อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 1 วันที่ 1 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 1 วันที่ 1 ม.ค. 58

“พี่ก็จะรักเฟื่องของพี่คนเดียว วันไหนไอ้ทัพเปลี่ยนใจ วันนั้นคือวันที่ไอ้ทัพสิ้นลมหายใจ”
เฟื่องยกมือปิดปาก ทัพจูบมือเธออย่างอ่อนหวาน ก่อนจะสัญญาว่าจะรีบกลับมาเพื่ออยู่ด้วยกันอีก เฟื่องได้แต่มองตามหลังคนรักที่ลับหายไปในความมืด อย่างรวดเร็วด้วยความอาลัย แล้วก็ต้องสะดุ้ง เมื่อเห็นน้องสาวนั่งจ้องเธอเขม็งมาจากคอกควายไม่ไกลจากเรือนนัก สาวหน้าหวานรีบเดินไปหาและชวนกลับเรือน แต่แฟงยังงอน

“ไม่ต้องสนใจฉันหรอกพี่เฟื่อง อีกหน่อยพี่เฟื่องออกเรือน ฉันก็ต้องอยู่คนเดียว มียุงกับนังดำเป็นเพื่อน”


“พี่ออกเรือนแล้วเอ็งจะเลิกเป็นน้องพี่หรือแฟง”

แฟงเงยหน้ามองพี่สาวงอนๆ “แค่เริ่มรักกับพี่ทัพ พี่ยังไม่ไปเที่ยวเล่นกับฉันเหมือนก่อน เอาแต่นั่งรอพี่ทัพใต้ต้นตาลห้าต้น อีกหน่อยพอเป็นเมียพี่ทัพ พี่คงลืมว่ามีน้องสาวชื่ออีแฟง”

แฟงปาดน้ำตาด้วยความน้อยใจ ก่อนจะผลุนผลันกลับเรือน ทิ้งเฟื่องให้มองตามด้วยความอ่อนใจ

“โธ่...แฟง...กลัวแต่จะไม่มีเพื่อนเล่น”

ooooooo

ขณะที่ทัพวางแผนจะปักหลักสู้ที่บ้านเกิด พร้อมปกป้องทุกคนอันเป็นที่รัก แต่สังข์กลับนำกำลังไล่ต้อนผู้คนออกจากหมู่บ้าน ขาบนั่งรินเหล้าให้นายกองหนุ่มเพื่อนรัก เอาใจเพื่อขอสิ่งที่หวังมานาน

“เกณฑ์คนเข้ากรุงศรีคราวนี้ นายกองอย่าลืมครัวนังเฟื่องด้วยนะ”

“ข้ารู้ใจเอ็งหรอกไอ้ขาบ อยากจะเอาตัวนังเฟื่อง คนรักไอ้ทัพมานอนกอดล่ะสิ”

“ฉันก็หวังพึ่งบารมีนายกอง ช่วยป้องกันฉันจากดาบไอ้ทัพ”

“ไม่ต้องกลัว...ข้าจะบอกคุณพระนายว่าไอ้ทัพมันหนีทัพ ไม่ยอมเข้ากรุงไปรบข้าศึก ก็เท่ากับเป็นขบถต่อพระเจ้าแผ่นดิน ทีนี้เราก็เข้าริบนังเฟื่อง นังจวง เอ็งก็เอานังเฟื่องคนรักของไอ้ทัพไป ส่วนนังแฟงน้องสาวเฟื่อง ข้าก็จะให้คอยปรนนิบัติข้าสลับซ้ายขวากับนังจวงเอง”

เวลาเดียวกันในละแวกป่าข้างหมู่บ้านคำหยาด...ทัพไม่รู้เรื่องแผนชั่วของอดีตเพื่อนรัก มัวสุ่มตัวในความมืดเพื่อสังเกตการณ์เหมือนทุกคืน แล้วเสียงควบม้าของคนจำนวนหนึ่งก็ทำให้ตื่นตัว ก่อนจะนอนแน่นิ่งกับพื้น พยายามเงียบเสียงให้มากที่สุด เมื่อเห็นว่าเป็นพวกทหารไทย ที่ลาดตระเวนตอนกลางคืน

