อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 2 วันที่ 19 พ.ย. 57

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 2 วันที่ 19 พ.ย. 57

ชาวบ้านมองหน้ากันกลัวๆ ยายนวลแนะนำกับทุกคนว่าแม่หนูคนนี้เป็นแฟนหลานชาย น้ำรินเห็นสีหน้าทุกคนหวาดหวั่น ยายนวลชวนน้ำรินให้ร่วมปาร์ตี้วันหวยออกแล้วหันไปบอกคนอื่นๆว่าเป็นการต้อนรับสมาชิกใหม่กัน ทุกคนเงียบก่อนจะค่อยๆขอตัวกลับทีละคน อ้างมีธุระที่บ้านแล้วโกยอ้าวกันไป

“อ้าวๆๆทำไมรีบกันขนาดนั้น ทำยังกับเห็นผี จะบ้าเหรอพวกเอ็งนี่” ยายนวลได้ยินเสียงวิ่งของทุกคน “ยังไงหนูก็อยู่ก่อนนะ รอจนกว่าเหยี่ยวมันจะกลับมา เออ... แล้วตกลงหนูชื่ออะไร คุยกันมาตั้งนาน ไม่ได้ถามชื่อ”


น้ำรินนิ่งคิด นึกถึงเสียงปลุกเรียกตัวเองว่าน้ำ จึงบอกไปว่าตนชื่อน้ำอย่างไม่ค่อยมั่นใจ...หัวค่ำ ยายนวลนอนหลับอยู่บนตั่งไม้ เหยี่ยวไขประตูบ้านเข้ามา น้ำรินโผล่จ๊ะเอ๋ เขาสะดุ้งโวย

“บอกแล้วไงอย่าโผล่มาแบบนี้อีก”

“แหม...อีกไม่นานเดี๋ยวก็ชิน”

“ยังอยู่อีกเหรอ นึกว่าไปเกิดใหม่ซะแล้ว จู่ๆก็หายไปต่อหน้าต่อตา”

“เออ...จริง ทำไมฉันกลับมาอยู่ที่บ้านนี้ได้ อ๋อ นึกออกแล้ว ต้องเป็นเพราะคำสั่งเด็ดขาดของคุณแน่ๆ เอ...แล้วทำไมฉันต้องทำตามล่ะ...หรือระหว่างเราอาจจะมีพันธะบางอย่าง ที่เป็นบ่วงผูกติดกันอยู่ แต่แบบนี้มันไม่แฟร์เลยนะ ทำไมฉันต้องทำตามคำสั่งคุณด้วยล่ะ”

“ทำตามจริงเรอะ ไม่ทุกเรื่องมั้ง ไม่งั้นสั่งให้ไปเกิดใหม่ก็ต้องไปแล้วสิ” เหยี่ยวทำหน้ากวนๆก่อนจะเดินหนีเข้าห้อง

“เก่งจริงสั่งให้ฉันกลับไปเข้าร่างสิ ฉันจะได้ฟื้นขึ้นมากลายเป็นสาวสวยแบบเดิม ไม่ต้องมาทนง้อผู้หมวดขี้เก๊ก”

“คุณผีเยอะอย่าง...ผมล่ะเหนื่อยกับคุณจริงๆ ขอไปนอนก่อนนะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน” เหยี่ยวเดินเข้าห้อง นั่งถอนใจอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะลุกไปหยิบกล่องจิ๊กซอว์ที่ต่อไปแล้วครึ่งภาพจากใต้เตียงมาทำต่อ เป็นการทำสมาธิอย่างหนึ่งของเขา

น้ำรินเข้ามาแหย่ให้ตกใจ แต่เขานิ่งไม่สะดุ้ง บอกชินแล้วอย่างที่เธอบอก แถมดุว่าอย่ามาทำลายสมาธิตน ตนอยากอยู่เงียบๆ...เหยี่ยวถอดเสื้อแจ็กเกตออกแล้ว

