อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 1 วันที่ 30 ธ.ค. 57

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 1 วันที่ 30 ธ.ค. 57

ในปีพุทธศักราช 2308 พระเจ้ามังระแห่งกรุงอังวะ พระมหากษัตริย์รัชกาลที่สาม แห่งราชวงศ์อลองพญา ปรารถนาจะปราบราชอาณาจักรศรีอยุธยาให้ราบคาบ จึงมีคำสั่งให้ส่งกองทัพใหญ่ไปตีพร้อมกันถึงสองทาง เพื่อให้สะดวกในการรวบรวมไพร่พลและสะสมเสบียงอาหาร

เนเมียวสีหบดีแม่ทัพใหญ่ถูกมอบหมายให้นำไพร่พลจำนวนหนึ่งตีหัวเมืองทางเหนือ ไล่มาตั้งแต่เมืองล้านนา ล้านช้าง ตาก กำแพงเพชร พิชัย สวรรคโลก สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และมารวมทัพที่นครสวรรค์ ก่อนจะเคลื่อนทัพผ่านสิงห์บุรี อ่างทอง และตั้งค่ายใหญ่ที่ชานกรุงศรีอยุธยา ณ วัดป่าฝ้าย ปากน้ำประสบ



ส่วนหัวเมืองทางใต้ มีมังมหานรธาเป็นแม่ทัพใหญ่ รวบรวมไพร่พลจากหงสาวดี เมาะตะมะ ตะนาวศรี มะริดและทวาย พุ่งเข้าตีเพชรบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี สะสมกองกำลังและเสบียงอาหาร ก่อนจะตั้งค่าย ณ บ้านสีกุกและสามแยกบางไทร เพื่อรอเวลาเข้าตีกรุงศรีอยุธยา

ระหว่างที่กองทัพอังวะไล่โจมตีโอบล้อมทั้งจากทางเหนือและใต้ ณ ท้องพระโรงสรรเพชญ กรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อัมรินทร์ หรือพระเจ้าเอกทัศน์ ทรงกริ้วเหล่าข้าราชบริพารที่ปฏิบัติราชการสนองไม่ต้อง พระประสงค์ โดยมีสมเด็จพระเจ้าอุทุมพรประทับฟังด้วยพระอาการสงบ หลังจากทรงลาสิกขาบทมาด้วยความเป็นห่วงบ้านเมือง โดยมีเที่ยง หนึ่งในทหารกอง

อาทมาตหมอบเฝ้าแทบพระบาท เพื่อรับกระแสรับสั่งไปออกรบเพื่อปกป้องบ้านเมือง

แต่ถึงกระนั้น...สมเด็จพระเจ้าอุทุมพรและเหล่าทหารกองอาทมาตก็ไม่ได้ออกรบอย่างที่ตั้งใจ เพราะมีกระแสรับสั่งไม่ให้ทัพหลวงไปต้านข้าศึกถึงชายแดน แต่ให้รอตั้งรับภายในกำแพงพระนคร เปิดโอกาสให้กองทัพอังวะปล้นสะดมและเข่นฆ่าชาวบ้านไทยไปเป็นเชลย ยื้อแย่งอาหารไปเลี้ยงกองทัพนับแสน สร้างความเดือดร้อนทั่วทุกหย่อมหญ้า

แต่ยังมีกลุ่มชาวบ้านหาญกล้า ที่รวบรวมกำลังกันต่อต้านศัตรู ณ ค่ายบางระจัน เพื่อประกาศให้รู้ว่าคนไทยนั้น สู้ตาย หากใครหน้าไหนมาใช้อำนาจเข้าข่มเหงพ่อแม่ พี่น้องตัว และย่ำยีแผ่นดินที่ใช้ปลูกข้าวกิน...

ท่ามกลางบรรยากาศดวงอาทิตย์ส่องแสงยามเช้า สะท้อนเงาลำน้ำกว้างเป็นสีแดงคล้ายสีเลือด แลดูน่าจะเป็นรุ่งอรุณอันแสนอบอุ่น แต่คงไม่ใช่สำหรับพันเรือง เชลยชาวไทยที่มีฝีมือพอตัว ซึ่งกำลังควบม้าหนีกลุ่มทหารอังวะที่ควบตามติด พันเรืองเห็นท่าม้าจะอ่อนกำลัง เลยตัดสินใจสู้ด้วยมือเปล่า แต่ก็เกือบเอาตัวไม่รอด เมื่อต้องเจอทหารหน่วยพิฆาตจำนวนหนึ่งตามมาสมทบ โชคดี ที่มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งช่วยไว้ เชลยหนุ่มเลยรอดชีวิตมาได้

