อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 12 วันที่ 10 ธ.ค. 57

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 12 วันที่ 10 ธ.ค. 57

เหยี่ยวพุดพร้อมกับจับมือไปที่หัวใจ
“เพราะสมองอาจจะลืม แต่ใจไม่มีวันลืม”
น้ำรินมองเหยี่ยวอย่างซึ้งใจจนน้ำตาไหลออกมาอีก เหยี่ยวเผลอตัวไปเช็ดน้ำตาให้ แต่เช็ดไม่ได้
“ ถ้าจะเช็ดน้ำตา ก็ต้องหาร่างคุณให้เจอก่อนสินะ”

“แล้วถ้าไม่เจอล่ะ”
น้ำรินกับเหยี่ยวประสานสายตากัน ทั้งสองรู้ถึงความปวดร้าวที่อยู่ในหัวใจของทั้งคู่
“ต้องเจอสิ”


เหยี่ยวลุกขึ้นไปดึงเชือกสีแดงเส้นเล็กบางๆที่ยายนวลใช้ผูกดามต้นไม้ในกระถาง ออกมาผูกปมเป็นห่วงไว้ที่ปลายเชือกทั้งสองข้าง น้ำรินลุกขึ้นมาดูด้วยความสนใจ
เหยี่ยวส่งห่วงเชือกที่ปลายข้างหนึ่งให้ น้ำรินเพ่งสมาธินิดหนึ่ง ทำให้สามารถรับปลายเชือกมาถือไว้อย่างงงๆ
“ตำนานจีนเล่าว่า มีตาแก่คนหนึ่งชื่อ เฒ่าจันทรา มีหน้าที่ผูกด้ายแดงล่องหน ที่นิ้วก้อยของคนสองคนที่เป็นเนื้อคู่ เวลา สถานที่ หรือ เหตุการณ์อะไรก็พรากคนทั้งสองไม่ได้”
จากนั้นก็เอาห่วงเชือกสีแดงฝั่งตัวเอง คล้องที่นิ้วก้อยมือซ้าย
“ด้ายแดงเส้นนี้ ไม่ว่าจะถูกดึงให้ตึง หรือผูกเป็นปมยุ่งเหยิงยังไง มันก็ไม่มีวันขาด”
เหยี่ยวดึงเบาๆ แต่เชือกกลับขาด เพราะความเปื่อย ทั้งคู่ใจหายวาบ
“ความรักที่เป็นไปไม่ได้ ต่อให้มีด้ายแดงเป็นพันเส้น ก็ผูกเราไว้ไม่ได้”
น้ำรินหน้าเศร้า ยายนวลได้ยินสิ่งที่ทั้งคู่พูดทั้งหมด ถึงกับส่ายหน้าหนักใจ

น้ำรินน้ำตาซึม เหยี่ยวทำท่าเหมือนโอบเธอไว้ น้ำรินเอียงหัวมาซบที่อกเหยี่ยว ทั้งคู่เศร้าโศกเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าเวลาเหลือน้อยลงทุกที
เหยี่ยวเดินออกมากับน้ำริน พลางมองยายนวล นกน้อย ปลาทู ปูอัด ที่แต่งตัวสวยหล่อเต็มที่ กำลังจัดอาหาร และของทำบุญที่มุมหนึ่งบริเวณบ้านด้วยแววตางงๆ

“ไม่ใช่สงกรานต์หรือปีใหม่ ต้องแต่งชุดผ้าไหมใส่สูทกันเลยเหรอ”
ยายนวลไม่ตอบ แต่รีบพูดตัดบท
“เอ ทำไมหลวงตาเคี้ยงยังไม่มาซะที เดี๋ยวไม่ทันฤกษ์กันพอดี”
เหยี่ยวหัวเราะ “เค้าเรียกว่าไม่ทันเพลจ้ะยาย ฤกษ์เค้าใช้กับงานมงคล”
ยายนวลรีบหัวเราะกลบเกลื่อน
“วัยรุ่นก็งี้ หลงๆลืมๆ เฮ้ย ได้ยินเสียงแว่วๆ ที่หน้าบ้าน หลวงตาเคี้ยงมาแล้วแน่ๆ เลย ออกไปรับเร็วไอ้ปลาทูปูอัด”
ปลาทูกับปูอัด และยายนวลรีบเดินไป เหยี่ยวกับน้ำรินมองตามไปขำๆ

