อ่านละคร สวยร้ายสายลับ ตอนทีี่ 8 วันที่ 7 พ.ย. 57

อ่านละคร สวยร้ายสายลับ ตอนทีี่ 8 วันที่ 7 พ.ย. 57

เควินกำลังจะเคลมปึก มันฉุนที่ถูกขัดจังหวะ เดินไปเปิดประตู ถูกไมค์ชกเปรี้ยงที่หน้าจนเซ ไมค์เห็นปึกถูกมัดขึงพืดอยู่บนเตียงก็ถลาเข้าไปช่วย ถูกเควินพุ่งเข้ามาถีบไมค์กระเด็นไปกระแทกฝาแล้วตามไปล็อกคอไว้ พอเห็นหน้าไมค์ชัดๆ เควินจำได้ว่าเคยพบไมค์ที่สนามมวย

ปึกตะโกนบอกไมค์ให้ช่วย

“แกสองคนเป็นพวกเดียวกันงั้นหรือ” เควินคำราม


“ปล่อยพี่ไมค์นะ” ปึกตะโกนลั่น

ooooooo

เมษากับเทพซุ่มเตรียมพร้อมอยู่ข้างนอก เมษาเห็นปึกหายเงียบไปนานผิดปกติ ก็พอดีดาบยิ้มโทร.มาบอกเทพว่าเห็นไมค์เข้าไปในบ้านแล้ว น่าจะเกิดเรื่องในบ้าน เมษาเสนอให้บุกเข้าไปช่วยพวกเขาเลย

เมษาไปบอกยามว่าจะเข้าไปพบเควินสมิธ ยามบอกว่าเควินไม่ได้สั่งไว้

“เขาเพิ่งโทร.เรียกฉันมาเดี๋ยวนี้เองค่ะ” ยามจะเข้าไปถามเควินก่อน เมษารีบทัดทาน “ฉันว่าคุณอย่าเสียเวลาเลย หนูปึกเพื่อนฉันก็เพิ่งเข้าไปหาเขา” ยามมองหน้าชั่งใจแล้วเปิดประตูให้ พริบตานั้นเมษาดันประตูกระแทก

หน้ายามจนเซ ยามหันมาจะต่อย ถูกเมษาถีบไปทางเทพ เทพรับล็อกคอรัดจนยามหมดสติ แล้วพากันวิ่งเข้าไปในบ้าน

เข้าไปแล้วยังต้องเจอด่านการ์ดอีกชั้นหนึ่ง เทพถูกการ์ดยกปืนจะยิง แต่ถูกเมษากระโดดเตะปืนกระเด็น การ์ดถูกเทพจัดการจนหมดสภาพ เมษาร้องบอกเทพให้รีบขึ้นข้างบน

ที่ห้องนอนเควิน ปึกยังถูกมัดอยู่ ไมค์ถูกเควินล็อกคอ มันเย้ยว่า “คิดจะมาลอกคราบฉันงั้นหรืออย่าหวังเลย”

ไมค์บอกว่าตอนนี้ตำรวจล้อมบ้านไว้หมดแล้ว ถ้ายิงตนเขาก็ต้องถูกจับ ให้ปล่อยพวกตนเสียแล้วเขาจะไม่เดือดร้อน

“ใช่ ถ้าแกยิงเรา ตำรวจเขาก็จะจับแก ที่แกขโมยหลวงพ่อคำเกลี้ยงมา พวกเรารู้แล้วว่าแกคือโจร ไม่ใช่นักบุญ บอกมาเสียดีกว่าว่าซ่อนหลวงพ่อคำเกลี้ยงไว้ไหน”

พอเควินยกปืนจะยิงไมค์ ประตูก็เปิดผัวะ เทพกับเมษาจ่อปืนเข้ามาสั่ง

“ทิ้งปืน! ถ้าคุณขยับแม้แต่ก้าวเดียวละก็...ผมจำเป็นต้องยิงคุณนะ”

