อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 10/4 วันที่ 9 ธ.ค. 57

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 10/4 วันที่ 9 ธ.ค. 57

เหยี่ยวดึงมือน้ำรินไว้แน่น
“ไม่ได้ คุณจะไปไหนไม่ได้ ผมสัญญาแล้วว่าผมจะหาร่างให้คุณ”
“มันไม่จำเป็นแล้วค่ะ จากกันวันนี้หรือวันไหน เราก็ต้องจากกันอยู่ดี”
มือน้ำรินค่อยๆ จางหายไปจากมือของเหยี่ยว เหลือเพียงกระสุนปืนบนมือเหยี่ยวเท่านั้น

เหยี่ยวรู้สึกตัวตื่น ที่แท้ทั้งหมดเป็นความฝัน พลางเอามือลูบหน้าแล้วล้มตัวนอนอีกครั้ง แต่พอเอามือสอดไปใต้หมอนขยับให้หนุนหัว ก็พบว่ามีอะไรอยู่ใต้หมอน จึงพลิกหมอนขึ้นดู แล้วพบว่ากระสุนวางอยู่


เหยี่ยวหยิบกระสุนขึ้นมาดูอย่างงุนงง พลันนึกถึงน้ำรินกับคำพูดในฝัน ก็ยิ่งรู้สึกใจหาย
น้ำรินนั่งเศร้าเหม่อมองเงาในน้ำ แต่ก็ว่างเปล่า ไม่เห็นเงาตัวเอง ผียายปริกนั่งข้าง ๆ แกล้งโยนหินก้อนเล็กลงน้ำเพื่อเบนความสนใจจากน้ำริน

“มนุษย์ชอบทุกข์เพราะรัก มากกว่ามองหาความสุขจากรัก”
น้ำรินนึกถึงเหยี่ยว ยิ่งเศร้า
“ทุกครั้งที่ความทรงจำกลับมา ฉันจะเห็นภาพตัวเองเคยทำผิด เคยเลวร้ายกับคนอื่น คนเลวอย่างฉันไม่คู่ควรกับเค้า”
“บุญและกรรมเป็นสิ่งที่ลบล้างกันไม่ได้ แต่มันอาจมาในเวลาเดียวกันได้ ทุกชีวิตถูกกำหนดไว้แล้ว”
“ขอบคุณที่พยายามเตือนสติ แต่ฉันยังไม่พร้อมจะเข้าใจ”
น้ำรินหันกลับไปมองผิวน้ำที่ไม่มีเงาตัวเองสะท้อน แววตาเศร้า ทรมานใจ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมเสียงเรียกของยายนวล เหยี่ยววางกระสุนไว้กับตุ๊กตาหมีสีฟ้า รีบลุกไปเปิดประตู
“หนูแนนซื้อขนมมาฝาก ลงไปทานด้วยกันสิ”
“ผมอยากทำงานที่ค้างอยู่ให้เสร็จ ยายทานกับแนนเถอะครับ”
“เสียมารยาท งานอะไรก็ไม่สำคัญเท่าเวลาของครอบครัว ลงมากับยายเดี๋ยวนี้เลย”
ยายนวลดึงแขนเหยี่ยวออกจากห้องให้ลงไปหาแนนด้วยกัน

แนนหันไปเห็นเหยี่ยวนั่งเหม่อ แววตาเครียด ยายนวลรีบบอก
“อาการหนัก หายใจเข้าก็ “งาน” หายใจออกก็ “งาน” โรคนี้ต้องรักษาด้วยการ “แต่งงาน” ถึงจะหาย”
“ทำงานกับแต่งงานมันคนละเรื่องยาย”
“เอ็งมันชอบอ้อมค้อมเลี้ยวไปเลี้ยวมา ถ้าไม่กล้าขอหนูแนนแต่งงาน ยายจะขอให้เอง”
แนนอึ้ง เขิน ไม่ทันตั้งตัว เหยี่ยวจะบอกว่าไม่ได้รักแนน แต่ชะงัก เมื่อเห็นสายตาจดจ้องรอฟังของเธอ เหยี่ยวไม่กล้าปฏิเสธแนนตรง ๆ เพราะสงสาร จึงเปลี่ยนใจมาตักขนมกินเอา ๆ เพื่อตัดบทการสนทนา แนนลอบมอง แอบผิดหวังนิด ๆ ที่ไม่ได้ฟังคำตอบจากเหยี่ยว

