อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 6/4 วันที่ 2 ธ.ค. 57

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 6/4 วันที่ 2 ธ.ค. 57

สงครามสบตาธาราอย่างมีความหมาย ด้วยความรักที่มั่นคงตลอดมา
“เมื่อก่อนฉันชอบดอกแก้ว แต่พอเวลาผ่านไป ชีวิตเจอเรื่องต่างๆ มากมาย หลายอย่างฉันไม่ได้ชอบดอกแก้วที่สุดแล้วค่ะ”
“ไม่เป็นไร ถึงคุณไม่ชอบมันแล้วผมจะยังดูแลมันให้ดีที่สุดไปตลอดชีวิตของผมอยู่ดี”

แววตาสงครามเต็มไปด้วยความรักและความเศร้า ธารามองอย่างสงสาร
เหยี่ยวกำลังนั่งคิด กังวลใจถึงสิ่งที่กำลังจะเจอข้างหน้า จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงน้ำรินร้องอย่างดีใจ



“ถามจริง ขึ้นรถไฟครั้งแรกในชีวิตเหรอ”
น้ำรินยิ้มๆ “มั้ง ไม่รู้เหมือนกัน แล้วคุณล่ะ”
“ไปรถไฟ ถ้าใกล้ๆก็ขี่จักรยาน”
น้ำรินมองหน้าเหยี่ยวอย่างจริงจัง “คุณกลัวรถ คุณก็ต้องนั่งให้หายกลัวไปข้างนึง”
“แล้วทำไมคุณต้องมากะเกณฑ์ให้ผมนั่งรถ ในเมื่อตัวผมเองยังไม่เดือดร้อนเลย คุณไม่ต้องยุ่งหรอกน่า”
“ไม่ยุ่งได้ไง พรหมลิขิตให้เราเจอกัน คุณช่วยแก้ปัญหาให้ฉัน ฉันก็ต้องแก้ปัญหาให้คุณ เราจะได้ฝ่าฟันมันไปด้วยกันไง”
น้ำรินพูดด้วยความเป็นห่วงเหยี่ยวอย่างจริงใจ
“ฉันพูดจริงๆนะ คุณบอกว่าคุณจะไม่ทิ้งฉัน ฉันก็ไม่ทิ้งคุณ “
เหยี่ยวรู้สึกอบอุ่นในใจ พลางเอนพิงเก้าอี้ แล้วหลับตา น้ำรินมองเหยี่ยวแล้วครุ่นคิดอย่างเจ้าเล่ห์

รถไฟเข้ามาเทียบจอดที่ชานชาลา น้ำรินพาเหยี่ยวลงมาจากรถไฟ บอกว่าให้หารถเช่าขับต่อไป จะได้หายกลัวรถ แต่เหยี่ยวไม่ยอมทำตาม กลับมาขึ้นรถไฟเหมือนเดิม น้ำรินรีบวิ่งตามมา