พันเรืองถึงกับตะลึง เมื่อได้เห็นหน้าชาวบ้านกลุ่มนั้นชัดๆ นายทองแสงใหญ่ นายจันหนวดเขี้ยวและนายทองเหม็น พร้อมควายบุญเลิศคู่ใจ ส่งยิ้มและพยักหน้าให้ เหมือนคนรู้จักกันดี พันเรืองดีใจมาก ที่หนีจากพวกอังวะมาและได้เจอเพื่อนร่วมหมู่บ้านอีกครั้ง นายจันหนวดเขี้ยวเป็นฝ่ายทักขึ้นด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ

“ข้านึกแล้วว่าสักวันพันเรืองจะต้องหนีพวกมันมาได้ คนอย่างพันเรืองคงมิยอมให้อังวะจับตัวไว้นานดอก”

“ข้ายอมตาย ดีกว่าตกเป็นเชลยมัน”

“พวกข้าคอยลาดตระเวนดูพวกอังวะอยู่ทุกวัน นี่มันรุกขึ้นมาถึงแขวงระจันแล้วรึ” นายทองเหม็นซัก

พันเรืองถอนใจหนักหน่วง ทุกข์และแค้นใจเหลือเกิน ต้องเห็นข้าศึกกล้าแกร่งขึ้นทุกวัน “ยัง...ค่ายเกียกกายมันยังอยู่ที่วิเศษไชยชาญ เพียงแต่ข้าหนีออกจากค่ายมันมาได้ เลยมุ่งกลับบางระจันของเรา เพลานี้มันพากันเก็บกวาดปล้นครัวไทยเอาเสบียงไปเลี้ยงกองทัพมันเป็นจำนวนมาก จนแขวงวิเศษไชยชาญสามโก้เดือดร้อนกันไปทั่ว ใครมิยอมมันก็สังหารสิ้น บ้านระจันจะนิ่งดูดายกันอีกไม่ได้แล้ว อีกไม่นานมันคงย้อนขึ้นมาปล้นเสบียงถึงระจันแน่”

นายทองแสงใหญ่พยักหน้ารับรู้ ก่อนประกาศความตั้งใจจะปักหลักสู้ข้าศึกที่บางระจัน โดยมีนายจันหนวดเขี้ยวและนายทองเหม็นร่วมด้วย รวมทั้งจะตั้งค่ายรวบรวมชาวบ้านที่มีใจสู้พร้อมรบ พันเรืองเห็นความมุ่งมั่นและศรัทธาในความรักชาติของทั้งสาม เลยตัดสินใจร่วมด้วย พวกข้าศึกจงอย่าหวังเลยว่าจะฝ่าพวกเราไปได้ง่ายๆ

ooooooo

ทัพ อดีตนายทหารฝีมือดีประจำกองทัพกรุง-ศรีอยุธยา ควบอ้ายเลาม้าคู่ใจผ่านหมู่บ้านแขวงวิเศษไชยชาญ เมืองอ่างทอง สะเทือนใจมากเมื่อเห็นศพชาวบ้านล้มตายด้วยน้ำมือข้าศึกชาวอังวะ ปล้นสะดมข้าวในนาและข่มเหงชาวบ้านผู้หญิง ก่อนจะฆ่าตายทั้งหมู่บ้าน อดีตทหารกล้าน้ำตาคลอ เจ็บใจมากที่มาถึงแต่ช่วยใครไม่ได้เลย

ทัพควบม้าจะกลับบ้านคำหยาด แขวงวิเศษไชยชาญบ้านเกิด เลยถือโอกาสแวะกราบหลวงพ่อเที่ยง อดีตนายทหารกองอาทมาตในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอุทุมพร ที่กุฏิใต้ตำหนักคำหยาดไม่ไกลจากหมู่บ้านนัก พระเที่ยงได้ฟังความจากลูกชายคนเดียว ทั้งเรื่องความเจ็บแค้นที่มีต่อข้าศึกและเรื่องที่หนีทัพมา ก็ถอนใจหนักหน่วง

“ไอ้ทัพ...ชั่ววันมะรืน ทุกครัวในทุ่งคำหยาดนี่ก็ต้องถูกต้อนเข้ากรุง หนีภัยข้าศึกอังวะ เอ็งก็รู้...ลูกหลานบ้านใดแตกทัพหนีไป คนในบ้านต้องถูกริบไปเป็นไพร่หลวง แล้วนังจวงน้องเอ็งกับนังจันทร์แม่เอ็งจะทำยังไง...คิดหรือไม่ไอ้ทัพ หรือเอ็งจะยอมได้ชื่อว่าเป็นลูกเนรคุณ!”

