อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 10 วันที่ 7 ธ.ค. 57

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 10 วันที่ 7 ธ.ค. 57

“หล่อนนี่มันยังไง เค้าเรียกก็ไม่ไป พอไม่เรียกก็น้อยใจ ใครว่าผู้หญิงเข้าใจยาก แต่ฉันว่าผีผู้หญิงที่มีความรัก เข้าใจยากที่สุด”
เหยี่ยวเอาจักรยานออกมา กำลังจะขี่ออกไปข้างนอก ยายนวลเดินมาจากหลังบ้าน คิดว่าเขาจะไปหาแนน

“ดีแล้ว หนูแนนรักเอ็งถึงขนาดเสียสละชีวิต เอ็งก็ต้องดูแลเค้าให้ดี อย่าทำให้เค้าผิดหวังเสียใจ ฝากไปเยี่ยมหนูแนนด้วยนะ บอกเค้าว่าพรุ่งนี้ยายจะไปหา”
เหยี่ยวรับคำอย่างอึดอัดใจ ก่อนจะขี่จักรยานออกไป



แนนรู้สึกผิดหวังที่เห็นนกน้อยถือช่อดอกไม้มาเยี่ยมเธอ แทนที่จะเป็นเหยี่ยว
“หมวดเหยี่ยวสั่งให้ผมมาดูแลหมวดครับ“
“แล้วหมวดเหยี่ยวไปไหนคะ”
แนนถามด้วยความสงสัย

เหยี่ยวขี่จักรยานผ่านประตูวัดเข้ามา พลางมองซ้ายมองขวาเหมือนกำลังหาน้ำริน จากนั้นก็ขี่ตรงเข้าไปยังศาลาวัดริมน้ำ พลางตะโกนเรียกเสียงดัง
น้ำรินกับผียายปริกชะงักหันไปทางเสียง
เหยี่ยวจอดจักรยาน กำลังเดินอยู่ตรงมาที่ศาลาริมน้ำที่ทั้งคู่นั่งอยู่ แต่สายตากลับมองหาไปทางอื่นอยู่
“เอาไงดีปริก ฉันไม่อยากเจอเค้าแล้ว”
ผียายปริกส่ายหน้า “ไม่รู้ไม่ชี้ ไม่เกี่ยวกับฉัน”
พูดจบก็หนีออกไปเลย น้ำรินถลาจะคว้าตัวแต่ไม่ทันแล้ว
เหยี่ยวเดินมาใกล้จะถึงแล้ว
“อย่าหลบอยู่เลย ออกมาเถอะ ผมรู้ว่าคุณอยู่แถวนี้แน่ๆ”

น้ำรินมองซ้ายมองขวาหาทางหลบ
น้ำรินรีบเดินหนีไปอีกทางหนึ่ง เหยี่ยวเดินมามองหาตรงศาลาริมน้ำ เมื่อไม่เจอจึงเดินไปตามทางเดียวกับที่น้ำรินเดินหนีออกไป

น้ำรินวิ่งหนีเหยี่ยวมาหลบบริเวณต้นไม้แถวกุฏิพระ หมาที่อยู่แถวๆกุฏิพระหอนขึ้นมาทันที น้ำรินรีบโบกมือไล่
“ชู่วๆๆ ไปๆๆ หอนทำไม ฉันไม่ใช่ผี”
เหยี่ยวได้ยินหมาเห่าหอนผิดสังเกต ก็รีบเดินมาทางหน้ากุฏิ
หลวงตาเคี้ยง ที่กำลังนั่งคุยกับปลาทูและปูอัดพอได้ยินเสียงหมาหอนก็ใจไม่ค่อยดีขึ้นมาทันที
“โบราณบอกว่าเข้าป่าอย่าพูดถึงเสือ เข้าวัดดึกๆก็อย่าพูดถึงผอ สระอี มีเสียงเรียกก็อย่าขานรับ เพราะอาจจะไม่ใช่คน”
พลันเสียงเหยี่ยวตะโกนเรียกก็ดังขึ้นมา “หลวงตาเคี้ยง”
“หา ว่าไง”
หลวงตาเคี้ยงลืมตัวขานรับ พอนึกได้ก็สะดุ้งสุดตัว

