อ่านละคร สวยร้ายสายลับ ตอนทีี่ 9 วันที่ 12 พ.ย. 57

อ่านละคร สวยร้ายสายลับ ตอนทีี่ 9 วันที่ 12 พ.ย. 57

หลังจากแยกกันวันนั้นแล้ว เมษาก็หายเงียบไป ปึกพยายามโทร.หาเป็นอาทิตย์ แต่ติดต่อไม่ได้ ไมค์คาดว่าเธอคงกลับไปอยู่บ้านพ่อแม่ ปึกบอกว่าตนโทร.เช็กกับคนใช้ใหม่แล้วเมษาไม่ได้กลับบ้านเลย

ไมค์หันไปถามเทพเผื่อจะรู้ เขาบอกว่าไม่รู้เหมือนกัน

เสียงมือถือของเทพที่วางอยู่ดังขึ้น ไมค์หยิบดูเห็นเป็นสายจากดาบยิ้ม จึงเอาไปให้บอกว่าดาบยิ้มโทร.มา

ดาบยิ้มโทร.มาบอกว่า ตอนนี้ตนอยู่กับวันที่มูลนิธิ เทพบอกว่าเดี๋ยวไป แล้วหันบอกไมค์ว่าเดี๋ยวมา ไมค์ถามอย่างเป็นห่วงว่าจะไปไหน พอเทพบอกว่าเรื่องงาน


“ให้ผมไปด้วยไหม” ไมค์ถาม เทพบอกไม่ต้อง แล้วเดินออกไป

ไมค์มองอย่างเป็นห่วงพูดตามหลัง “ผู้กอง...ระวังตัวด้วยนะ” แล้วบ่นกับปึกว่า “งานตำรวจนี่มันเหนื่อยเนอะ”

ooooooo

เทพไปถึงมูลนิธิ มองซ้ายมองขวาไม่เห็นใคร เขาพูดลอยๆว่า ผมมาแล้ว จึงได้ยินเสียงดาบยิ้มบอกว่า “ผมอยู่นี่”

พอเทพเดินเข้าไปก็ตกใจ เห็นดาบยิ้มนั่งอยู่ มือโดนมัดหน้าตาเปรอะไปด้วยเลือด เทพจะชักปืนก็ถูกใครคนหนึ่งฟาดกระบองเข้าที่ท้ายทอย พอเทพจะหันมองก็โดนซ้ำเข้าที่หน้าอย่างแรงจนหน้าสะบัด เทพพยายามมอง ในสายตาที่พร่ามัวนั้น เห็นชายชาติฟาดกระบองใส่อีกครั้ง แล้วทุกอย่างก็ดับวูบไป

เทพถูกใส่กุญแจมือไพล่หลัง นั่งสลบอยู่กลางเวทีละครในมูลนิธิ มีลูกน้องชายชาติสามคนนั่งดูอยู่ที่นั่งคนดู ชายชาติเดินเข้ามาหยิบปืนที่เป็นอุปกรณ์ประกอบฉากยกขึ้นยิงใส่เทพพูดอย่างสะใจ “ลาก่อนไอ้เทพ”

ปรากฏว่าเป็นปืนฉีดน้ำ เทพถูกฉีดน้ำใส่หน้าครู่หนึ่งเขาก็รู้สึกตัว ถามชายชาติว่านี่มันเรื่องอะไรกัน

“ก็เรื่องที่กูจะต้องฆ่ามึงน่ะซิ”

“ไอ้ชาย กูว่ามึงยังมีเวลาที่จะกลับตัวนะ กูรู้ว่ามึงทำงานให้ผู้การสถิตย์ยุทธ”

“รู้ก็ดี แต่มันไม่มีประโยชน์แล้วล่ะ เพราะอีกไม่ช้ามึงก็ต้องตายไปจากกูแล้ว” สิ้นเสียงชายชาติฉีดน้ำใส่ตาใส่หน้าเทพ ฉีดไปคำรามไป “มึง...มึง...มึง...แต่กูยังไม่ให้มึงตายเดี๋ยวนี้หรอก กูจะทรมานมึงให้สมกับที่มึงแย่งน้องเมไปจากกู”

