อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 12/5 วันที่ 11 ธ.ค. 57

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 12/5 วันที่ 11 ธ.ค. 57

“อ๋อ พูดถึงทั่วไปๆ น่ะ เรารอแถวนี้แหละ เดี๋ยวอีกฝ่ายคงมา”
ทั้งคู่ซุ่มรออยู่เป็นชั่วโมงก็ยังไม่มีใครมา เหยี่ยวรู้สึกผิดสังเกต รีบตรงไปยังประตูโบสถ์ทันที พอเข้าไปกลับเจอพระภิกษุ 1 รูป กำลังทำความสะอาด
“ผู้ชายที่นั่งสมาธิไปไหนแล้วครับ”

“ออกไปแล้วล่ะโยม”
เหยี่ยวกับนกน้อยงง
“แต่ผมนั่งอยู่หน้าประตูตลอด ทำไมไม่เห็นล่ะครับ”
“อ๋อ เค้าออกไปทางประตูหลังพระประธาน”
เหยี่ยวส่ายหน้าอย่างหงุดหงิด



ภพธรเอื้อมเข้ามาคว้าช่อกุหลาบขาว ที่วางอยู่ที่เก็บอัฐินุติ จากนั้นก็นั่งเรือไปอีกฟากของแม่น้ำไปขึ้นที่ท่าน้ำของสถานพยาบาลที่อยู่ริมแม่น้ำ
ภพธรก้าวลงจากเรือ ถือช่อกุหลาบขาวเข้าไปในสถานพยาบาล ตรงมาที่หน้าห้องพัก พยาบาลเดินออกมาพอดี
“คุณหมอมารอคุณภพธรตามนัด แต่ถูกตามตัวเข้าห้องผ่าตัดด่วนก็เลย ออกไปแล้วค่ะ”
“ไม่เป็นไร ผมติดธุระออกมาไม่ได้ คุณช่วยส่งรายละเอียดอาการคนไข้ กับค่าใช้จ่ายเข้าอีเมล์ผมด้วย”
พยาบาลรับคำ แล้วเดินไป ภพธรเปิดประตูเข้าไปในห้อง

ภพธรถือช่อดอกกุหลาบขาวเข้ามาในห้องคนไข้ แล้ววางลงข้างๆ ร่างหนึ่ง ที่ห่มผ้าสีขาว นอนหลับอยู่อย่างสงบบนเตียง พลางพูดด้วยน้ำเสียงและสายตาที่อ่อนโยน แต่ดูเหมือนมีอาการทางจิตนิดๆ
“พี่เอาดอกกุหลาบสีขาวที่เธอชอบมาฝาก เธอคงไม่ถือที่มันเคยเป็นดอกไม้ที่ใช้ไหว้คนตาย เพราะเธอเองก็ไม่ต่างกันซักเท่าไหร่”
ร่างน้ำรินที่นอนอยู่บนเตียง หลับตานิ่ง ภพธรลูบผมเธอด้วยความนุ่มนวลรักใคร่ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าแววตาเป็นเคียดแค้น
“วันนี้แม่ของน้องน้ำไปเยี่ยมพ่อพี่ด้วย คุณอาธาราบอกว่าเสียใจที่เป็นต้นเหตุทำให้พ่อพี่ตาย แต่มันโกหก มันไม่เคยเสียใจ พี่ถึงต้องทำให้มันเสียคนที่มันรักบ้าง มันจะได้รู้รสชาติของความสูญเสีย ชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต ถึงจะ
สาสม พี่ไม่ได้เกลียดเธอเลยนะน้ำริน แต่เธอผิดที่เกิดมาเป็นลูกนังธารา”
ภพธรยกหมอนไปที่หน้าน้ำริน แล้วกดหมอนแน่นขึ้นเรื่อยๆ
สัญญาณหัวใจและชีพจรเต้นผิดปกติทันที
ภายในใจของภพธรสับสน เพราะใจหนึ่งก็แค้น แต่อีกใจหนึ่งก็สงสาร ไม่อยากทำร้ายน้ำริน
พลางนึกถึงเหตุการณ์ช่วงที่นุติเสียชีวิต ภพธรยืนมองรูปพ่อแล้วร้องไห้
“พ่อครับ ผมอยู่ยังไงคนเดียว”
มือเล็กๆของน้ำรินสอดเข้ามาจับมือเขาไว้แน่น
“พี่ธรอยู่กับน้ำนะคะ น้ำจะดูแลพี่ธรเอง น้ำสัญญา”
ภพธรมองน้ำรินอย่างซึ้งใจ

