อ่านละคร ภพรัก ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 12 ธ.ค. 57

อ่านละคร ภพรัก ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 12 ธ.ค. 57

“ถึงเวลาที่ฉันต้องเลิกหลอกตัวเอง ชีวิตแต่งงานต้องประกอบด้วยความรักของคนทั้งคู่ ไม่ใช่ความรักข้างเดียวที่สุดท้ายจบลงด้วยความทุกข์ทรมานของทุกๆ คน”
ยายนวลฟังด้วยความไม่สบายใจ เหยี่ยวนิ่งขรึม

“เหยี่ยว เราทำเรื่องขอไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ และคงย้ายไปประจำที่โน่น ไม่กลับมาเมืองไทยอีกแล้ว”
ยายนวลและเหยี่ยวอึ้ง ตกใจ

แนนหันมาสบตาน้ำริน จับมือเธอไว้เหมือนต้องการคำสัญญา
“ช่วยดูแลเหยี่ยวด้วยนะคะ ดูแลเค้าแทนฉันด้วย ฉันอยากเห็นรอยยิ้มของเหยี่ยว ช่วยทำให้เค้ามีความสุขแบบที่ฉันไม่มีวันทำได้ด้วยนะคะ”
พูดจบแนนก็เดินจากไป ทิ้งให้น้ำรินมองตาม



“ลาก่อนค่ะเหยี่ยว เราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันตลอดไป”
ภาพแนนในไอแพดพยายามฝืนจะไม่ร้องไห้ แต่ก็ยากเต็มทน ในที่สุดน้ำตาของเธอก็ไหลอาบแก้ม
ยายนวลนิ่ง อย่างยอมรับความจริง ก่อนจะหันมาบอกเหยี่ยว
“เหยี่ยว บ่วงที่เกิดขึ้นในชีวิตเอ็ง เริ่มคลี่คลายไปทีละเปลาะ ทีละเปลาะแล้ว สิ่งที่เอ็งไม่เข้าใจ คงใกล้จะแจ่มชัดขึ้นซะที รีบไปเถอะเหยี่ยว”
เหยี่ยวอึดอัดใจ “ยายจะให้ผมไปตามแนนกลับมาใช่มั้ย?”
ยายนวลส่ายหน้า “เปล่า ยายผิดไปแล้วที่ทำให้คนสามคนไม่มีความสุข โดยเฉพาะเอ็ง หลานรักของยาย”
พูดพลางก็น้ำตาคลอด้วยความสำนึกผิด
“ไปเถอะ ไปตามหาคนที่เอ็งรักและรักเอ็ง ไปตามหาความทรงจำที่ดีของตัวเอง ชีวิตเป็นของเอ็ง ใช้มันให้มีความสุขนะลูก”
เหยี่ยวสวมกอดยายนวล ที่ลูบหัวเขาด้วยความรัก

ดารณีอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ กำลังตรวจสอบหลักฐานบางอย่างอยู่ แล้วนิ่วหน้าเมื่อปรากฏหลักฐาน
สำคัญส่งเข้ามาในอีเมล์ของเธอ
จากนั้นก็หอบหลักฐานเข้ามารายงานสงครามในห้อง
“เรายังไม่ได้เบาะแสนับดาวที่หายตัวไป แต่กลับมีคนส่งอีเมล์มาให้ เป็นหลักฐานที่ใช้เล่นงานภพธรได้โดยตรงเลยค่ะ”
ดารณีเปิดภาพบัญชีธนาคารต่างประเทศจากคอมพิวเตอร์ให้สงครามดู
“หลักฐานโอนเงินค้ายาเสพติดของภพธรไปต่างประเทศ”
จากนั้นก็เลื่อนไปอีกภาพ
“นี่เป็นแบบแปลนก่อสร้างคาสิโนผิดกฎหมายในรินธารารีสอร์ท เกาะสมุย อนุมัติโดยภพธร และนี่คือรายชื่อพ่อค้ายาเสพติดทุกคนที่ภพธรเคยทำธุรกิจด้วย”
“ภพธรอยู่เบื้องหลังนับดาวอย่างที่คาดไว้จริงๆ คราวนี้มันดิ้นไม่หลุดแน่”

