อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 1 วันที่ 18 พ.ย. 57

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 1 วันที่ 18 พ.ย. 57

“ไม่ใช่คน! หมายความว่าฉัน...ฉันตายแล้วเหรอ!” ภาพเหตุการณ์รถคู่กรณีลอยตกไปในบึง น้ำรินหันกลับมาเจอรถตัวเองชนเข้ากับข้างถนน ลอยคว้างพลิกคว่ำลงข้างทาง

สีหน้าน้ำรินตกตะลึง เหยี่ยวตั้งสติเดินหนีบอกให้เธอไปที่ชอบๆ อย่ามายุ่งกับตน คนอยู่ส่วนคน ผีอยู่ส่วนผี ไม่ควรเกี่ยวข้องกัน น้ำรินขอร้องอย่าหนี ตนไม่มีใครอีกแล้ว เธอร้องไห้ดังขึ้น รับไม่ได้เมื่อรู้ว่าตัวเองตาย เหยี่ยวมองด้วยความสงสาร ร่างน้ำรินจางหายไปต่อหน้าต่อตา


รุ่งเช้า ธารายังคงยืนรอน้ำรินกลับมาอย่างกระวน กระวายใจ น้ำตาไหลปิ่มว่าจะขาดใจที่ลูกไม่กลับมาเสียที...ด้านเหยี่ยวตื่นมาช่วยยายนวลเตรียมของใส่บาตร ยายถามว่าเพื่อนสาวกลับบ้านไปแล้วหรือ เหยี่ยวอึกอักๆ ยายจึงถามอีกเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ไม่คิดแนะนำให้ยายรู้จักบ้าง แล้วถามทำอะไรเธอ ถึงร้องไห้ไม่หยุด เหยี่ยวหน้าเหวอไม่รู้จะตอบอย่างไร

“ยังไม่พร้อมก็ไม่เป็นไร แต่อย่าทำอะไรที่ไม่งามเหมือนวัยรุ่นสมัยนี้นะลูก เออ...แล้วทำไมวันนี้คิดอยากจะทำบุญล่ะ” ยายนวลเปลี่ยนเรื่องถาม

“ผมอยากจะอุทิศส่วนกุศลให้วิญญาณพเนจรน่ะครับ”

ยายนวลถามเมื่อคืนฝันเห็นผีหรือ เหยี่ยวอึกอัก ยายนวลจะเดินไป เหยี่ยวร้องถามว่าหลวงตาเคี้ยงมาแล้วไม่ใส่บาตรด้วยกันหรือ ยายนวลบอกว่าวันนี้หวยออกไม่อยากทะเลาะกับหลวงตา พูดจบก็เดินลิ่วไปเหมือนคนตาดี...เหยี่ยวใส่บาตรแล้วปรึกษาหลวงตาเรื่องวิญญาณน้ำริน ระหว่างนั้น เส่งกับลูกน้องมาแอบมองอยู่อย่างโกรธแค้น...หลวงตาให้ศีลให้พรแล้วกล่าว

“เท่าที่โยมเล่าให้ฟัง ผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่างเพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงล่องลอยไม่มีที่พึ่ง”

“แล้วทำไมผมถึงเห็นเธออยู่คนเดียวล่ะครับ”

“อาจจะเป็นเพราะบุญกรรมที่เคยผูกพันกันมาแต่ชาติก่อน”

“น่าแปลกที่เธอเหมือนจะจำอะไรไม่ได้สักอย่าง”

“น่าจะเป็นเพราะภาวะสับสนในดวงจิต หรืออาจจะเป็นเพราะกรรมบางอย่างที่ผู้หญิงคนนี้เคยสร้างมา ใส่บาตร ทำบุญให้เขาแบบนี้แหละดีแล้ว กุศลจะทำให้เขาไปในที่ชอบ”

จู่ๆลมพัดวูบเข้าที่หน้า เหยี่ยวเห็นน้ำรินกำลังพนมมือไหว้พระอยู่ข้างๆ จึงบอกหลวงตา หลวงตาไม่เห็นติงอย่ามาล้อเล่น เหยี่ยวย้ำว่าเธอรอรับพรอยู่ หลวงตาจึงกล่าว “โอเคเลย สาธุ จงเป็นสุขๆเถิดนะ กู๊ดมอนิ่งนะคุณโยม อาตมาไปก่อนล่ะ”

