อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 3 วันที่ 25 พ.ย. 57

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 3 วันที่ 25 พ.ย. 57

น้ำรินเอื้อมมือแตะตุ๊กตา แต่มือผ่านทะลุไปจนท้อใจ เสียงปริกดังขึ้น “ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มีเหตุผลในตัวเอง...หล่อนจะกลัวฉันทำไม บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าฉันไม่ทำร้ายหล่อนหรอก”

ปริกเห็นท่าทางหวาดกลัวของน้ำริน จึงนั่งลง ตรงข้าม แนะนำตัวว่าชื่อ ปริก บีเวอร์...น้ำรินทำหน้างง ปริกหัวเราะบอกว่าตนเป็นกิ๊กกับจัสติน บีเวอร์ ปริกดึงใบไม้มาฉีกอย่างอายๆ...น้ำรินมองปริกที่สามารถจับสิ่งของได้ ปริกจึงทำมือทะลุผ่านสิ่งของโชว์ น้ำรินทึ่งทำได้อย่างไร


“ตุ๊กตานี่น่ารักเนอะ” ปริกจับตุ๊กตามากอด เห็นสายตาน้ำรินที่มองก็รู้ว่าอยากทำบ้าง จึงหัวเราะ “ฉันเป็นเทวดาไง ฮ่าๆๆ...พูดจริงๆก็ได้ ที่ฉันจับได้เพราะวันนี้เป็นวันพระ จำไว้นะ วันโกนและวันพระคือวันที่ประตูผีเปิด ผีทุกตนจะมีพลังเพิ่มขึ้น สังเกตสิคนมักเห็นผีวันพระ เพราะวิญญาณจะมีพลังมากพอที่จะทำให้คนเห็น”

ท่าทางน้ำรินเชื่อเป็นตุเป็นตะ ปริกหัวเราะก่อนจะเฉลยว่าไม่จริง แล้วว่าเธอช่างหลอกง่าย น้ำรินเคืองเดินหนีเข้าห้อง ปริกชะโงกหน้าทะลุไปหาทำให้เธอตกใจ ปริกบ่น

“กาลเวลาเปลี่ยนแปลงผู้คนก็เปลี่ยนไป คนสมัยนี้ใจร้อนเหลือเกิน หล่อนฟังฉันก่อนสิ ที่หล่อนถามแต่ฉันไม่ตอบเพราะพูดไปก็ไม่มีประโยชน์ ของแบบนี้มันต้องทำเลย”

น้ำรินดีใจคิดว่าปริกจะสอนให้จับสิ่งของได้...

ทั้งสองกลับมานั่งที่โต๊ะ ปริกให้น้ำรินตั้งสมาธิให้เป็นผีมีคุณภาพ เพื่อจับสิ่งของต่างๆได้ น้ำรินอิดออดเพราะนั่งสมาธิมักหลับ ปริกเอ็ด

“แล้วฉันบอกให้นั่งสมาธิเมื่อไหร่ การทำสมาธิไม่จำเป็นต้องนั่ง แต่เป็นการกำหนดจิตใจให้อยู่กับสิ่งที่จะทำ” ปริกสาธิตจ้องที่ตุ๊กตา ทันใด ลูกตาเธอก็ถลนออกมานอกเบ้า น้ำรินตกใจ “ขอโทษๆฉันอินไปหน่อย เอาเป็นว่า หล่อนแค่กำหนดจิตให้แน่วแน่”

ไม่ทันไร น้ำรินก็บ่นถ้าทำไม่ได้ล่ะ ปริกปรี๊ดตวาดเสียงกึกก้อง ยังไม่ได้ทำก็บอกทำไม่ได้ ก็ไม่ต้องทำ...