น้ำรินนั่งอยู่ข้างเหยี่ยว เห็นห่วงด้ายสีแดงที่นิ้วก้อยของเหยี่ยวก็แอบอมยิ้ม เหยี่ยวเห็นน้ำรินมอง ก็แกล้งชูนิ้วก้อยให้เห็นชัดๆ จากนั้นก็ส่งสายตามองกัน แล้วก็เขินกันเอง
หลวงตาเคี้ยงเดินเข้ามาพอดี ทุกคนรีบกราบ
“ได้ฤกษ์แล้วเริ่มพิธีได้”
เหยี่ยวมองอย่างงงๆ “พิธีอะไรครับหลวงตา”
ยายนวลรีบบอก “พิธีหมั้นของเอ็งกับหนูแนนไงล่ะ”
แนนในชุดผ้าซิ่นกับเสื้อลูกไม้หวานๆ แต่งหน้าทำผมสวย เดินเข้ามา เหยี่ยวมองอย่างประหลาดใจ
แนนเห็นอาการอ้าปากค้าง นึกว่าตะลึงในความสวยของเธอ ก็ก้มหน้าเขิน ก่อนที่จะคลานเข้าไปราบหลวงตาเคี้ยง และไหว้ยายนวล
“แนน นี่ไปนัดหมายอะไรกันตอนไหน ยังไง ทำไมไม่บอก”
ทุกคนเหมือนรู้เรื่องกันมาก่อนแล้วมีแต่เหยี่ยวกับน้ำรินที่งุนงง

“อย่าทำให้ยายเสียหน้านะ”
ยายนวลแยกออกมาพูดกับเหยี่ยวตามลำพังด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะที่เหยี่ยวดูไม่ค่อยพอใจนัก
“แต่ผมไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย”
“ก็เห็นพูดกันมานานสองนาน ไม่จัดการอะไรซักที ยายก็เลยขอฤกษ์จากหลวงตาเคี้ยง แล้วขอให้ท่านทำพิธีหมั้นให้เอ็งสองคน”
“ผมไม่หมั้น” เหยี่ยวเสียงแข็ง
“เหยี่ยว ชั่วชีวิตที่อยู่ด้วยกันมา ยายเคยขอร้องอะไรเอ็งมั้ยครั้งนี้ทำเพื่อยายสักครั้งเถอะ ถ้าไม่เห็นแก่ยาย ก็เห็นแก่หน้าหนูแนนบ้างสิ จู่ๆ เอ็งจะปฏิเสธได้ยังไง งานก็จัดแล้ว เค้าทำผิดอะไร ชีวิตเค้าก็มีแต่เอ็ง ยังไงวันนี้เอ็งก็ต้องหมั้น ต่อไปหนูแนนเข้านอกออกในบ้านเราจะได้ไม่มีใครว่าเอาได้”
เหยี่ยวถอนหายใจอย่างอึดอัด “ยายกำลังสร้างความลำบากใจให้ผม”
“ถือว่าครั้งนี้ทำเพื่อยาย ถ้าวันนี้เอ็งไม่ยอมหมั้นกับหนูแนน ถือว่าเราขาดกัน”