เมษาสำทับให้ทิ้งปืน ปึกร้องบอกเมษาให้ช่วยตนด้วย ส่วนไมค์ยุเทพให้ยิงมันเลยไม่ต้องห่วงตน พอเทพกับเมษาขยับจะยิงจริงๆ เควินก็ยอมทิ้งปืน เทพเข้าไปใส่กุญแจมือ เควินถามว่ามาจับตนเรื่องอะไร ตนจะฟ้องพวกเขาที่บุกรุกในยามวิกาล

“ไม่ต้องทำหัวหมอกับเรา เศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงอยู่ไหน” เมษาถาม เควินทำไขสือถามว่าเศียรอะไรตนไม่รู้เรื่อง

“เราเจอหลวงพ่อคำเลี้ยงแล้วครับผู้กอง อยู่ในห้องใต้บันไดข้างล่างครับ” ดาบยิ้มเข้ามาบอก เทพบอกให้ดาบยิ้มเอาตัวเควินไปที่หน่วย เควินโวยวายว่าตนไม่รู้เรื่อง ดาบยิ้มบอกว่า “ไปให้การที่ศาลแล้วกัน” แล้วคุมตัวเควินออกไป

พอเอาตัวเควินไปแล้ว เทพตำหนิไมค์ว่าวันหลังจะทำอะไรให้ปรึกษากันก่อน ถ้าตนกับผู้กองเมษาเข้ามาไม่ทัน ทั้งไมค์และปึกเป็นผีเฝ้าบ้านเควินไปแล้ว

ooooooo

เควินสมิธถูกนำตัวไปที่หน่วย ผู้การเสวีส่งเอกสารให้เซ็นรับสารภาพ เควินปากแข็งปฏิเสธว่าตนไม่รู้ว่าเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยงไปอยู่ในบ้านตนได้อย่างไร ทั้งยังหาว่าตำรวจเอาหลักฐานไปยัดไว้ที่บ้านตนด้วย

เมื่อเทพบอกว่าทางการมีหลักฐานว่าเขาเป็นพ่อค้ารับซื้อเศียรพระพุทธรูปมานานแล้ว เควินท้าว่ามีหลักฐานก็เอามาแสดงเลย ตนจะรอทนาย ตอนนี้ไม่พูดอะไรทั้งนั้น ผู้การเสวีจึงบอกให้เทพกับเมษาออกไปก่อน

ทั้งหมดมานั่งที่ห้องของผู้การเสวี ผู้การชมว่า สองคนเก่งมากที่ทำงานชิ้นนี้ได้สำเร็จ เทพถามว่าเราจะจัดการผู้การสถิตย์ยุทธเลยไหม ผู้การบอกให้ใจเย็นๆ เชื่อว่าไม่เกินสองวันเควินสมิธจะต้องซัดทอดผู้การสถิตย์–ยุทธเพื่อเอาตัวรอดแน่

“ไม่น่าเชื่อนะคะว่าเราจะปิดคดีนี้ได้ง่ายกว่าที่คิด” เมษาเอ่ย ผู้การชมว่า แสดงว่าสองคนเป็นคู่หูทำงานกันได้ลงตัว ดูนาฬิกาแล้วบอกว่าเกือบตีสี่แล้วให้ไปพักผ่อนกันเสีย เพราะเหนื่อยมาทั้งคืนแล้ว

ooooooo

ออกจากห้องผู้การเสวี ทั้งเทพและเมษาต่างถามขึ้นพร้อมกันว่าหิวไหม แล้วก็ชะงักมองหน้ากันขำๆ ต่างบอกให้อีกฝ่ายพูดก่อน เทพเป็นสุภาพบุรุษให้สุภาพสตรีเมษาพูดก่อน เธอบอกว่าตนหิว เทพจึงบอกว่าตนก็หิว