น้ำรินหน้าเสีย ยกมือไหว้ขอโทษ ปริกสงบลง ก่อนจะบอกว่าไม่ได้โกรธ เป็นแค่สมาธิ แล้วให้น้ำรินตั้งจิตฝึกทำ น้ำรินพยายามกำหนดจิต เพ่งไปที่ตุ๊กตาอยู่หลายรอบ ก็วืด...จับไม่ได้เสียที ปริกย้ำ “ใจหล่อนต้องอยู่ที่ใจ ไม่ใช่ที่ตุ๊กตา”

“อ้าว เมื่อกี้ปริกบอกให้กำหนดจิตใจอยู่กับสิ่ง

ที่จะทำ”

“หล่อนต้องไม่ยึดมั่นถือมั่น โลกนี้ไม่มีอะไรยั่งยืน แม้แต่ตัวหล่อนเอง ทุกสิ่งคือการปรุงแต่ง อะฮ้า...ไม่เข้าใจล่ะสิ ฉันพูดเองยังไม่เข้าใจเลย ฮ่าๆๆ” น้ำรินหน้างอ ปริกพูดต่อ “คิดง่ายๆ ทุกสิ่งเป็นสมมติ ตุ๊กตานี่ก็ไม่มี ใจหล่อนก็ไม่มี ไม่มีอะไรเป็นตัวตน รู้สึกทุกอย่างด้วยจิตใจ...ฮะๆช้อบชอบ เวลาแย่งซีนคนสวยได้แบบนี้ เอ้าลองทำ ทำไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็รู้ มอง ตั้งใจแล้วจับ”

น้ำรินพยายามทำ สักพักเห็นขนตุ๊กตาขยับเล็กน้อยก็ดีใจกันใหญ่ น้ำรินรู้สึกเหมือนมีสายตาใครจับจ้องตนอยู่ แต่หันมองก็ไม่มีใคร

ooooooo

จนเช้าวันใหม่ เหยี่ยวฟุบหลับที่ห้องทำงาน เขาฝันว่าน้ำรินจับตุ๊กตาสีฟ้าตัวที่เขาให้ได้ แล้วจู่ๆก็มีใครเข้ามาจิกผมเธอจับหัวกระแทกม้าหิน เธอร้องเจ็บปวด เหยี่ยวสะดุ้งตื่น พบตัวเองฝันไป พลันจ่านกน้อยเข้ามาบอก รู้แล้วว่าคนที่ถ่ายรูปคู่กับนกยูงเป็นใคร ทั้งสองรีบร้อนออกไป

น้ำรินยังคงฝึกจิตจะจับตุ๊กตาให้ได้ รู้สึกมีใครเข้ามาด้านหลังจึงหันไปมอง เห็นยายนวลยกถาดของใส่บาตรออกมา น้ำรินมองหาปริกไปไหนแล้ว ยายนวลได้ยินถามปริกไหน หญิงสาวชะงักเปลี่ยนเรื่องชมว่ายายตื่นเช้า ยายนวลบอกวันนี้วันพระต้องใส่บาตร ทำไมเหยี่ยวยังไม่ตื่นมา เธอจึงบอกว่าเหยี่ยวไปทำงานเมื่อคืนยังไม่กลับบ้านเลย ว่าแล้วก็เดินตามยายไปใส่บาตรด้วย

ระหว่างใส่บาตรจะรับศีล ยายนวลบอกน้ำรินให้นั่งลง หลวงตาเคี้ยงเข้าใจว่าพูดกับตนก็บอกขอบใจที่ชวนให้นั่ง แต่ควรยืนให้พรมากกว่า พอหลวงตาสวดให้ศีลให้พรจบ ยายนวลก็บอกน้ำรินอีกว่า คราวหลังติดกิ๊บผมให้เรียบร้อยเวลาใส่บาตร...เด็กวัดลูบผมอันเกรียนของตัวเองงงๆ หลวงตาจึงถามยาย “โยมจะให้อาตมาติดกิ๊บหรือ”

ยายนวลสะดุ้งโหยงชี้ไปข้างๆ “ฉันไม่ได้หมายถึงหลวงตา ฉันหมายถึงแม่หนูนี่”

หลวงตาเคี้ยงสบตาเด็กวัดเพราะไม่เห็นใคร ก่อนจะจ้ำอ้าวออกไป เด็กวัดวิ่งตามแทบไม่ทัน น้ำรินลืมตัวจะพยุงยายนวลลุกขึ้น แต่มือผ่านร่างยายวืด ยายนวลทำท่าเซจะล้ม ทันใดก็มีมือมาช่วยพยุงไว้ น้ำรินหันมองเป็นแนนที่เข้ามาช่วย ยายบอกว่านั่งนานเป็นเหน็บ แนนจึงชวน