เหยี่ยวกับแนนช่วยกันล้างจานในครัว จู่ๆ แนนก็ถามขึ้นมา
“จำตอนที่เราเจอกันครั้งแรกได้มั้ย ?”
แนนยิ้ม ๆ เมื่อนึกถึงอดีต ตอนที่สงครามพาเธอเข้ามาแนะนำตัวกับลูกน้องตำรวจ ทุกคนมอง
เธอ อย่างไม่ค่อยยอมรับที่ผู้หญิงมาทำงานด้วย
เหยี่ยวเห็นสายตาและท่าทางเหล่าตำรวจที่มีต่อแนน จึงเดินเข้าไปแนะนำตัวกับเธออย่างเป็นกันเอง แนนยิ้มประทับใจ

“วันแรกที่เราเข้าไปรายงานตัว เหยี่ยวเป็นคนเดียวที่ยอมรับเราร่วมทีมให้โอกาสผู้หญิงอย่างเราแสดงความสามารถ”
เหยี่ยวจำเหตุการณ์ในอดีตนั้นได้เป็นอย่างดี ขณะจูงจักรยานเดินคู่กับแนนคนละคัน บนถนนริมแม่น้ำสวย

“เราเชื่อว่าผู้หญิงเท่าเทียมกับผู้ชาย แนนแสดงความสามารถให้เห็น ทำให้ตำรวจคนอื่นยอมรับ คดีเครือข่ายค้ายาที่สปาของบุษบัน แนนก็เอาตัวรอดได้อย่างไม่น่าเชื่อ”
คำพูดของเหยี่ยว ทำให้แนนฉุกคิดถึงเหตุการณ์ในวันที่เธอถูกยิง
“วันนั้นเราถูกยิง วิถีกระสุนจากปืนของบุษบันพุ่งตรงมาหาเรา แต่เรากลับไม่เป็นอะไร”
“อาจมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองแนนอยู่ก็ได้”
“เรียกว่า “คนดีผีคุ้ม” รึเปล่า ?”
เหยี่ยวนึกถึงน้ำรินขึ้นมาทันที

เหยี่ยวหยิบกระสุนที่วางอยู่กับตุ๊กตาหมีสีฟ้าขึ้นมาดูอีกครั้ง
“ปืนของบุษบันไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้อง เราส่งไปตรวจรอยนิ้วมือแฝง เผื่อจะเจอตัวคนร้ายอื่น”
เหยี่ยวมองกระสุนในมือ อย่างต้องการคำตอบ
“กระสุนชนิดเดียวกับปืนของบุษบัน ? หรือน้ำจะเข้าไปช่วยแนน ?”

จู่ๆ น้ำรินก็เห็นภาพในอดีตเพิ่มมากขึ้นอีกครั้ง
บุษบันกอดน้ำรินเป็นการขอบคุณ นับดาวเดินเข้ามาหาทั้งคู่
“อ้าว จะรักกันแค่สองคนเองเหรอ ขาดเราไปได้ยังไงจ๊ะ”
น้ำรินหน้านิ่ว พยายามนึกถึงหน้าของนับดาว
“ผู้หญิงคนนั้น ทุกครั้งที่ฉันทำความดี มันจะทำให้ความทรงจำของฉันกลับมา ฉันเห็นผู้หญิงที่เป็นเพื่อนสนิทของฉันอีกคน ถ้าฉันหาเค้าเจอ ฉันต้องรู้แน่ๆ ว่าตัวเองเป็นใคร แล้วฉันจะหาเค้าเจอได้ยังไง?”
ผียายปริกรีบบอก
“จิตเป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างความคิดกับปัญญาญาณสื่อสารได้ แต่ไม่มีตัวตนแท้จริง”
น้ำรินนิ่งคิด “ฉันต้องใช้จิตตามหาผู้หญิงคนนั้นใช่มั้ย ? ถ้าฉันนั่งสมาธิฝึกจิตให้เข้มแข็ง ฉันก็จะกำหนดจิตให้ทำอะไรก็ได้ไปไหนก็ได้”
น้ำรินมั่นใจ คิดเองเออเอง แล้วรีบหลับตานั่งสมาธิทันที

