อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 6/3 วันที่ 2 ธ.ค. 57

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 6/3 วันที่ 2 ธ.ค. 57

ผียายปริกลุกขึ้นเดินไปเปิดลิ้นชัก แล้วหยิบสร้อยขึ้นมา
“สร้อยอาถรรพณ์”
ผียายปริกสะดุ้งเหมือนจับเหล็กไฟ กรีดร้องเสียงดัง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
“ปริก โยนสร้อยทิ้งเร็ว”

ผียายปริกโยนสร้อยออกไปนอกหน้าต่าง น้ำรินมองตามไป
“สร้อยอยู่ข้างนอก ฉันก็ออกไปข้างนอกได้แล้วสิ”


น้ำรินรีบเดินทะลุประตู แล้วเดินกลับเข้ามาใหม่
“ปริก ขอบใจนะ ฉันออกไปข้างนอกได้แล้ว”
“แต่สร้อยยังอยู่นี่”
ผียายปริกหงายมือให้น้ำรินดูว่าสร้อยยังอยู่ในมือ “ฉันไม่ได้โยนออกไปซักหน่อย”
“แล้วที่ปริกปวดแสบปวดร้อน”
ผียายปริกหัวเราะก๊าก “ฉันแกล้ง”
“สร้อยยังอยู่ในห้อง แล้วฉันออกไปข้างนอกได้ยังไง”
“คิดไปเอง จิตปรุงแต่งขึ้นทั้งนั้นทุกอย่างมันมีเหตุผลเสมอ”
พูดจบผียายปริกก็เดินทะลุประตูไป น้ำรินมองไปที่สร้อยงงๆ เกี่ยวกับความผูกพันระหว่างตัวเองกับเหยี่ยว

คงคาสุ้กับเหยี่ยวจนพลาดท่าตกลงไปจากสะพาน เหยี่ยวชะโงกหน้าลงไปมองหาที่แม่น้ำแต่ไม่พบร่างของคงคาแล้ว
ภพธรกดวางสายโทรศัพท์แล้วพูดด้วยน้ำเสียงครุ่นคิด

“ไอ้คงคาโทรมา มันหนีตำรวจไปได้หวุดหวิด”
นับดาวถอนหายใจ “โล่งใจไปที”
ภพธรหยิบกุญแจรถแล้วเดินออกไปที่ประตู
“พี่ธรจะไปไหนคะ”
“ไปสร้างความมั่นใจ ความลับของเราจะต้องเป็นความลับตลอดไป”
ภพธรพูดด้วยแววตาโหดเหี้ยม

เงาของชายคนหนึ่งนั่งหันหลังอยู่ที่ท่าน้ำมืดๆ น้ำหยดไหลจากเสื้อผ้านองเต็มพื้น
รถคันหรูแล่นเข้ามาจอด ภพธรก้าวลงมาจากรถ หิ้วกระเป๋าเอกสารใบหนึ่งมายื่นให้กับร่างที่นั่งอยู่ริมท่าน้ำ
“สิบล้านตามที่ขอ”
คงคาหันมา ภพธรวางกระเป๋าตรงข้างๆ ขา
“ขอบใจมาก ไม่มีใครเก็บความลับได้ดีเท่าแกอีกแล้ว”
คงคาหยิบกระเป๋าขึ้นมาเปิดดู แล้วพบว่าข้างในกระเป๋ามีแต่กระดาษเปล่าตัดเท่าธนบัตรมัดไว้เป็นพอเงยหน้าขึ้น ก็เห็นว่าภพธรถือปืนรออยู่แล้ว
ภพธรยิ้มแล้วยิงคงคาร่วงตกน้ำ กระดาษเปล่าปลิวว่อนกระจาย
“คนที่เก็บความลับดีที่สุด ก็คือคนตาย”
ภพธรยิ้มชั่วร้าย

นับดาวรินน้ำชาใส่ถ้วย แล้วยื่นให้ธารา
“ชามะลิที่คุณอาชอบคะ”
ธารามองน้ำชานิ่งเฉย ไม่ยอมทาน
“ไม่ดีกว่า หมอสั่งให้ฉันงดชากาแฟ”

