อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 1 วันที่ 31 ธ.ค. 57

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 1 วันที่ 31 ธ.ค. 57

สังข์พูดจบก็ถอยทันที ขาบคิดนิดเดียวแล้วควบม้าหนีตาม ทิ้งทัพให้มองตามเพื่อนรักทั้งสองด้วยแววตาโกรธจัด แต่เพราะติดพันศึกตรงหน้า เลยทำอะไรไม่ได้มาก ได้แต่ตะลุยบุกฟันอย่างไม่ถดถอย แต่สุดท้ายก็ต้านไว้ไม่ได้ ต้องถอยล่ากลับไปกรุงศรีฯในสภาพบอบช้ำทั้งกายและใจ

วีรกรรมหาญกล้าของทัพในวันนั้น นอกจากจะไม่ได้รับการยกย่อง ยังถูกคุณพระนายเอ็ดอย่างไม่ไว้หน้า



“ไอ้ทัพ...มึงมันกำแหง หัวแข็ง ไม่รู้จักทิศทางลม คนอย่างมึงไม่มีวันเจริญ”

คุณพระนายลุกออกไปด้วยความโมโห แต่ทัพก็ไม่ยี่หระ เพราะเชื่อว่าตัวเองทำสิ่งที่ถูกต้อง ขาบมองมาด้วยความเหนื่อยหน่าย บ่นเพื่อนรักว่าหัวแข็งและดื้อด้านจนเกือบถูกคุณพระนายลงโทษ

“ถ้าต้องโทษถึงตาย คนอย่างข้าก็จะตายอย่างคนรักษาความกล้า ความถูกต้อง ไม่ใช่หัวหด เอาแต่วิ่งหนี”

สังข์ฉุนขาดที่ถูกเพื่อนรักแขวะ แถมพูดจาดูถูกถึงคุณพระนาย ขาบพยายามกล่อมให้ทั้งสองใจเย็น แต่ทัพไม่สนใจ ลุกพรวด ก่อนจะตวาดลั่นถึงวีรกรรมขี้ขลาด กลัวตายหนีข้าศึกของสองเพื่อนรัก

“เราเป็นทหาร ถ้าเรากลัวตายเสียคน ใครจะเป็นคนปกป้องแผ่นดิน ใครจะปกป้องพี่น้องเรา”

สังข์ไม่สำนึก เถียงว่าไม่อยากเป็นทหารเลวที่ขัดคำสั่งเจ้านาย แถมโอ่ว่าตัวเองได้ความดีความชอบจากการเชื่อฟัง จึงได้เลื่อนเป็นนายกอง ขาบพลอยเห็นดีเห็นงาม ทัพทนไม่ไหวโพล่งขึ้น

“ถ้ามึงสองคนคิดอย่างนี้ ไม่ต้องมานับกูเป็นเพื่อน”

“เออ...ตอนนี้กูเป็นนายกองสังข์ นายกองอย่างกูไม่ต้องมีมึงเป็นเพื่อนหรอกโว้ย”

สามหนุ่มเพื่อนรักต้องแตกคอ กลายเป็นไม้เบื่อ ไม้เมากันตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ทัพพยายามอยู่อย่างสงบ แต่ก็ต้องของขึ้นในวันหนึ่ง เมื่อสังข์จงใจลวนลามจวงกลางตลาดบ้านคำหยาด สองหนุ่มตรงเข้าแลกหมัดกันอย่างดุเดือด ไม่มีใครยอมใคร ขาบจะช่วยสังข์ แต่ถูกจวงขวางไว้ เปิดโอกาสให้สองหนุ่มซัดกันจนน่วมแล้วสังข์ก็เป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ เกือบจะถูกทัพซ้ำให้หมอบอยู่แล้ว ถ้าจวงไม่ขวางไว้เสียก่อน

ทัพยอมรามือ แต่ไม่วายค่อนแคะเสียงเข้ม “เอ็งเป็นถึงนายกอง เป็นทหารกรุงศรี แต่ทำชั่วข่มเหงน้ำใจหญิงอย่างสันดานโจร ต่อไปนี้อย่าอ้างตัวว่าเป็นทหารให้เป็นเสนียดแก่บ้านเมืองเลย”

