อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 11/4 วันที่ 10 ธ.ค. 57

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 11/4 วันที่ 10 ธ.ค. 57

“ตรงนี้ก็เย็นแล้วครับ”
เหยี่ยวกับน้ำรินประเคนถุงกระดาษวางลงบนผ้า หลวงตาเคี้ยงสวดให้พร พลางหรี่ตามองเหยี่ยว แล้วเร่งบทสวดให้เร็วขึ้นด้วยความกลัว
น้ำรินเงยหน้าขึ้นมาในชุดใหม่ที่เพิ่งซื้อมาถวาย เหยี่ยวมอง แล้วยิ้มถูกใจ ก่อนจะสะดุ้งโหยง เมื่อโดนน้ำมนต์จากหลวงตาเคี้ยงเต็มๆ

“อิ่มบุญอิ่มใจก็ไปที่ชอบ ๆ กันนะโยม แต่ไม่ต้องชอบที่นี่หรอก สาธุ”

หลวงตาเคี้ยงวางไม้รดน้ำมนต์ แล้วลุกเดินเข้าห้องปิดประตูลงกลอนทันที
นับดาวกระแทกตัวนั่งลงตรงข้ามโต๊ะทำงานภพธรอย่างหงุดหงิด


“นังธาราให้พี่ธรดูแลทุกอย่างในเครือรินธารา แต่อำนาจการตัดสินใจขึ้นอยู่กับมันคนเดียว งานของเราก็สะดุดทำอะไรก็ไม่สะดวก”
“ชีวิตที่ทรมานเพราะร่างกายพิการ ทุกข์ใจเพราะคิดถึงลูก ทำให้มันเจ็บปวดยิ่งกว่าตายทั้งเป็น”
“แต่เป้าหมายการล้างแค้นของเราไม่ใช่แค่นี้”
ภพธรนิ่ง เริ่มหงุดหงิดเพราะความเซ้าซี้ของนับดาว
“หรือพี่ธรกำลังใจอ่อน เพราะอาลัยอาวรณ์นังน้ำริน พี่ธรคงไม่ลืมว่าน้ำรินกับแม่ของมันทำร้ายครอบครัวเรายังไง ดาวจะอาฆาตพวกมันจนกว่าจะแก้แค้นสำเร็จ”
ภพธรก้มหน้าทำงานต่อ เพื่อยุติการสนทนา นับดาวนั่งจ้องด้วยความหึงหวงและน้อยใจ แต่ไม่กล้าโวยวาย

เหยี่ยวพาน้ำรินมาเดินเที่ยวตลาดน้ำ ที่มีกลิ่นอายกาลเก่าตลบอลอวลไปทั่วบริเวณ พ่อค้าแม่ค้าในชุดแต่งกายแบบเก่าๆ ต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และเป็นกันเอง
น้ำรินตื่นตากับบรรยากาศตรงหน้า ราวกับไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วทั้งคู่ก็เดินเที่ยวดูกันอย่างมีความสุข
จากนั้นทั้งคู่ก็พากันเดินมายังท้องทุ่งนาเขียวขจี ผสานกับรวงข้าวเหลืองอ่อนฝูงควายกินหญ้าและแช่ตัวดับร้อนในบ่อโคลนอย่างสบายอารมณ์ บ่งบอกถึงความเป็นอู่ข้าวอู่น้ำตามวิถีไทย
น้ำรินหันมองธรรมชาติรอบตัว แล้วยิ้มอย่างสุขใจ
“ฉันเพิ่งรู้สึกว่าธรรมชาติสวยงามกว่าสิ่งที่ฉาบหน้าด้วยวัตถุ แสง สี”
เหยี่ยวพยักหน้ายิ้มๆ “เราหลีกเลี่ยงความจอมปลอมในสังคมไม่ได้ นอกจากอยู่กับมันให้เป็น”
“เมื่อก่อนฉันคงเป็นคนหลงวัตถุ อยู่กับสิ่งฉาบฉวยจนเคยตัว”
“ยายเคยบอกว่า เวลาสำคัญที่สุดคือปัจจุบัน เพราะเราได้เป็นเจ้าของเวลาอย่างแท้จริง คนสำคัญที่สุด คือคนที่อยู่ต่อหน้าเรา เพราะไม่รู้อนาคตจะมีโอกาสได้เจอกันอีกรึเปล่า”
น้ำรินสบตาเหยี่ยวแล้วงรู้สึกใจหาย ไม่อยากให้ถึงวันนั้น
“ขอบคุณที่ให้ของขวัญพิเศษนี้กับฉัน นอกจากแม่ ก็มีคุณที่ทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นใจ”
“ความสุขของคุณ คือความสุขของผมเหมือนกัน”