ธาราเลื่อนรถเข็นออกไป นับดาวมองตามอึดอัดใจที่ไม่เป็นตามแผนที่วางไว้
เหยี่ยวกำลังกำลังซ้อมยิงปืนอย่างคร่ำเคร่ง น้ำรินเดินทะลุเป้ายิงออกมา เหยี่ยวยังรัวกระสุนใส่แบบยั้งไม่ทัน กระสุนพุ่งทะยานจากปากกระบอกปืน น้ำรินตกใจยกมือขึ้นบังตัวตามสัญชาตญาณ แต่กระสุนทะลุตัวไป อีกนัดพุ่งมาที่มือ

เหยี่ยวตกใจหยุดยิง น้ำรินหายตกใจโวยวายทันที
“จะฆ่าฉันเหรอ เออ ฉันลืมไป ฉันตายไม่ได้นี่เนอะ”
น้ำรินค้อนแล้วรู้สึกว่ามีอะไรอยู่ในมือก็ก้มหน้าดู พอเห็นกระสุนปืนอยู่กลางมือ ก็ตื่นเต้นดีใจ รีบวิ่งเข้ามาอวดเหยี่ยวตรงแท่นยิง
“อย่าเพิ่งมากวนได้มั้ย ผมต้องทดสอบการยิง”
“วันนึงฉันอาจจะช่วยรับกระสุนแทนคุณก็ได้”
“จะออกไปเองหรือจะให้ไล่กลับบ้าน”
น้ำรินทำหน้าบูด วางกระสุนลงตรงหน้าเหยี่ยว แล้วออกไปนั่งจ๋องๆ อยู่อีกมุมหนึ่ง
“ เมื่อกี้เรารับกระสุนได้? ปริกบอกว่า ต้องจดจำความรู้สึกนั้นไว้”

น้ำรินหันไปทางด้านข้าง พยายามตั้งจิตให้มั่นจับแก้วยกขึ้น ปรากกฎว่ายกได้ พอแก้วขยับจะร่วงหล่นพื้น ก็รีบถลึงตาแล้วคว้าแก้วไว้ได้อีกครั้ง จากนั้นก็ค่อยๆ ประคองแก้ววางลงที่โต๊ะ
เหยี่ยวซ้อมยิงปืนต่อจนครบแล้วดึงเป้ายิงมาดู รอยกระสุนเข้าที่จุดสำคัญ สงครามยืนปรบมือให้

เหยี่ยวมองอย่างระแวง
“ยิงปืนแม่นเหมือนพ่อไม่มีผิด”
“พูดถึงพ่อทำไม”
“ถึงจะใจร้อนมุทะลุไปหน่อยแต่อนาคตไกลแน่นอน ถ้าวิหคยังอยู่คงภูมิใจในตัวลูกชาย ที่มีความมุ่งมั่นในอุดมการณ์ที่ดีของตำรวจ”
เหยี่ยวมองสงครามอย่างรู้ทัน
“มีเรื่องขอให้หมวดช่วย หมวดจำคุณธาราได้มั้ย ผู้หญิงคนนี้เจออุบัติเหตุหลายครั้งจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุจริงๆ”
“ท่านจะให้ผมสืบ?”
สงคราม ส่ายหน้า “ เปล่า ผมตั้งใจจะพาเค้าไปอยู่ที่ปลอดภัย อยากให้หมวดช่วยไปดูแล”
เหยี่ยวครุ่นคิด
เหยี่ยวกำลังขันน็อตที่ล้อจักรยาน น้ำรินชะโงกหน้าเข้ามามอง
“ไปต่างจังหวัดด้วยจักรยานเนี่ยนะ”
เหยี่ยวไม่ตอบ ทำต่อไปจนเสร็จ ยายนวลเดินออกมาอวยพรให้ แล้วลูบหัวด้วยความรัก
“พระคุ้มครองนะลูก”