แต่พอไปนั่งที่ร้านกาแฟ พนักงานเอาเบอร์เกอร์กับกาแฟมาเสิร์ฟ เทพเทซอสมะเขือเทศให้เมษา เธอหยิบเฟรนช์ฟรายจิ้มซอสเข้าปาก เทพนั่งมองอยู่ เมษาเหลือบเห็นถามว่าไหนว่าหิวไม่เห็นกิน จ้องหน้าตนทำไม

เทพหยิบเบอร์เกอร์กัดกินบอกว่าไม่มีอะไร

แค่กำลังคิดเรื่องที่หัวหน้าพูดว่า เราสองคนเหมาะสมที่จะเป็นคู่รักกัน เมษาทำเสียงเข้มปรามว่า

“น้อยๆหน่อย หัวหน้าคุณแค่บอกว่าเป็นคู่หูในการทำงาน”

“ก็นั่นแหละ แสดงว่าเราสองคนมีทัศนคติในการทำงานตรงกัน มีมุมมองเดียวกัน มีจุดยืนเดียวกัน แล้วที่สำคัญมีใจที่ตรงกัน” เทพมั่วนิ่ม เมษาบอกว่า อย่างอื่นอาจจะใช่ แต่ใจคงไม่ใช่ “ถามจริง คุณไม่คิดจะใจอ่อนกับผมบ้างหรือ”

เมษาย้ำว่าบอกแล้วไงว่าเขาไม่ใช่สเปกตน เทพก็มั่วอีกว่าไม่จริง ถ้าไม่มีใจกันบ้างคงไม่มานั่งกินเบอร์เกอร์กับตนตอนตีสี่ครึ่งแบบนี้หรอก อย่างน้อยก็เชื่อใจกันถึงยอมมากินกันสองต่อสอง

“ก็ฉันบอกแล้วไงว่าฉันหิว แล้วฉันก็เป็นตำรวจ ฉันจะกลัวคุณทำไม”

เทพถอนใจยาวบ่นว่าตนคงไม่มีหวังแล้วจริงๆ ไม่ว่าจะมาไม้ไหนมุกไหนเธอก็หลบและโต้ได้ทุกมุก เธอถามว่าท้อหรือ

“ก็มีบ้าง คุณคิดดูซิ ถ้าเราตะโกนออกไปแล้วมีเสียงสะท้อนกลับมา มันก็ยังมีความหวังใช่ไหม แต่นี่ผมตะโกนไปกี่ครั้ง เสียงก็หายไปในหุบเขา”

“คุณไม่คิดหรือว่าฉันอาจจะทดสอบคุณก็ได้”

เป็นคำถามที่ทำให้เทพกระตือรือร้นขึ้นมาทันที ถามว่าเธอพูดจริงหรือ บอกตนหน่อยได้ไหมตนคิดไม่ออกจริงๆ เมษาบอกว่าคิดไม่ออกก็ช่วยไม่ได้ ยกกาแฟดื่มแล้วลุกขึ้น บ่นไม่อยากพูดกับเขาแล้ว ง่วงนอน

เทพตามไปตื๊อให้บอกหน่อยว่าเธอมีใจให้ ตน จะได้มีความหวัง ถูกเมษาปรามาสว่าท่าทางก็ฉลาดไม่น่าโง่เรื่องง่ายๆเลย พอเทพไปดักหน้าถามว่าเธอชอบตนเหมือนกันใช่ไหม เมษากอดอกทำไม่รู้ไม่ชี้ พอถูกรบเร้ามากเข้าเธอเลยพยักหน้า

แค่นั้นเอง! เทพกระโดดตัวลอยโผจะกอด ถูกเธอยกแขนไขว้กันไว้ เทพเลยชะงักหน้าจ๋อย ขอโทษที่ลืมตัวไปหน่อย

เทพบอกว่าอยากตะโกนให้คนได้ยินกันให้ทั่วว่าในที่สุดเธอก็ชอบตน เมษาแย้งว่าตนแค่ให้ความสนใจระดับหนึ่งเท่านั้น