“ถึงมึงฆ่ากู น้องเมเขาก็ไม่มีวันรักมึงหรอกไอ้ชาย”

ชายชาติชกต่อยเทพทั้งที่เขาถูกใส่กุญแจมือไพล่หลัง แต่เทพก็สู้ไม่ถอย แม้จะถูกลูกน้องชายชาติมารุมก็ไม่อาจหยุดเทพได้ จนชายชาติชักปืนยิง เทพก็เอาไหล่ดันลูกน้องเขาเข้าไปรับกระสุนแทน ชายชาติยิ่งบ้าคลั่งกระหน่ำยิงจนลูกปืนหมดแม็ก ก็พุ่งเข้าต่อย คำรามอย่างบ้าคลั่ง

“ไม่มีมือยังเก่งอีกหรือ มึงคิดว่ามึงเก่งหรือวันนี้เป็นวันของกูบ้างล่ะไอ้เทพ” ชายชาติหันไปหยิบเหล็กสามง่ามสำหรับเข้าฉากจะแทง เทพพลิกตัวหันหลังยิงใส่ ชายชาติกระเด็นกระแทกฉากร่วงลงไปกอง เทพเองก็ยืนโงนเงนแล้วล้มลง...

ชายชาติถูกเทพยิงตาย ผู้การสถิตย์ยุทธถามลูกน้องว่าวันนี้รดน้ำศพกี่โมง ให้ส่งหรีดไปที่งานศพของชายชาติด้วยวางสายแล้วเหยียดยิ้มเลือดเย็นพึมพำ

“เรื่องแค่นี้ยังทำพลาด ฉันว่าแกก็ไม่ควรจะมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว” พลางหยิบกาแฟดื่ม

ooooooo

ปึกไปเอาของที่ห้องของเมษา ไมค์ส่งปึกที่หน้าห้องแล้วยืนรอ พอดีเมษากลับมาเจอ ถามว่ามาทำอะไรที่นี่ ไมค์บอกว่าพาหนูปึกมาเก็บของ

ปึกเก็บของเสร็จออกมาเจอเมษา ปึกดีใจรีบสวัสดี เมษามองแล้วเดินเข้าห้อง ไมค์เรียกไว้เธอหยุดแต่ไม่หันมา

“คุณเมครับ ตอนนี้ผู้กองขั้นเทพบาดเจ็บสาหัสนอนอยู่ที่โรงพยาบาล ผมรู้ว่าคุณคงไม่ไปเยี่ยมเขาหรอก แต่ผมอยากจะให้คุณรู้ว่า ที่ผู้กองเป็นแบบนี้เพราะคุณ”

ระหว่างนั้น ปึกพยายามจะห้ามไมค์ไม่ให้พูด แต่ไมค์ของขึ้นแล้ว เดินเข้าหาเมษาพูดอย่างมีอารมณ์

“คุณไม่เพียงแต่ทรยศพวกเรา แต่คุณยังทรยศความรักที่ผู้กองขั้นเทพมีให้กับคุณ ผมถามจริงๆเถอะ คุณมีหัวใจรึเปล่า” เมษาหันมองไมค์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนเดินเข้าห้องว่า

“ฉันขอโทษเธอสองคนสำหรับเรื่องทุกอย่าง”

“แค่คำขอโทษคำเดียว นึกว่ามันพองั้นหรือกับชีวิตผู้ชายคนนึงที่วันนี้เขาถูกพักงาน ถูกตามฆ่าจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด” ไมค์ตะโกนตามเข้าไปในห้อง ปึกรั้งไมค์บอกให้พอเถอะ “ปล่อยพี่ ให้พี่ระบายความรู้สึกแทนผู้กองขั้นเทพ”

“แค่นี้คุณเมเขาก็เจ็บปวดมากพอแล้ว” ปึกลากไมค์ออกมาดึงประตูปิด

เมษาเข้าไปนั่งร้องไห้ นึกถึงคำพูดของไมค์ที่ยังก้องอยู่ในความรู้สึก...“คุณไม่เพียงแต่ทรยศพวกเรา แต่คุณยังทรยศความรักที่ผู้กองขั้นเทพมีให้กับคุณ ผมถามจริงๆเถอะ คุณมีหัวใจหรือเปล่า” เมษาร้องไห้อย่างเจ็บปวดโดดเดี่ยว อ้างว้างอยู่ในห้อง

ooooooo

เทพเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล เมื่อผู้การเสวีไปเยี่ยมเขาจึงรู้ว่าดาบยิ้มเสียชีวิตแล้ว เทพพึมพำทั้งแค้นทั้งเจ็บปวดว่า