อดีตทหารกล้าถอนใจโล่งอก เมื่อเสียงควบม้าเงียบไปแล้ว ไม่อยากสู้กับคนไทยด้วยกันให้เสียเลือดเนื้อมากกว่านี้ แต่แล้วก็ต้องกระชับดาบในมือมั่น เมื่อเห็นเงาคนจำนวนหนึ่งเคลื่อนตัวมาใกล้ แม้จะหวั่นใจไม่น้อยเพราะต้องสู้ตามลำพัง แต่เลือดรักชาติก็ทำให้ฮึกเหิม และตัดสินใจจะสู้จนตัวตาย

ฝีดาบของอีกฝ่ายน่าครั่นคร้ามไม่น้อย แต่ทัพก็สู้ไม่ถอย ท่ามกลางวงล้อมของชายบนหลังม้าจำนวนหนึ่ง จนเมื่อเกือบจะเพลี่ยงพล้ำ ก็ต้องตะลึง เมื่อเห็นหน้าหนึ่งในชายกลุ่มนั้น...ไอ้ฟัก...เอ็งมาที่นี่ได้ยังไง!

ทัพพาพวกฟัก ซึ่งประกอบไปด้วยเคลิ้ม เอิบช่วงและกลุ่มทหารหนีทัพจำนวนหนึ่งมาหลบภัยที่กุฏิพระเที่ยงผู้เป็นพ่อ สภาพแต่ละคนทรุดโทรม บอบช้ำและเต็มไปด้วยบาดแผลจากสงคราม

เคลิ้มเป็นฝ่ายเปิดฉาก เล่าที่มาที่ไปของพวกเขาก่อนจะมาถึงนี่ “พวกเราเป็นกองม้าพระพิเรนทรเทพ แตกพ่ายมาจากกาญจนบุรี ถูกทหารอังวะเป็นพันไล่ต้อน พวกนายทัพนายกองพากันหนีตายทั้งสิ้น”

ฟักเจ็บใจมาก ยิ่งเห็นคนไทยด้วยกันถูกข้าศึกฆ่าฟันและปล้นสะดมไม่เว้นแต่ละวันยิ่งแค้นใจ และตัดสินใจเด็ดขาดจะไม่กลับไปเป็นทหารประจำกรุงศรีฯอีก แต่จะขอสุ่มตัวและฆ่าฟันข้าศึกจนตัวตาย

ทัพมองมาด้วยความชื่นชม “ข้าคิดว่าบ้านคำหยาดจะมีข้าคนเดียวที่หนีทัพ”

ฟักกวาดตามองพวกพ้อง ก่อนประกาศกร้าวถึงความตั้งใจ “พวกเราเป็นกองทหารม้า ถ้าพี่ทัพคิดอ่านวางแผนให้ เจอกองตระเวนอังวะที่ไหน พวกเราคงได้ฟันพวกมันให้ละเอียดหนำใจ”

“เอาสิไอ้ฟัก หมู่เคลิ้ม ไอ้เอิบ ไอ้ช่วง พี่น้องทุกคน ข้าเจ็บแค้นนัก พวกมันปล้นครัวไทย พ่อแม่ลูกเมียต้องพลัดพราก เลือดพี่น้องของเราต้องไหลนองเปื้อนผืนดิน ผืนนา แม่โพสพถูกมันเหยียบแหลกคาตีน ข้ามิมีวันยอม”

