อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 12/4 วันที่ 11 ธ.ค. 57

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 12/4 วันที่ 11 ธ.ค. 57

นุติมองหน้าธาราอย่างลำบากใจมาก
“ไม่เห็นแก่ความเป็นเพื่อนของเราเลยเหรอธารา สามีคุณเป็นเพื่อนสนิทผม ถ้าเค้ารู้ว่าคุณทำกับผมแบบนี้.เค้าต้องไม่ยอม”
ธาราพูดเสียงดัง “เค้าต้องเข้าใจค่ะ มันเป็นวิถีของธุรกิจ ปลาใหญ่ย่อมกินปลาเล็ก บริษัทคุณไปไม่รอดแล้ว ถ้าไม่ใช่ฉัน.ก็ต้องเป็นคนอื่น”

นุติกัดกรามกรอดด้วยความแค้น แต่ทำอะไรไม่ได้ จึงต้องยอมเซ็นเอกสาร ธารายิ้มอย่างพอใจ

“สองวันหลังจากนั้น นุติก็ฆ่าตัวตาย”
ธาราเล่าด้วยความสะเทือนใจ
“ฉันรับภพธรมาเลี้ยงเพื่อมนุษยธรรม ภพธรเป็นคนดี ฉลาด หัวไว ฉันหวังให้เป็นทายาทดูแลกิจการและน้ำรินแทนฉันในอนาคต”
“แต่ผมกลับคิดว่า การเลี้ยงลูกเสือลูกจระเข้ ไม่ได้แปลว่ามันจะรู้บุญคุณคนเลี้ยงเสมอไป”
ธารามองหน้าสงคราม
“ถ้าคุณจะพูดให้ฉันระแวง บอกเลยว่าไม่สำเร็จ ฉันเลี้ยงภพธรมาฉันรู้ว่าเค้าเป็นคนยังไง”
จบประโยคก็เข็นรถเข้าบ้านไป สงครามมองตามด้วยความหนักใจและเป็นห่วง



เหยี่ยวกับน้ำรินนั่ง คุยกันอยู่ที่ริมน้ำบรรยากาศดี น้ำรินยังคงสะเทือนใจกับเรื่องที่ไปพบธาราผู้เป็นแม่ แต่ไม่สามารถสื่อสารกันได้
“สรุปว่าเธอชื่อน้ำริน เป็นลูกของคุณธาราที่หายไป”
น้ำรินพยักหน้าพร้อมกับสะอื้น “ฉันพยายามบอกแม่ว่าฉันกลับมาแล้ว แต่แม่ไม่ได้ยิน”
“โลกนี้มีผมเห็นดวงจิตคุณอยู่คนเดียว เราจะทำยังไงต่อไปดี มันต้องมีทางสิ”
“วันนี้คุณหายไปไหนมา”
“ผมไปสืบหาร่างคุณ ตรงที่เราเจอกันครั้งแรก แต่ยังไม่พบเบาะแสอะไร นอกจาก..”.
ภาพของวิญญาณชลชาติที่แฝงอยู่ในหน้าคนเมายา แว่บเข้ามาในความทรงจำ เหยี่ยวปลี่ยนใจไม่อยากพูดให้น้ำรินไม่สบายใจ
“ไม่มีอะไรหรอก นอกจากหลักฐานเดิมๆ น่ะ”

เช้ารุ่งขึ้น เหยี่ยวพาน้ำรินไปหาหลวงตาเคี้ยงที่วัด
“หมวดมีอะไรกับหลวงตาเรอะ”
เหยี่ยวส่ายหน้า “ผมไม่มีหรอกครับ แต่คนข้างๆเค้ามี”
หลวงตาเคี้ยงระแวงทันที “คนข้างๆ แน่ใจรึว่าคน”
เหยี่ยวยิ้มขำ รู้ว่าหลวงตาเคี้ยงกลัวผี
“ถ้ายังไง บอกโยมให้นั่งรอที่หน้าประตูก็ได้นะ หลวงตาสวดดัง ได้ยินถึง”
เหยี่ยวพยักหน้า น้ำรินถอยออกไปทางประตู
เหยี่ยวยื่นชุดสังฆทานให้หลวงตาเคี้ยง
“เค้าอยากทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร และขอให้สิ่งที่ปรารถนาได้ประสบความสำเร็จครับ”
“บุญต้องสะสมไม่ใช่ว่าขอปุ๊บแล้วได้ปั้บ แต่เอาเถอะ พนมมือ ว่าตามหลวงตา”
เหยี่ยวกับน้ำรินพนมมือ แล้วสวดมนต์ตามไป