เหยี่ยวยิ้มให้น้ำรินอย่างอบอุ่น น้ำรินยิ้มตอบ เขิน ๆ สายตาลึกลับที่แอบมองเหยี่ยวกับน้ำรินอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ กำลังจ้องมองทั้งสองยิ้มให้กันและกัน บรรยากาศอึมครึม ดูน่ากลัว
แนนเปิดประตูฝั่งข้างคนขับ ช่วยประคองยายนวลลงมาจากรถ

“ยายจะซื้อของไปทำบุญวันพระพรุ่งนี้เหรอคะ”
ยายนวลยิ้มเจ้าเล่ห์ “เด็ดกว่างานบุญ คืองานอภิมหามงคล”
แนนงง ๆ ไม่เข้าใจ แต่ก็ช่วยประคองยายนวลเดินเข้าไปร้านสังฆภัณฑ์

เหยี่ยวกับน้ำรินนั่งอยู่ที่ปลายสะพานปลาริมทะเล จู่ๆ ก็มีมือดำทะมึนลึกลับโผล่ขึ้นมาจากน้ำ แล้วกระชากแขนน้ำรินอย่างแรง จนเสียหลักตกลงไปในน้ำ
“น้ำ”
เหยี่ยวรีบกระโดดตามลงน้ำไปอย่างไม่รอช้า
น้ำรินดำดิ่งลึกลงไปในน้ำ สองมือไขว่คว้าหาที่ยึด ด้วยความตกใจ เหยี่ยวรีบแหวกว่ายลงไปช่วย พยายามคว้าตัวน้ำริน แต่ก็คว้าได้เพียงอากาศธาตุ
จู่ ๆ ก็มีเงาดำมืดพุ่งเข้ามากระชากตัวน้ำรินเอาไว้ พร้อมๆ กับเสียงหัวเราะของชลชาติดังกึกก้องในน้ำ เหยี่ยวและน้ำรินตกใจมองหาต้นเสียงกันเลิกลั่ก
ชลชาติยืนอยู่ใต้น้ำ พร้อมกับยื่นมือไปบีบหมับที่คอ น้ำรินดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด

ธาราสะดุ้ง ลืมตาขึ้นมาจากการนั่งทำสมาธิ รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี จนพยาบาลต้องหยิบหนังสือสวดมนต์มาให้ท่อง

เหยี่ยวว่ายน้ำเข้าไปช่วยน้ำริน แต่กลับถูกชลชาติยื่นมืออีกข้างมาบีบคอไว้ พร้อมทั้งจ้องน้ำรินด้วยสายตาเกรี้ยวกราด ดุร้าย
“ภูตผีมีจะมีอิทธิฤทธิ์ในวันพระวันโกน ดวงจิตอ่อนแออย่างมึงไม่มีทางสู้กูได้”
ชลชาติบีบคอทั้งคู่แน่นขึ้น เหยี่ยวกับน้ำรินดิ้นรนด้วยความทรมาน ร่างน้ำรินเหมือนไฟติด ๆ ดับ ๆ เริ่มอ่อนแรงลง แต่ทั้งสองยังคงพยายามเอื้อมมือ ไขว่คว้าหากัน
ชลชาติหัวเราะเยาะรอคอยเวลาตายของทั้งคู่ ดวงจิตน้ำรินใกล้จะสูญสลายเข้าไปทุกที
พลันเสียงสวดมนต์ของธารา ก็ดังแว่วเข้ามาในจิตของของน้ำริน เหยี่ยว และชลชาติ
“...สัตถา เทวะมนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ”
ร่างน้ำรินจางลง จางลง กำลังจะแตกดับ เหยี่ยวตกใจมาก พลางฮึดเฮือกสุดท้าย คว้ามือเธอไว้ได้ แล้วกระชากตัวน้ำรินเข้ามากอดไว้แนบแน่น เพื่อปกป้องผู้หญิงที่เขารัก