ภพธรน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาเต็มเบ้า จากนั้นก็เหวี่ยงหมอนทิ้งไปทันที
“ทำไมเธอไม่ตายซะ ตั้งแต่ตอนที่พี่ทำให้เธอเกิดอุบัติเหตุ ถึงตอนนี้พี่ไม่รู้จะทำยังไงกับเธอ พี่ทนเห็นเธอตายต่อหน้าไม่ได้”
ภพธรดึงมือน้ำรินขึ้นมา แล้วซบหน้าลงบนมือน้ำตาคลอ

สงครามนั่งนวดเท้าให้ธารา ที่ชักเริ่มสงสารเขาขึ้นมาแล้ว
“ถามจริงๆเถอะค่ะ ทั้งๆ ที่ฉันวีนเหวี่ยงใส่คุณสารพัด คุณยังจะดีกับฉันอีกเหรอคะ”
“ผมไม่ได้เพิ่งรู้จักคุณแค่วันนี้ แต่รู้จักคุณมาทั้งชีวิตผม แค่ลม ทำให้ภูเขาสั่นคลอนไม่ได้หรอก”
สงครามมองด้วยสายตามีความหมาย แล้วก็ก้มหน้าก้มตานวดเท้าต่อ ธารารู้สึกอบอุ่นหัวใจ

ทางด้านน้ำรินก็ยืนกอดอกดูนับดาวทำตัวเสมือนเป็นเจ้าของห้อง อย่างสงสัยและหวาดระแวง
ภพธรเลี้ยวรถเข้ามาจอดในอาคารที่จอดรถของคอนโด พลันก็มีเสียงเตือนว่ามีอีเมลล์เข้ามา จึงรีบหยิบมือถือขึ้นมาโหลดอ่าน ปรากฎภาพใบวางบิลค่าใช้จ่ายของสถานพยาบาล
จังหวะเดียวกับที่นับดาวเปิดอีเมลล์ที่คอมพิวเตอร์ในห้องพอดี

“บิลค่าใช้จ่ายของสถานพยาบาล ?”
ภพธรเดินมาที่หน้าลิฟต์ พลางอ่านรายงานอาการของน้ำริน กับดูรายละเอียดค่าใช้จ่ายในมือถือ จากนั้นก็เดินเข้าลิฟต์ไป

นับดาวกวาดตาอ่านรายงานในคอมพิวเตอร์ แล้วก็ถลึงตาด้วยความโกรธจัด
“นังน้ำรินยังไม่ตาย”

ภพธรเปิดประตูเข้ามาในห้อง น้ำรินเดินออกมาจากห้องนอน ก็ยิ้มอย่างดีใจ
“พี่ธร”
นับดาววิ่งถลาออกมาจากห้องทำงาน
“พี่ธร”
นับดาวกอดแล้วหอมแก้มภพธรซ้ายขวาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
น้ำรินยืนมองด้วยอาการตะลึง อึ้ง และช็อก