เหยี่ยวยืนมองชิงช้าสวรรค์ในเพลินวาน สีหน้าและแววตาเต็มไปด้วยความฉงนสงสัย ก่อนจะหันมาถามน้ำริน
“เราเคยมาที่นี่ด้วยกันจริงๆเหรอ”
“คุณยังบอกฉันเลยว่าถ้าฉันจำได้ว่าตัวเองเป็นใคร ก็อย่าเผลอลืมคุณ แต่กลายเป็นคุณที่ลืมฉัน”
เหยี่ยวขมวดคิ้ว “ผมพูดอย่างงั้นจริงเหรอ จำไม่ยักได้”
น้ำรินมองเหยี่ยวเศร้าๆ แล้วก็ฮึดขึ้นมาใหม่ อย่างไม่ยอมแพ้
จากนั้นเธอก็พาเหยี่ยวเข้ามาที่มุมถ่ายภาพ ช่างภาพเห็นเหยี่ยวก็จำได้ทันที
“คุณนั่นเอง สวัสดีครับ”
เหยี่ยวประหลาดใจ “คุณรู้จักผมเหรอ”
“จำได้สิครับ คราวก่อนคุณมาคนเดียว ถ่ายรูปคนเดียว แต่วันนี้พกแฟนมาด้วย”
น้ำรินยิ้มเขินๆ ขณะที่เหยี่ยวหันไปมองอย่างอึดอัด ไม่รู้จะพูดยังไง
ช่างภาพชวนให้เหยี่ยวกับน้ำรินถ่ายรูปคู่ เหยี่ยวปฏเสธ แต่น้ำรินไม่ยอม
“ฉันอยากถ่ายค่ะ รูปภาพสามารถแทนคำพูดได้ล้านคำ เพราะมันไม่ได้บันทึกแค่สิ่งที่อยู่ในรูป แต่มเรื่องราว ความรู้สึก ณ ตอนนั้นอยู่ด้วย บางทีรูปอาจจะทำให้คนบางคนรำลึกถึงความผูกพันในอดีตได้”
เหยี่ยวจำยอม พลางมองไปรอบๆ ร้าน โดยไม่มีทีท่าว่าจะจำได้เลย

เหยี่ยวนั่งรอน้ำรินอยู่ที่ฉาก น้ำรินใส่ชุดเก่าเมื่อตอนเป็นดวงจิตมานั่งข้างๆ
เหยี่ยวหน้าขรึม แต่น้ำรินยิ้มหวาน ช่างภาพชะโงกออกมาจากกล้อง
“ตอนถ่ายเดี่ยวยิ้มแฉ่ง แต่ถ่ายกับแฟนหน้าบึ้งเลยนะครับ ยิ้มหน่อยสิครับ”
น้ำรินหันมาคะยั้นคะยอ เหยี่ยวฉีกยิ้มอย่างจำใจ น้ำรินเห็นท่าทางของเหยี่ยว รอยยิ้มก็หดหายไป แววตาเต็มไปด้วยความเศร้า

เหยี่ยวมองดูภาพคู่ที่อยู่ในมือ ทั้งคู่ยิ้มแบบฝืนๆ แววตาของเหยี่ยวไร้ความรู้สึก แต่น้ำรินเต็มไปด้วยความเศร้า
น้ำรินวางภาพอีกภาพลงข้างๆ เป็นรูปเหยี่ยวยิ้มกว้างคนเดียว เพราะถ่ายน้ำรินไม่ติด
“ผมเคยถ่ายรูปที่นี่จริงๆด้วย”
“ตอนนั้นฉันบอกให้คุณเก็บรูปไว้เปรียบเทียบว่ารูปไหนคุณจะยิ้มหล่อกว่ากัน”
เหยี่ยวจิ้มที่รูปเดี่ยว
“ผมว่ารูปนี้หล่อกว่านะ ถ้าคุณบอกว่ารูปบันทึกความรู้สึกได้ ตอนนั้นผมต้องมีความรักอยู่แน่ๆเลย ดูสิหน้าอินเลิฟชัดๆ คุณจำได้มั้ยว่าผมรักใคร”
คำถามของเหยี่ยวทำให้น้ำรินสะเทือนใจจนพูดไม่ออก
“คุณจำไม่ได้จริงๆเหรอคะ”
เหยี่ยวส่ายหน้า น้ำตาของน้ำรินเอ่อขึ้นมา แม้จะพยายามกลั้นอย่างเต็มกำลัง