ทั้งคู่กลับเข้ามานั่งบนรถไฟอีกครั้ง น้ำรินแกล้งแหย่เหยี่ยวอย่างอารมณ์ดี แล้วก็ประสานสายตากัน สรรพเสียงทุกอย่างเงียบโดยพลัน มีเพียงเสียงหัวใจเต้นกับสายตาหวานฉ่ำของทั้งคู่
แม่กับลูกสาววัย 6 ขวบหน้าตาน่ารักเดินมาหาที่นั่ง แม่ถามเหยี่ยว
“ขอโทษนะคะ ตรงนี้มีคนนั่งมั้ยคะ”
เหยี่ยวกับน้ำรินสะดุ้ง ออกจากภวังค์
“เอ้อ ไม่มีครับ”
แม่กับเด็กลงนั่ง เหยี่ยวกับน้ำรินมองหน้ากันแล้วเขินกันเอง เสมองกันไปคนละทางต่างคนก็ต่างแอบอมยิ้ม
แม่เอาขนมชั้นจากกล่องมาป้อนให้ลูกสาวกิน เหยี่ยวมองตาม พลางคิดถึงแม่ตัวเองแล้วก็เศร้า หันมาอีกทีก็เห็นน้ำรินนั่งร้องไห้ เหยี่ยวเป็นห่วง แต่ไม่กล้าพูดอะไร เพราะมีคนอื่นนั่งอยู่ จึงพยักหน้าเรียกให้ตามไปทางท้ายรถ
ก่อนที่จะถามด้วยความห่วงใย
“ร้องไห้ทำไม”
น้ำรินร้องไห้สะอึกสะอื้น
“ฉันคิดถึงแม่ ฮือๆฉันอยากเจอแม่ อยากกอดแม่อีกซักครั้งแต่ฉันคงไม่มีหวังแล้ว ฉันกลัวว่าจะไม่ได้เจอแม่ในชาตินี้อีกแล้ว”
“คุณดูนะ รางรถไฟเป็นเส้นขนานไปเรื่อยๆใช่มั้ย”
พลางชี้ให้น้ำรินดูรางรถไฟที่ประตูท้ายขบวน น้ำรินพยักหน้า
“แต่รู้มั้ยว่ามันมีจุดที่รางรถไฟมาบรรจบกันด้วย เค้าเรียกว่าประแจ เป็นจุดสับรางรถไฟให้เบี่ยงไปซ้ายหรือขวา มันก็เลยมีรางสองคู่มาตัดกันเหมือนทางแยกของถนนไง ชีวิตคนสองคนก็เป็นเส้นขนานเหมือนรางรถไฟนี่แหละ มันไม่มีโอกาสเจอกัน จนกว่าจะถึงจุดที่เรียกว่าพรหมลิขิต ตอนนี้เราสองคนเจอกันแล้วก็เหมือนอยู่บนรถขบวนเดียวกัน ส่วนแม่คุณก็อาจจะรอเราอยู่ที่สถานีหน้า ถ้าคุณมัวแต่กลัวเราก็ไปข้างหน้าไม่ได้”
น้ำรินคิดตามแล้วพยักหน้า แต่แอบเจ้าเล่ห์นิดๆ
“ก็ได้ งั้นคุณก็ต้องสัญญาว่าคุณจะยอมหัดขับรถกับฉัน คุณพูดเองนะว่าเราเป็นรถไฟขบวนเดียวกันคุณก็ต้องสู้กับมันสิ”
เหยี่ยวพยักหน้าอย่างจำยอม “โอเค. ไม่น่าหลงขึ้นรถขบวนเดียวกับคุณเลย”
แต่น้ำรินก็ไม่หยุดร้องไห้ เหยี่ยวมองอย่างทั้งขำ ทั้งสงสาร พลางอ้าแขนออก เหมือนจะกอด น้ำรินโผเข้ามาเหมือนจะซบอกเหยี่ยว

ใบหน้าของเธอแนบชิดอยู่กับตัวของเขาแบบเหลื่อมๆ ตามแรงเขยื้อนของรถไฟ มือของเหยี่ยววางอยู่บนหลัง อีกมือก็วางทาบอยู่เหนือเรือนผมของน้ำริน แต่ไม่สามารถสัมผัสกันได้อย่างแท้จริง
นับดาวเดินเข้ามาในบ้าน มองรูปถ่ายของน้ำรินกับธาราที่ติดอยู่กลางบ้าน ด้วยสายตาของผู้ชนะ

“อีกไม่นานหรอกน้ำริน ฉันจะได้ทุกสิ่งของเธอมาครอบครอง”
พลางถามแม่บ้านถึงธารา แม่บ้านบอกแค่ว่าออกไปข้างนอก ไม่รู้ไปไหน
นับดาวฉงนสงสัย