เหยี่ยวกับน้ำรินเดินเข้ามามองบ้านธารา
“คุณว่าวิธีนี้จะเวิร์คเหรอ” น้ำรินถามอย่างลังเล
“ไม่ลองก็ไม่รู้”
พูดพลางเอื้อมมือไปกดกริ่ง

เหยี่ยวนั่งคุยกับธารา โดยมีน้ำรินนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งคู่
“ลูกสาวฉันเป็นดวงจิต ไม่มีร่างกายอย่างงั้นเหรอ”
“ครับ”
ธารามองเหยี่ยวด้วยสายตาไม่เชื่อถือ “แล้วยังไง”
“เธอกำลังตามหาร่างของเธออยู่ ถ้าหาเจอ เธอก็จะกลับมาหาคุณได้”
“แล้วตอนนี้ดวงจิตที่คุณว่าอยู่ที่ไหน”
“ที่นี่”
ธาราชะงัก มองไปรอบๆ ตัว “ที่นี่งั้นเหรอ?”
“เธอต้องการพบคุณ”
ธาราจ้องหน้าเหยี่ยว “คุณรู้ได้ยังไง ในเมื่อลูกของฉันเป็นดวงจิต”
“ผมเป็นคนเดียวที่มองเห็นดวงจิตของน้ำรินครับ”
ธารามองเหยี่ยวด้วยแววตาโกรธ เพราะคิดว่ากำลังเล่นตลกอะไรกับเธอ
“คุณธาราต้องเชื่อผมนะครับ คือมันอาจจะฟังดูเหลือเชื่อ แต่มีผมคนเดียวที่มองเห็นน้ำริน เธอไม่เหลือใครอีกแล้ว”
ธารานิ่งมองไปรอบๆ แต่ยังไม่ปักใจเชื่อ
“บอกแม่สิว่าฉันคิดถึงแม่มาก” น้ำรินเอียงหน้ามาบอกเหยี่ยว
“น้ำรินบอกว่าคิดถึงคุณมาก”
“น้ำคิดถึงฉัน”
เหยี่ยวกับน้ำรินรับคำพร้อมกัน ธาราทนไม่ได้ ระเบิดอารมณ์เสียงดังลั่น
“หมวดบ้าไปแล้วเหรอ ถึงขาฉันจะพิการ แต่สติปัญญาฉันไม่ได้พิการนะ หมวดต้องการอะไรถึงมาเล่นตลกกับฉันแบบนี้ คุณเห็นความทุกข์ของฉันเป็นเรื่องล้อเล่นงั้นเหรอ”
เหยี่ยวพยายายามอธิบาย
“ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องเหลือเชื่อ แต่มันเป็นเรื่องจริง น้ำรินอยู่ที่นี่ ข้างๆ ผม”

“พอแล้ว ฉันไม่อยากได้ยินคำพูดเหลวไหลไร้สาระจากหมวดอีกแล้ว ออกไป ออกไปก่อนที่ฉันจะรายงานผู้บังคับบัญชาของคุณ ฉันบอกว่าให้ออกไป”
น้ำรินเดินเข้ามามองปฏิทินแขวนบนผนัง สีหน้าสลดลง