กล่าวจบหลวงตาจ้ำอ้าวออกไป เหยี่ยวมองตามแล้วหันมาถามน้ำรินทำไมยังไม่ไป น้ำรินขอร้องให้เขาช่วยเพราะไม่มีใครเห็นตนเลย มีแต่เขาเท่านั้นที่เห็น เหยี่ยวถอนใจครุ่นคิดก่อนจะบอกว่าตนช่วยแล้ว ช่วยอุทิศส่วนกุศลให้ก็น่าจะพอ น้ำรินยังอ้อนวอน

“ลองคิดดูดีๆนะคะ คุณเป็นคนเดียวที่จะช่วยฉันได้ ฉันไม่เหลือใครแล้วจริงๆ” เหยี่ยวจะเดินหนี เธอรีบไปดักหน้า เขาเดินผ่านตัวไป น้ำรินเรียก “เดี๋ยวก่อน จะหนีไปไหน กลับมาก่อน”

น้ำรินตามมาดักเหยี่ยวอีก เขาขอให้ต่างคนต่างอยู่ แต่น้ำรินชักโมโหต้องการให้เขาช่วย โดยขู่จะหักคอจิ้ม น้ำพริก เหยี่ยวทำท่ากลัวแล้วว่ามุกโบราณเกิน น้ำรินฉุนตามป้วนเปี้ยนรอบตัวเขา เหยี่ยวพยายามทำสมาธิว่าไม่รู้ ไม่เห็น จิตคิดไปเอง เสียงน้ำรินรบกวนอย่าหลอกตัวเอง

“มันไม่จริง...” น้ำรินโต้ว่าจริง เหยี่ยวโวย “จะทำยังไงคุณถึงจะไปเนี่ย”

“ถ้ามีที่ไป ฉันก็ไม่อยากอยู่ตรงนี้นักหรอก จะให้ฉันไปไหน นอกจากคุณก็ไม่มีใครเห็นฉันสักคน...เป็นตำรวจต้องช่วยเหลือประชาชนสิ ไม่ใช่ทอดทิ้ง”

“ผมเป็นตำรวจไม่ใช่หมอผี ตำรวจมีหน้าที่ช่วยเหลือคนเดือดร้อน ไม่ใช่ช่วยปลดปล่อยวิญญาณเร่ร่อน” พูดจบเหยี่ยวจะเดินหนี

น้ำรินเผลอวีน “จะไปไหน กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน ฉันไม่ใช่ผี มาหาว่าฉันเป็นวิญญาณเร่ร่อนได้ไง” น้ำรินตามเหยี่ยวเข้าบ้าน

ยายนวลเสียบหูฟังฮัมเพลงขณะทำงานในครัว จึงไม่ได้ยินเสียงเหยี่ยวกับน้ำรินเถียงกัน...น้ำรินตามพูดกับเหยี่ยว “จริงๆฉันน่าจะยังไม่ตาย แค่ประสบอุบัติเหตุกำลังนอนโคม่าอยู่ในโรงพยาบาล แล้ววิญญาณฉันก็ดันหลุดออกจากร่าง”

เหยี่ยวหาว่าน้ำรินดูละครมากเกินไป น้ำรินโวย เขาต้องช่วยให้เธอกลับเข้าร่าง เหยี่ยวเน้น “ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าผีกับวิญญาณที่ออกจากร่างมาเร่ร่อนอย่างคุณเนี่ย มันเหมือนกันรึเปล่า แต่ที่แน่ๆคุณไม่ใช่คน”

“พูดอย่างนี้คุณจะไม่ช่วยฉันเหรอ ถ้าคุณไม่ช่วย ฉันจะตามหลอกหลอนคุณ หลอกให้เป็นบ้าไปเลย”

เหยี่ยวหัวเราะ “ถ้าผมกลัวคุณ ผมไม่ยืนคุยกับคุณอย่างนี้หรอก คุณเห็นไหม บ้านผมอยู่ใกล้วัด ถัดไปหน่อยก็เป็นป่าช้า เห็นศพมาจนชินแล้ว คุณไปที่ชอบๆเถอะ ผมจะกรวดน้ำไปให้”

“อย่าตัดรอนฉันแบบนี้สิ ฉันอยากกลับไปเป็นคนอีกครั้ง” น้ำรินเดินตามวิงวอน ไม่ทันดูว่าเหยี่ยวหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ เขาปิดประตูใส่หน้า เธอโกรธไม่พอใจ