ล้มตัวลงนอน น้ำรินท้วงอาบน้ำแล้วหรือ เขาส่ายหน้า

“อ้าวนี่คุณจะนอนเลยเหรอ อี๋...น้ำก็ไม่อาบ สกปรก นี่ถ้าเป็นพี่ธรไม่มีวันทำยังงี้เด็ดขาด”

เหยี่ยวถามว่าใคร น้ำรินชะงักนึกไม่ออกว่าใคร มันพูดออกไปเอง เหยี่ยวหน่ายใจไม่มีข้อมูลอีกตามเคย น้ำรินก่อกวนไม่ให้เขานอน ขอให้ช่วยเสิร์ชเน็ตหาชื่อ

ตัวเอง เพราะมีข้อมูลเพิ่มขึ้นว่าตนรู้จักชื่อตัวเองกับคนชื่อธร เหยี่ยวโวย

“คุณผีเยอะอย่าง คนชื่อน้ำในประเทศนี้มีเกินล้าน มีวิธีอะไรที่สร้างสรรค์กว่านี้ไหม”

“นี่คุณ! นอกจากสกปรกซกมกแล้ว ยังไม่มีน้ำใจอีก”

“ถ้าผมไม่มีน้ำใจ ผมให้หมอผีจับคุณลงหม้อถ่วงน้ำนานแล้ว ผมบอกให้นะ ข้อมูลแค่นี้ไม่มีทางเจอ เสียเวลานอน ไม่ต้องมาวุ่นวายอีกนะ ไม่งั้นเรียกหมอผีแน่” เหยี่ยวเอ็ด

น้ำรินผงะเสียใจ ล่องลอยออกจากห้องไปนั่งร้องไห้ที่โดนขับไล่เหมือนตัวน่ารังเกียจ...เหยี่ยวนอนไม่หลับรู้สึกเรื่องน้ำรินรบกวนจิตใจ จึงลุกไปยืนมองทางหน้าต่าง เห็นเธอนั่งร้องไห้ก็สะท้อนใจ น้ำรินฟูมฟาย จะหยิบก้อนหินปาก็หยิบไม่ได้ จึงตะโกนลั่น

“คิดว่าฉันอยากง้อคนอย่างคุณนักเหรอ...ฉันเป็นอะไรกันแน่ ถ้าตายแล้วก็เอาฉันไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ก็ได้ จะมาร่อนเร่ไปเพื่ออะไร จำก็จำอะไรไม่ได้ จะนอนก็ไม่รู้จะนอนยังไง จะกินก็ไม่รู้จะกินได้รึเปล่า ต้องมาตามง้อใครก็ไม่รู้ให้ช่วย แล้วโดนเขาไล่อย่างกับหมูกับหมา...ฉันอยากกลับบ้าน” น้ำรินร้องไห้โฮ

เหยี่ยวยืนมองด้วยสายตาสงสาร

ooooooo

ในคอนโด ภพธรนั่งเปิดไอแพดดูข่าวอุบัติเหตุว่ามีที่เกี่ยวข้องกับน้ำรินบ้างไหม เหมือนเขาจะเป็นห่วงเธอ...ภพธรคิดถึงวัยเด็ก เขากอดรูปพ่อที่จากไปร้องไห้อยู่ในบ้านธารา ธาราเดินเข้ามาตำหนิด้วยน้ำเสียงเย็นชาไม่คิดกอดปลอบ ว่าอ่อนแออีกแล้ว ธาราจับไหล่เด็กชายให้ฟัง

“พ่อนุติคงไม่สบายใจถ้าเห็นลูกชายคนเดียวอ่อนแอ จำไว้นะภพธร โลกนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับคนอ่อนแอ เมื่อไม่มีพ่อ เธอต้องอยู่ด้วยตัวเอง พึ่งตัวเองให้ได้ ไม่มีใครรักเราเท่ากับตัวเราเองแล้ว” ภพธรคิดตามคำพูดของธารา