เหยี่ยวกำลังปั่นจักรยานคู่ใจ น้ำรินที่เกาะอยู่ด้านหลัง มองไปที่ถนนข้างหน้าที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่เต็มสองข้างทาง
“คุณดูถนนข้างหน้าสิ สวยเนอะ”
สีหน้าของเหยี่ยวขรึมเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “ฉันเหมือนเคยมาที่นี่”
น้ำรินนึกถึงตอนตัวเองเด็กๆ ที่ยื่นหน้าออกมาจากหน้าต่างรถ มองไปที่ต้นไม้กับท้องฟ้า แสงแดดอ่อนๆฉายลงบนใบหน้า แล้วก็หลับตา ปล่อยให้ลมปะทะใบหน้าจนผมปลิว
“แสงแดดสวยๆ แบบนี้ น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสรับลมเย็นๆ ปะทะผิวหน้า”
น้ำรินลืมตาขึ้น ไม่ทันสังเกตว่าเหยี่ยวหน้าซีดมาก แววตาเต็มไปด้วยความปวดร้าวสุดจะบรรยาย จึงนึกสนุกเลยแกล้งเอามืออ้อมไปปิดตาเหยี่ยว
“อย่า”
เหยี่ยวจอดรถแบบกะทันหัน จนรถล้ม แล้วปัดมือน้ำรินออก
“ปล่อย ผมบอกให้ปล่อย”
น้ำรินตกใจจนทำอะไรไม่ถูก แล้วรีบเอามือลง พลางมองเหยี่ยวที่เหนื่อยหอบอย่างไม่เข้าใจ
“คุณเป็นอะไร”
เหยี่ยวหายใจหอบ “ไม่เป็นไร”
“แต่หน้าคุณซีดมากเลยนะ”
“ ผมบอกว่าไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไรสิ”

น้ำรินมองเหยี่ยวอย่างไม่เข้าใจ
ที่บ้านพักริมทะเล ที่ตั้งอยู่เดี่ยวๆ ห่างไกลผู้คน มีรั้วรอบขอบชิด และมีหาดส่วนตัว สงครามเข็นรถไปส่งธาราถึงในหน้าห้อง

“ขอบคุณนะคะคุณดีกับฉันเสมอเลย”
“แต่คงยังดีไม่พอ”
“ฉันอยากเดินไปข้างหน้า มากกว่าถอยหลังไปเริ่มใหม่”
สงครามฝืนยิ้มแต่นัยน์ตาแฝงความปวดร้าว ธาราเข็นรถตัวเองออกไป

เหยี่ยวขี่จักรยานเข้ามาจอด แล้วลงนั่งพัก หน้าซีดเซียว
“เป็นอะไรมากมั้ย ฉันขอโทษนะ”
เหยี่ยวนิ่ง ไม่ตอบ น้ำรินรู้สึกผิดมากเพราะคิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้เหยี่ยวเป็นแบบนี้
สงครามเดินออกมาที่หน้าบ้าน เห็นสีหน้าท่าทางของเหยี่ยวก็รีบเดินมาหา
“เป็นอะไรหมวด สีหน้าไม่ดีเลย เป็นเพราะถนนทางเข้ามาที่นี่รึเปล่า”
เหยี่ยวอึ้ง แล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง “คุณธาราล่ะครับ”
“เข้าไปนอนพักแล้ว ช่วงค่ำๆ ผู้กองดารณีคงจะมาถึง จะช่วยดูแลคุณธาราเรื่องพยาบาลทั่วไป แต่หมวดคงต้องช่วยเรื่องอาหารกับที่พักบ้าง เพราะผมไม่อยากให้ใครเข้ามาที่นี่เกินความจำเป็น”
เหยี่ยวรับคำ สงครามเดินออกไป น้ำรินรีบหันมาถาม
“ถนนทางเข้ามีอะไรเหรอคะ”

เหยี่ยวนิ่ง แต่แววตามีรอยสะเทือนใจอย่างรุนแรง
ระหว่างที่สงครามนั่งทานอาหารอยู่กับธาราที่ริมระเบียง เหยี่ยวที่สีหน้ายังไม่สู้ดีนักเดินออกมาพอดี