เหยี่ยวอาบน้ำสระผมให้คลายความเครียดลง น้ำรินยืนจ้องประตู เข่นเขี้ยว ในชีวิตไม่เคยมีใครปิดประตูใส่หน้าแบบนี้...แล้วชะงัก จำได้อย่างไร แต่ความโมโหยังมีจึงโวยวายใส่เหยี่ยวต่อให้ออกมา เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง น้ำรินยกมือขึ้นทุบประตู แต่มือเธอทะลุประตู ร่างถลาเข้าไป เจอกระจกบานใหญ่แต่ไม่เห็นเงาตัวเอง จึงหันมาอีกทาง เหยี่ยวคว้าผ้าขนหนูมาพันร่างพอดี หันมาเจอกันต่าง
ตะโกนลั่นด้วยความตกใจ น้ำรินเอามือปิดตาโวย

“ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต ไอ้ผู้หมวดวิตถาร แก้ผ้าให้ฉันดูทำไม!”

เหยี่ยวโวยกลับ ตนไม่ได้แก้ผ้า แล้วเธอนั่นแหละโรคจิต เข้ามาในห้องน้ำทำไม น้ำรินหน้าเสียที่ตัวเองเป็นฝ่ายผิด แต่ยังแถ “ก็...ก็ใครจะนึกล่ะว่าคุณจะ...อุจาดตา อี๋...รีบแต่งตัวเร็ว”

เหยี่ยวแกล้งขยับผ้า น้ำรินร้องลั่นให้ตนออกไปก่อนแล้วเขาต้องตามไปคุยให้รู้เรื่อง เธอเดินผ่านประตูไป เหยี่ยวขำ “อะไรวะ นี่ขนาดยังไม่เห็นพญาเหยี่ยวถึงกับแหกปากลั่นเลยเหรอ”

ooooooo

เหยี่ยวแต่งตัวเสร็จ สวมแจ็กเกตตัวเดิมออกมา ถามน้ำรินต้องการให้ตนช่วยสืบว่าเธอเป็นใคร ร่างอยู่ที่ไหนจะได้กลับเข้าร่างใช่ไหม เธอพยักหน้าทำท่าขอร้อง เหยี่ยวจึงบอกว่าวันนี้ตนจะไปเคลียร์งาน แล้วจะลาพักร้อนสองอาทิตย์มาช่วย วันนี้ให้เธอล่องลอยที่นี่ไปก่อน

เหยี่ยวมองน้ำรินอย่างเอ็นดู ย้ำอย่าให้ใครเห็นเดี๋ยวจับไข้หัวโกร๋น เธอรับปาก...ยายนวลเช็ดโต๊ะอยู่ เหยี่ยวเดินเข้ามา ยายทักเสียงใครโวยวายตกใจหมด เหยี่ยวอึกอักก่อนจะโกหกว่าเจอแมลงสาบในห้องน้ำ ยายนวลทำท่านับนิ้วว่าแมลงสาบมีกี่ขา กี่หนวด จะตีเป็นเลข เหยี่ยวขำหอมแก้มยายฟอดแล้วปั่นเมาเท่นไบค์ออกไป...ไม่ทันเห็นว่าเส่งกับลูกน้องขี่มอเตอร์ไซค์ตาม

ระหว่างทาง พอมีจังหวะติดไฟแดง เหยี่ยวจอดจักรยานข้างรถแท็กซี่ เส่งกับลูกน้องเข้าประกบ ชักปืนออกมายิงใส่ เสียงน้ำรินร้องเตือนให้เหยี่ยวระวังทางขวา เขาจึงหลบทัน กระสุนเฉียดแก้มไปโดนกระจกรถอีกคัน เหยี่ยวปั่นรถแหกสี่แยกออกไป เสียงรถเบรกและบีบแตรลั่น เมื่อพ้นที่พลุกพล่าน เหยี่ยวถามขึ้นว่าตามมาทำไม น้ำรินโผล่หน้าออกมาคล้ายเกาะหลังเขาอยู่

“ฉันไม่ได้ตาม มันมาเอง บังคับไม่ได้”