ทัพดึงตัวเองจากอดีต จวงมองมาด้วยสีหน้ารู้สึกผิด ปักใจว่าตัวเองเป็นสาเหตุให้พี่ชายแตกคอกับเพื่อนรักทั้งสอง ทัพลูบหัวน้องสาวด้วยความรัก ก่อนจะปลอบให้คลายใจ

“ไม่ใช่เพราะเอ็งหรอกจวง สันดานไอ้สังข์มันชอบเป็นใหญ่ อวดอำนาจวาสนา ไอ้ขาบมันก็นายว่าขี้ข้าพลอย”

จวงพยักหน้ารับรู้ นั่งมองแม่ที่หลับไปแล้วเพราะความอ่อนเพลีย ก่อนจะถามว่าพี่ชายมีแผนอะไรต่อไป

“พี่จะไม่ยอมถูกจับ จวง...ต่อให้ต้องหนีไปจนตาย พี่ก็จะดูแลเอ็งกับแม่ ดูแลคนที่พี่รักทุกคนให้ดีที่สุด!”

ooooooo

นอกจากจันทร์กับจวงที่ทัพรักมากที่สุดแล้ว เฟื่องสาวชาวบ้านหน้าตาสะสวยแห่งบ้านคำหยาด ก็เป็นอีกคนที่อดีตทหารกล้าปักใจรักมาช้านาน หลังอยู่ปลอบประโลมแม่กับน้องสาวให้คลายความกังวล ทัพก็มุ่งหน้าไปหาสาวคนรักที่ริมทุ่งตาลห้าต้น สถานที่ที่สองหนุ่มสาวใช้นัดหมายกันเสมอ

เฟื่องดีใจมากได้เจอคนรักอีกครั้ง อิงแอบแนบชิดอกแกร่งด้วยความคิดถึงและโหยหาที่ไม่ได้เจอกันนาน

“สิ้นศึกคราวนี้ พี่จะให้แม่มาสู่ขอเฟื่องไปเป็นแม่ศรีเรือนนะ”

เฟื่องหน้าแดงด้วยความเขินอาย เกือบจะถูกจูบอยู่แล้ว ถ้าไม่มีลูกตาลหล่นลงจากต้น เฉียดหัวทัพไปแค่นิดเดียว สาวชาวบ้านหน้าหวานยิ้มเจื่อน เข้าใจว่าเป็นผลตาลแก่เลยร่วงจากต้นง่ายๆ แต่ทัพกลับไม่คิดเช่นนั้น

“ไม่ใช่ลูกตาลแก่หรอกเฟื่อง ไอ้พวกสอดแนมต่างหาก!”

พวกสอดแนมของทัพ แท้จริงคือแฟง น้องสาวจอมแก่นของเฟื่อง หญิงสาวหน้าตาน่าเอ็นดูแต่คล่องแคล่วและแก่นแก้วเกินชายกำลังวิ่งหนีตัดทุ่งกลับเรือน ทัพพุ่งตามติด ตะโกนไล่หลัง

“มึง...ไอ้พวกสอดแนม อย่าหนีนะ จับได้กูจะตีให้ก้นลายเลย ถ้าลูกตาลโดนหัวกูคอหัก มึงจะว่าไง”

“ทำไม...ฉันจะสอดแนมดูหน้าคนไม่อายพลอดรักกันกลางทุ่ง แล้วจะทำไม”

แฟงไม่กลัว โต้กลับด้วยความหมั่นไส้ตามประสาคนหวงพี่สาว ทัพขู่จะหวดให้ก้นลาย แต่สาวแก่นก็ไม่กลัว แม้เมื่อเขาอาศัยความเร็วคว้าตัวเธอได้ ก็จัดแจงเขวี้ยงดินใส่หน้าเขาทันที กว่าเฟื่องจะตามทัน สองหนุ่มสาวก็เกือบจะตีกันตายแล้ว แฟงเห็นพี่สาวเข้าข้างคนรักหนุ่มก็โมโห ผลุนผลันจะไปฟ้องเฟี้ยมผู้เป็นแม่ แต่เฟื่องก็ไม่ยี่หระ