เหยี่ยวกับน้ำรินเดินเข้ามาในลานจอดรถ
“แปลกนะ ผมเคยเกลียดกลัวการนั่งรถมาก แต่ตอนนี้ไม่รู้สึกอะไรแล้ว”
“คนเราจะสู้กับความกลัว ก็ต้องเผชิญหน้ากับความจริง”
เหยี่ยวยิ้ม เมื่อนึกขึ้นได้
“เออ มีคนเคยบอกผมแบบนี้เลย เค้าบอกให้ผมนั่งรถจนกว่าจะหายกลัวไปข้างนึง”
น้ำรินยิ้มอย่างมีความหวังว่าความทรงจำของเหยี่ยวกำลังจะกลับมา

บนดาดฟ้าของอาคารสูง มือปืนที่ซุ่มดูอยู่ แนบตาที่กล้องเล็ง แล้วจ่อปืนตรงมา
ภพธรมองวิวนอกตึก สีหน้านิ่งโหด ขณะคุยกับมือปืนผ่านสมอลล์ทอล์ค
“พบเป้าหมายใช่มั้ย?”
“ล็อกเป้า พร้อมยิง รอคำสั่งยืนยัน”
ภพธรสีหน้าเครียด เหมือนกำลังตัดสินใจอีกครั้ง
ปลายนิ้วมือปืนพร้อมกระแทกลงที่ไกปืน ขณะที่ส่องกล้องไปที่เป้าหมาย
“กรุณายืนยันคำสั่ง”
ภพธรถอนหายใจยาวคล้ายตัดสินใจได้เด็ดขาด
“ยิง”
มือปืนกกระแทกไกส่งกระสุนยิงออกไปทันที

ภพธรเผลอปัดมือถือร่วง จึงก้มลงไปเก็บ กระสุนจึงพุ่งผ่านไปโดนขวดน้ำแร่อย่างหวุดหวิด
ภพธรหันไปทางต้นทางของกระสุนปืนด้วยสีหน้าตกใจ ปลายกระบอกปืนของมือปืน เล็งตรงมาที่ระเบียงของภพธร
“มึงทรยศกู”
กระสุนปืนพุ่งตามมาอีกหลายนัด ภพธรรีบกระโดดพุ่งตัวเข้าไปในห้อง ก่อนที่จะรีบวิ่งตรงไปที่ลิฟต์
พลันมือปืนออกมาจากลิฟต์มาพอดี
ภพธรรีบวิ่งไปที่บันไดหนีไฟ มือปืนวิ่งตาม พลางไล่ยิงกระหน่ำไม่ลดละ
ภพธรตัดสินใจเปิดประตูวิ่งกลับเข้าไปในอาคารอีกครั้ง

ภพธรวิ่งหนีอย่างหอบเหนื่อยมาที่ลิฟต์ พร้อมกับกดลิฟต์รัวๆ ขณะที่มือปืนยังวิ่งตามมา เขาจึงตัดสินใจวิ่งลงบันได แต่มือปืนอีกคน ที่กำลังขึ้นมา ลั่นกระสุนใส่ ภพธรเอี้ยวหลบ แล้วรีบวิ่งกลับขึ้นมาเข้าไปในอาคาร แล้วรีบลงลิฟท์ไปก่อนที่มือปืนจะไล่ตามมาทัน
ที่ด้านหน้าคอนโด สงคราม ดารณี นำกำลังตำรวจมาปิดล้อม
“กระจายกำลังล้อมไว้ จับกุมตัวภพธรให้ได้”
ภพธรที่กำลังจะวิ่งมาที่ประตู ได้ยินก็ตกใจ ถอยหลังแล้ววิ่งไปทางด้านหลังคอนโด
สงครามกับดารณีเข้ามาก็เห็นหลังภพธรวิ่งไปไวๆ จึงรีบไล่กวดไป

ภพธรซ่อนตัวอยู่หลังประตู ถือท่อนเหล็กอยู่ในมือ ฟาดเข้าใส่ สงครามรับท่อนเหล็กไว้ได้ ภพธรผลักดารณีล้มลงแล้ววิ่ง
รถคันหนึ่งวิ่งเข้ามาจอด
“ขึ้นมา”
นับดาวยื่นออกมาจากกระจกฝั่งคนขับ ยิงใส่สงครามและดารณี ภพธรกระโดดขึ้นรถ สงครามและดารณีรีบหลบ แล้วยิงโต้ตอบ แต่รถแล่นออกไปแล้ว ทั้งคู่มองตามอย่างเจ็บใจ