เหยี่ยวเหลียวมองเห็นเส่งกับพวกตามมา จึงชักปืนออกยิงใส่ โดนคันลูกน้องเส่งอย่างแม่นยำล้มไป น้ำรินร้องว๊ายๆด้วยความกลัว เหยี่ยวถามจะร้องทำไมหนวกหู ผีอะไรกลัวโดนยิง น้ำรินค้อนขวับทำนองตนไม่ใช่ผีสักหน่อย...เหยี่ยวยิงใส่เส่งแล้วปั่นจักรยานหนี น้ำรินแซว เป็นตำรวจทำไมหนีคนร้าย เขาตอบว่ากำลังหาทางจัดการ น้ำรินเห็นซอยซ้ายมือข้างหน้าจึงบอกเขาอย่าเข้าไป ทางตัน เหยี่ยวนึกบางอย่างได้ เลี้ยวขวับเข้าไป น้ำรินโวยวายบอกอย่าเข้ามา

เส่งเลี้ยวรถตามเหยี่ยวเข้ามายิ้มย่องเพราะรู้เป็นทางตัน เหยี่ยวจอดรถขวางกำแพงตั้งรับ พอรถเส่งพุ่งมาใกล้ก็ชักปืนออกมายิงเหนือหัวเส่ง สักพัก ป้ายโฆษณาขนาดย่อมหล่นลงมาใส่เส่งล้มไม่เป็นท่า เส่งถูกจับพร้อมของกลางยาเสพติดในตัว

สงครามทุบโต๊ะโครมต่อว่าเหยี่ยวที่เพิ่งสั่งพักงานและให้ถอนตัวจากคดี ยังเข้ามาวุ่นวาย เหยี่ยวโวยว่าตนไม่ผิด ตนถูกไล่ยิงและยังสามารถจับตัวเส่งพร้อมของกลาง ทำให้เราปิดคดีได้

“ความจริงผมควรจะได้รับคำชมเชยและถอนคำสั่งพักงานมากกว่าจะโดนตำหนินะครับท่านผู้การ” เหยี่ยวจ้องหน้าสงครามอย่างไม่กลัวเกรง

พอเดินออกจากห้องผู้การ เจ้าหน้าที่คนอื่นๆต่างปรบมือยินดีที่เขาได้กลับมาทำงาน จ่านกน้อยลืมตัว เข้าจับไหล่ เหยี่ยวมองเคืองๆ นกน้อยนึกได้เอามือลงหัวเราะแหะๆ แล้วเปลี่ยนเรื่อง

“ผมไม่เข้าใจจริงๆนะ ผู้การเป็นเพื่อนกับพ่อหมวดแท้ๆ แต่ทำไมจ้องจับผิดตลอด ทำเหมือนหมวดเป็นศัตรู มันน่าสงสัย...”

เหยี่ยวปัดไม่อยากรู้ จ่านกน้อยจึงถอยไปทำงาน เหยี่ยวลองเรียกน้ำรินยังอยู่ไหม...เงียบไม่มีอะไรจึงกลับไปห้องทำงาน คำพูดของสงครามยังดังก้องหู ที่ว่าเขาจะทำอะไรให้คิดถึงพ่อตัวเองบ้าง เหยี่ยวถอนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น น้ำรินปรากฏร่างถามถอนใจทำไม เขาสะดุ้งเฮือก

“ทำไมต้องตกใจเหมือนเจอผี ไหนว่าไม่กลัวผีไง แหม...หลอกฉันว่าลาพักร้อน ที่แท้ก็โดนสั่งพักงาน”

เหยี่ยวโวยที่ไปแอบฟัง น้ำรินว่าไม่ได้แอบ ตน ยืนข้างหลังฟังผู้การด่าไฟแลบ ไม่อยากให้อายจึงไม่ปรากฏตัว เหยี่ยวเคืองจะตามมาทำไม หญิงสาวว่าไม่ได้ตาม เหมือนมีบางอย่างดึงไปทุกที่ที่เขาไป เหยี่ยวถอนใจ “คุณคงเป็นเจ้ากรรมนายเวรของผมมั้ง”

“ไม่คิดจะขอบคุณสักคำเลยรึ รอดตายก็เพราะฉัน จับผู้ร้ายได้ก็เพราะฉัน”