“ไม่คิดเลยว่าชายชาติจะเหี้ยมโหดขนาดนี้”

“สถิตย์ยุทธคงไม่หยุดแค่นี้ คุณเองก็ยังไม่ปลอดภัยนะ นี่ผมก็ให้คนของเราเฝ้าคุณอยู่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง”

“ผมไม่กลัวหรอกครับ มาถึงขนาดนี้แล้ว ยังไงผมก็จะจับผู้การสถิตย์ยุทธให้ได้” เมื่อผู้การจะไปรดน้ำศพดาบยิ้ม เทพเอ่ย “ฝากบอกเมียดาบยิ้มด้วยนะครับว่าดาบยิ้มจะไม่ตายฟรี”

แต่พอผู้การเสวีออกมาถึงหน้าห้อง เจอกับเมษาที่มาเยี่ยมเทพพอดี ผู้การเชิญแล้วขอตัวไป

เมษาเข้าไปถามเทพว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขาบอกว่าตนไม่เป็นไร ย้อนถามว่าแล้วเธอล่ะ เธอบอกว่าสบายดี เทพทักว่าเธอผอมไป เมษาตัดบทว่า ตนแค่มาเยี่ยม ถ้าเขาไม่เป็นอะไรก็ขอตัว

“เดี๋ยวสิเม...เม...ผมเข้าใจความรู้สึกคุณนะ แล้วก็เข้าใจด้วยว่าทำไมคุณต้องทำแบบนี้”

“พอเถอะ ฉันไม่อยากได้ยินเรื่องพวกนี้อีกต่อไปแล้ว”

“อย่าหนีความจริงเลยเม คุณยังมีเวลาที่จะกลับตัวนะ พ่อแม่คุณทำผิดก็ให้ท่านได้รับโทษไปตามกฎหมายของบ้านเมืองเถอะ ถึงวันนี้ท่านจะหนีรอดไปได้เพราะคุณ แต่ต้องมีสักวันที่ท่านจะถูกจับ และคนที่จะจับก็คือผม”

เมษาหันมองเขาขวับ เทพยังคงพูดด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความปรารถนาดีว่า

“ผมรักคุณนะเม...แต่ผมก็ปล่อยพ่อแม่คุณไปไม่ได้...” เมษามองหน้าเทพนิ่ง แล้วตัดสินใจหันหลังเดินออกไป เทพยังพูดตามหลังว่า “เม...เชื่อผมเถอะ อย่าทำลายเกียรติและศักดิ์ศรีของตัวเองเลย...”

เมษาออกไปแล้ว เธอดึงประตูปิดพยายามควบคุมความรู้สึกละอายใจจนน้ำตาไหล เดินจากไปอย่างเลื่อนลอย

เทพนอนมองเพดานห้อง ส่ายหน้าเบาๆอย่างเสียใจกับท่าทีที่เย็นชาของเมษา

ooooooo

ออกจากห้องเทพแล้ว เมษาเข้าไปในร้านกาแฟ นั่งเหม่อคิดถึงอดีตเมื่อครั้งที่ตนสอบเข้าเป็นตำรวจได้ เธอบอกพ่อกับแม่ด้วยความดีใจ แต่พ่อกับแม่กลับพูดว่า บอกแล้วว่าไม่อยากให้ลูกเป็นตำรวจ

เวลานั้นเธอพูดอย่างภูมิใจกับพ่อแม่ว่า ตนอยากเป็นตำรวจ อยากจับผู้ร้าย พูดหยอกพ่อกับแม่ว่า

“คราวนี้ล่ะ ถ้าพ่อกับแม่ทำผิดหนูต้องจับพ่อกับแม่แล้วนะคะ” เห็นพ่อกับแม่อึ้งเธอรีบบอก “หนูล้อเล่นน่ะค่ะหนูรู้ว่าพ่อกับแม่ไม่มีวันทำอะไรที่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว จริงไหมคะ” เธอฉอเลาะน่ารัก แต่ทั้งพ่อและแม่ก็ได้แต่ฝืนยิ้ม