พลันบังเกิดพลังรักอันบริสุทธิ์ของมนุษย์ เป็นแสงสีทองพุ่งเข้าใส่ชลชาติ จนกระเด็นหายวับไป
เหยี่ยววางร่างไม่ได้สติของน้ำรินลงอย่างทะนุถนอม ด้วยความเป็นห่วง แต่เธอยังคงนอนแน่นนิ่ง ไม่รู้สึกตัว

เหยี่ยวนึกถึงรอยยิ้มของน้ำริน ก็ยิ่งใจเสีย กลัวเธอเป็นอันตราย
“น้ำ คุณจะตายไม่ได้นะ”
พลางโผเข้าไปหา แล้วกอดเธอไว้แนบอก
“ฟื้นขึ้นมาสิน้ำกลับมาเติมเต็มชีวิตที่ขาดหายไปของผม กลับมามีความสุขด้วยกัน คุณจะตายไม่ได้นะน้ำ ผมขอสั่งไม่ให้คุณตาย”
น้ำรินค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ “ดวงจิตฉันยังไม่แตกสลายใช่มั้ย”
เหยี่ยวโผเข้ากอดน้ำรินด้วยความดีใจ
“คุณยังมีชีวิต คุณยังอยู่กับผม ผมจะกอดคุณไว้อย่างนี้ จนกว่าคุณจะดีขึ้น”
น้ำรินหลับตาพริ้ม รับรู้ถึงความอบอุ่นของเหยี่ยว ที่ตั้งใจส่งผ่านความเข้มแข็งของเขาไปสู่ตัวเธอให้มากที่สุด

น้ำรินนั่งพิงหมอน ยิ้มมองตุ๊กตาหมีสีฟ้าอยู่บนเตียง เหยี่ยวเอามือจับที่คอตัวเอง
“ผีที่ตามจองเวรคุณมันทำร้ายผมได้ เพราะสร้อยพระผมหายไป หายไปไหนได้ยังไง? ดีขึ้นแล้วใช่มั้ย ?”
เหยี่ยวนั่งลงข้างเตียง ยื่นมือไปกุมมือน้ำรินด้วยความเป็นห่วง แต่กลับคว้าได้เพียงอากาศธาตุเหมือนเดิม
“วันนี้เราสัมผัสกันได้หลายครั้ง แต่ทำไมเป็นแบบนี้อีกแล้ว”
“มันแปลกตั้งแต่เราเจอกันครั้งแรกแล้วมั้ง ตอนอยู่ในน้ำ ฉันได้ยินเสียงสวดมนต์ของแม่”
“ผมก็ได้ยินเหมือนกัน เสียงคุ้นหูมาก”
เหยี่ยวนั่งนิ่ง พลางครุ่นคิดอย่างสงสัย

ภายในห้องประชุม ภพธรนั่งอยู่บริเวณหัวโต๊ะเป็นตัวแทนของธารา มีนับดาวอยู่ข้าง ๆ ทั้งหมดกำลังประชุมเรื่องเกี่ยวกับโครงการใหม่
“คุณอาธารามอบหมายให้ผมดูแลโปรเจ็กต์ร่วมทุนจากต่างประเทศ และจัดงานเลี้ยงต้อนรับมิสเตอร์หลิว ตัวแทนบริษัทร่วมทุนของเรา”
กรรมการหลายคนพยักหน้ารับรู้และเห็นด้วย