น้ำรินเห็นเหยี่ยว ก็รีบมุดหลบหลังต้นไม้ หลวงตาเคี้ยงกับปลาทูกับปูอัดค่อยๆ โผล่หน้ากันออกมามองเหยี่ยว
“หลวงตาครับ ได้ยินเสียงหรือเห็นอะไรแปลกๆ แถวนี้มั้ยครับ”
“หมวดหมายถึงวิญญาณผู้หญิงคนนั้น?”
เหยี่ยวพยักหน้า “ใช่ครับ ผมรู้ว่าเค้าอยู่แถวๆ นี้”
หลวงตาเคี้ยง ปลาทู และปูอัดขวัญกระเจิง
“ข้ารู้แล้วว่าหมาหอนเพราะมันเห็น...”
ปลาทูกับปูอัดพูดขึ้นมาพร้อมกัน “ผีหลอก”
น้ำรินวิ่งหนีไป หลวงตาเคี้ยงวิ่งกลับขึ้นกุฎิ แล้วรีบปิดประตู หน้าต่าง ปลาทูกับปูอัดวิ่งออกไป

เหยี่ยวยืนเกาหัวปลงๆ
น้ำรินวิ่งมาแถวบริเวณที่เก็บกระดูก มีทั้งบัวเก็บกระดูก และช่องใส่อัฐิตามกำแพง ในขณะที่เหยี่ยวเดินด้วยความคุ้นชินกับบรรยากาศในวัด

เหยี่ยวเดินเข้ามาใกล้ทุกที น้ำรินวิ่งต่อไป จนถึงห้องๆหนึ่งใต้ตึกที่มีประตูเหล็กปิดสนิท พลางมองไปทางข้างหลัง เห็นเหยี่ยวกำลังเดินมา จึงเดินทะลุประตูเข้าไปในห้องที่ปิดประตูนั้น ปรากฏว่าเป็นห้องเก็บศพ มีลิ้นชักเก็บศพเรียงเป็นแถว บรรยากาศวังเวงน่ากลัวมาก
น้ำรินยืนพิงประตูที่เข้ามา พลางมองในห้องอย่างสะพรึงสุดๆ เหยี่ยวเดินมาหยุดตรงหน้าห้อง
“แถวนี้ผีดุมากนะ กลางวันแสกๆยังแหวะอกควักไส้โชว์ เด็กๆเล่นบอลอยู่ดีๆลูกบอลกลายเป็นหัวคนเฉยเลย ถ้าเป็นวันโกนจะมีเปรตมาขอส่วนบุญแถวนี้เต็มไปหมด ร้องโหยหวน”
น้ำรินกลัวจนตัวสั่น น้ำตาจะไหล แต่ไม่ยอมออกไป ได้แต่พนมมือสวดมนต์
เสียงเหยี่ยวทุบประตูดังลั่น น้ำรินสะดุ้ง ตกใจ แทบจะกรี๊ดออกไป
“ไม่ต้องหลบเลย ผมรู้ว่าคุณแถวนี้ ผีขี้ขลาด มีอะไรก็มาคุยกัน ไม่ใช่งอนตะพืดตะพือ ไม่มีเหตุผล
ผีเอาแต่ใจ ผีไร้จรรยาบรรณ”
น้ำรินกำมือ เม้มปากแน่น ก่อนจะตัดสินใจเดินทะลุประตูออกมา แต่เหยี่ยวเดินไปแล้ว

ลมพัดอื้ออึง ใบไม้ปลิวว่อนไปทั่วบริเวณศาลาวัด น้ำรินนั่งกอดตัวเองสีหน้าเศร้ากับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
ผียายปริกลงนั่งข้างๆ
“ความรักกำลังเรียกหาหล่อน”
“ฉันไม่ไป ความรักโหดร้าย มันทำให้ฉันเจ็บ ทรมาน ถ้าตายได้อีก ฉันคงตายไปแล้ว”
“ความรักไม่เคยทำร้ายใคร มีแต่คนที่ทำร้ายตัวเองไม่รู้จักจบสิ้น”
น้ำรินน้ำตาคลอ ผียายปริกได้แต่สงสาร

ดารณีเปิดไฟล์ในไอแพดส่งให้สงครามดู
“ข้อมูลของนายหน้าที่ดินเกาะเสม็ด ที่ภพธรระบุว่าเป็นตัวการลอบทำร้ายคุณธาราค่ะ”
“หายสาปสูญ?” สงครามขมวดคิ้ว
“ใช่ค่ะ ตำรวจท้องที่แจ้งว่าหายตัวไปประมาณสองสัปดาห์แล้ว”
“มีเบาะแสอะไรมากกว่านี้มั้ย”
ดารณีส่ายหน้า “คาดว่าหนีภัยอิทธิพลท้องถิ่น”

สงคราม รีบสั่งการ “ตามเรื่องนี้ต่อไป”
แนนที่หายเป็นปกติแล้ว นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างเหงาๆ คิดถึงเหยี่ยว เศร้าๆ