เมษาคิดถึงคำพูดของเทพเมื่อครู่นี้ที่เตือนสติให้เธอกลับตัว ถึงวันนี้พ่อแม่เธอจะหนีรอดไปได้แต่สักวันก็ต้องถูกจับ เทพบอกด้วยว่า “คนที่จะจับก็คือผม ผมรักคุณนะเม แต่ผมก็ปล่อยพ่อแม่คุณไปไม่ได้”

เมษาคิดเครียด อัดอั้น ยกกาแฟดื่มแล้วลุกเดินออกไป เจอวัฒนากับประไพพรรณจะเข้ามาพอดี ต่างมองกันอึ้ง ครั้นเมษาจะเลี่ยงไปก็ถูกแม่คว้ามือไว้ขอร้องอย่าเพิ่งไปไหน พากลับไปนั่งคุยกันที่โต๊ะ

ประไพพรรณยอมรับว่าพ่อกับแม่ทำผิด วัฒนาอ้างตามเคยว่าพ่อกับแม่ทำเพื่อครอบครัวเพื่อลูก ถูกประไพพรรณขัดขึ้นว่าเลิกอ้างเรื่องทำเพื่อลูกเสียที เลยเถียงกับวัฒนา จนเมษาขอให้พอเถอะตนไม่อยากฟังเรื่องนี้อีกแล้ว ไม่ว่าประไพพรรณจะคร่ำครวญรำพันความรักความห่วงใยเธออย่างไร เมษาก็บอกแม่ว่า

“เอาล่ะค่ะแม่ หนูต้องไปแล้วค่ะ”

“เดี๋ยวเม นั่งลงก่อน” วัฒนาเสียงเข้ม “พ่อบอกให้นั่งลงเดี๋ยวนี้”

เมษาจำต้องนั่ง วัฒนามองซ้ายมองขวาลดเสียงลง พูดอ่อนโยนลงว่า

“พ่อเข้าใจนะว่าลูกโกรธพ่อกับแม่ แต่ทุกสิ่ง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไปแล้ว ลูกไม่สามารถเรียกอะไรกลับคืนมาได้แล้ว ยอมรับความจริงเสียเถอะ” เมษาถามว่าความจริงอะไร “ก็...ความจริงที่ว่า...” วัฒนาพูดไม่ออก เมษาถามว่า

“พ่อกับแม่ทำร้ายชาติบ้านเมืองงั้นหรือคะ แล้วพ่อก็จะบอกให้หนูยิ้มรับกับความผิดของพ่อ หนูต้องกลับคำให้การแล้วใส่ร้ายผู้กองขั้นเทพ โยนความผิดทั้งหมดให้เขาเป็นแพะรับบาป...หนูยิ้มไม่ออกจริงๆค่ะ”

เมษาน้ำตาไหลพราก ประไพพรรณเองก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่ เธอตัดสินใจลุกขึ้นขอตัวกลับ ประไพพรรณพยายามจะรั้งไว้ เธอบอกแม่ทั้งที่ยังร้องไห้ว่า

“ปล่อยหนูไปเถอะค่ะแม่ แค่นี้หนูก็ไม่เหลือเกียรติและศักดิ์ศรีในอาชีพของตัวเองอีกต่อไปแล้ว” เมษาเดินออกไปแล้ว ประไพพรรณร้องไห้อย่างหนักจนวัฒนาต้องเข้าไปกอดปลอบใจ

แม้เมษาจะเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยว แต่เมื่อออกไปแล้วเธอก็อดที่จะหันกลับมามองพ่อกับแม่ไม่ได้

ooooooo

ไมค์กับปึกไปเยี่ยมเทพที่โรงพยาบาล ทั้งสองดูแลและให้กำลังใจผู้กองอย่างเห็นใจ วันนี้ปึกซื้อโจ๊กกับปาท่องโก๋มาฝากแกะใส่ชามยกไปให้