“มิสเตอร์หลิวจะเดินทางมาเมื่อไหร่ ?”
ขณะเดียวกันดารณี ก็กำลังประชุมลูกน้องทุกคนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“อีกสองวัน พ่อค้ายาเสพติดต่างชาติจะเดินทางเข้ามาในเมืองไทย คนๆ นี้พัวพันกับคดีค้ายาเสพติดข้ามชาติ ที่ตำรวจหลายประเทศกำลังจับตามอง”
สงครามรีบพูดเสริม สีหน้าเคร่งเครียด “มีความเป็นไปได้ว่าอาจเกี่ยวข้องกับคดีค้ายาเสพติดในสปาของบุษบัน”

ผู้ติดตาม 2 คนเข็นกระเป๋าสัมภาระ เดินนำมิสเตอร์หลิวออกมาจากช่องผู้โดยสารขาเข้า เหยี่ยวกับนกน้อยก้าวออกมาจากมุมหนึ่งหยุดมอง และเดินตามไปห่าง ๆ ตามที่ได้รับคำสั่งจากสงคราม
เหยี่ยวกับนกน้อยตามมาที่หน้าสนามบิน เห็นรถลิมูซีนกำลังขับออกไป ทั้งสองรีบตามออกไปทันที

รถลิมูซีนเลี้ยวเข้าไปจอดหน้าโรงแรมเครือรินธารา พนักงานโรงแรมเข้ามาเปิดประตูให้มิสเตอร์หลิวอย่างนอบน้อม
นกน้อยจอดรถอยู่มุมหนึ่งหน้าโรงแรม เหยี่ยวมองตามหลังมิสเตอร์หลิวเข้าไป พร้อมกับกดมือถือรายงานสงครามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“เป้าหมายของเราเข้าพักที่โรงแรมของคุณธารา ผมให้คนของเราคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวตลอด 24 ชั่วโมง”
“มีความคืบหน้าอะไร ให้รีบรายงานผมทันที”

เหยี่ยวจูงจักรยานออกมา กำลังจะกลับบ้าน เจอแนนที่เดินสวนมาพอดี
“วันก่อนเราพายายไปซื้อของ ไม่เห็นเหยี่ยวเลย”
“มีธุระนิดหน่อย”
“ปกติเหยี่ยวไม่เคยมีความลับกับเรา”
แนนพูดอย่างน้อยใจ เหยี่ยวรีบอธิบาย
“เรายังรู้สึกกับแนนเหมือนเดิม”
เหยี่ยวหมายถึงรู้สึกเหมือนเพื่อน แต่แนน ที่เข้าใจว่าหมายถึง “รัก” ก็แอบยิ้มหัวใจพองโต
“รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ จะได้พร้อมสำหรับงานสำคัญ”
“งานอะไร”
เหยี่ยวย้อนถาม แต่แนนกลับตอบเลี่ยงๆ “พรุ่งนี้เหยี่ยวก็รู้เอง”

นกน้อยกำลังตำน้ำพริกอยู่ในครัวที่บ้านเหยี่ยว พลางหันมาถามหามะนาว ยายนวลคว้ามะนาวบนโต๊ะแล้วโยนให้ แต่นกน้อยรับแล้วทำหลุดมือ มะนาวกลิ้งออกประตูไปหยุดที่เท้าของน้ำริน ที่รีบถือมาส่งให้ยายนวล
ยายนวลหันมาบอกนกน้อย ปลาทู และปูอัดว่ามีคนเก็บมะนาวมาให้แล้ว ทุกคนหันมามองหน้ากัน แล้วก็ขนลุกซู่ แล้วก็รีบเดินออกไปทันที
เหยี่ยวเดินเข้ามา ก็ประหลาดใจที่เห็นอาหารเต็มบ้าน ยายนวลรีบแก้ตัวอย่างมีพิรุธ
“ทำบุญเลี้ยงพระนิดๆหน่อยๆ ไม่ใช่วันสำคัญหรือโอกาสพิเศษอะไรร๊อก จริง จริ๊ง”

