวบ่น

ยายนวลคลำมือรู้ว่าหลานถือถุงใส่พวงมาลัยธูปเทียน แล้วคลำใบหน้าก่อนจะถอนใจด่า

“ไอ้เหยี่ยว! ไอ้เวร!”

เหยี่ยวเดินตามยายขำๆ ยายนวลเดินจ้ำมาตามสวนหลังบ้านเหมือนตาไม่ได้บอด เพราะคุ้นเคยกับทางดี เบื้องหลังเหยี่ยว มีลมพัดโชย ที่พื้นเป็นรอยใบไม้แหวกกรุยมาเป็นทาง...เหยี่ยวแซวยาย ทีอย่างนี้เดินไม่รอกันเลย ยายตะโกนกลับมาว่า ถิ่นตน หลับตาเดินยังได้

“ฮึๆ อย่างยายเนี่ย หลับตาเดินกับเปิดตาเดินมันต่างกันยังไงเหรอ”

“ไอ้เวร! ไอ้หลานตะไล ล้อเรื่องตายายบอด นรกจะกินกบาล”

เหยี่ยวรีบประจบว่าล้อเล่น ไม่อยากให้ยายเครียด ยายนวลเก็บก้อนหินปาใส่อย่างหมั่นไส้ โดนเข้าตรงเผง เหยี่ยวร้องโอ๊ย...ยายนวลโอ้อวด

“นี่ไง ถึงตาไม่เห็นแต่สัมผัสตรงเผง ยิ่งกว่าจิตสัมผัสโว้ย รีบๆเข้าบ้าน” ยายนวลยิ้มๆชี้ไปด้านหลัง “มีเพื่อนมาด้วยเหรอ ถึงข้าจะมองไม่เห็นแต่ข้ารู้นะ” ยายนวลเดินนำเข้าบ้าน เหยี่ยวยืนเหวอมองซ้ายมองขวาไม่เห็น

มีใคร รีบจ้ำตามยายเข้าบ้าน ยังคงมีลมพัดกรุยทางตามหลังเขาไป

ยายนวลเดินเปิดไฟในบ้านราวกับคนตาดี หยิบขวดน้ำกับแก้วมาวางให้ บอกให้เพื่อนเขา เหยี่ยวยิ่งงงหมายถึงใคร ยายนวลพูดขำๆ “ยายรู้ทันเอ็งหรอกน่า พาเพื่อนสาวมาซะขนาดนี้ ไม่ต้องเขิน กลิ่นน้ำหอมฟุ้งซะขนาดนั้น...กินน้ำกินท่าก่อนนะแม่หนู ไม่ต้องเกรงใจ

หรอกนะ ตามสบาย แต่อย่าทำอะไรที่มันไวไฟนัก เป็นสาว เป็นแส้มันไม่งามรู้ไหม” ยายเดินเข้าห้องปิดประตู

เหยี่ยวมองรอบๆงงมากขึ้น จึงลองออกมาเดินสำรวจรอบบ้านว่ามีใครมา จ่านกน้อย ปลาทูและปูอัดมาแอบมองด้วยความเป็นห่วงยายนวล พอเห็นว่ากลับบ้านปลอดภัยแถมหลานชายกลับมาแล้ว ก็หมดห่วง แต่พอเห็นเหยี่ยวออกมาเดินสำรวจบริเวณบ้าน มีรอยเท้าจางๆปรากฏตามหลังเขาตลอด ทั้งสามคนตกใจ พากันวิ่งหน้าตั้งกลับไป เหยี่ยวหันมองตามเสียงไม่เห็นใคร

คืนนั้น เหยี่ยวฝันถึงเหตุการณ์ที่ฝังใจ บนถนนในต่างจังหวัด รถยนต์ของวิหคแล่นมาพร้อมเสียงร้องเพลงของสามคนพ่อแม่ลูก เหยี่ยววัย 7 ขวบนั่งเบาะหลังหัวเราะอย่างมีความสุข ดูรูปถ่ายจากกล้องดิจิตอล วิหคกับภรรยาหันมาเล่นกับลูกชายเป็นระยะ พลันมีรถบรรทุกพุ่งชน

ภาพรถที่พุ่งเข้าประสานงา กระจกแตกกระจาย ทำให้เหยี่ยวช็อก หลังจากนั้นยายนวลพาเขามาอยู่บ้านสวน... ปมเรื่องอุบัติเหตุยังฝังใจและทำให้เหยี่ยวสะเทือนใจจนนอนฝันร้ายมาตลอด เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาเหงื่อท่วมตัว เหยี่ยวลุกขึ้นหยิบรูปถ่ายครอบครัวบนโต๊ะทำงานมามองอย่างอาวรณ์ พลันได้ยินเสียงสะอื้นดังแว่วมา ลมพัดปะทะใบหน้าจนเขาต้องนิ่วหน้าด้วยความสงสัย มองออกไป
นอกหน้าต่าง เห็นหญิงสาวนั่งร้องไห้อยู่ที่ศาลาท่าน้ำ เหยี่ยวตัดสินใจเดินออกไปหา

“คุณ...คุณ...เป็นอะไร ร้องไห้ทำไม” พอหญิงสาวเงยหน้าเขาจำได้ “คุณ...คุณที่ไปมุงดูรถตกน้ำในบึงเมื่อตอนหัวค่ำ คุณตามผมมาทำไม”