“เวลาของฉันใกล้จะหมดแล้ว ฉันเหลือเวลาอีกสี่วันพระที่ต้องตามหาร่างให้เจอ ไม่อย่างนั้น ฉันก็จะกลายเป็นวิญญาณตลอดไป”
เหยี่ยวตกใจ “ทำไมไม่เคยบอกเรื่องนี้กับผม”
“ฉันไม่รู้ว่ามันสำคัญสำหรับคุณ”
“คุณสำคัญสำหรับผมที่สุด”
เหยี่ยวพูดอย่างจริงใจ ทั้งคู่สบตากัน สื่อความรักและความผูกพันทางสายตา
“ถึงต้องแลกด้วยชีวิต ผมจะต้องช่วยคุณให้ได้ ผมจะไม่ยอมให้คุณ กลายเป็นวิญญาณเด็ดขาด ผมอยากเห็นคุณมีความสุข...”
เหยี่ยวพูดแล้วชะงักไป น้ำรินยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
“กับภพธร คู่หมั้นของคุณ”
น้ำรินหุบยิ้ม และเจ็บในใจขึ้นมาทันที เหยี่ยวก็อยู่ในอาการไม่ต่างกัน เมื่อคิดว่าต่างคนต่างรอเวลาเพื่อจะจากกันในไม่ช้า

เหยี่ยวกับจ่านกน้อย นั่งอยู่ในรถ พร้อมกับส่องกล้องทางไกลไปที่หน้าบริษัทรินธารากรุ๊ป โดยไม่ทันสังเกตว่ามีสายตาลึกลับซุ่มดูอยู่ห่างๆ
น้ำรินนั่งอยู่เบาะหลัง ยื่นหน้ามาถาม
“คุณมาทำอะไรที่นี่”
“วันนี้เราจะเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของภพธรอยู่ที่นี่ทั้งวัน”
น้ำรินถึงกับชะงักเมื่อได้ยินชื่อภพธร พลางครุ่นคิดเหมือนกำลังจะทำอะไรบางอย่าง พอนกน้อยเปิดประตูรถลงไป เธอก็รีบลงตาม แล้วเดินเข้าไปที่บริษัทธารากรุ๊ป โดยไม่เฉลียวใจว่ามีใครบางคนเดินตามหลังไปด้วย
ที่แท้สายตาลึกลับที่จ้องมอง และเดินตามน้ำริน ก็คือผียายปริกนั่นเอง
“หล่อนมาทำอะไรที่นี่”
“มาหาพี่ธร”
พูดจบก็เดินไป ผียายปริกบ่นอุบอิบๆ แต่ก็เดินตาม

น้ำรินเดินมาหยุดมองที่ป้ายบอร์ดบริหารของบริษัท เห็นชื่อภพธรในตำแหน่ง MD. และธาราในตำแหน่งประธาน
“เชื่อฉันเถอะ ต่อให้หล่อนเจอหน้าพี่ธรแบบจั๋งๆ หล่อนก็ไม่รู้สึกเสียวซ่านหัวใจหรอก”
ผียายปริกที่ตามมารีบบอก
“ไม่จริงหรอก พี่ธรเป็นคู่หมั้นฉัน เค้าอาจจะได้ยินสิ่งที่ฉันพูด หมวดเหยี่ยวยังได้ยินเสียงฉันเลย”
พูดจบก็หันไปเห็นภพธรเดินมาพอดี น้ำรินเดินออกไป ผียายปริกเจื้อยแจ้วต่อ โดยไม่รู้ว่าน้ำรินเดินไปแล้ว
“คนที่จะได้ยินหล่อนไม่ใช่เป็นแค่คู่หมั้นธรรมดา แต่ต้องเป็นคู่แท้ของหล่อน อ้าว ไปไหนแล้ว”
พลางหันซ้ายหันขวา แต่ก็หาน้ำรินไม่เจอแล้ว

น้ำรินตามมาแต่ไม่ทัน เพราะภพธรขึ้นรถออกไปแล้ว เธอถอนหายใจอย่างผิดหวัง พอหันมาอีกที ก็เจอนับดาวที่หอบเอกสารเดินออกมามองตามรถภพธร แววตามีเลศนัย น้ำรินมองนับดาวอย่างจำได้
เหยี่ยวซุ่มดูอยู่หน้าบริษัท เห็นรถของภพธรแล่นออกไป ก็รีบให้นกน้อยขับตามไปทันที