พลันมือถือภพธรดังขึ้น เขากดรับสาย ถามนับดาวมีอะไร...น้ำเสียงนับดาวร้อนรน

“ยังไม่เข้ามาออฟฟิศอีกเหรอคะ”

“บอกแล้วไงวันนี้จะเข้าสายหน่อย”

“คุณอาเรียกประชุมบอร์ดโรงแรมด่วน นอกวาระที่กำหนดไว้เดิมค่ะ...น่าจะเป็นเรื่องรินธารารีสอร์ตที่

สมุย พี่ธรรีบเข้ามาดีกว่า เดี๋ยวคุณอาธาราจะตัดสินใจผิดพลาด พักนี้ยิ่งไม่ค่อยมีสมาธิ”...ภพธรรับคำรีบแต่งตัวออกไป

ด้านเหยี่ยวลืมตาตื่นมาเห็นหน้าน้ำรินนั่งมอง

อยู่ข้างเตียงก็สะดุ้ง น้ำรินดักคออย่ามาไล่กันเพราะตนไม่มีที่ไป เหยี่ยวนึกถึงภาพเธอร้องไห้เมื่อคืนก็ไม่คิดไล่อีก ถามเธอไม่รู้จักนอนมานั่งจ้องกันทำไม เธอย้อนถามเศร้าๆเป็นผีต้องนอนด้วยหรือ

“อ้าว...ก็ไหนคุณบอกว่าคุณไม่ใช่ผีไง...อ่ะ...อ่ะ เถียงไม่ออก เฮ้ย! แปดโมงเช้า”

น้ำรินบอกแค่แปดโมงไม่เห็นต้องรีบตื่น เหยี่ยวโวยเช้าอะไรนี่มันสายแล้ว เขาลุกขึ้นคว้าผ้าเช็ดตัว บอกเธอให้ออกไปรอข้างนอก น้ำรินโวยตนไม่ใช่คนใช้ที่ต้องทำตาม เขาจึงถามว่า อยากเห็นพญาเหยี่ยวใช่ไหม น้ำรินตาโพลงนึกได้ร้องว้าย...วิ่งทะลุประตูออกไป เหยี่ยวขำมีความสุขที่ได้แกล้งน้ำริน

บนถนนร่มรื่น เหยี่ยวปั่นเมาเท่นไบค์ไปลำพัง จู่ๆน้ำรินชะโงกหน้าจากด้านหลัง ถามทำไมเขาถึงไม่ขับรถ เหยี่ยวสะดุ้ง โวยโผล่มาแบบนี้เดี๋ยวโดนรถชนตายพอดี แล้วใครจะช่วยเธอ น้ำรินนึกได้ทำหน้าเศร้า เหยี่ยวให้เลิกทำหน้าอมทุกข์ได้แล้ว น้ำรินจึงถามอีกครั้ง

“คุณยังไม่ตอบเลย ทำไมถึงชอบขี่จักรยาน ไม่ยอมขับรถ”

“ผมมีความทรงจำที่ไม่ดีเกี่ยวกับรถ ครอบครัวประสบอุบัติเหตุ มีเพียงผมคนเดียวที่รอด”

น้ำรินหน้าเสียกล่าวขอโทษที่ถาม เหยี่ยวบอกว่าถามอย่างไรพ่อแม่ตนก็ไม่ฟื้น แล้วต่อว่าน้ำรินอย่าโผล่มาแบบนี้อีก ตนจะรีบไปสำนักงานสืบสวน จะลองสืบเรื่องของเธอ

ooooooo

ในห้องประชุม ธาราประกาศเลื่อนการแต่งตั้งผู้จัดการทั่วไปของรินธารารีสอร์ตที่สมุย ภพธรแย้งว่าใกล้เปิดไตรมาสสองแล้ว ธาราเสียงเข้ม เลื่อนไปก่อนเพราะตนต้องการให้น้ำรินดูแลโครงการนี้ นับดาวจะช่วยค้าน ธาราเอ็ด การตัดสินใจของตนถือว่าเด็ดขาด