“ก็นั่นแหละ ผมเหมาว่าคุณชอบ ไชโย...” เทพยิ้มเต็มหน้าอย่างมีความสุข กุมมือเมษาเดินไปด้วยกัน

ooooooo

เช้าเดียวกันนี้ ชายชาติเข้าไปพบผู้การสถิตย์ยุทธที่ห้องทำงาน รายงานว่าเมื่อคืนนี้เควินสมิธถูกจับพร้อมของกลาง โดยผู้กองขั้นเทพและผู้กองเมษา ขณะนี้ผู้การเสวีให้คุมตัวเควินไว้ที่หน่วยเฉพาะกิจ ถามว่าจะให้ทำอย่างไรดี

ผู้การสถิตย์ยุทธฟังแล้วนิ่ง หน้าเครียด

ภายในห้องสอบสวนหน่วย ฉก.911 ทนายของเควินบอกเขาว่า เท่าที่เขาให้การมาโอกาสรอดมีน้อยมาก เพราะตำรวจพบหลักฐานชัดเจนในบ้านเขา เควินถามว่าแล้วแนวทางต่อสู้จะทำอย่างไร

“ผมคิดว่าคุณควรจะรับสารภาพว่าเป็นคนรับซื้อไม่ใช่ผู้บงการ แล้วซัดทอดไปถึงผู้บงการว่าเป็นใคร ผมว่าวิธีนี้ตำรวจอาจจะกันคุณไว้เป็นพยาน”

เควินขอคิดดูก่อนแต่ตอนนี้ให้ทนายไปหาวิธีอื่นที่จะสู้คดีให้ตน ทนายรับปากจะลองปรึกษาทีมงานดูก่อน

“ถ้าเราซัดทอด ผู้การสถิตย์มันต้องฆ่าเราแน่” เควินคิดหนัก

เกิดเรื่องร้ายแรงใกล้ตัวเช่นนี้ ผู้การสถิตย์ยุทธโทรศัพท์ให้วัฒนามาคุยกันที่เซฟเฮาส์ของตนย้ำให้พาภรรยามาด้วย

เมื่อวัฒนาบอกประไพพรรณ เธอถามว่าเรื่องอะไรหรือ วัฒนาเองก็ไม่รู้ต่างมองหน้ากันเครียดๆ

ไปถึงเซฟเฮาส์ของผู้การสถิตย์ยุทธ จึงรู้ว่าเควินสมิธถูกจับขณะนี้อยู่ที่หน่วยเฉพาะกิจพร้อมของกลางเศียรหลวงพ่อคำเกลี้ยง ประไพพรรณตกใจถามว่ามันจะโยงมาถึงเราไหม

“ขึ้นอยู่กับว่าไอ้เควินสมิธมันจะซัดทอดเรารึเปล่า” ผู้การบอก

“แต่ผมว่ามันคงไม่กล้าหรอก อย่างน้อยมันก็ต้องรู้ว่าถ้ามันซัดทอดผู้การ มันก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน” วัฒนาคาด ผู้การย้ำว่ายังไงเราก็ต้องช่วยเควินสมิธออกมาก่อน “ก็ผู้การบอกว่าตำรวจจับได้พร้อมของกลางเราจะช่วยได้ยังไง” วัฒนาถาม

ผู้การบอกว่านี่แหละถึงได้เรียกสองคนมาพบ ประไพพรรณถามว่าแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเราสองคนด้วย

“เพราะตำรวจที่จับเควินสมิธ คือลูกสาวคุณ!”

“ไหนคุณบอกว่ากันลูกสาวผมออกไปจากเควินสมิธ แล้วไง”

ชายชาติที่ร่วมฟังอยู่ด้วยบอกว่าเมษาแอบไปร่วมมือกับหน่วยเฉพาะกิจ 911 ประไพพรรณถามว่าแล้วเราจะทำยังไงดี ผู้การแนะนำว่า เขาสองคนต้องบอกลูกสาว ให้ถอนคดีนี้ออกไป วัฒนาถามว่ามันจะทำได้หรือ?