เหยี่ยวมองน้ำรินอย่างมีฟอร์มเล็กๆก่อนจะเอ่ยปากขอบคุณ น้ำรินแกล้งบอกไม่ได้ยิน เขากล่าวเสียงเรียบๆอีกครั้งว่าขอบคุณ หญิงสาวยังต่อว่า เย็นชามากน่าจะปล่อยให้โดนยิงตายจะได้มาอยู่เป็นผีเพื่อนกัน เหยี่ยวหมั่นไส้ เอ็ดถ้าไปไหนไม่ได้ก็อยู่เฉยๆ ตนต้องการสมาธิในการทำงาน น้ำรินสะบัดหน้าเดินไปนั่งที่โซฟา เหยี่ยวหันกลับมากดคอมพิวเตอร์ทำงานต่อ

ooooooo

ในขณะที่ธารายังเศร้าโศกที่ลูกสาวหายตัวไป คิดถึงวันเกิดที่ผ่านมา น้ำรินมอบของขวัญเป็นนาฬิกาคู่แฝดให้ตนใส่เหมือนกัน ธารามองนาฬิกาข้อมือตัวเองน้ำตาไหลรินทนไม่ไหวถอดออกเก็บใส่ลิ้นชัก ภพธรแวะมา ธาราจึงบอกว่าตนไม่รออีกแล้ว จะไปหา
ผู้บัญชาการสงคราม

“จะเหมาะเหรอครับ คุณอาเคยบอกว่าไม่อยากพบกับผู้การสงครามอีกแล้ว” ภพธรแย้ง

“แต่นี่มันเรื่องของน้ำริน อาจะลองเข้าไปขอความช่วยเหลือเขา”

ภพธรจึงบอกว่าตนจะตามดูที่โรงพยาบาลอีกครั้ง อาจได้ข่าวอะไรบ้าง...ธาราให้สนคนขับรถขับพาไปสำนักงานสืบสวน พอลงรถเธอก็กดโทร.หาผู้การสงครามว่าตนมาถึงแล้ว

เหยี่ยวกินข้าวกลางวันบนห้องเสร็จก็ทำงานต่อ น้ำรินต่อว่าเมื่อไหร่จะช่วยสืบหาประวัติตนเสียที เห็นเขาเฉยจึงประชด “ใช่สิ...ฉันมันผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ ญาติก็ไม่ใช่ ต้องใส่ใจทำไม”

เหยี่ยวติง เอาเวลาประชดมาช่วยคิดดีกว่าว่าตัวเองชื่ออะไร จะได้เริ่มสืบ น้ำรินให้เริ่มจากใบหน้าตน ถ่ายรูปแล้วลงเฟซบุ๊กประกาศหา แค่นี้ก็ไม่รู้ จับสลากมาเป็นตำรวจหรืออย่างไร...เหยี่ยวเอามือถือมาถ่ายรูปน้ำรินแล้วยื่นให้ดูว่ามันถ่ายติดไหม น้ำรินหน้าเสียยังแถว่าทีในหนังยังถ่ายติดวิญญาณได้เลย เหยี่ยวต่อว่า เลิกทำลายสมาธิตนเสียที ตนจะรีบเคลียร์งาน น้ำรินเคือง

“งั้นฉันออกไปเดินเล่นนอกห้องก็ได้ จะได้ไม่รกหูรกตาคุณ” ออกมาพ้นก็บ่น “เชอะ ที่ยอมง้อเพราะเป็นคนเดียวที่มองเห็นฉันหรอกนะ กลับคืนร่างเมื่อไหร่ โดนแน่ไอ้หมวดขี้เก๊ก”

น้ำรินเดินอยู่ริมระเบียง ไม่ทันมองว่าธาราเดินอยู่ข้างล่าง จนเลี้ยวมุมตึก จึงเห็นด้านข้างคุ้นๆ ความรู้สึกแปลกๆไม่รู้ว่าความรู้สึกนั้นมันคืออะไร...น้ำรินกลับเข้ามาบอกเหยี่ยวว่าถ้าได้เห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นอาจจะรู้จักกัน เหยี่ยวหัวเราะมันไม่น่าบังเอิญขนาดนั้น น้ำรินจะยื้อ

เหยี่ยวเอ็ด “คุณจะไปไหนก็ไป นี่คือคำสั่ง!” ประโยคหลังเหมือนมีพลัง ดังก้องในหู

“เฮ้ยๆๆ ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย” น้ำรินรู้สึกหมุนคว้างแต่เหยี่ยวเห็นว่าเธอเดินเซหายไป...