ผียายปริกอ้าปากจะห้าม แต่ก็รีบเอามือปิดปากตัวเองไว้ เหมือนคนสองอารมณ์ อยากบอก แต่พูดไม่ได้
ภพธรยืนจิบไวน์อยู่ตรงระเบียง ทอดสายตาเคร่งเครียดมองไปยังวิวสวยยามค่ำคืน นับดาวเดินเข้ามาสวมกอดจากด้านหลัง

“เครือข่ายสปาของบุษบันถูกสำนักงานสืบฯ บุกทลายอีกแล้ว”
ภพธรขยับตัวออกจากการอ้อมแขนของนับดาวอย่างหงุดหงิด
“ฝีมือไอ้สงคราม ให้คนตามสืบประวัติฉัน เทียวไปบ้านธาราทุกวันจนฉันขยับตัวทำอะไรไม่ได้ มันคือมารขัดขวางการแก้แค้น”
ภพธรกำแก้วไวน์แน่นด้วยความโกรธ นับดาวกุมมือภพธรอย่างนุ่มนวล ค่อย ๆ เอาแก้วไวน์ออกจากมือภพธรมาถือไว้เอง
“ผบ.สงครามเป็นเหมือนขาเทียมของนังธารา ถ้าไม่มีผู้การคนนี้ นังธาราก็จะเดินไม่ได้ตลอดชีวิต”
ภพธรสบตาแล้วยิ้มร้าย รู้ว่านับดาวคิดจะทำอะไร

ธารากดรีโมทรถเข็นเคลื่อนเข้ามาในห้องนั่งเล่น เห็นโทรทัศน์ถูกเปิดทิ้งไว้ จึงพูดขึ้นโดยไม่หันไปมองเพราะนึกว่าสงครามยังคงนั่งดูโทรทัศน์อยู่
“ฉันบอกว่าคุณไม่ต้องมา คุณยังมาที่นี่ทุกวัน ทำเหมือนเป็นยามของบ้านนี้ ฉันควรจะทำยังไงกับคุณดีคะสงคราม”
แต่พอหันไปมองก็ชะงัก เมื่อเห็นว่าสงครามนั่งหลับพิงโซฟาอยู่หน้าโทรทัศน์
ธาราเคลื่อนรถเข็นเข้าไปใกล้สงคราม กำลังจะปลุกไล่ให้ตื่น แต่จู่ ๆ ก็ไม่กล้าปลุก เมื่อเห็นสีหน้าอ่อนเพลียเหนื่อยล้าของสงคราม พลางนึกถึงอดีตที่ผ่านมาไม่กี่วัน
ธาราเห็นภาพตัวเองเคลื่อนรถเข็นเข้ามาในห้องโถง แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นสงครามกำลังติดตั้งกล้องวงจรปิดที่มุมหนึ่ง หันกล้องมาตามทางเดิน
“เพื่อความสบายใจ ขอให้ผมมั่นใจว่าคุณปลอดภัย”
แววตาธาราอ่อนลง เอาผ้าคลุมไหล่ของตัวเองมาห่มให้สงครามแทน
“ขอบคุณครับ”
ธาราตกใจเล็กน้อย เมื่อเห็นสงครามลืมตามายิ้มให้เธอ
“คุณยังเป็นธารา ผู้หญิงอ่อนโยนใจดีเสมอ”
“ฉันแค่ไม่อยากให้คุณหนาวตาย”
ธาราดึงผ้าคลุมไหล่คืนมาจากสงครามแล้วทำหน้าเชิด
“เหนื่อยมั้ย ? เหนื่อยที่ต้องทำเป็นเข้มแข็งตลอดเวลาบ้างมั้ย ?”
ธาราอึ้งไป เมื่อถูกสงครามพูดแทงใจดำ
“เหนื่อยก็พัก หนักก็วาง คุณไม่จำเป็นต้องแบกโลกนี้ไว้คนเดียว”
สงครามสบตาธาราด้วยความอาทร ห่วงใย ธาราสับสน กดรีโมทรถเข็นจะเลี่ยงออกไป แต่สงครามคว้ารถเข็นเอาไว้ทัน