เหยี่ยวกับน้ำรินหันมามองหน้ากันงงๆ
“วันสำคัญ? หมวดแนนต้องเกี่ยวกับที่ยายนวลทำกับข้าวเลี้ยงพระพรุ่งนี้แน่ๆ เลย" น้ำรินตั้งข้อสังเกตกับเหยี่ยว เมื่ออยู่กันตามลำพัง

“อยากรู้ไปทำไม ถ้าเราอยู่กับปัจจุบัน วันไหนๆ ก็สำคัญเหมือนกันหมด”
จากนั้นก็แกล้งพูดแหย่น้ำริน จนเธอโมโห รวมพลังจิตแล้วหยิบหมอนข้างขึ้นฟาด แต่กลับถูกเหยี่ยวกระชากหมอนข้างมาหาตัว น้ำรินก็ล้มลงตามเข้ามาชิดเหยี่ยว ทั้งสองคนสบตากันหัวใจวาบหวาม เสียงหัวใจเต้นจนได้ยินชัด
เหยี่ยวเคลิ้มจนเผลอเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ น้ำรินก็หลับตาพริ้ม แต่จู่ๆ ยายนวลก็เปิดประตูเข้ามาขัดจังหวะพอดี
“ลืมบอกว่าพรุ่งนี้ตื่นเช้าๆ มาทำบุญกับยายนะ นอนได้แล้ว หนูน้ำก็เหมือนกัน ดึกๆ ดื่นๆคุยกันสองต่อสองมันไม่งาม ถ้าอยากคุยก็คุยในเวลาราชการ หัดเกรงใจหนูแนนเค้าบ้าง”
ยายนวลรีบพูดกันท่า แล้วเดินออกไป บรรยากาศในห้องอึดอัดขึ้นมาทันที ต่างคนต่างพูดไม่ออก
น้ำรินเสพูดทำลายความเงียบ
“ถ้าวันไหนๆ ก็เหมือนกัน ฉันก็จะอยู่กับปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับวันนี้ให้มากที่สุด เพราะเราอาจจะไม่มีพรุ่งนี้ด้วยกัน”
พูดจบก็รีบเดินออกไป เหยี่ยวลุกตามไป จนมาเจอน้ำรินนั่งร้องไห้น้ำตาคลออยู่ใต้ต้นไม้หลังบ้าน
“ฉันไม่อยากร้องไห้ให้คุณเห็น เผื่อว่าเป็นวันสุดท้ายของเรา ฉันไม่อยากให้คุณจำหน้าฉันแบบนี้”
เหยี่ยวลงนั่งข้างๆ มองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่มีดวงจันทร์เต็มดวง
“คุณคิดว่านกที่เห็นท้องฟ้าทุกวัน จะลืมฟ้าวันที่ฝนตกเหรอ ฟ้ามืด ฟ้าร้อง ฟ้าสดใส ฟ้ามีพายุ หรือฟ้าแบบไหนๆ ก็คือท้องฟ้า”
“แล้วถ้านกตาบอด นกจะจำฟ้าได้มั้ย”
“บางทีเราก็ไม่ได้จำทุกอย่างไว้ที่สมอง”
เหยี่ยวพุดพร้อมกับจับมือไปที่หัวใจ
“เพราะสมองอาจจะลืม แต่ใจไม่มีวันลืม”
น้ำรินมองเหยี่ยวอย่างซึ้งใจจนน้ำตาไหลออกมาอีก เหยี่ยวเผลอตัวไปเช็ดน้ำตาให้ แต่เช็ดไม่ได้

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 11/4 วันที่ 10 ธ.ค. 57

ละครภพรัก บทประพันธ์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก บทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก กำกับการแสดโดย : ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์
ละครภพรัก ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด
ละครภพรัก ควบคุมการผลิตโดย : สินจัย เปล่งพานิช
ละครภพรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2557
ละครภพรัก ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 3 และ ช่อง 3 HD
ที่มา ไทยรัฐ