ยายนวลพูดอย่างเด็ดขาด เหยี่ยวถึงกับชะงัก
ยายนวลหยิบกล่องใส่แหวนส่งให้เหยี่ยว

“เอ้านี่ แหวนหมั้นของสกุณาแม่เอ็ง สวมให้หนูแนนซะสิ”
เหยี่ยวกับน้ำรินนิ่งอึ้ง ขณะที่แนนยื่นมือซ้ายมาให้เหยี่ยว ท่าทางเขินๆ เหยี่ยวจำใจหยิบแหวนจากกล่อง แนนเห็นด้ายแดงที่นิ้วก้อยมือซ้าย
“ด้ายอะไร เราเอาออกให้นะ”
ขาดคำ ก็ดึงด้ายแดงออกจากนิ้ว เหยี่ยวอ้าปากค้าง ไม่รู้จะห้ามยังไง น้ำรินเจ็บปวดใจ น้ำตาคลอเบ้า
เหยี่ยวจำใจสวมแหวนให้แนน ยายนวลยิ้มอย่างมีความสุข
น้ำรินลุกขึ้น แล้วรีบออกไปจากศาลา เหยี่ยวหันมาเห็นน้ำรินวิ่งออกไป ก็รีบลุกตามไป
แนนหน้าซีด ทุกคนเงียบกริบ

น้ำรินเดินซึม เช็ดน้ำตาออกมาจากในบ้าน พอเหยี่ยววิ่งตามออกมา เธอก็ฝืนปาดน้ำตา แล้วหันไปปั้นหน้ายิ้มกับเหยี่ยวทั้งที่หัวใจแตกเป็นเสี่ยงๆ
“ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ คุณกับหมวดแนนเหมาะสมกันมาก ขอให้มีความสุขนะคะ”
“คุณก็รู้ว่าผมทำเพื่อความสบายใจของยาย ผมไม่รู้สึกอะไรกับเค้า”
น้ำรินฝืนยิ้ม “แต่เค้าเป็นตัวจริงของคุณ ฉันต่างหากที่ไม่มีอยู่จริง ซักวันฉันอาจจะหายไปจากโลกนี้”
“อย่าพูดอย่างงั้น อีกไม่นาน ผมก็จะหาร่างของคุณเจอแล้วคุณก็จะกลับมามีชีวิตเหมือนคนอื่นๆ”
น้ำรินยิ้มเศร้า “เจอแล้วยังไงคะ คุณมีคู่หมั้นของคุณ ฉันก็มีคู่หมั้นของฉัน ถ้าฉันโชคดีมีวันนั้นจริงๆ ฉันก็ต้องกลับไปหาเค้า”
เหยี่ยวรู้สึกเหมือนโดนของมีคมบาดเข้ากลางใจ พอน้ำรินหันหลังจะเดินจากไป เขาก็รีบรั้งมือไว้ไม่ยอมให้หนีไปอีก แต่มือของเหยี่ยวผ่านมือของน้ำรินไปเฉยๆ
“ฉันจะไม่หนีคุณไปไหน แต่ไม่ว่าจะวันนี้หรือวันหน้าเราก็ต้องจากกัน เรื่องราวระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้ คุณกับฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อกันและกัน”
น้ำรินกับเหยี่ยวมองตากันด้วยความเศร้า ปวดร้าวใจทั้งสองฝ่าย
“เหยี่ยว ทำอะไรอยู่”
เหยี่ยวและน้ำรินหันไปมอง ก็เห็นแนนเดินตามมาหา
“ยายให้มาตามไปช่วยประเคนอาหารให้หลวงตาแน่ะ ถึงเวลาแล้ว”
คำว่า “ถึงเวลาแล้ว” ทำให้เหยี่ยวและน้ำรินยิ่งใจหาย เมื่อเห็นชัดว่าเส้นทางของทั้งสองถึงเวลาต้องแยกออกจากกัน น้ำรินกลั้นน้ำตา ฝืนพูดอย่างเข้มแข็ง
“ไปเถอะค่ะ อย่าให้คนของคุณต้องรอนานเลย”
เหยี่ยวละล้าละลัง แต่ในที่สุดก็จำใจต้องเดินกลับไปหาแนน น้ำรินมองตามภาพบาดตาบาดใจ น้ำตาร่วงพรูอย่างกลั้นไม่อยู่
เหยี่ยวเองก็ขมขื่นใจไม่แพ้กัน แต่พอหันกลับมามองน้ำรินด้วยความเป็นห่วง เธอก็หายไปแล้ว