“คุณอาครับ ยังมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับรีสอร์ตที่ต้องตัดสินใจทันทีนะครับ” ภพธรแย็บ

ธาราสวน “อายังไม่พร้อมจะตัดสินใจตอนนี้ ต่อไปอย่าขัดอาในที่ประชุมอีก ถึงอาจะไว้ใจให้เธอเป็นกรรมการผู้จัดการ แต่ตำแหน่งประธานยังคงเป็นอา เข้าใจไหม”

ภพธรอึ้งรับคำ ธาราเดินออกไป เขามองตามด้วยสีหน้าไม่พอใจ...นับดาวเดินตามภพธรไปตามทาง เจ็บใจที่ธาราทำไม่ถูก ควรแต่งตั้งตำแหน่งผู้จัดการที่

สมุยได้เลย ไม่เห็นต้องรอน้ำริน ภพธรปรามให้เบาเสียง เขารู้ว่าเธออยากได้ตำแหน่งนี้ แต่ธารายังมีความหวังให้น้ำริน นับดาวยังเคืองที่ธาราตัดสินใจไม่เห็นหัวภพธรบ้างเลย...เวลาผ่านไป ภพธรเดินอยู่ริมระเบียง เห็นรถมาจอดรับธาราออกไป เขามองอย่างเครียดๆเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง

สนถามธาราจะไปพัทยาเลยใช่ไหม เธอบอกว่าให้ไปให้ทันสี่โมงเย็น เพราะตนมีประชุมสมาคมท่องเที่ยวที่นั่น สนรับคำบึ่งรถออกไป

ในขณะที่เหยี่ยวนั่งค้นข้อมูลคนชื่อน้ำที่หายสาบสูญ ก็ไม่มีใครหน้าเหมือนน้ำรินเลย ข้อมูลอุบัติเหตุก็ไม่มีจนเขาอ่อนใจ น้ำรินเดินเข้ามาถามยังไม่มีอะไรคืบหน้าอีกหรือ เหยี่ยวให้เธอคิดอะไรให้มากกว่านี้ พลัน จ่านกน้อยจะเคาะประตู ได้ยินเสียงคุยกันจึงแนบหูแอบฟัง

“แค่นี้ก็ทำผิดกฎมากเกินไปแล้ว ถ้าผู้ใหญ่ถามจะให้ตอบว่าไง บอกว่ามีวิญญาณหลุดออกจากร่างมาขอให้ช่วยยังงั้นเหรอ”

จ่านกน้อยได้ยินก็ตกใจเปิดประตูผางเข้ามาถามคุยกับใคร เหยี่ยวติงทำไมไม่เคาะประตู นกน้อยไม่สนใจกลับมองไปรอบห้องถามถึงวิญญาณหรือเลี้ยงกุมารทอง เหยี่ยวหัวเราะเบาๆ นกน้อยนึกได้ “ใช่ ผมจำได้แล้ว คืนก่อนผมเห็นผีตามหลังหมวดที่บ้าน ไอ้ปลาทู ปูอัดมันก็เห็น”

เหยี่ยวทำเป็นเอ็ดจะบ้าหรือ น้ำรินหัวเราะบอกว่าจ่านกน้อยพูดเกือบถูก เหยี่ยวใช้สายตาปรามก่อนจะหันมาถามจ่านกน้อยมีธุระอะไรกับตน นกน้อยนึกได้ว่ามาตามเข้าประชุมคดีเส่ง เหยี่ยวจะเดินไป น้ำรินถลามาขวาง “จะไปไหน หมวดยังตามหาร่างฉันไม่เจอนะ”