ทุกคนนิ่งเงียบ เห็นด้วยกับทัพทุกอย่าง ถึงเวลาแล้วที่พวกเขาต้องผนึกกำลัง ร่วมกันสู้เพื่อปกป้องชาติไทยให้รอดพ้นจากข้าศึกชาวอังวะ พระเที่ยงฟัง
อยู่นานก็อดรนทนไม่ไหว เตือนสติเสียงเข้ม

“พวกเอ็งเคยรับใช้กองทัพกรุงศรีอยุธยา ได้ชื่อว่าเป็นทหารในองค์พระมหากษัตริย์ จะทำการใด อาตมาขอให้ไตร่ตรองจงหนัก หากจะคิดหนีทัพลดเกียรติทหารกรุงไปใช้ชีวิตอย่างโจร!”

ooooooo

ระหว่างที่ฝ่ายกรุงศรีฯเลือกจะตั้งรับจากในกำแพงพระนคร และส่งกำลังพลจำนวนไม่น้อยไปกวาดต้อนชาวบ้านน้อยใหญ่มารวมตัวกัน เพื่อง่ายต่อการป้องกัน ฝ่ายทัพอังวะ นำโดยเนเมียวสีหบดีที่นำทัพตีโอบล้อมจากทางเหนือ ได้สะสมกำลังพลและปล้นเสบียงจากชาวไทย ก่อนจะมาตั้งค่ายใหญ่ ณ วัดป่าฝ้าย ปากประสบ

สุรินทจอข่องแม่ทัพหน้าและอูจีนายทหารคนสนิท สองกำลังสำคัญของทัพเนเมียวสีหบดี โอ่ด้วยความภาคภูมิใจ เมื่อได้มีโอกาสเข้าพบแม่ทัพใหญ่ ว่าทหารกรุงศรีฯใจเสาะและแตกทัพง่ายกว่าที่อื่นมาก ฉับกุงโบนายทหารคนสนิทของแม่ทัพใหญ่เหยียดยิ้ม ก่อนจะบอกว่าฝ่ายกรุงศรีฯมีแผน คือไปรวมตัวกันในกำแพงเมือง แล้วปล่อยให้น้ำหลากประจำปีท่วม พัดพาข้าศึกชาวอังวะให้ต้องถอยทัพ เนเมียวสีหบดีนิ่งไปอึดใจ ก่อนประกาศกร้าว

“ข้าไม่มีวันถอยทัพเพราะกลัวน้ำท่วม กำแพงเมืองจะไม่ใช่ที่คุ้มภัยให้พวกอโยธยาอีกแล้ว พระเจ้ามังระราชาธิราชของเรา รับสั่งย้ำเป็นคำขาด ว่าศึกนี้จะต้องไม่มีราชธานีของมันเหลืออยู่อีก มันเปลี่ยนชื่ออโยธยาเป็นอยุธยา ที่แปลว่าเมืองที่ไม่มีใครเอาชนะได้ แต่ข้าจะเอาชนะเอง ข้าต้องการเสบียงมาเลี้ยงกองทัพนับแสนที่นี่จนกว่าน้ำจะแห้ง”

“อย่าห่วงเลยท่านแม่ทัพ ช่วงนี้เป็นช่วงเก็บเกี่ยว ทุ่งวิเศษไชยชาญคือถิ่นเสบียง ข้าวปลาอาหารสมบูรณ์ที่สุด ข้าจะกวาดต้อนมาเก็บไว้ให้ทหารนับแสนของท่านมีกินตลอดสามเดือนแน่”

“ดีมากสุรินทจอข่อง...เวลานี้ไม่มีทหารกรุงออกมาอยู่นอกกำแพงเมืองแล้ว ท่านจงเร่งนำทหารไปขนข้าวปลาอาหารมาสะสมไว้ที่นี่ให้มากที่สุด หากมันผู้ใดขัดขืน ข้าอนุญาตให้ท่านลงโทษมันได้เต็มที่”