“อาไม่อนุมัติให้เปิดศูนย์ความบันเทิงครบวงจรที่สมุย”
ธาราที่นั่งบนรถเข็น ยื่นคำขาดต่อหน้าภพธรและนับดาว
“แต่ทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว มิสเตอร์หลิวที่ร่วมลงทุนก็อยากให้เปิดเร็วที่สุด”
“การทำธุรกิจต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมไม่ใช่ฉกฉวยเอาแต่ได้ จนไม่เห็นความเดือดร้อนของชุมชนรอบข้าง”
ธาราเลื่อนรถเข็นออกไปอีกทาง ภพธรกับนับดาวมองตามด้วยสายตาเกลียดชังและเคียดแค้น

ภพธรกับนับดาวออกจากบ้าน อย่างเคร่งเครียด
“ทุกอย่างเสร็จหมดแล้วแต่ไม่ยอมให้เปิด หรือมันรู้ว่าเรากับมิสเตอร์หลิวแอบซ่อนคาสิโนเถื่อนไว้ค้ายากับผู้หญิงที่นั่น”
“ไม่มีทาง มันไม่สนใจโครงการนี้มาตั้งแต่ต้น”
ภพธรมองไปที่เก้าอี้นั่งที่อยู่ริมทางเดิน ภาพในอดีตปรากฏขึ้นตามความทรงจำ
ภพธรเห็นภาพตัวเองถือแฟ้มโครงการออกมาจากบ้าน หน้าเครียด น้ำรินที่นั่งรออยู่ที่เก้าอี้ข้างทางเดินรีบผุดลุกขึ้นมาหา
“คุณแม่ไม่อนุมัติโครงการเหรอคะ”
ภพธรแสร้งถอนหายใจ “ ติดขัดเรื่องเงินลงทุนนิดหน่อย คุณอาไม่ยอมอนุมัติตามที่พี่ขอ ลดค่าใช้จ่ายลงเกือบครึ่ง คุณอาไม่เข้าใจเรื่อง “ศูนย์บันเทิงครบวงจร” แต่พี่มั่นใจว่ามันเป็นโครงการที่ดีแน่ๆ”
น้ำรินหยุดคิด แล้วตัดสินใจ
“น้ำเชื่อพี่ธรค่ะ ถ้าคุณแม่ไม่ให้ น้ำให้เองค่ะ น้ำมีเงินมรดกของคุณพ่อ น้ำยกให้พี่ธรเอาไปทำอะไรก็ได้เพื่ออนาคตของเรา”
“ขอบคุณน้องน้ำที่เชื่อพี่ พี่จะไม่ทำให้น้ำผิดหวัง”
ภพธรโอบน้ำริน แล้วเปลี่ยนจากรอยยิ้มใจดีเป็นเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ

“เงินก้อนนั้นของน้ำรินจะสร้างแต่บาปกรรมชั่วช้าให้นังธารา มันต้องตกนรกไม่ต้องผุดต้องเกิด ยังไงซะโครงการที่สมุยก็ต้องเกิด”
ภพธรยิ้มเหี้ยม
“ดาวจะคอนเฟิร์มนัดกับมิสเตอร์หลิวตามกำหนดเดิม เพื่อคุยรายละเอียดนะคะ”
ภพธรกับนับดาวยิ้มอย่างมั่นใจในการตัดสินใจของตัวเอง

แนนเดินตามหลังเหยี่ยวเข้ามาในสำนักงานสืบฯ
“โกรธเรารึเปล่าที่ไม่ได้บอกเรื่องงานหมั้น เราไม่าขัดใจยายนวล”
“ไม่เป็นไร เพื่อความสบายใจของแนนกับยาย เรายินดีทำทุกอย่าง”
เหยี่ยวยิ้มให้ แล้วเดินต่อไปที่ห้องทำงานของหน่วยสืบฯ แนนมองตาม รู้สึกได้ถึงความผิดปกติในอารมณ์ของเหยี่ยว