หญิงสาวสะอื้นบอกว่าไม่ได้ตาม เหยี่ยวไม่เชื่อ “ฉันไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ตรงนี้แล้ว เออ...คุณเป็นตำรวจนี่ ช่วยฉันหน่อยสิ”

เหยี่ยวเกาหัวแกรกๆถามจะให้ช่วยพาส่งบ้านหรือ หญิงสาวพยักหน้า บอกว่าตั้งแต่หัวค่ำ ไม่มีใครพูดกับตนเลย ไม่รู้เป็นอะไรกันไปหมด เหยี่ยวจึงถามบ้านเธอ

อยู่ไหน หญิงสาวนิ่วหน้าก่อนจะบอกจำไม่ได้ แม้แต่ชื่อตัวเองก็จำไม่ได้ เหยี่ยวตบหน้าผากผัวะ...งานเข้าแล้ว

“คุณต้องช่วยฉันหาบ้านให้เจอ หาชื่อฉันให้ได้ ฉันไม่มีใครอีกแล้วนอกจากคุณ ฉันอยากกลับบ้าน” หญิงสาวร้องไห้โฮ เหยี่ยวเห็นแล้วใจอ่อนยวบอย่างแปลกใจตัวเอง

เหยี่ยวเอื้อมมือจะไปช่วยเช็ดน้ำตา แต่แล้วชะงัก ไม่ควรถึงเนื้อถึงตัวเธอ หญิงสาวสะอึกสะอื้นยิ่งทำให้ใจเหยี่ยวรู้สึกสงสารไม่อาจทิ้งเธอไปได้

ooooooo

โถงคฤหาสน์ของธารา มีภาพถ่ายคู่ธารากับน้ำรินติดอยู่กลางห้อง ธารายืนละล้าละลังเป็นห่วงน้ำริน ภพธรกับนับดาวเดินเข้ามา ธาราหันมองอย่างมีความหวัง ถามข่าวลูกสาว

ภพธรรายงานว่าตามบ้านเพื่อน ไม่มีใครพบน้ำรินเลย นับดาวให้เพื่อนที่เป็นตำรวจช่วยตามหาอีกทาง ธารา เป็นห่วงจะเกิดอุบัติเหตุ นับดาวว่าไม่มีรายงานจากศูนย์รับแจ้ง ภพธรบอกว่าเสร็จจากลองชุด น้ำรินจะมาหาตน

แต่แล้วก็หายไปเฉยๆ ธาราสังหรณ์ใจน้ำตาไหลพราก นับดาวประคองให้มานั่งโซฟา ภพธรมองรูปน้ำรินอย่างสลดใจ

ขณะเดียวกัน เหยี่ยวเดินนำน้ำรินเข้ามาในบ้าน

เธอยังคงร้องไห้ เขาทำอะไรไม่ถูกไม่รู้จะปลอบอย่างไร เกรงยายจะได้ยินเสียง คิดว่าตนปล้ำสาวจึงปรามให้เบาลง น้ำรินเผลอวีนตามนิสัย

“ก็ฉันจำไม่ได้นี่ว่าตัวเองเป็นใคร มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

“วีนอีกแล้ว วีนแล้วทำให้คิดออกงั้นเหรอ ระงับ อารมณ์ สงบจิตสงบใจ บางทีอาจจะทำให้คุณจำอะไรขึ้นมาได้บ้างนะ”

น้ำรินสูดหายใจเข้ากลั้นสะอื้น เรียกสติกลับมา

แล้วลุกมองข้าวของในบ้าน เห็นมีแต่ภาพถ่ายเหยี่ยวกับยาย จึงถามว่าเขาอยู่กับยายสองคนหรือ เขารับว่าใช่...นิสัยคุณหนูของน้ำรินยังมีอยู่ในตัว เผลอตำหนิว่าบ้านสกปรก อยู่เข้าไป ได้อย่างไร เหยี่ยวทำหน้าไม่พอใจ

“รึไม่จริง อี๋ ทั้งฝุ่นทั้งหยากไย่หนาเป็นนิ้ว คุณ

เป็นหลานที่ไม่ได้เรื่องเลยนะ ทำไมไม่ช่วยยายทำความ สะอาดบ้าง”

เหยี่ยวส่ายหัวเดินไปรินน้ำมาวาง ให้เธอทานจะได้หยุดบ่น น้ำรินเอื้อมมือไปจับแก้วแต่มือเธอผ่านแก้ววูบ

จับไม่ได้ ทั้งสองตะลึง เหยี่ยวลองชะโงกหน้าไปมองใน

กระจก ไม่เห็นเงาเธอในนั้น ทั้งสองตาเหลือกตกใจมาก หญิงสาวร้องลั่น...ไม่จริง!

“คุณไม่ใช่คน!”

“ไม่ใช่คน! หมายความว่าฉัน...ฉันตายแล้วเหรอ!” ภาพเหตุการณ์รถคู่กรณีลอยตกไปในบึง น้ำรินหันกลับมาเจอรถตัวเองชนเข้ากับข้างถนน ลอยคว้างพลิกคว่ำลงข้างทาง

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 1 วันที่ 17 พ.ย. 57

ละครภพรัก บทประพันธ์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก บทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก กำกับการแสดโดย : ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์
ละครภพรัก ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด
ละครภพรัก ควบคุมการผลิตโดย : สินจัย เปล่งพานิช
ละครภพรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2557
ละครภพรัก ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 3 และ ช่อง 3 HD
ที่มา ไทยรัฐ