“ใส่บาตรเสร็จแล้ว งั้นเข้าบ้านไปทานโจ๊กกัน แนนซื้อมาฝากค่ะ ของยายใส่ไข่ใส่ทุกอย่างยกเว้นตับ ของเหยี่ยวไข่สองใส่ตับไม่ใส่ไส้กับผัก”

น้ำรินค้อนอย่างหมั่นไส้ ยายนวลบอกแนนว่าเหยี่ยวไปทำงานเมื่อคืนยังไม่กลับ แนนงงงานอะไร แนนประคองยายเข้าบ้าน...น้ำรินรู้สึกหงุดหงิดใจบอกไม่ถูก

ในขณะที่เหยี่ยวกับจ่านกน้อยมาที่อพาร์ตเมนต์ของเจ๊แดง ถามหาแก้วตาคนที่ถ่ายรูปคู่กับนกยูง เจ๊แดงตอบเศร้าๆว่าแก้วตาตายแล้ว ทั้งเหยี่ยวและนกน้อยตกใจไม่รู้จะสืบต่ออย่างไรดี ทั้งสองกลับออกมา เหยี่ยวแปลกใจถ้าแก้วตาตายแล้วทำไมไม่มีการแจ้ง นกน้อยรำพึง

“นกยูงเอ๊ย พ่อมืดแปดด้านไปหมด ดลจิตดลใจช่วยพ่อกับหมวดหาความจริงให้ได้หน่อยเถอะลูก” นกน้อยตบกระเป๋าเสื้อไม่พบมือถือ ลองตบกระเป๋ากางเกงก็ไม่มี จึงรู้ว่าลืมวางไว้

ในอพาร์ตเมนต์ เจ๊แดงกำลังรับเงินจากแก้วตาที่ช่วยโกหกว่าตายแล้ว เหยี่ยวกับนกน้อยกลับเข้ามาเห็นมือถือนกยูงวางอยู่บนโต๊ะม้าหินจึงเข้าไปเก็บ พลันเห็นเจ๊แดงคุยกับแก้วตาก็ตกตะลึง แก้วตาตกใจวิ่งหนี ทั้งสองวิ่งตามอุตลุด จนกระทั่งรวบตัวแก้วตาไว้ได้ ทุกอย่างอยู่ในสายตาคงคา...แก้วตาท่าทางหวาดกลัว

ขณะเดียวกัน น้ำรินยังพยายามส่งกระแสจิตไปที่ตุ๊กตา แต่กลับนึกถึงเหยี่ยว เผลอบ่น “นายเก๊ก คุณหายไปนานแล้วนะ ได้ยินฉันไหม คุณซื้อตุ๊กตานี่ให้ฉัน มันน่าจะสื่อถึงคุณได้ นายเก๊ก...เรียกฉันไปหาคุณเดี๋ยวนี้ ฉันอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เกี่ยวกับยอดชัดรึเปล่า” น้ำรินครุ่นคิด “ยอดชัดค้ายา นกยูงเสพยาเกินขนาดตาย ยอดชัดค้ายา โดนวางยาตาย...” ทันใด ภาพอดีตผุดขึ้น

ในร้านขายของตกแต่งบ้านระดับหรู น้ำรินกำลังวีนใส่นกยูงอย่างกราดเกรี้ยว ที่เธอทำอะไรผิดสักอย่าง... น้ำรินแปลกใจที่ตัวเองรู้จักนกยูง พยายามนึกจนเห็นภาพ นกยูงนั่งก้มหน้ากับกองเศษแจกันแตก มีแก้วตายืนข้างๆ น้ำรินโวยเพราะราคาแจกันแพงมาก จึงไล่นกยูงออก

ขณะนั้น แก้วตาถูกพามาสอบปากคำที่ห้องทำงานเหยี่ยว นกน้อยถามทำไมต้องโกหกว่าตัวเองตาย หญิงสาวท่าทางหวาดกลัว เหยี่ยวปลอบ ไม่ต้องกลัว ตนรับรองความปลอดภัย แค่ตอบคำถามตรงๆ เขาถามรู้จักนกยูงไหม เธอส่ายหน้า นกน้อยเปิดรูปให้ดู ไม่รู้จักทำไมถ่ายคู่กัน