“ถ้าทำไม่ได้ คุณสองคนก็ต้องเข้าคุกพร้อมกับผม”

ประไพพรรณตกใจหน้าซีดเผือด วัฒนาถามว่าแล้วจะให้ตนบอกลูกสาวว่าอย่างไร

“ให้ลูกสาวคุณไปบอกไอ้ผู้กองขั้นเทพให้ล้มคดีนี้เสีย” ผู้การพูดหน้านิ่ง จนวัฒนากับประไพพรรณมองหน้ากันอึ้ง

หลังจากนั้น ชายชาติถามผู้การว่าเมษาจะยอมช่วยเหลือเราไหม ผู้การย้อนถามว่าถ้าเป็นเขาจะยอมให้พ่อแม่ติดคุกหรือ ชายชาติติงว่าเมษาไม่เหมือนคนอื่น

“ถ้าผู้กองเมอยากเป็นลูกอกตัญญู ก็ช่วยไม่ได้” ผู้การพูดแล้วเดินออกไป ชายชาตินิ่งไปอย่างหนักใจเป็นห่วงเมษา

ooooooo

คืนนี้ ทั้งผู้กองขั้นเทพ ผู้กองเมษา ไมค์และปึก พากันไปฉลองชัยชนะที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ทุกคนชูแก้วไชโยกัน

“ยินดีด้วยกับความสำเร็จของผู้กองเมษากับผู้กอง ขั้นเทพนะคะ” ปึกเอ่ยขึ้นก่อน ไมค์ติงว่าแล้วตนล่ะ ถ้าไม่มีตนผู้กองก็จับเควินไม่ได้นะ

“ถูกต้อง” เทพเห็นด้วย “ขอบใจมากบุญเลิศ แล้วก็ต้องขอบใจหนูปึกด้วยที่ยอมเสียสละเอาตัวเข้าไปล่อไอ้เควินสมิธ” เมษาเห็นด้วยบอกปึกว่างานนี้สำเร็จได้ ก็เพราะเธอ ปึกพูดเขินๆว่า

“หนูปึกก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นล่ะค่ะ ต้องยกความดีความชอบให้กับผู้กองขั้นเทพที่เป็นคนวางแผนทั้งหมด”

“ไม่ใช่ฉันคนเดียวหรอก ผู้กองเมก็เป็นผู้ร่วมวางแผนจับไอ้เควินสมิธด้วย”

ไมค์ได้ทีบอกว่าอย่างนี้ก็เข้าล็อกเรียกว่าคู่รักคู่คิดกัน เทพเห็นด้วยทันทีบอกเมษาว่า เห็นไหมใครๆก็บอกว่าเราสองคนเหมาะสมกัน เลยถูกเมษาเอาศอกกระทุ้งท้องจนร้องโอ๊ย

ขณะทั้งสี่กำลังฉลองกันอย่างชื่นมื่นนั่นเอง มือถือของเมษาดังขึ้น เธอเปิดดูเห็นหน้าแม่ที่หน้าจอ ประไพ– พรรณบอกเมษาว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยให้มาพบที่บ้านหน่อย พ่อกับแม่อยากให้มาตอนนี้เลย เมษาบอกว่าเดี๋ยวจะไป วางสายแล้วบอกทุกคนว่า แม่อยากให้ตนไปหาเดี๋ยวนี้ ฟังเสียงแม่น่าจะเป็นเรื่องสำคัญ ขอตัวกับทุกคน สัญญาว่าคราวหน้าจะเป็นเจ้ามือเอง