เวลาเดียวกันที่เรือนทัพ...สังข์ นายกองประจำกองจมื่นศรีสรรักษ์ มหาดเล็กในพระเจ้าอยู่หัว พร้อมขาบ หมู่ทหารคู่ใจซึ่งควบม้ามาจากกรุงศรีฯ ยืนจังก้าหน้าจวงน้องสาวของทัพ ตะคอกถามเสียงเข้มว่านายทหารหนีทัพหายหัวไปไหน จวงไม่ยอมบอก ก่อนจะโผกอดจันทร์ผู้เป็นแม่ ซึ่งป่วยออดๆแอดๆด้วยโรคปอดเพื่อปลอบประโลม สังข์ส่ายหน้าเบื่อหน่าย กระชากเสียงถามสองแม่ลูกอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้คำตอบ เลยเริ่มโมโห

“นี่เหรอวะครอบครัวทหาร เสียแรงไอ้ทัพเป็นเพื่อนยากเรียนดาบมากับข้า แต่ศึกพระเจ้ากรุงอังวะคราวนี้มันกลับหนี ทิ้งแม่ทิ้งน้องเพราะกลัวตาย”
จันทร์ได้ฟังก็ของขึ้น ทนไม่ไหว พยายามรวบรวมแรงเท่าที่มีสวนกลับอย่างไม่กลัว

“ไม่จริง...ลูกข้าไม่ยอมถูกเกณฑ์คราวนี้ เพราะไม่อยากรับใช้ทหารชั่ว เพื่อนทรยศอย่างเอ็ง...ไอ้สังข์ ไอ้ขาบ”

สังข์โกรธมาก สั่งให้ขาบจับตัวสองแม่ลูกลงจากเรือน จวงเห็นสภาพอ่อนแรงของแม่ เลยพยายามขอร้องให้เห็นแก่อาการป่วยของแม่เธอบ้าง และถึงจะเชือดให้ตายตรงนี้ เธอก็ไม่รู้ว่าพี่ชายคนเดียวหายตัวไปไหน ขาบเห็นว่าไม่มีประโยชน์จะคาดคั้น เลยชวนนายกองหนุ่มกลับก่อน สังข์นิ่งไปนิดเดียว ก่อนจะประกาศกร้าว

“ข้ามีเวลาให้ถึงพรุ่งนี้ จวง...เก็บข้าวของให้พร้อม ข้าจะมารับเอ็งกับแม่ไปจากที่นี่ ก่อนที่ทัพอังวะจะเข้ามาตี แล้วเอาพวกเอ็งไปเป็นเชลยศึก คอยส่งเสบียงเลี้ยงกองทัพมัน”

“ข้าไม่ไป ข้าคนทุ่งคำหยาด ข้าจะขออยู่ขอตายที่นี่” จันทร์สวนกลับ

“น้าจะตายที่นี่ก็ได้น้าจันทร์ แต่จวงลูกสาวน้า...ต้องไปเป็นเมียนายกองสังข์!”

กว่าทัพจะกลับถึงหมู่บ้านคำหยาดอีกครั้งก็บ่ายคล้อย อดีตทหารกล้าควบอ้ายเลาผ่านตลาด สุ่มดูก็เห็นทหารหลวงจำนวนหนึ่งกำลังกวาดต้อนชาวบ้านเข้ากรุงศรีฯ เพื่อง่ายแก่การป้องกัน สภาพชาวบ้านทั้งเด็ก ผู้หญิงและคนชราต่างมีสีหน้าเศร้าสลด ไม่อยากจากบ้านเกิด แต่ก็หมดทางจะยื้ออยู่ต่อให้กลายเป็นเชลยศึก