น้ำรินวางเศษเชือกสีแดงที่เคยผูกติดนิ้วก้อยของเหยี่ยวลงบนใบไม้ แล้ววางใบไม้ลอยบนผิวน้ำ ก่อนจะวักน้ำให้ใบไม้ลอยไปตามกระแสน้ำ
“ถ้าเราเอาความทรงจำกับความทุกข์ทิ้งไปกับน้ำได้ก็ดีสิ”
ผียายปริกพายเรือผ่านมาจอดตรงหน้าน้ำริน
“ถ้าทำง่ายอย่างงั้น านนี้แม่น้ำคงโดนความทุกข์ทับถมจนกลายเป็นภูเขาไปแล้ว มนุษย์หาเรื่องทุกข์ใจใส่ตัวเก่งจะตาย หิวก็ทุกข์ อิ่มก็ทุกข์”
“ทำไงถึงจะไม่ทุกข์เหมือนปริกล่ะ”
ผียายปริกตอบยิ้มๆ “ถ้ามีปัญญาก็ไม่ทุกข์”
“เกี่ยวอะไรกับปัญญา”
ผียายปริกไม่ตอบ แต่กลับย้อนถาม
“ความทุกข์ของหล่อนคืออะไร”
“เรื่องที่ฉันยังไม่อยากตาย เรื่องที่ฉันอยากกลับไปหาครอบครัวของฉัน แล้วก็....”
น้ำรินไม่กล้าพูดต่อถึงความทุกข์ใหญ่ที่อยู่ในใจ
“เรื่องที่หล่อนไม่มีวันได้สมหวังกับหมวดเหยี่ยว”
ผียายปริกพูดแทงใจดำ น้ำรินนั่ง
“แล้วรู้มั้ยว่าทุกข์ของหล่อนเกิดขึ้นได้ยังไง เพราะตัณหา ความยึดมั่นถือมั่น ความอยากไม่อยากได้ ความอยากไม่อยากมี ความอยากไม่อยากเป็นของหล่อนนี่แหละที่ก่อทุกข์”
น้ำรินคิดตาม
“ฉันบอกได้แค่นี้ ที่เหลือหล่อนต้องใช้ปัญญาคิดเอาเองว่าจะดับทุกข์ยังไง”
พุดจบ ผียายปริกก็พายเรือจากไป

ในงานเลี้ยงของโรงแรมในเครือธารา ที่จัดขึ้นที่บริเวณริมสระน้ำ ภายในงานมีกรรมการบริษัททั้งไทยและเทศ รวมถึงแขกเหรื่อในชุดราตรีโก้หรู กำลังยืนคุยกันพลางจิบค็อกเทลไปด้วย
เหยี่ยวปลอมตัวเป็นมือกีตาร์ คอยจับตามองไปทั่วงาน
ภพธรกับนับดาวพามิสเตอร์หลิวเข้ามา มีลูกน้องของมิสเตอร์หลิวใส่สูทดำตามหลัง 4 คน คนที่อยู่ใกล้ที่สุดถือกระเป๋าสีดำมาด้วย
เหยี่ยวจับตามองกระเป๋าในมือของลูกน้องมิสเตอร์หลิวอย่างไม่ยอมให้คลาดสายตา

ภพธรแนะนำมิสเตอร์หลิวให้รู้จักกับผู้ถือหุ้น
“มิสเตอร์หลิว หุ้นส่วนรายใหญ่ของศูนย์บันเทิงครบวงจรที่รินธารารีสอร์ท สมุยครับ”
มิสเตอร์หลิวกับผู้ถือหุ้นจับมือ ยิ้มแย้มทักทายกัน จากนั้นนับดาวก็พามิสเตอร์หลิวเดินไปอีกทาง เหยี่ยวที่แอบดูอยู่ตลอด รีบเดินตาม แต่ชนเข้ากับภพธรที่เดินเข้ามาขวางทางพอดี ภพธรเขม้นมองเหยี่ยวอย่างสงสัย

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 12 วันที่ 10 ธ.ค. 57

ละครภพรัก บทประพันธ์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก บทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก กำกับการแสดโดย : ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์
ละครภพรัก ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด
ละครภพรัก ควบคุมการผลิตโดย : สินจัย เปล่งพานิช
ละครภพรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2557
ละครภพรัก ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 3 และ ช่อง 3 HD
ที่มา ไทยรัฐ