ธารานั่งอยู่ในห้องผู้การสงคราม แววตาเขาห่วงใยเมื่อรู้เรื่องจากเธอ ตำหนิทำไมเพิ่งมาบอก ธาราอ้างไม่อยากรบกวน สงครามย้อนระหว่างเราไม่มีคำว่ารบกวนแล้ว พลันดารณีตำรวจคนสนิทถือแฟ้มอุบัติเหตุพร้อมรูปถ่ายรถที่ตกน้ำมาวางบนโต๊ะ รายงานสงครามว่า

“ตรวจสอบกับทุกหน่วยแล้ว ไม่มีรายงานอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับรถลูกสาวคุณธาราเลยค่ะ”

สงครามถามแฟ้มนี้เรื่องอะไร ดารณีตอบว่าคดีรถตกบึงที่เกิดขึ้นในรอบยี่สิบสี่ชั่วโมง สงครามเปิดดู ดารณีอธิบายว่าคนแถวนั้นให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ รถคันที่ตกน้ำมีเรื่องกับรถสปอร์ตอีกคัน ซึ่งอาจเป็นรถน้ำริน ธารารีบถามมีใครเห็นรถลูกสาวตนบ้าง ดารณีส่ายหน้า ธาราเสียงเครือ “ยัยน้ำไปอยู่ที่ไหน ฉันเป็นห่วงลูก ...ช่วยฉันด้วยนะคะท่านผู้การ”

สงครามเห็นน้ำตาธาราแล้วสะเทือนใจ...ในขณะเดียวกัน วิญญาณน้ำรินหมุนคว้างมาสลบอยู่กลางบ้านเหยี่ยว...ภาพในฝัน เห็นภพธรวัยเด็กให้น้ำรินวัยเด็กขี่คอเดินเล่นข้ามท้องร่อง น้ำรินหัวเราะชอบใจชี้ให้เขาไปทางนั้นทางนี้ จนเขาหมดแรงล้มลงกลิ้งตกร่องสวน ภพธรร้องเรียกน้ำรินเป็นอะไรหรือเปล่า...สายตาน้ำรินมองเห็นภาพธาราเบลอๆกำลังปลุกตน

“น้ำ...น้ำ...ตื่นเถอะลูก น้ำ...”

น้ำรินขยับตัวลุกขึ้น กลายเป็นยายนวลกำลังถามเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมมานอนตรงนี้

“ยาย! ยายมองเห็นหนูเหรอคะ” น้ำรินแปลกใจรีบถาม
“ฮึๆ ไม่เห็นหรอก ยายมองใครไม่เห็นทั้งนั้นแหละ”

“ยายตาบอด!”

“ตาบอดแต่ก็รู้สึกได้ว่ามีคนอยู่ หนูใช่ไหมที่เมื่อวานเจ้าเหยี่ยวพามาที่บ้าน”

น้ำรินยิ่งแปลกใจ ไม่เห็นแต่ได้ยิน ยายนวลบอกว่า ตนตาบอดแต่หูไม่หนวก พูดแล้วจะหาว่าคุย ตนเป็นพวกหูทิพย์ ขนาดเสียงพรายกระซิบ เสียงผีสางนางไม้ ตนยังได้ยินบ่อยๆ ทันใดเสียงปลาทูกับปูอัด ยู้ฮู เรียกยายนวลให้ออกไป ยายนวลจึงบอกน้ำรินว่า

“ชาวคณะมาแล้ว ตามสบายนะหนู ขอออกไประทึกใจก่อน อ๊ะ...ถ้าอยากรู้ต้องตามไปลุ้นด้วยกันที่ศาลา” ยายนวลเดินลิ่วออกไปสมทบกับพรรคพวก น้ำรินข้องใจที่ยายได้ยินเสียงตน

ooooooo

สงครามเดินมาส่งธาราที่รถหน้าสำนักงานสืบสวน เขาปลอบเธออย่ากังวล ตราบใดที่ยังหารถน้ำรินไม่พบ เรายังมีความหวังว่าเธอปลอดภัย...ห่างออกมาคงคาอยู่บนมอเตอร์ไซค์จอดซุ่มดูอยู่ เขาโทร.รายงานว่าพบเป้าหมายแล้ว กำลังตามไป

รถธาราแล่นมาจอดติดไฟแดง ธารานั่งดูไอแพดอ่านเอกสารอยู่เบาะหลัง คงคาเห็นสบโอกาสชักปืนออกมา พลันมีรถสายตรวจแล่นมาจอดติดไฟแดงข้างรถธารา คงคาชะงักรีบเก็บปืนพูดผ่านสมอลทอล์ก “ขอยกเลิกภารกิจ มีรถสายตรวจครับ!”...