“ถ้าอยากออกไปเดินเล่นข้างนอก ผมจะพาไป”
ธาราไม่ค่อยสบายใจที่สงครามเข็นรถเข็นพาเธอออกมา ราวกับถูกบังคับทางอ้อม แต่เมื่อธาราหันไปเห็นแสงดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้า ก็ตะลึงจนลืมความหงุดหงิด สงครามย่อตัวลงข้างธารา แล้วพูดอย่างจริงใจ

“จิตที่มีความสุขจะดึงดูดแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาหา จิตนั้นอาจเป็นพลังดึงดูดให้ลูกสาวคุณกลับมา”
ธาราเริ่มมีความหวังขึ้นอีกครั้ง ก่อนมองสงครามด้วยความเกรงใจ
“คุณทำงานหนักแล้วยังต้องแบ่งเวลามาดูแลฉันอีก ขอบคุณนะคะ”
“ผมเต็มใจทำเพื่อคุณ ไม่มีคำว่ารบกวนสำหรับเรา ชีวิตคนไม่แน่นอนถ้าวันหนึ่งผมเป็นอะไรไปผมอยากให้คุณเข้มแข็งและมีความสุขเหมือนคืนนี้”
ธาราใจหายวาบ รีบเอามือป้องปากสงครามอย่างลืมตัว ทั้งคู่ต่างชะงัก มองหน้ากัน สงครามกุมมือเธอที่ป้องปากเขาไว้อย่างนิ่มนวล ธารารู้สึกตัว รีบถอนมือออกจากการเกาะกุม เมินหน้าหนีไปชมดาวบนท้องฟ้า เพื่อเลี่ยงสายตาสงคราม
สงครามยิ้มในหน้า ดีใจที่อย่างน้อยธาราก็ยังเป็นห่วงเขา

เหยี่ยวก้มลงกราบหลวงตาเคี้ยงด้วยความศรัทธา
“ หลวงตามีวิธีตามหาวิญญาณที่เราอยากเจอมั้ยครับ จู่ๆ เธอก็หายไป ผมมั่นใจว่าเธอกำลังตามหาร่างของตัวเองอยู่”
หลวงตาเคี้ยงส่ายหน้า “ยึดไว้ถือไว้ก็เป็นทุกข์ แค่ปล่อยวางก็พ้นทุกข์”
“ถ้าผมตายโดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ไม่รู้ว่าร่างของตัวเองอยู่ที่ไหน ผมคงต้องหาคำตอบให้ได้ ก่อนจะไปภพภูมิอื่นเหมือนกัน”

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 10/4 วันที่ 9 ธ.ค. 57

ละครภพรัก บทประพันธ์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก บทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก กำกับการแสดโดย : ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์
ละครภพรัก ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด
ละครภพรัก ควบคุมการผลิตโดย : สินจัย เปล่งพานิช
ละครภพรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2557
ละครภพรัก ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 3 และ ช่อง 3 HD
ที่มา ไทยรัฐ