“ขอทำงานก่อน ไม่ต้องตามไป อยู่ตรงนี้เดี๋ยวจะกลับมาช่วยหาต่อ” เหยี่ยวสั่ง

น้ำรินไม่พอใจแต่ก็ขัดคำสั่งเขาไม่ได้ ชักฉุน ทันใดเกิดอาการหัวใจวูบขึ้นมา เหยี่ยวเห็นท่าทางถามเป็นอะไร น้ำรินเองก็ไม่รู้ รู้สึกเหมือนจะมีอะไรเกิดขึ้นสักอย่างที่ทำให้อยากร้องไห้ เหยี่ยวฟังแล้วงงๆ ขณะเดียวกัน รถธาราที่แล่นอยู่บนถนนไฮเวย์ ก็มีรถขนปูนพุ่งออกมาชนด้านข้าง เสียงสนคนขับรถร้องลั่น

ในห้องประชุม ผู้บัญชาการสงครามให้ดารณีอธิบายภาพบนจอ “หลังจากที่จับไอ้เส่งได้ ทีมสืบสวนทำการขยายผลจนทำให้ไอ้เส่งซัดทอดเอเย่นต์ใหญ่ เครือข่ายค้ายาเสพติดคนสำคัญ”

เหยี่ยวถามว่าใคร ดารณีเปิดภาพ ยอดชัด เศรษฐีหนุ่มใหญ่เจ้าของธุรกิจบันเทิงครบวงจรหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือ เดอะชลาธาร...ดารณีเปิดภาพบ่อนการพนัน โต๊ะสนุ้ก บาร์เหล้า พร้อมอธิบายว่า เดอะชลาธารไม่ได้เป็นแค่สถานบันเทิง แต่มีธุรกิจเบื้องหลังผิดกฎหมายมากมาย

“เพื่อความมั่นใจในการเข้าจับกุม เราส่งสายสืบสามคนเข้าไปในนั้นหลายสัปดาห์แล้ว”

ดารณีเปิดภาพชายสองคน หญิงหนึ่งคน แจงว่าชายคนหนึ่ง โค้ดเนม มังกรดำ เป็นคนเจ้าเสน่ห์ เป็นมิตรกับทุกคน จึงสามารถสืบข้อมูลจากคนรอบข้างได้ง่ายที่สุด และหญิงสาวที่ดูเซ็กซี่ โค้ดเนม หงส์ขาว สวยมีเสน่ห์ เล่นพนันทุกครั้งชนะทุกครั้ง พร้อมจะใช้ความเป็นหญิงบริหารเสน่ห์เพื่อให้ได้มาซึ่งข่าวสาร...ส่วนชายอีกคน โค้ดเนม อินทรีดำ ดูท่าทางเนิร์ดๆ รูปร่างสูง เล่นสนุ้กเกอร์เก่ง เป็นคนช่างสังเกต มีความละเอียดมากที่สุด

เหยี่ยวทำหน้าสงสัย ดารณีจึงถามมีอะไร เหยี่ยวแปลกใจที่หงส์ขาวหน้าเหมือนแนน จึงถามว่าเธอกลับมาแล้วหรือ ดารณีตอบว่า เพิ่งกลับมารับหน้าที่สายสืบอีกครั้ง สงครามถามแทรก

“ถ้าต้องทำงานกับหมวดแนน หมวดคงไม่มีปัญหาใช่ไหม”

เหยี่ยวส่ายหน้า ดารณีบอกต่อว่า คืนนี้ยอดชัดจะส่งมอบยาเสพติดลอตใหญ่ สงครามสั่ง

“หมวดเหยี่ยวนำกองกำลังไปที่นั่น ทันทีที่มีการส่งมอบยา สายของเราจะส่งสัญญาณให้เข้าจับกุม เราจะพลาดไม่ได้ ยอดชัดเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่มาแรง ถ้าหลักฐานไม่รัดกุม เราโดนผู้ใหญ่เล่นงานแน่”