สุรินทจอข่องก้มหน้ารับคำสั่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงมาดมั่น “การนี้เป็นเกียรติยศแก่ข้าและตระกูลยิ่ง อูจีนายทหารคนสนิทข้าเชี่ยวชาญการระดมเสบียงมาหลายศึก การแค่นี้รับรองว่าสำเร็จแน่”

และเมืองแรกที่อูจีเลือกจะปล้นสะดมคือบ้านสามโก้ แขวงวิเศษไชยชาญ ชาวบ้านหนุ่มน้อยใหญ่ นำโดยผู้ใหญ่แสงและดอกรักหลานชายถือดาบสู้รบข้าศึกชาวอังวะเต็มที่ สไบลูกสาวคนสวยของผู้ใหญ่แสง ใจสู้ไม่แพ้พ่อและญาติหนุ่ม แต่ต้องรับหน้าที่พากลุ่มชาวบ้านผู้หญิง เด็กและคนชราไปซ่อน เลยต้องรีบผละไป

อูจีใช้ฝีมือดาบที่มีมากกว่าปราบดอกรักจนแทบลุกไม่ขึ้น แต่หนุ่มไทยใจกล้าก็สู้ไม่ถอย ฮึดลุกขึ้นมาใช้หมัดมวยไทยซัดทหารชาวอังวะเสียหมอบอีกหลายนาย แต่ลำพังคนเดียวสุดท้ายก็สู้ไม่ไหว ถูกข้าศึกรุมล้อมและรุมกระทืบจนสลบเหมือด ท่ามกลางเสียงเอะอะโวยวายของชาวบ้านที่ต้องล้มตายเพราะต้านทัพอังวะไม่ไหว

ในที่สุด...กองกำลังอูจีก็ยึดบ้านสามโก้สำเร็จ ทั้งปล้นสะดมและข่มเหงชาวบ้านไปทั่ว แถมเผาหมู่บ้านบางส่วนให้วอดวาย เป็นที่แค้นเคืองของชาวบ้านมาก ส่วนสไบไม่รู้เรื่อง ลอบหนีจากท้ายหมู่บ้าน จนพาพวกผู้หญิงและเด็กไปซ่อนตัวในถ้ำสำเร็จ แต่ด้วยความเป็นห่วงพ่อกับญาติหนุ่มเลยตัดสินใจย้อนกลับไปหมู่บ้านอีกครั้ง

แต่หญิงชาวบ้านตัวคนเดียว แถมหน้าตาสะสวยกว่าชาวบ้านคนอื่น เลยกลายเป็นเป้าล่อให้ทหารส่วนหนึ่งของอูจีที่ตระเวนรอบๆหมู่บ้านดักฉุด ใจ...พรานหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา เห็นหญิงชาวบ้านหน้าสวยจะถูกข่มเหงก็ทนไม่ไหว พุ่งเข้ามาช่วยจากด้านหลัง ก่อนจะคว้ามือสาวชาวบ้านหนีไปอีกทาง

แต่หนีไปไม่เท่าไหร่ ก็ถูกทหารอังวะอีกพวกล้อมจับ ใจเกือบเอาตัวไม่รอด โชคดีที่เจิดพี่ชายของใจและจาดผู้เป็นพ่อตามมาช่วยได้ทัน สามหนุ่มและหนึ่งสาวชาวบ้าน จึงรอดเงื้อมมือข้าศึกอังวะได้อย่างหวุดหวิด แต่ถึงกระนั้น... สไบก็ไม่วายห่วงพ่อและชาวบ้านที่ซ่อนตัวในถ้ำ เลยตัดสินใจขอกลับไปดู เจิดกับจาดไม่ขวางเพราะมีเรื่องต้องทำมากมาย ต่างจากใจ เดือดเนื้อร้อนใจอย่างบอกไม่ถูก อยากตามไปช่วยแต่พ่อกับพี่ชายไม่ยอม

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 1 วันที่ 1 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 6 ม.ค.58
ที่มา ไทยรัฐ