นับดาวพาภพธรเข้ามาในบ้านนุติ ภพธรมองนับดาวอย่างซาบซึ้ง
“คิดไม่ถึงว่าเวลาคับขันที่สุด ดาวกลับเป็นคนช่วยพี่”
ภพธรดึงนับดาวมาซบที่บ่า
“พี่ธรทำร้ายดาว ทำเหมือนไม่เคยมีดาวอยู่ในหัวใจเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ถึงยังไงดาวก็ยังรักพี่ธร รักมากที่สุด ชีวิตนี้คงรักใครไม่ได้เท่านี้อีกแล้ว ดาวรักจนปล่อยให้พี่ธรต้องตกเป็นอันตรายเพราะคนอื่นไม่ได้ ดาวไม่ยอมให้พี่ธรต้องตาย ด้วยน้ำมือคนอื่น”
พลันเสียงปืนก็ดังขึ้นมา ภพธรสะดุ้งเฮือกสุดตัว สีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“รักมากเท่าไหร่ก็แค้นมากเท่านั้น”
นับดาวผละออกจากตัวภพธร ที่เต็มไปด้วยเลือด ก่อนจะล้มลง
“พอกันที กับชีวิตชั่วๆ ของพี่ธร”
นับดาวลูบแก้มของภพธรอย่างอ่อนโยน เต็มไปด้วยความรัก ครู่หนึ่งก็ยืนขึ้น ปล่อยให้ร่างภพธรอยู่ตรงนั้น พลางมองศพอย่างเหม่อลอย ดวงตาแข็งกร้าวแต่ไม่มีน้ำตา จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออก
“ศูนย์รับแจ้งเหตุฯ 191 ครับ”
“ฉันมีเรื่องจะสารภาพ ฉันเพิ่งฆ่าคนตาย”
นับดาวเดินออกไป พร้อมๆ กับที่ภพธรลืมตาขึ้นมา
“เรายังไม่ตาย”
แต่เมื่อหันไปมองข้างๆ กลับเห็นศพตัวเองนอนจมกองเลือดอยู่ที่เดิม สีหน้าภพธรไม่ยอมรับว่าตัวเองกลายเป็นวิญญาณไปแล้ว
ภพธรตาเหลือกด้วยความหวาดกลัว เมื่อมองไปที่พื้นเบื้องหน้าตัวเอง ซึ่งปรากฏเป็นแผ่นดินแยกออก เกิดมีแสงแห่งเปลวไฟสีส้มฉาดฉายออกมาจากรอยแยก มือสีดำจำนวนมากโผล่ขึ้นมาจากรอยแยกนั้น ดึงวิญญาณของภพธรลงไปในรอยแยก พร้อมๆ กับเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสของภพธร
ฉับพลันแผ่นดินก็ปิดสนิทแนบเหมือนเก่า

ธารานุ่งขาวห่มขาวนั่งฟังแม่ชีเทศน์อยู่ที่ใต้ต้นไม้ร่มรื่น ด้วยใจสงบ
“การบริจาคเงินและสถานที่เพื่อสร้างสถานปฏิบัติธรรมของคุณ เป็นอานิสสงส์ที่ยิ่งใหญ่ จะสร้างความสงบและชีวิตที่ดีให้กับคนได้อีกหลายคน”
“ชีวิตในอดีต...ทำให้ดิฉันรับรู้ ความโกรธอันตรายยิ่งกว่าไฟ ไฟเสมอด้วยโกรธไม่มี เราต้องดับไฟด้วยน้ำ ดับความโกรธด้วยการอภัย ต่อไปนี้ชีวิตของฉันจะเปลี่ยนไปแล้ว การให้อภัยคือทานอันยิ่งใหญ่ อานิสสงส์ของอภัยทานคือความสุขจากการเป็นผู้ให้ ที่เหนือกว่าการให้ทั้งปวง ”