เหยี่ยวรับคำแต่สีหน้าดูไม่ค่อยสบายใจนัก...ถึงเวลาปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ต่างขึ้นรถที่จอดหน้าสำนักงานสืบสวนแล่นออกไป เหลือคันสุดท้าย เหยี่ยวยืนกระอัก–กระอ่วน จ่านกน้อยเข้ามาเร่งให้เขาขึ้นรถเดี๋ยวตามไม่ทัน แล้วนึกได้ถามเหยี่ยวอย่าคิดจะปั่นจักรยานไป ตนไม่ใช่หมวดแนนที่จะยอมซ้อนท้ายสมบุกสมบันไปกับเขา เหยี่ยวมองเคืองๆก่อนจะขึ้นรถ เขานั่งเกร็งคู่กับจ่านกน้อยซึ่งเป็นคนขับ นกน้อยแกล้งฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี

น้ำรินนั่งกอดอกอยู่เบาะหลัง ยื่นหน้ามาคุยกับเหยี่ยว “ขี้เก๊ก ทิ้งฉันอีกแล้วนะ ไหนบอกว่าจะกลับไปช่วย จะอ้างว่าต้องทำงานด่วนใช่ไหม ไม่สงสารฉันแล้วเหรอ” เห็นเหยี่ยวนั่งหลับตานิ่ง “เป็นอะไรหมวด หมวดเก๊ก พูดอะไรบ้างดิ นี่กลัวรถมากมายขนาดนี้เลยเหรอ”

เหยี่ยวเผลอตอบว่าใช่ น้ำรินหัวเราะ คนประหลาด ไม่กลัวผี แต่กลัวรถ ไม่สมกับเป็นตำรวจมือปราบปืนโหดเลย เหยี่ยวเอ็ดให้เงียบ นกน้อยสะดุ้งบ่นว่าตนแค่ฮัมเพลง น้ำรินไม่เข้าใจว่าทำไมเหยี่ยวต้องกลัว เหยี่ยวเอ็ดอีกครั้งให้ไปที่อื่นอย่ามายุ่งกับตน นกน้อยเสียงอ่อยว่าไม่ได้ยุ่ง แต่เหยี่ยวยังโวยน้ำริน “ไม่มาเป็นผม คุณไม่รู้หรอก...”

“นึกจะทิ้งก็ทิ้ง ถ้าไม่มาเป็นวิญญาณความจำเสื่อม คุณก็ไม่เข้าใจฉันเหมือนกันแหละ”

“หุบปากนะ คุณผีเยอะอย่าง...” เหยี่ยวหันไปสั่งน้ำริน

นกน้อยเบรกรถหน้าคะมำ มองกระจกหลังไม่เห็นมีใคร ถามเหยี่ยวคุยกับผีหรือกุมารทอง เหยี่ยวรู้สึกตัว แก้ว่าตนแค่ละเมอ “ผมหลับตาแล้วงีบไป เลยละเมอ...เอาเหอะน่า เลิกสงสัยรีบไปกันได้แล้ว เดี๋ยวก็ไม่ทัน ไปซี่” เหยี่ยวชำเลืองมองน้ำริน ทำท่าปากรูดซิป

ooooooo

ภายในเดอะชลาธาร มังกรดำ หงส์ขาวและอินทรีดำ ประจำการตามจุดที่กำหนด เจ้าหน้าที่กระจายกำลังล้อมด้านนอก พร้อมบุกเมื่อได้สัญญาณ พลัน จ่านกน้อยบอกเหยี่ยวว่า สัญญาณการสื่อสารล่มหมด เหยี่ยวตกใจคงมีการส่งคลื่นรบกวน ต้องเข้าไปรับสัญญาณเอง

จ่านกน้อยเกรงคำสั่งผู้การที่ให้รอข้างนอก เหยี่ยวให้นกน้อยรอตรงนี้จนกว่าตนจะวิทยุสั่งให้บุก ว่าแล้วเหยี่ยวก็เดินไปทันที น้ำรินวิ่งตามเขาไป นกน้อยหน้าเสียเป็นกังวล...เหยี่ยวเดินเข้ามาในเดอะชลาธาร น้ำรินตามมายืนข้างๆ เธอเปรยว่าคนเยอะแบบนี้ จะหาสายทั้งสามคนเจอได้อย่างไร เหยี่ยวนึกได้เปิดรูปให้น้ำรินดู มังกรดำ แล้วให้เธอไปช่วยหา น้ำรินเหวอ