ปึกถามว่าเมื่อวานเมษามาเยี่ยมหรือ ไมค์ถามว่าเขามาขอโทษใช่ไหม เทพไม่ตอบ แต่ไมค์ตีขลุมว่าใช่ อวดปึกว่า

“เห็นไหมหนูปึกถ้าเราไม่ด่าเขา เขาจะไม่รู้สึกตัว”

“ไม่เกี่ยวกับเราหรอกพี่ไมค์ คุณเมเขามาเยี่ยมก็เพราะว่าเขาเป็นห่วงผู้กอง ใช่ไหมคะ”

“ฉันเองก็ไม่รู้” เทพตอบอย่างไม่สนใจ ไมค์กับปึกพยายามที่จะให้ทั้งสองคืนดีและรักกันเหมือนเดิม แต่ดูจากท่าทีและคำตอบของเทพแล้ว ไมค์ถามหวั่นๆ ว่า

“แล้วยังไงเนี่ย อย่าบอกนะว่าผู้กองกับคุณเมเลิกกันแล้ว”

“มันก็คงต้องเป็นอย่างนั้นมั้ง” ปึกถามว่าจริงหรือ เทพตอบปลงๆว่า “ถึงไม่เลิก คุณเมเขาก็คงไม่กล้ามาคบกับเรา”

“แต่ก็น่าเห็นใจคุณเมนะคะ ที่เธอต้องทำไปก็เพราะพ่อแม่ หนูปึกว่าพวกเราควรจะให้อภัยคุณเมนะคะ” ไมค์ไม่เห็นด้วย บอกว่าเรื่องแบบนี้ให้อภัยไม่ได้หรอก ปึกถามว่าทำไม?

“ก็สิ่งที่พ่อแม่เขาทำ มันสร้างความเสียหายให้กับพุทธศาสนานะ” ปึกชักคล้อยตาม ถามเทพว่าเขายังรักเมษาอยู่หรือเปล่า เทพนิ่ง ถอนใจ ย้อนถามปึกว่า

“รักแล้วจะทำยังไง จะให้ฉันหลับตาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นในสิ่งที่เขาทำงั้นหรือ”

เป็นคำตอบที่ทำให้ทั้งปึกและไมค์สบตากันอึ้ง

ooooooo

เมื่อพากันลงมาที่ลานจอดรถใต้ดินของโรงพยาบาล ปึกปรารภว่ายังไงตนก็สงสารเมษา ไมค์บอกว่าตนสงสารผู้กองมากกว่า รักกันอยู่ดีๆ ต้องมาเลิกกันเพราะพ่อแม่ผู้หญิง

ปึกถอนใจถามว่าเราสองคนจะช่วยอะไรเขาทั้งสองได้บ้าง ไมค์พูดอย่างไม่มีความหวังว่า

“เมื่อกี๊หนูปึกไม่ได้ยินที่ผู้กองบอกหรือ ว่าเขาจะทำเป็นหลับหูหลับตาไม่รู้ไม่เห็นเรื่องนี้ไม่ได้ อย่าว่าแต่ผู้กองเลย ถึงเป็นพี่ พี่ก็ทำไม่ได้เหมือนกัน” ปึกกระเง้ากระงอดว่าผู้ชายนี่ใจร้ายจัง ไมค์สวนทันทีว่า “มันไม่ใช่เรื่องใจร้ายนะ มันเป็นเรื่องของความถูกต้อง”

ทั้งสองเดินเลี้ยวเข้ามาที่ลานจอดรถ ทันใดนั้น รถคันหนึ่งที่จอดอยู่ในซองไฟหน้าสว่างจ้าขึ้น รถเคลื่อนออกมาอย่างเร็วราวกับจะพุ่งชนทั้งสอง ไมค์ตกใจดึงปึกหลบ ตะโกนด่าไปด้วยความโมโหว่า ขับรถประสาอะไรวะ แล้วถามปึกว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ปึกไม่เป็นอะไรแต่บ่นว่าทำไมถึงขับรถแบบนี้

พริบตานั้น รถคันนั้นวกกลับมาอย่างเร็วอีก ปึกกับไมค์โดดหลบไปยังอีกช่องหนึ่งก็ถูกรถอีกคันในช่องนั้นพุ่งออกมาหมายชน แล้วรถทั้งสองคันก็มาปิดหน้าปิดหลัง คนในรถคันหนึ่งชักปืนลงมาจ่อ ไมค์ฮึดสู้พลางพาปึกหนี