น้ำรินเดินนำเหยี่ยวเข้ามาที่ชายหาด เหยี่ยวยังมีสีหน้างงๆ จากนั้นก็ค่อยๆ นึกขึ้นได้
“ที่นี่ ผมเคยมาที่นี่”
สีหน้าเศร้าสร้อยของน้ำริน ค่อยๆ จุดประกายความหวังขึ้นมาใหม่
“คุณจำได้เหรอ”
น้ำรินยิ้มดีใจ น้ำตาคลอ
“ที่นี่มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย มันเป็นที่แห่งความทรงจำของคุณและฉัน คุณเคยเจอเด็กผู้หญิงคนนึงที่นี่”
“เด็กผู้หญิงคนนั้นร้องไห้เพราะโดนคลื่นซัดทราย รูปหายไป ผมก็เลยช่วยวาดให้ใหม่ที่ตรงนี้”
น้ำรินยิ้ม “ในที่สุดคุณก็จำได้แล้วคุณจำได้มั้ยคะว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นคือใคร”
แต่เหยี่ยวกลับทำท่าเหมือนจำไม่ได้
“คุณต้องจำได้สิ”
น้ำรินเริ่มใจเสีย เหยี่ยวสีหน้าครุ่นคิด...

ธาราพนมมืออธิษฐานกับพระประธานในโบสถ์
“ข้าพเจ้าขออโหสิกรรม กรรมใดที่ทำแก่ผู้ใด ในชาติใดๆ ก็ตาม ขอให้เจ้ากรรมและนายเวร จงอโหสิกรรมให้กับข้าพเจ้าและครอบครัว อย่าได้จองเวรจองกรรมกันต่อไปอีกเลย แม้แต่กรรมที่ใครๆ ได้ทำกับข้าพเจ้าก็ตาม ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมให้ทั้งสิ้น และขอยกถวายพระพุทธเจ้าเป็นอภัยทาน เพื่อข้าพเจ้ากับครอบครัวอันเป็นที่รักจะได้ไม่มีเวรกรรมต่อผู้ใดอีกแล้ว”

น้ำรินยังคงมุ่งมั่นกับการพยายามรือฟื้นความทรงจำของเหยี่ยวด้วยคำพูด และเหตุการณ์ต่างๆ
เหยี่ยวนิ่งฟัง และครุ่นคิดตาม
พลันเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยง ก็ดัวงเข้ามา พร้อมกับความทรงจำของเหยี่ยว
“ผมรักคุณ”
“คุณจำได้ฉันได้แล้ว”
เหยี่ยวพยักหน้า ทั้งสองคนกอดกันแน่นด้วยความดีใจ
เหยี่ยวผละออกจากน้ำริน แล้วค่อยๆหอมแก้มเธอ
“ผมจำได้นะว่าตอนเด็กๆ คุณเคยขโมยหอมแก้ม แล้วผมบอกว่าถ้าคุณกลับเข้าร่างได้เมื่อไหร่ ผมจะทวงหนี้ทันที”
น้ำรินหัวเราะทั้งน้ำตา เหยี่ยวหอมแก้มน้ำรินอีกครั้ง ก่อนที่ทั้งคู่จะงกอดกันด้วยความรักและดีใจที่สุด
ในชีวิต

ธารามองสายตาอันเปี่ยมด้วยความเมตตาของพระประธานแล้วเกิดความปิติในใจจนน้ำตาคลออย่างไม่รู้สึกตัว พลางก้มลงกราบ แล้วสะดุ้งเบาๆ ก่อนที่จะจับที่ขาตัวเองด้วยความประหลาดใจ
“ขาของฉัน? ขาฉันมีความรู้สึกแล้ว?”
ธาราหันไปมองพระประธาน พนมมือ น้ำตาไหลอาบลงมาที่แก้ม
“ขอบคุณความเมตตาและความดีที่ยังมีอยู่บนโลกใบนี้”

หมอและพยาบาลเข็นเตียงธาราออกมาจากห้องผ่าตัด
“การผ่าตัดสำเร็จด้วยดีครับ”
เหยี่ยว น้ำริน และสงคราม ยิ้มด้วยความดีใจ

สงครามวางช่อดอกแก้วลงบนมือของธารา พลางยิ้มให้เธออย่างมีความสุข ธารายิ้มอย่างดีใจเหลือบมองดูช่อดอกแก้วในมือ
“ขอบคุณมาก สำหรับช่อดอกแก้วที่สูงที่สุด สวยที่สุด”
“ถึงตอนนี้มันอาจจะไม่ใช่ดอกไม้ที่คุณชอบที่สุด แต่ผมก็จะเก็บมาให้คุณทุกวันเหมือนเดิม”
“ฉันไม่ต้องการดอกไม้ที่สูงที่สุดหรือสวยที่สุดอีกแล้ว เพราะว่าตอนนี้ฉันมีเพื่อนรักแสนดีที่อยู่ใกล้ฉัน และจะอยู่ข้างๆ ฉันตลอดไป”
ธารากับสงครามมองตากันด้วยความรู้สึกดีๆ และความรักฉันเพื่อน