“เออสิ ไหนๆมาแล้วก็ทำตัวให้เป็นประโยชน์ ผมจะไปหาหงส์ขาว อีกสิบนาทีเจอกัน”

น้ำรินทำตามคำสั่งเหยี่ยวอย่างไม่เข้าใจตัวเอง... อินทรีดำปลอมเป็นเด็กเสิร์ฟ ยกเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ

เหยี่ยว ใต้ที่รองแก้วมีการ์ดวีไอพี เหยี่ยวรับมาคล้องคอ น้ำรินเดินเลี่ยงผู้คนที่เต้นกันเย้วๆอย่างรังเกียจไม่อยากโดนตัว นึกได้ตัดสินใจปีนขึ้นไปยืนบนบาร์มองหามังกร–ดำ เห็นนั่งอยู่ที่โซฟามีสาวเซ็กซี่รายล้อมสองสามคนก็มั่นใจว่าใช่

เหยี่ยวจะเดินเข้าไปในโซนบ่อนพนัน การ์ดเข้าขวาง เขาจึงโชว์บัตรวีไอพี ก็ได้รับการเปิดทาง เข้ามาได้เหยี่ยวเห็นหงส์ขาวท่าทางเซ็กซี่แทงพนันชนะได้เงินมากมาย จึงทำทีเข้าไปยินดีด้วย หงส์ขาวยิ้มยั่วยวนชวนเสี่ยงโชคด้วยกัน เหยี่ยวปฏิเสธอ้างโชคไม่ค่อยดี เธอเย้า

“ไม่มีโชคเรื่องการพนัน งั้นคงมีโชคเรื่องความรัก”

เหยี่ยวชะงัก พยายามเล่นละครเนียนๆต่อ “คิดว่าคงไม่...ขึ้นอยู่กับคู่กรณีมากกว่า”

“ฮึๆตอบถูกใจ ฝากเงินไปแลกชิปมาเล่นเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ ถือเป็นโชคดีแรกของคุณในคืนนี้ไง” หงส์ขาวหยิบเงินส่งให้เขาปึกหนึ่ง เหยี่ยวรับพึมพำ เสร็จงานแล้วต้องเคลียร์กัน

เหยี่ยวเดินกรีดแบงก์ออกมา เห็นด้านข้างปรากฏข้อความที่สันปึก “นัดส่งยารังอินทรี”

เหยี่ยวยิ้มเหมือนที่เคยเล่นกับแนนสมัยเรียน...ยอด–ชัดเดินผ่านน้ำรินไปที่โซนสนุ้กเกอร์ ลูกน้องวิ่งมารายงานว่าลูกค้ามาถึงแล้ว เขาจึงเดินไปกับลูกน้องที่ถือกระเป๋าดำตาม เหยี่ยวเดินมาหาน้ำริน เธอบอกเขาว่าเจอมังกรดำแล้ว เขากลับบอกไม่จำเป็นล่ะเพราะรู้จุดส่งยาแล้ว น้ำรินให้วิทยุเรียกพวกเข้ามาจับ เหยี่ยวเห็นว่ายังไม่ถึงเวลา ต้องให้มั่นใจกว่านี้ จะไปดูห้องวีไอพีข้างบน

น้ำรินวิ่งตามเหยี่ยวไปถึงหน้าห้องวีไอพี เหยี่ยวขอให้เธอเข้าไปดูข้างในห้องให้ น้ำรินโวยใช้ตนอีกแล้ว เหยี่ยวว่าเธอเดินผ่านประตูได้ไม่มีใครเห็น

“เฮ้ย แต่เวลาฉันเดินทะลุอะไรสักอย่างเนี่ย หวาดเสียวทุกครั้งเลยนะ”