เทพจะไปส่ง เธอบอกไม่ต้อง ให้เขาอยู่ทานกันต่อถ้าไม่มีอะไรตนจะรีบกลับมา

“ผมจะรอนะ” เทพบอก แล้วหันไปชวนไมค์กับปึกชนแก้วกันต่อ

ooooooo

เมษาไปถึงบ้านเห็นพ่อกับแม่สีหน้าไม่ดีถามว่าเรียกตนมามีอะไรหรือเปล่า

“พ่อกับแม่มีเรื่องสำคัญอยากให้ลูกช่วย” วัฒนาบอก เมษาถามว่าเรื่องอะไร พอวัฒนาบอกว่าเรื่องเควินสมิธ

เมษาชะงักถามว่าพ่อกับแม่รู้จักเควินสมิธด้วยหรือ จะให้ตนช่วยเรื่องอะไร

“เราอยากให้ลูกล้มคดีแล้วปล่อยตัวเควินสมิธ” ประไพพรรณบอก เมษามองหน้าพ่อกับแม่ถามว่า

“นี่แม่พูดอะไรคะ แม่รู้หรือเปล่าว่าเควินสมิธมันคือพ่อค้าลักลอบซื้อขายเศียรพระพุทธรูปอย่างผิดกฎหมายนะคะ”

“พ่อรู้ เราถึงอยากให้ลูกช่วย” ประไพพรรณรีบเสริมว่า “นะ...ลูกนะ ช่วยพ่อกับแม่สักครั้ง”

วัฒนาบอกว่าถ้าลูกไม่ช่วยพ่อกับแม่ก็เดือดร้อน เมษาถามว่าพ่อกับแม่เกี่ยวอะไรด้วย ทั้งสองมองหน้ากันอึกอักพูดไม่ออก เมษาถามด้วยสีหน้าหวาดหวั่นว่า

“นี่...พ่อกับแม่ อย่าบอกนะคะว่า พ่อกับแม่ร่วมมือกับเควินสมิธ” พอทั้งสองพยักหน้า เมษาตกใจ “พ่อกับ แม่ลักลอบขายเศียรพระพุทธรูปผิดกฎหมายงั้นหรือคะ”

ประไพพรรณร้องไห้โฮ ขอโทษรับว่าแม่ผิดไปแล้ว ส่วนวัฒนาพูดด้วยสีหน้าหวาดหวั่นว่า

“ลูกต้องช่วยพ่อกับแม่นะ ไม่งั้นเราสองคนต้องเข้าคุกนะลูก”

เมษาน้ำตาคลอ มองหน้าพ่อกับแม่ตัวชาไปหมด

ooooooo

ออกจากบ้านพ่อกับแม่ก็เจอชายชาติมาดักเรียกเธอไว้ บอกว่ารู้ว่าน้องเมมีเรื่องกลุ้มใจ

“คุณเองก็อยู่ในขบวนการนี้ด้วยใช่ไหม?” ชายชาติ อ้ำอึ้ง “ฉันถามว่าใช่ไหม คุณ ผู้การสถิตย์ยุทธ พ่อฉัน แม่ฉัน เควินสมิธอยู่ในขบวนการลักลอบตัดเศียรพระพุทธรูป ใช่ไหม!” ชายชาติพยักหน้า เมษาพูดอย่างเจ็บปวดว่า “นี่ฉันอยู่ในวงล้อมของคนที่...”

“พี่เสียใจ แต่พี่อยากให้เมช่วยพวกเรา”

“ช่วยงั้นหรือ?! พวกคุณทำผิดกฎหมาย คุณเอง ก็เป็นตำรวจ คุณกล้าพูดแบบนี้ได้ยังไง ฉันจะบอกให้รู้นะ ฉันจะไม่มีวันบิดเบือนความจริงหรอก” เมษาโกรธมาก ขึ้นรถขับออกไปทันที

“นี่เธอกล้าจับพ่อแม่ตัวเองงั้นหรือ” ชายชาติพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อ

กลับถึงห้องพัก เมษานั่งอยู่ในความมืด นึกถึงคำพูดของพ่อกับแม่เมื่อครู่นี้ เธอปาดน้ำตา พึมพำเครียด...