เหยี่ยวกับน้ำรินเดินเข้ามาอยู่ที่ศาลาริมน้ำ สีหน้าและแววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและผูกพันซึ่งกันและกันอย่างที่สุด
“ไม่น่าเชื่อนะว่าเราอยู่ด้วยกันไม่กี่เดือน แต่เหมือนอยู่ด้วยกันมาแล้วทั้งชีวิต”
น้ำรินยิ้มรับ “มีคนเคยบอกฉันเรื่องคู่แท้ คู่แท้ที่ตามติดข้ามภพกันมาตลอด ไม่รู้กี่ภพกี่ชาติ คุณเชื่อเรื่องแบบนี้มั้ย”
“เชื่อหรือไม่เชื่อ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ก็คือวันนี้ เวลานี้ ผมดีใจที่เรารักกัน”
พลางจับมือน้ำรินไปแนบที่หัวใจ
“คุณอยู่ในหัวใจผมเสมอ เพราะผมเกิดมาเพื่อรักคุณ”
น้ำรินน้ำตาคลอ ก่อนที่จะเหลือบมองที่นิ้วนางข้างซ้ายของตัวเอง ที่มีด้ายแดงผูกอยู่ข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างหนึ่งผูกติดกับนิ้วของเหยี่ยว
“หัวใจของเราสองคนมีด้ายแดงผูกติดกันไว้ ไม่ว่าเราจะไปเกิดในภพใดภูมิใดที่ไหนในโลก เราก็ต้องมาเจอกัน เพื่อรักกันและอยู่ด้วยกันตลอดไป”
เหยี่ยวกำมือตัวเองข้างที่คล้องด้ายแดง แล้วปล่อยมือให้แหวนเงินวงเล็กๆ ร่วงลงมาตามด้ายแดงไปที่นิ้วของน้ำริน
“แต่งงานกันนะ”
น้ำรินยิ้มทั้งน้ำตา เหยี่ยวสวมแหวนให้น้ำริน แล้วก็มองหน้ากันด้วยความรัก
“ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะรักกันตลอดไปนะน้ำริน”
น้ำรินยิ้มกอดเหยี่ยวไว้ด้วยความรักเช่นกัน
“ไม่ว่าชาติไหน ภพไหน เราจะเป็นคู่แท้ของกันและกันค่ะเหยี่ยว”
เหยี่ยวกับน้ำรินเดินจูงมือกันเหมือนกำลังจะออกมาจากศาลา เดินมาตามทางเดินไม้ที่เข้ามายังในบ้าน แต่แล้วทั้งคู่กลับได้ยินเสียงร้องไห้ของผู้หญิงคนหนึ่ง
เหยี่ยวกับน้ำรินหันมามองหน้ากันด้วยความสงสัย หันหลังกลับไปมอง กลับเห็นผู้หญิงสาวผมยาวคนหนึ่งกำลังนั่งร้องไห้อยู่ที่ศาลา
ทั้งคู่เดินตรงเข้ามาหาผู้หญิงคน
“คุณ คุณเป็นอะไร”
“ทำไมมานั่งร้องไห้อยู่ที่นี่คะ”
ผู้หญิงสาวสวยคนนั้นเงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าเปื้อนยิ้มด้วยความยินดี
“ คุณเห็นฉันเหรอคะ ?”

Love is composed of a single soul inhibiting two bodies
“ความรักคือหนึ่งวิญญาณที่แบ่งอยู่ในสองร่าง”
อริสโตเติล นักปราชญ์ชาวกรีก...

********อวสาน*********

อ่านละคร ภพรัก ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 12 ธ.ค. 57

ละครภพรัก บทประพันธ์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก บทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก กำกับการแสดโดย : ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์
ละครภพรัก ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด
ละครภพรัก ควบคุมการผลิตโดย : สินจัย เปล่งพานิช
ละครภพรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2557
ละครภพรัก ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 3 และ ช่อง 3 HD
ที่มา ไทยรัฐ