คนร้ายไล่ตามต่อยทั้งไมค์และปึกจนเลือดกำเดาไหล แล้วมันก็ยกปืนจ่อไมค์ตวาด

“ฟังให้ดีนะ ถ้ามึงสองคนไม่อยากตายก็ให้ไปจากไอ้ผู้กองขั้นเทพซะ” ปึกกับไมค์จ้องหน้ามัน “ถ้ากูยังเห็นพวกมึงยุ่งกับเรื่องนี้ คราวนี้มึงสองคนตายแน่” ขู่แล้วมันถอยไปขึ้นรถขับออกไป

ไมค์ถามปึกว่าเป็นอย่างไร ปึกบอกว่าบ่เป็นหยัง ไมค์จึงประคองปึกพาขึ้นลิฟต์กลับขึ้นไปทำแผล

ooooooo

ไมค์กับปึกไปทำแผลเสร็จแล้วไปเล่าให้เทพฟัง เขาเชื่อว่าต้องเป็นฝีมือของผู้การสถิตย์ยุทธทำเพื่อขู่ให้เราหยุดเรื่องนี้ไมค์ว่าหรือไม่ก็ต้องเป็นเควินสมิธ

ปึกกับไมค์ต่างมุ่งมั่นที่จะทำงานนี้ต่อไป เทพติงให้ทั้งสองหยุดเสีย ให้ปึกกลับไปอยู่บ้านนอกและพาไมค์ไปเก็บตัวสักพัก เลิกยุ่งกับเรื่องนี้อีก

“หนูปึกไม่คิดเลยนะคะว่าผู้กองจะกลัวพวกมัน”

“ฉันผิดหวังในตัวนายจริงๆ” ไมค์ส่ายหน้า

เทพบอกว่าตนไม่ได้กลัวพวกมันแต่ไม่อยากให้ไมค์กับปึกต้องมาตายฟรี ปึกบอกว่าตนไม่กลัว ถ้าตายแต่สามารถจัดการกับพวกทำลายชาติได้ตนก็ยอม ไมค์เห็นด้วย บอกว่าเกิดมาแค่ชีวิตเดียว ทำเพื่อบ้านเมืองตนยอมตาย บอกเทพว่า

“เชื่อเราเถอะ ถึงเราจะไม่ได้เป็นตำรวจเหมือนนาย แต่ในฐานะพลเมืองดี เราก็มีสิทธิ์ที่จะช่วยชาติ” ปึกพยักหน้าเห็นด้วย เทพมองทั้งสองอย่างวัดใจ ก่อนยื่นมือออกไปบอกว่า

“ถ้าอย่างนั้นเราก็มาตายพร้อมกัน”

ทั้งสามยื่นมือไปแตะกัน มองตากันอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะสู้ด้วยกัน

ooooooo

ที่งานเลี้ยงในห้องประชุมตำรวจ หัวหน้าตำรวจชูแก้วชวนดื่มให้กับความสำเร็จของพวกเราในโครงการเยาวชนต่อต้านยาเสพติด

งานนี้ผู้การเสวีกับผู้การสถิตย์ยุทธ ยืนกันอยู่คนละกลุ่ม ผู้การสถิตย์ยุทธจับตาดูผู้การเสวีอยู่ พอเห็นเพื่อนแยกย้ายกันไป ผู้การสถิตย์ยุทธตรงไปหาผู้การเสวีขอคุยด้วย

“มีอะไรก็ว่ามา อั๊วมีธุระ”

“อั๊วพูดกับลื้อตรงๆนะ อั๊วอยากให้ลื้อหยุดเรื่องเควินสมิธเสียที”

ผู้การเสวีถามว่าทำไมตนต้องหยุด ผู้การสถิตย์ยุทธบอกว่าเพราะเควินสมิธเป็นเพื่อนตนและทำธุรกิจร่วมกัน