“ไม่ใช่รูปเดียว ยังมีอีกเป็นสิบรูป บอกลุงสิ เกิดอะไรขึ้นกับลูกสาวลุงกันแน่”

แก้วตาตาโพลง เมื่อรู้ว่าอยู่ต่อหน้าพ่อนกยูงจึงยอมเปิดปาก “หนูรู้จักกับนกยูงตอนทำงานที่ร้านขายของตกแต่งบ้านของไฮโซคนหนึ่ง...หลังจากโดนยัยใจดำนั่นไล่ออกนกยูงก็หางานใหม่ แต่เด็กที่มีข้อจำกัด กลางวันเรียน ทำงานได้แค่ 6 โมงเย็นถึง 4 ทุ่มกับวันหยุดมันไม่ได้หางานง่าย”

นกน้อยย้อนถามทำไมนกยูงต้องทำงานด้วย

ในเมื่อตนให้เงินใช้ตลอด แก้วตาเล่าว่า นกยูงอยากสอบเรียนหมอ แต่รู้ว่าค่าใช้จ่ายสูง อยากช่วยพ่อหาเงิน ตนจึงเสนองานให้ทำ...เป็นร้านอาหารกึ่งลานเบียร์ นกยูงมาทำงานเสิร์ฟ มีโต๊ะหนึ่งที่เจ๊หวานเจ้าของร้านไม่ให้ใครเสิร์ฟนอกจากตน ตนได้ยินเจ๊หวานโดนยอดชัดตวาด ว่าเด็กโดนซิวทำให้เขาเสียเงินไปไม่รู้เท่าไหร่ เจ๊ขอโทษและจะหาเด็กมาทำงานแทน ว่าแล้วก็มองไปยังนกยูง

จากนั้นแก้วตาเป็นคนมอบห่อกระดาษให้นกยูงเอาไปส่งให้ผู้ชายคนหนึ่งแล้วกลับมารับเงินสามพัน นกยูงแปลกใจในห่อมีอะไร...คืนนั้นนกยูงกลับมาบอกแก้วตาว่า เธอรู้แล้วว่าในห่อนั้นเป็นยาเสพติด เธอถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน และได้แอบถ่ายรูปยอดชัดคุยกับบอสที่สั่งการไว้ด้วย แก้วตาตกใจเพราะรู้แก่ใจดี จึงถามนกยูงทำอย่างนี้ทำไม

“ลูกตำรวจไม่มีวันทรยศศักดิ์ศรีของพ่อด้วยการทำผิดกฎหมายซะเอง ฉันจะเอาหลักฐานไปให้ตำรวจ” นกยูงโชว์กล้อง แก้วตาดึงมาบอกว่าตนจะเป็นคนไปให้เอง

แต่แล้วคืนนั้น แก้วตาก็เอาเรื่องนี้ไปบอกเจ๊หวานเพราะอยากเอาหน้า ไม่คิดว่าจะทำให้นกยูงถูกฆ่าตาย... จ่านกน้อยมองแก้วตาด้วยแววตาเจ็บปวด เหยี่ยวกล่าว แสดงว่านกยูงไม่ได้ตายเพราะเสพยา แก้วตารับรองว่านกยูงไม่เคยแตะต้องยาเลย นกน้อยร้องไห้โฮที่ลูกตายเพราะยอดชัด เหยี่ยวขอกล้องมาเป็นหลักฐาน แก้วตาบอกว่าได้เก็บมันไว้ที่ห้องไม่มีใครรู้...

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 3 วันที่ 25 พ.ย. 57

ละครภพรัก บทประพันธ์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก บทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก กำกับการแสดโดย : ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์
ละครภพรัก ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด
ละครภพรัก ควบคุมการผลิตโดย : สินจัย เปล่งพานิช
ละครภพรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2557
ละครภพรัก ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 3 และ ช่อง 3 HD
ที่มา ไทยรัฐ