เหยี่ยวขึ้นขี่จักรยานออกไป น้ำรินรีบเดินกลับเข้าบ้าน
เหยี่ยวยกจักรยานมาเก็บที่ตู้ขนของ มัดไว้อย่างดี แล้วมองซ้ายมองขวาเหมือนหาน้ำริน

“ไม่มาจริงเหรอ?”
จากนั้นก็นั่งอย่างเหงาๆ เพราะเคยชินกับการมีน้ำรินในชีวิต พอเหลือบไปมองข้างๆ ก็เห็นเธอนั่งตาแป๋วอยู่
“อ้าว ไหนบอกไม่มาไง”
น้ำรินทำหน้าเซ็ง “ชีวิตฉันมีทางเลือกมานักเหรอ จะไปไหนมาไหนก็ไม่ได้ ต้องมาตามติดอยู่กับคุณอยู่เนี่ย”
จากนั้นก็อดไม่ได้ที่จะถามถึงแนนว่าทำไมไม่มาส่ง เหยี่ยวเอามือเท้าที่พนักเก้าอี้เหมือนโอบที่ไหล่ของน้ำริน
“ผมจะไปฮันนีมูน ไม่อยากให้ใครกวน”
น้ำรินงง “ฮันนีมูน? ฮันนีมูนกับใคร?”
เหยี่ยวขยับเข้าไปใกล้ แล้วจ้องเข้าไปในตา
“คุณไง ตัวติดกันขนาดนี้ ยิ่งกว่าคู่ใหม่ปลามันอีกนะ ขาดก็แต่เรายังไม่ได้....”
น้ำรินคิดตามแล้วหน้าแดง รีบลุกหนีทันที เหยี่ยวมองตามขำๆ

สงครามอุ้มธาราอย่างทะนุถนอมออกจากรถเข็น พาไปนั่งที่ข้างคนขับที่รถตัวเองแล้วคาดเข็มขัดนิรภัยให้อย่างเบามือ ธารามองอย่างซาบซึ้ง แล้วจึงหันไปบอกแม่บ้าน
“อย่าบอกใครว่าฉันไปไหน ถ้าใครถามก็บอกว่าฉันไปพักผ่อน ไม่อยากให้ใครกวน”

ขณะนั่งอยู่ในรถ ธาราได้กลิ่นหอมของดอกไม้ก็นึกแปลกใจ สงครามจึงบอกให้เปิดในลิ้นชักดู ดอกแก้วช่อหนึ่งวางอยู่ในนั้น ธาราอึ้งไปนิดหนึ่งเพราะเป็นเรื่องราวความหลังระหว่างเธอกับสงคราม
“ดอกแก้วช่อที่ดีที่สุด สูงที่สุด สมบูรณ์แบบที่สุด อย่างที่คุณชอบ”
สงครามมองไปที่ดอกแก้วในมือของธารา
“ผมปลูกเองกับมือเมื่อยี่สิบสามปีที่แล้ว วันที่คุณแต่งงาน”
ธารากำลังดมดอกแก้วถึงกับชะงัก
“ผมดูแลอย่างดีมาตลอด เพื่อให้เป็นดอกแก้วที่ดีที่สุด สำหรับคุณ”
สงครามสบตาธาราอย่างมีความหมาย ด้วยความรักที่มั่นคงตลอดมา
“เมื่อก่อนฉันชอบดอกแก้ว แต่พอเวลาผ่านไป ชีวิตเจอเรื่องต่างๆ มากมาย หลายอย่างฉันไม่ได้ชอบดอกแก้วที่สุดแล้วค่ะ”

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 6/3 วันที่ 2 ธ.ค. 57

ละครภพรัก บทประพันธ์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก บทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก กำกับการแสดโดย : ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์
ละครภพรัก ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด
ละครภพรัก ควบคุมการผลิตโดย : สินจัย เปล่งพานิช
ละครภพรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2557
ละครภพรัก ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 3 และ ช่อง 3 HD
ที่มา ไทยรัฐ