“น่า ช่วยหน่อยเหอะ ไปดูว่ามันส่งยากันจริงๆ แล้วออกมาบอกผม” เหยี่ยวมองน้ำรินเดินเข้าไป แล้ววิทยุบอกจ่านกน้อยให้เตรียมพร้อมรอคำสั่ง

น้ำรินกัดฟันเคลื่อนตัวผ่านประตูเข้าไป เห็นชายหนุ่มแต่งตัวภูมิฐานถือกระเป๋าสีดำมาใบหนึ่ง ยอดชัดถามเตรียมเงินมาพร้อมใช่ไหม ชายคนนั้นรับว่าใช่ ทั้งสองต่างเปิดกระเป๋าให้ดูกัน เป็นยากระเป๋าหนึ่ง เงินกระเป๋าหนึ่ง น้ำรินตาลุกวาว เผอิญลูกน้องยอดชัดเห็นเหยี่ยวเสียก่อน จึงเอาปืนจ่อและยึดปืนเขาไว้

น้ำรินกลับออกมาร้องบอก “หมวดเก๊ก พวกมันส่งยากันจริงๆ อ้าว! ซวยแล้วไง”

เหยี่ยวแอบกดปุ่มส่งสัญญาณไปที่จ่านกน้อย ก่อนที่เขาจะถูกพาตัวเข้าไปในห้อง เหยี่ยวทำทียกมือยอมจำนน แล้วเอ่ย “นึกไม่ถึงว่าจะกล้าค้ายากลางเดอะชลาธาร”

ยอดชัดกับลูกค้าเก็บกระเป๋า ยอดชัดเอาปืนขู่ถามเหยี่ยวเป็นสายตำรวจใช่ไหม เหยี่ยวตอบว่าไม่ใช่เพราะตนเป็นตำรวจ ว่าแล้วก็ซัดลูกน้องยอดชัดลงไปกองสามคนในพริบตา ดึงปืนมาจ่อหัวยอดชัด น้ำรินอึ้งกับความเก่งของเขา...จ่านกน้อยนำกำลังบุกเข้ามา มังกรดำยึดพื้นที่โซนบาร์เหล้าไว้ได้หมด บอกนกน้อยให้ไปที่ห้องวีไอพี ตำรวจจับกุมยอดชัดกับลูกน้องได้ แต่พอเปิดกระเป๋าสองใบออกดูไม่พบยาเสพติด ยอดชัดกร่างทันทีหาว่าตำรวจจะยัดข้อหาค้ายาให้

จ่านกน้อยมองหน้าเหยี่ยวจะเอาอย่างไร น้ำรินมองไปที่ตึกข้างเคียงเห็นมีกล้องวงจรปิดหันมา จึงบอกเหยี่ยวว่า ตนมีทางช่วยเขา แล้วพยักพเยิดให้มองไปที่กล้องวงจรปิด

นกน้อยนิ่วหน้าว่าเหยี่ยวคุยกับใคร...เหยี่ยวสั่งจับกุมทุกคนเป็นผู้ต้องหาให้หมด ยอดชัดโวยวายไม่มีหลักฐาน

“หลักฐานน่ะมีแน่...ส่งคนไปขอฮาร์ดดิสก์ที่บันทึกภาพกล้องวงจรปิดตึกข้างๆมาตรวจสอบ ของกลางและเงินอยู่ในวีดิโอที่บันทึกไว้แน่นอน...แกเสร็จฉันแน่” เหยี่ยวสั่งจ่านกน้อยแล้วยิ้มให้น้ำรินทำนองขอบคุณ

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 2 วันที่ 19 พ.ย. 57

ละครภพรัก บทประพันธ์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก บทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก กำกับการแสดโดย : ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์
ละครภพรัก ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด
ละครภพรัก ควบคุมการผลิตโดย : สินจัย เปล่งพานิช
ละครภพรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2557
ละครภพรัก ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 3 และ ช่อง 3 HD
ที่มา ไทยรัฐ