“เอาสินังแฟง...ข้าก็จะฟ้องเหมือนกัน ว่าเมื่อบ่ายเอ็งหนีงานไปดูเขาตีไก่”

คำขู่ของเฟื่องได้ผลชะงัก แฟงยอมสงบศึกกับทัพ แต่ไม่วายแขวะเล็กๆน้อยๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าแม่ เลยถูกเอ็ดจนหน้าจ๋อย วิ่งหนีลงจากเรือนด้วยความน้อยใจ เฟื่องมองตามด้วยความเป็นห่วง เช่นเดียวกับทัพ ไม่เคยถือสาอะไรน้องสาวจอมแก่นของคนรักอยู่แล้ว เพราะรู้ดีว่าแฟงก็แค่หวงพี่สาว ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี

เฟี้ยมละความสนใจจากแฟง แล้วถามว่าที่ลูกเขยถึงฟัก ลูกชายคนเดียวที่ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารกรุงศรีฯเช่นเดียวกัน แต่หายหน้าหายตาไปนาน จนไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดียังไง ทัพส่ายหน้าหนักใจ เพราะตัวเองมัวกรำศึกมากมายตามคำสั่ง จึงไม่ได้ติดตามข่าวคราวของฟักเลย เฟี้ยมพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะทิ้งท้าย

“พ่อทัพ...ถ้าเจอไอ้ฟัก ฝากบอกมันที อาเป็นห่วงเหลือเกิน”

ด้านแฟง...นั่งกอดเข่าดูควายชื่อนังดำกินหญ้าด้วยความหงุดหงิด ยังเคืองไม่หายที่ถูกแม่กับพี่รุมต่อว่าต่อหน้าทัพแบบนั้น นึกน้อยใจอย่างบอกไม่ถูก ที่ไม่มีใครเข้าใจเธอเลย แต่ก่อนที่สาวแก่นจะหัวเสียไปกว่านี้ สายตาก็พลันเหลือบเห็นพี่สาวกับคนรักหนุ่มลงจากเรือน ท่าทางอาลัยอาวรณ์ของทั้งสองทำให้พอเดาได้ว่าคงกำลังเอ่ยคำลา แฟงนิ่วหน้าจ้องมองตาไม่กะพริบ แต่ก็มิอาจรู้ได้ว่าพี่สาวกับคนรักหนุ่มคุยกันเรื่องอะไร

ทัพกับเฟื่องไม่ได้คุยเรื่องความลับ แต่ปรับทุกข์กันมากกว่า โดยเฉพาะทัพ อดกังวลไม่ได้ เพราะตัวเองเป็นทหารหนีทัพ หากฟักมาเจอ ก็อาจต้องสู้จนแหลกกันไปข้าง เฟื่องพยายามปลอบไม่อยากให้เขาพูดเป็นลาง แม้ใจจริงก็อดห่วงไม่ได้ เพราะรู้ดีว่าโทษของการหนีทหารนั้นหนักหนาสาหัสแค่ไหน

ท่าทางหดหู่ของคนรักทำให้อดให้กำลังใจไม่ได้ “ฉันคงไม่กล้าบอกให้พี่ยอมก้มหัวให้พวกนายกองสังข์ สุดแต่พี่ทัพจะตัดสินใจ อย่างไรฉันก็ยืนข้างพี่...ฉันจะรอพี่ทัพของฉันคนเดียว”

“พี่ก็จะรักเฟื่องของพี่คนเดียว วันไหนไอ้ทัพเปลี่ยนใจ วันนั้นคือวันที่ไอ้ทัพสิ้นลมหายใจ”

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 1 วันที่ 31 ธ.ค. 57

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศตอนแรกในวันอังคารที่ 6 ม.ค.58
ที่มา ไทยรัฐ