พอธารากลับมาบ้าน ก็เล่าให้ภพธรกับนับดาวฟังว่า ผู้การสงครามบอกว่ามีอุบัติเหตุรถตกน้ำ แต่รถคู่กรณีหายไป รถที่หายไปเหมือนกับรถน้ำริน ภพธรโพล่งขึ้น หมายความว่าน้ำรินหนีคดีเพราะกลัวความผิด นับดาวแย้งว่าน้ำรินไม่เคยหนีปัญหา มีอะไรน่าจะติดต่อพวกเรา ธาราหน้าเสีย ภพธรปลอบว่าน้ำรินอาจพยายามจะติดต่อพวกเราอยู่ ธาราหันมาโกรธภพธร

“ธร...อาก็ได้แต่หวัง แต่คนที่จะต้องทำให้เป็นความจริงน่าจะเป็นเธอ เธอเป็นถึงคู่หมั้นน้ำริน ควรจะทำอะไรให้ดีกว่าให้กำลังใจอาไปเรื่อยๆ...ตามหา

น้ำรินให้เจอ นี่เป็นคำสั่ง” ธาราตวาดลั่น ทั้งภพธรและ นับดาวผงะ

ตรงศาลาท่าน้ำ ยายนวลกับพวกนั่งล้อมวิทยุฟังรายงานผลสลากกินแบ่ง น้ำรินนั่งข้างยายนวลไม่มีใครเห็น น้ำรินเปรยว่าจ่านกน้อยก็เอากับเขาด้วย ยายนวลหันมาจุ๊ๆให้เงียบ ฟังเลขท้ายสามตัว ชาวบ้านที่ถูกร้องเฮดีใจ ยายนวลบ่นอุบ พลาดไปนิดเดียว พอเลขต่อไป ยายลุ้นให้เป็น 46 แต่น้ำรินกระซิบว่า 64 ยายนวลเอ็ดปากเสีย ชาวบ้านหันมองว่ายายเอ็ดใคร เสียงจากวิทยุเป็น 64 จริง ชาวบ้านที่ถูกร้องเฮดีใจ ยายนวลตีตักตัวเองเจ็บใจ น้ำรินบอกยายลืมกลับตัวเลข ยายนวลต่อว่ารู้แล้วทำไมไม่บอกแต่แรก ทุกคนตรงนั้นมองยายนวลงงๆว่าคุยกับใคร ปลาทูคิดว่ายายติตน

“ไม่ใช่นะยาย เลขนี้พรายกระซิบผีเฮี้ยนให้นะ ไม่ใช่ฉัน”

“ข้าไม่ได้คุยกับเอ็งซะหน่อย ข้าคุยกับแม่หนูนี่แฟนไอ้เหยี่ยวมันต่างหาก”

ทุกคนหน้าเหวอเพราะไม่เห็นใคร น้ำรินบอกยายนวลว่าตนไม่ใช่แฟนเหยี่ยว ยายท้วง “ไม่ใช่แฟนแล้วเข้าไปอยู่ในห้องด้วยกันได้ไง แถมเมื่อเช้ายังร้องกรี๊ดซะเสียงดัง อย่านึกนะว่ายายไม่รู้ ยายตาบอดแต่ไม่ได้หูหนวกนะ”

ชาวบ้านมองหน้ากันกลัวๆ ยายนวลแนะนำกับทุกคนว่าแม่หนูคนนี้เป็นแฟนหลานชาย น้ำรินเห็นสีหน้าทุกคนหวาดหวั่น ยายนวลชวนน้ำรินให้ร่วมปาร์ตี้วันหวยออกแล้วหันไปบอกคนอื่นๆว่าเป็นการต้อนรับสมาชิกใหม่กัน ทุกคนเงียบก่อนจะค่อยๆขอตัวกลับทีละคน อ้างมีธุระที่บ้านแล้วโกยอ้าวกันไป

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 1 วันที่ 18 พ.ย. 57

ละครภพรัก บทประพันธ์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก บทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก กำกับการแสดโดย : ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์
ละครภพรัก ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด
ละครภพรัก ควบคุมการผลิตโดย : สินจัย เปล่งพานิช
ละครภพรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2557
ละครภพรัก ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 3 และ ช่อง 3 HD
ที่มา ไทยรัฐ