“นี่เราจะทำยังไงดี เราต้องปล่อยเควินสมิธไปงั้นหรือ แต่ถ้าเราไม่ปล่อยพ่อกับแม่ก็ต้องติดคุก”

เป็นภาวะกดดันที่ทำให้เมษาเครียดหนัก

เทพ ไมค์ และปึก นั่งดื่มกันต่อจนเที่ยงคืนแล้วเมษาก็ยังไม่กลับมา เทพโทร.เข้ามือถือก็ไม่รับ จึงแยกย้ายกันกลับโดยไมค์ไปส่งปึกที่อพาร์ตเมนต์

พอปึกเข้าห้องเห็นกระเป๋าเมษาวางอยู่บนโต๊ะก็แปลกใจที่เธอกลับมาแล้ว แต่ห้องเงียบไปหมด เลยคิดเองว่า สงสัยจะหลับไปแล้ว

แต่เมษายังไม่หลับ เธอนั่งคิดเรื่องที่พ่อกับแม่ขอ นึกถึงเทพที่เคยเล่าว่าตัวเองเคยจับพ่อเข้าคุกแล้วถูกพ่อด่าว่าลูกอกตัญญู และบอกว่าเธอเองก็สามารถทำได้ เพราะเธอเป็นคนไม่มีหัวใจให้ใคร ไม่ว่าเมษาจะคิดทบทวนอย่างไรก็หาทางออกไม่ได้ อึดอัดกดดันจนลุกขึ้นทุบผนังอย่างเจ็บปวด

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น พอตื่นนอนเทพก็หยิบมือถือมาดูปรากฏว่าไม่มีเมสเสจเข้ามาเลย ครั้นจะโทรศัพท์ถึงเมษาแต่เพิ่งเจ็ดโมง เกรงว่าเธอยังไม่ตื่นเลยเปิดดูรูปที่ฉลองกันเมื่อคืนนี้เป็นรูปถ่ายของตัวเองคู่กับเมษา

ไมค์มาเห็นแซวว่าผู้กองเป็นเอามากเลยนะ ดูรูป แต่เช้าเลย เทพถามว่าคนชอบกันดูไม่ได้หรือไง ไมค์ถามว่าชอบผู้กองเมษาตั้งแต่เมื่อไหร่ เทพบอกว่าตั้งแต่เห็นหน้าครั้งแรกที่เธอเป็นสวยเสมอเลยแหละ

“โอ้โห...แล้วตอนนั้นผมชอบอยู่ ผู้กองก็ชอบเขาหรือ ผู้กองนี่เลวจริงๆ กะแทงผมข้างหลังเลยหรือ”

“ฉันรู้ว่าถึงยังไงเขาก็ไม่มีวันชอบนายอยู่ดี” ไมค์ถามว่าตนเสียหายตรงไหน “ไม่ได้เสียหายหรอก เพียงแต่ ฉันหล่อกว่านาย” ทำเอาไมค์โอดว่าตั้งแต่เล่นตลกมาไม่เคยเห็นใครหลงตัวเองเท่าผู้กองเลย สุดท้ายไมค์ก็ยอมแพ้บอกว่า เทพเหมาะสมกับเมษา ส่วนตนก็เข้ากับปึกได้ไม่มีที่ติ

อ่านละคร สวยร้ายสายลับ ตอนทีี่ 8 วันที่ 7 พ.ย. 57

ละครเรื่องสวยร้ายสายลับ บทประพันธ์โดย มีนมีนา
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับ บทโทรทัศน์โดย วิลักษณา
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับ กำกับการแสดงโดย บัวรัตนา (รัตนา แซ่ตั่น)
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับ ผลิตโดย บริษัท ยูม่า99 จำกัด
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับโดยผู้จัด : ยุวดี ไทยหิรัญ ดำเนินงาน : วิไลลักษณ์ พูลประเสริฐ
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2557
ที่มา ไทยรัฐ