น้ำรินนั่งมาในรถกับนับดาว ที่ขับรถเข้ามาจอดที่หน้าคอนโดของภพธร จากนั้นก็เดินตามมาติดๆ โดยที่นับดาวไม่รู้ตัว
นับดาวเดินเข้าไปในคอนโด เข้าไปหยิบจดหมายจากตู้จดหมาย
“เป็นเลขาพี่ธร เธอต้องรู้จักฉันแน่ๆ นี่เธอ ได้ยินฉันมั้ย”
นับดาวกดลิฟต์แล้วเดินเข้าไป น้ำรินรีบเดินทะลุประตูลิฟต์ตามเข้าไป

นับดาวไขกุญแจเข้าห้องภพธร แล้วรีบปิดประตู พลางวางปึกจดหมายในมือที่โต๊ะข้างหน้าแล้วเดินเข้าไปในห้อง
น้ำรินเดินทะลุประตูเข้ามาอ่านหน้าซองจดหมาย เห็นเป็นชื่อภพธร
“ภพธร ที่นี่เป็นคอนโดพี่ธรล่ะสิ เลขามาทำไมที่คอนโดของเจ้านาย? ถ้าจะเอาเอกสารมาให้เซ็น ก็เอาไปให้เซ็นที่ทำงานก็ได้”
นับดาวเดินเข้าไปในห้องนอน น้ำรินเดินสำรวจดูรอบๆ ห้อง

ภพธรขับรถแล้วมองกระจกหลัง แล้วรู้สึกเอะใจ จึงมองที่กระจกส่องหลัง เห็นรถนกน้อยตามอยู่ห่างๆแล้วค่อยเบี่ยงหลบไปหลังรถคันอื่น
ภพธรรู้ตัวว่ามีรถตาม ก็เร่งความเร็วรถขึ้น นกน้อยเร่งความเร็วและแซงรถคันอื่นไปจนใกล้รถของภพธรโดยมีรถอีกคันคั่นกลาง
“เส้นนี้ออกนอกเมือง ถ้าเราโชคดี อาจจะได้เจอคลังยาเสพติดของมัน”
ขาดคำเหยี่ยว ภพธรก็หักเลี้ยวตรงที่กลับรถอย่างรวดเร็ว นกน้อยเบรกไม่ทัน
“ไปกลับรถข้างหน้าเลยจ่า ด่วน”
เหยี่ยวหันมองรถภพธรอย่างไม่อยากให้คลาดสายตา ในขณะที่นกน้อยรีบกลับรถตามรถภพธรไป

น้ำรินเดินเข้ามาในห้องนอนภพธร สิ่งแรกที่สะดุดสายตาคือรูปถ่ายนับดาวกับภพธรที่อยู่บนโต๊ะ
ข้างเตียง
นับดาวเดินออกมาจากห้องน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดอยู่กับบ้านเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็เดินไปกดเปิดเพลงที่เครื่องเสียง หน้าตามีความสุขมาก
น้ำรินมองตามอย่างไม่เข้าใจ
นับดาวหยิบโทรศัพท์ออกมาหาภพธร แต่เป็นระบบฝากเสียง
“พี่ธรคะ เย็นนี้อยากกินอะไร ดาวติดต่อพี่ไม่ได้ ถ้างั้นดาวจะทำไก่อบซอสมะนาวของโปรดพี่ธรให้ทานนะคะ”
น้ำรินยืนเท้าเอวมอง
“นี่เธอ ทำตัวเป็นเมียเค้ามากกว่าเลขาอีกนะ”
นับดาวเริ่มเตรียมกับข้าวให้ภพธรอย่างมีความสุข ท่ามกลางสายตาไม่เข้าใจของน้ำริน