ทัพเฝ้ารอจนผู้คนบางตา จึงค่อยๆควบม้าคู่ใจกลับเรือนด้วยความเป็นห่วงแม่และน้องสาว แล้วก็ต้องตกใจหน้าซีด เมื่อไม่เห็นทั้งสองบนเรือน อดีตทหารกล้าตะโกนร้องเรียกลั่น และเกือบจะหมดหวังอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้ยินเสียงตอบรับของน้องสาวจากพงหญ้ารกร้างหลังเรือนเสียก่อน

ooooooo

ทัพก้มกราบแม่และกอดน้องสาวด้วยความรักและคิดถึง จันทร์น้ำตาคลอเมื่อได้เห็นสภาพลูกชายคนเดียว ก่อนจะเล่าให้ฟังว่าชาวบ้านถูกกวาดต้อนเข้ากรุงเพื่อหนีทัพอังวะ ทัพไม่อยากให้ย้าย เพราะเสี่ยงต่อการถูกโจมตีระหว่างทาง แถมจำนวนข้าศึกที่ทวีจำนวนและความแข็งแกร่งมากขึ้นทุกวันก็ทำให้อดหวั่นไม่ได้

จันทร์มั่นใจว่าข้าศึกตีกรุงศรีอยุธยาไม่แตกแน่ เพราะมีทหารกล้ามากมายคอยป้องกัน ก่อนจะทรุดตัวไอโขลกเพราะโรคประจำตัว จวงรีบเข้าประคอง ก่อนจะถามพี่ชายถึงยาที่อีกฝ่ายอาสาไปเอาจากหมอละแวกเมืองสุพรรณ อดีตทหารกล้าส่ายหน้าหนักใจ หมอยาที่ว่าเก่งนักหนาปิดเรือนหนีขึ้นเหนือแล้ว จวงกังวลมากและตัดสินใจถามความเห็นพี่ชาย หากเธอยอมเป็นเมียสังข์นายกองใหญ่ประจำกรุงศรีฯ แม่จะมีโอกาสรอดหรือไม่

ทัพโกรธมาก ยิ่งได้รู้ว่าสังข์กับขาบ สองอดีตเพื่อนรักที่โตด้วยกันตั้งแต่เด็ก มาข่มขู่แม่กับน้องสาวถึงเรือนยิ่งแค้นใจ พาลให้หวนคิดถึงอดีตอันเลวร้าย...สาเหตุที่ทำให้สามเพื่อนรักต้องแตกคอ

ครั้งนั้นสามเพื่อนรักเป็นแค่ทหารในกองทัพไทยจากกรุงศรีฯ ยกทัพภายใต้การนำของคุณพระนาย ไปตีข้าศึกถึงนครสวรรค์ จำนวนทหารอังวะถาโถมจนทหารไทยล้มตายมากมาย แทบจะต้านไม่ไหว คุณพระนายเห็นท่าไม่ดีเลยสั่งให้ถอยและควบม้าหนี ทิ้งให้เหล่าทหารกล้าชาวไทยจำนวนหนึ่งสู้ตามลำพัง และสามเพื่อนรักก็เป็นหนึ่งในนั้น

ทัพ สังข์และขาบสู้จนเหงื่อและเลือดไหลโทรมกาย แต่ข้าศึกก็ไม่ลดจำนวนลงเลย สังข์กับขาบเห็นคุณพระนายหนีเอาตัวรอดไปแล้ว เลยคิดว่าคงสู้ไม่ไหว ตัดสินใจจะถอยตามบ้าง แต่ทัพไม่ยอม ร้องบอกให้เพื่อนรักทั้งสองสู้ต่อเพื่อยันข้าศึกให้นานที่สุด สังข์ไม่สนใจจะถอย ขาบละล้าละลังจนสังข์ต้องขู่

“ไม่ถอยมึงก็ตาย นายเราคือจมื่นศรีสรรักษ์ ไม่ใช่ไอ้ทัพ คุณพระนายให้ต้านเท่าที่กำลังมี แต่ไม่ใช่สู้จนตัวตาย”

สังข์พูดจบก็ถอยทันที ขาบคิดนิดเดียวแล้วควบม้าหนีตาม ทิ้งทัพให้มองตามเพื่อนรักทั้งสองด้วยแววตาโกรธจัด แต่เพราะติดพันศึกตรงหน้า เลยทำอะไรไม่ได้มาก ได้แต่ตะลุยบุกฟันอย่างไม่ถดถอย แต่สุดท้ายก็ต้านไว้ไม่ได้ ต้องถอยล่ากลับไปกรุงศรีฯในสภาพบอบช้ำทั้งกายและใจ

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 1 วันที่ 30 ธ.ค. 57

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 6 ม.ค.58
ที่มา ไทยรัฐ