“แต่ไอ้เควินสมิธมันทำธุรกิจผิดกฎหมาย อั๊วจำเป็นต้องจับมัน” ผู้การสถิตย์ยุทธสวนไปเกือบเป็นตวาดว่าก็บอกแล้วไงว่าเขาเป็นเพื่อนตน ผู้การเสวีตอบอย่างไม่แยแสว่า “เพื่อนใครไม่สำคัญ”

การพูดคุยตึงเครียดขึ้นทันที ผู้การสถิตย์ยุทธถามว่าหมายความว่าจะจับตนเหมือนกันงั้นหรือ ถูกสวนทันควันเช่นกันว่า “แล้วลื้อทำอะไรผิดหรือเปล่าล่ะ ถ้าลื้อทำ อั๊วก็ต้องจับ”

“แต่เสือมันไม่กินเนื้อเสือด้วยกันนะโว้ย”

“แต่อั๊วไม่ใช่เสือ อั๊วเป็นตำรวจ” ผู้การเสวีเดินผละไปอย่างไม่อยากเสวนาด้วย ผู้การสถิตย์ยุทธจ้องตามพึมพำ “ในเมื่อเอ็งไม่ใช่เสือ ข้าก็คงต้องกินเนื้อเอ็งแล้วล่ะ ไอ้เสวี!” เขายกเครื่องดื่มขึ้นดื่มทั้งที่ตายังจ้องผู้การเสวีเขม็ง

เช้าวันต่อมา ผู้การเสวีออกจากบ้านก็ถูกมอเตอร์ไซค์ที่มีมือปืนซ้อนท้ายขับตามเมื่อถึงทางเปลี่ยวก็ตีคู่แล้วชักปืนยิง แต่ถูกผู้การเสวียิงสวนทันควัน ยิงตอบโต้กันไม่กี่นัด คนร้ายก็ถูกยิงร่วง ผู้การเสวีถือปืนลงไปดู สั่งลูกน้องให้แจ้งโรงพัก

เมื่อผู้การเสวีไปถึงที่ทำงานเล่าให้ผู้กองเทพฟัง ผู้กองรำพึงว่ามันกล้ามากที่ส่งคนมาฆ่าท่าน ผู้การบอกว่าตอนนี้มันทำได้ทุกอย่างเพื่อไม่ให้เราสาวไปถึงเรื่องของมัน ผู้กองเทพจึงเล่าเรื่องที่ไมค์กับปึกถูกคนร้ายขับรถไล่ชน และขู่ไม่ให้ยุ่งกับเรื่องนี้ให้ฟัง ผู้การปรารภว่า “ถ้าเรายิ่งช้า จะไม่เป็นผลดีกับเรา”

ผู้กองเทพบอกว่าตนกำลังเร่งหาหลักฐานอยู่ ผู้การถามว่าวันก่อนผู้กองเมษาไปหา เขาได้พูดให้เธอเปลี่ยนใจไหม ผู้กองบอกว่าตนพูดแล้วแต่ไม่คิดว่าจะได้ผล

“เฮ้อ...ทุกอย่างอยู่ที่ผู้กองเมษาคนเดียว ถ้าเธอช่วยเหลือเรา ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น” ผู้การรำพึง

ooooooo

ที่ทำงานหน่วยวิหคเวหา ผู้กองเมษามาจัดเก็บข้าวของลงลัง เพื่อนๆมาถามกันว่าแน่ใจแล้วหรือที่ลาออกจากงาน บ้างถามว่ามีเรื่องอะไรทำให้ต้องลาออก บ้างบอกว่าเสียดายไม่อยากให้ลาออก

อ่านละคร สวยร้ายสายลับ ตอนทีี่ 9 วันที่ 12 พ.ย. 57

ละครเรื่องสวยร้ายสายลับ บทประพันธ์โดย มีนมีนา
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับ บทโทรทัศน์โดย วิลักษณา
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับ กำกับการแสดงโดย บัวรัตนา (รัตนา แซ่ตั่น)
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับ ผลิตโดย บริษัท ยูม่า99 จำกัด
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับโดยผู้จัด : ยุวดี ไทยหิรัญ ดำเนินงาน : วิไลลักษณ์ พูลประเสริฐ
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่องสวยร้ายสายลับ เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2557
ที่มา ไทยรัฐ