ยายนวล ปลาทู ปูอัด หอบหิ้วของเยี่ยมพะรุงพะรังเข้ามา เมื่อรู้ว่าเหยี่ยวยังไม่มา ยายนวลก็ชักสีหน้าไม่พอใจ พลอยทำให้แนนยิ่งรู้สึกน้อยใจมากขึ้น ยายนวลกุมมือแนนแล้วบีบอย่างให้กำลังใจ
“ชีวิตไอ้เหยี่ยวก็มีแต่หนูแนน หนูรักและหวังดีถึงขนาดสละชีวิตเพื่อมันได้ เพราะฉะนั้น หนูมาเป็นหลานยายเถอะนะ”
แนนน้ำตาคลอ กอดยายนวล ที่ลูบศีรษะเธออย่างเอ็นดู
“เรื่องเจ้าเหยี่ยว ยายจะจัดการให้เอง”
แนนดีใจ ซุกอกยายนวลน้ำตาไหล

เหยี่ยวนั่งมองรถไฟอยู่บนหลังคาตู้รถไฟที่จอดอยู่อย่างเหงาๆ ในใจเต็มไปด้วยความคิดถึงน้ำริน “เยอะ เธออยู่ไหนกันแน่”
เหยี่ยวเริ่มรู้สึกใจไม่ดีขึ้นมา กลัวว่าจะไม่ได้พบกับน้ำรินอีก
ทางด้านน้ำริน ก็นั่งมองแม่น้ำ พร้อมกับกอดตัวเองเหงาๆ พลางหันมาถามผียายปริกอย่างเศร้าๆ
“ถ้าฉันชดใช้และไม่สร้างกรรมใหม่ ฉันก็จะไม่ติดหนี้ใครแล้วใช่มั้ย”
ผียายปริกหัวเราะในลำคอ
“ถึงหล่อนไม่ก่อกรรมชั่วให้ต้องติดค้างใคร แต่หล่อนก็ยังมีหนี้อื่นที่ผูกพันไม่จบสิ้น”
“หนี้อะไรเหรอ”
“หนี้รัก ที่หล่อนต้องเลือก”
น้ำรินอึ้ง พร้อมครุ่นคิด
“ยังไงฉันก็ต้องเลือกคู่หมั้นของฉัน ป่านนี้เค้าคงตามหาฉันอยู่”
“หมวดเหยี่ยวก็ตามหาหล่อน”
น้ำรินส่ายหน้าเศร้าๆ “หาไปก็ไม่เจอ เพราะฉันจะไม่เจอเค้าอีก ในเมื่อตอนนี้ฉันไม่ต้องตัวติดกับหมวดเหยี่ยวแล้ว ยังไงก็ต้องหนีพ้นสิ”
พูดพลางก็คิดสงสัยขึ้นมา
“เออ แล้วทำไมฉันถึงไม่ต้องติดกับตาเก๊กแล้วล่ะ สร้อยเส้นนั้น มันทำให้ฉันไปไหนไม่ได้”
“คิดไปเองสร้อยนะ ไม่ใช่โซ่ จะได้มัดคนติดกันได้”
“งั้นอะไรทำให้ฉันกับเค้าต้องพบ ต้องเจอ ต้องตัวติดกันด้วย”

“หล่อนเคยได้ยินคำว่า “คู่แท้” มั้ย หล่อนไม่สงสัยเหรอว่าผู้ชายทั้งโลกมีกี่สิบล้านคน ทำไมตาเบื๊อกนี่ถึงเห็นหล่อนอยู่คนเดียว แล้วทำไมยายนวลถึงได้ยินแต่เสียงหล่อน”
ผียายปริกรัวเป็นชุด น้ำรินคิดตาม

“มันเป็นกรรมสัมพันธ์ เข้าใจ๊ เฮ้อ เหนื่อย พูดสาระนานๆ แล้วคอแห้ง ไปหาโอเลี้ยงข้างวัดกินดีกว่า” พูดพลางผียายปริกก็เดินไป ทิ้งให้น้ำรินคิดอยู่คนเดียว

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 10 วันที่ 7 ธ.ค. 57

ละครภพรัก บทประพันธ์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก บทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก กำกับการแสดโดย : ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์
ละครภพรัก ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด
ละครภพรัก ควบคุมการผลิตโดย : สินจัย เปล่งพานิช
ละครภพรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2557
ละครภพรัก ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 3 และ ช่อง 3 HD
ที่มา ไทยรัฐ