น้ำรินเดินตามต้อยๆ มาด้วย พอหันไปเห็นธารา ก็ถึงกับชะงักนิด
“ผู้หญิงคนนี้?”
น้ำรินมองไปที่ธารา รู้สึกได้ถึงความผูกพันอย่างประหลาด

เหยี่ยวเดินมาหยุดยืนมองไปที่ทะเล แววตาดูเศร้ากว่าที่เคยเป็น น้ำรินเดินตามมา แล้วรีบถามอย่างข้องใจ
“หมวด ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”
เหยี่ยวตอบด้วยน้ำเสียงเฉยเมย “คุณธารา”
“ทำไมฉันรู้สึกคุ้นกับเธอจัง”
“ไม่แปลกหรอก คุณธาราเป็นเจ้าของโรงแรมที่เราไปเมื่อวันก่อน”
น้ำรินครุ่นคิด
“แต่มันไม่น่าจะแค่นั้น ทำไมฉันถึงคุ้น”
เหยี่ยวชำเลืองมองน้ำริน พูดเสียงหนักๆเหมือนกำลังเต็มไปด้วยความเครียดในใจ
“ขอผมอยู่คนเดียวก่อนได้มั้ย”
จากนั้นก็เดินเลี่ยงออกไปอีกทางหนึ่ง น้ำรินจำต้องยอมเดินกลับมาที่บ้าน

น้ำรินเดินกลับมายืนเกาะระเบียงมองเหยี่ยวที่เดินอยู่ที่ริมหาดอย่างเป็นห่วง ธาราที่หันไปมองทางเดียวกันอยู่ หันไปถามสงคราม
“ท่าทางหมวดเหยี่ยวไม่ค่อยสบายใจเลย”
“เรื่องในอดีตน่ะครับ ตอนหมวดเหยี่ยวยังเด็กครอบครัวเกิดอุบัติเหตุรถชนกับรถบรรทุกที่ถนนทางเข้านี่ล่ะครับ”
น้ำรินที่ฟังอยู่ เข้าใจทันทีว่าสาเหตุที่เหยี่ยวมีอาการไม่สบาย ไม่ใช่เพราะเธอ แต่เป็นความสะเทือนใจที่กลับมาอยู่ในสถานที่เกิดเรื่องร้ายแรงกับครอบครัวอีกครั้ง
“สารวัตรวิหคกับภรรยาเสียชีวิตทันที หมวดเหยี่ยวรอดมาได้คนเดียว ตั้งแต่เกิดเรื่อง เหยี่ยวเหลือแต่ยายคนเดียว การมาที่นี่คงเหมือนต้องกลับมารับรู้เรื่องทุกข์ใจที่สุดในชีวิต”

น้ำรินมองเหยี่ยวด้วยความเห็นใจ
เหยี่ยวเดินอยู่ริมชายหาด น้ำรินเดินตามมา พลางมองเขาด้วยความรู้สึกสงสารจนน้ำตาซึมออกมาโดยไม่รู้ตัว

เหยี่ยวรู้สึกได้ว่ามีคนเดินตามมา หันไปเห็นน้ำรินน้ำตาคลอก็เริ่มสงสัย
“เป็นอะไร คิดถึงแม่อีกแล้วเหรอ”
น้ำรินส่ายหน้า “เปล่า ฉันสงสารคุณต่างหาก เรื่องที่ถนน”
เหยี่ยวมองไปทางบ้านพักแล้วเดาได้ว่าน้ำรินรู้จากสงคราม

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 6/4 วันที่ 2 ธ.ค. 57

ละครภพรัก บทประพันธ์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก บทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก กำกับการแสดโดย : ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์
ละครภพรัก ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด
ละครภพรัก ควบคุมการผลิตโดย : สินจัย เปล่งพานิช
ละครภพรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2557
ละครภพรัก ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 3 และ ช่อง 3 HD
ที่มา ไทยรัฐ