ธาราถือธูปหนึ่งดอกไหว้อัฐิของนุติ แล้วมองรูปด้วยความเสียใจ
“ถึงเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ฉันก็ยังเสียใจที่เป็นต้นเหตุ ทำให้เกิดเรื่องร้ายแรงกับเธอและครอบครัว”
ธาราเอื้อมมือไปปักที่กระถางธูป สงครามส่งช่อดอกกุหลาบสีขาวให้ ธารานำมาวางไว้ที่ข้างกระถางแล้วพูดกับรูปนุติ
“ฉันขอโทษนะนุติ”
ธาราพูดกับสงคราม ขณะที่กำลังเข็นรถเธอมาตามทางเดินที่ทอดยาว
“สิ่งที่ฉันพยายามชดใช้ให้ภพธร มันเทียบไม่ได้กับการที่เค้าต้องเสียพ่อไป แต่ฉันมั่นใจว่าภพธรรู้ถึงความตั้งใจของฉัน “
“ถึงมั่นใจก็อย่าประมาท”
“หมาแมวยังซื่อสัตย์กับเจ้าของ แล้วนี่คนทั้งคน จะไม่รู้จักบุญคุณเชียวเหรอ คุณเลิกสงสัยเค้าได้แล้ว”
สงครามพูดอย่างจริงจัง
“ตราบใดที่ชีวิตคุณยังอยู่ในอันตราย ผมเลิกสงสัยใครไม่ได้ ดอกแก้วของผมจะต้องอยู่ในที่ๆ สูงและปลอดภัยที่สุด”
พอสงครามกับธาราออกไป ภพธรก็ก้าวออกมาจากที่ซ่อน เดินเข้าไปตรงหน้าที่เก็บอัฐิของนุติ พลางมองรูปพ่อด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตั้งใจแรงกล้าและความแค้นที่ฝังลึก
เหยี่ยวกับนกน้อยย่องเข้ามาแอบซุ่มดูอยู่ไกลๆ แต่บังเอิญเสียงวิทยุสื่อสารดังขึ้น นกน้อยรีบปิดเสียง
ภพธรยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าที่เก็บอัฐิ พลางปรายหางตามองไปทางที่ซ่อนของเหยี่ยวและนกน้อยแว้บนึง ก่อนจะก้มลงกราบลาที่เก็บอัฐิของนุติ แล้วเดินออกไป เหมือนไม่รู้ว่ามีคนแอบตาม

ภพธรปักธูปลงบนกระถาง แล้วก้มกราบพระ เหยี่ยวกับนกน้อยแอบดูอยู่ที่หน้าต่างของโบสถ์ แล้วพบว่ามีภพธรนั่งอยู่คนเดียว
พลันเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ภพธรกดรับสาย
“ยืนยันตามนัดหมาย ผมจะรอที่เดิม”
ภพธรกดวางสาย แล้วหลับตาลงนั่งสมาธิ เหยี่ยวกับนกน้อยหันมาสบตากัน แล้วค่อยๆหลบเดินห่างออกมา
“ทำบาปในที่บุญ นัดซื้อขายยาเสพติดในโบสถ์ ยังกับจะให้พระเป็นพยานความชั่ว”
นกน้อยส่ายหน้าอย่างรับไม่ได้
“คนสมัยนี้ไว้ใจไม่ได้ ดูภายนอกอาจจะเป็นคนดี แต่ความจริงแล้วชั่วร้ายสุดๆ สงสารก็แต่ผู้หญิงที่ไปหลงเชื่อ”
เหยี่ยวคิดถึงน้ำรินอย่างเป็นห่วง
“ผู้หญิงคนไหนเหรอครับ”
“อ๋อ พูดถึงทั่วไปๆ น่ะ เรารอแถวนี้แหละ เดี๋ยวอีกฝ่ายคงมา”
ทั้งคู่ซุ่มรออยู่เป็นชั่วโมงก็ยังไม่มีใครมา เหยี่ยวรู้สึกผิดสังเกต รีบตรงไปยังประตูโบสถ์ทันที พอเข้าไปกลับเจอพระภิกษุ 1 รูป กำลังทำความสะอาด

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 12/4 วันที่ 11 ธ.ค. 57

ละครภพรัก บทประพันธ์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก บทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก กำกับการแสดโดย : ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์
ละครภพรัก ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด
ละครภพรัก ควบคุมการผลิตโดย : สินจัย เปล่งพานิช
ละครภพรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2557
ละครภพรัก ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 3 และ ช่อง 3 HD
ที่มา ไทยรัฐ