ภพธรเดินเข้ามาในห้องทำงาน ไปนั่งที่โต๊ะทำงาน นับดาวอ้อมหลังไปกอดคอไว้ด้วยท่าที่สนิทสนม น้ำรินยืนมองที่มุมห้อง รู้สึกรับไม่ได้กับท่าทางสนิทสนมของนับดาว
ภพธรกดเปิดคอมพิวเตอร์ นับดาวรีบทำเสียงอ้อน
“อะไรคะ กลับมาก็ทำงานต่อเลยเหรอ พักหน่อยเถอะค่ะ ดาวแช่เบียร์เย็นๆไว้ ดื่มซักแก้วแล้วค่อยอาบน้ำดีมั้ยคะ “
ภพธรปลดมือนับดาวออกจากคอ นับดาวชะงักกับการโดนผลักออกเป็นครั้งที่สอง
“ไปพักผ่อนตามสบายเถอะ พี่ขอโอนเงินก่อน”
“บัญชีใครคะ ให้ดาวโอนให้ก็ได้”
ภพธรเสียงแข็งขึ้นมาทันที “ไม่ต้อง พี่ทำเอง”
“งั้นดาวนวดให้”
ภพธรปัดมือออก นับดาวก็หมดความอดทนกับอาการผลักไสของภพธร แล้วระเบิดอารมณ์โวยวายเสียงดังลั่น จนน้ำรินเองก็ตกใจ
“ดาว อย่าเพิ่งหาเรื่องได้มั้ย พี่เหนื่อย”
“แล้วไม่คิดว่าดาวเหนื่อยบ้างเหรอคะ ดาวต้องเอาอกเอาใจ คอยรับใช้พี่ทุกอย่าง ตั้งแต่ที่ทำงานยันบนเตียง”
น้ำรินช็อก แม้ว่าจะคาดคิดไว้ก่อนแล้วก็ตาม
“พี่เบื่อดาวแล้วใช่มั้ย พี่ยังรัก ยังคิดถึงนังน้ำรินมากใช่มั้ย”
ภพธรพยายามปราม “ดาว อย่างี่เง่าน่า”
“ดาวไม่ได้งี่เง่า พี่ธรนั่นแหละที่ไม่เหมือนเดิม พี่ไม่เคยมีความลับกับดาว”
นับดาวหลุดปาก ภพธรก็ชะงักระแวงทันที
“ความลับอะไร พี่ถามว่าความลับอะไร”
นับดาวรู้สึกตัวก็รีบบ่ายเบี่ยง
“ไม่รู้ค่ะ ดาวแค่สงสัย เพราะพี่ไปไหน ไปทำอะไรก็ไม่เคยบอกดาวสักครั้ง “
ภพธรเสียงแข็งขึ้นมาทันที
“แล้วทำไมพี่ต้องรายงานดาวด้วย ดาวเป็นใคร พี่เป็นใครอย่าลืมตัวลามปามให้มันมากนัก”
นับดาวโกรธจนน้ำตาไหล
“ใช่ซิ ดาวไม่ใช่น้ำรินนี่ ขนาดมันเป็นผู้หญิงเอาแต่ใจ ชอบกดหัวใช้คนอื่น ไม่เคยดูแลสนใจพี่ธรเลย พี่ก็ยังรักมัน”
น้ำรินฟังนับดาวพูดถึงตัวเองแล้วก็อึ้ง ภพธรรำคาญ รีบเดินออกไปจากห้องทำงาน แต่นับดาวยังคงตามตอแย ก่นด่าน้ำรินด้วยความเจ็บแค้น
“ดาวต่างหากที่ทำทุกอย่างเพื่อพี่ แต่พี่กลับไปรักนังผู้หญิงเห็นแก่ตัวนั่น ดาวเกลียดมัน เกลียดๆ ดาวเกลียดมัน ได้ยินมั้ย พี่ธรรักมันมากแค่ไหน ดาวก็จะเกลียดมันเป็นร้อยเท่าพันเท่า”
นับดาวพูดใส่หน้า ภพธรตาลุกวาว ดึงนับดาวเข้ามาประจัญหน้าใกล้ๆ
“น้ำรินไม่ใช่ผู้หญิงเห็นแก่ตัว เค้าเป็นคนดีกว่าที่เธอคิด เธอจะเกลียดชังน้ำรินเท่าไหร่ พี่ไม่สน แต่ถ้าเธอยังขืนพูดถึงน้ำรินในทางไม่ดีอีกแม้แต่คำเดียว ชาตินี้เราไม่ต้องเจอกันอีก”
พูดจบก็ผลักนับดาวออกแล้วเดินเข้าห้องนอนไป น้ำรินซึ้งใจที่ภพธรปกป้องเธอ
นับดาวหายใจแรงด้วยความโกรธแค้นหนักขึ้นกว่าเดิม
“ก็ได้ แต่โลกนี้จะต้องไม่มีคนชื่อน้ำรินอีกต่อไป”

“นับดาว ผู้หญิงคนนี้ต้องเกี่ยวข้องกับการที่ร่างฉันหายไป ดีไม่ดีอาจจะเป็นคนร้ายเองก็ได้”
น้ำรินบอกกับเหยี่ยว ขณะเดินคุยกันมาตามทาง
“ความเกลียดชังก็เป็นเหตุจูงใจอย่างนึง แล้วพี่ธรของคุณว่ายังไง”
แม้จะสงสัยภพธร แต่เหยี่ยวก็ไม่อยากถามออกไปชัดๆ
“พี่ธรพยายามปกป้องฉัน นับดาวก็เลยยิ่งคลั่ง เกลียดฉันเข้าไปใหญ่”
“พรุ่งนี้ผมจะลองตามเรื่องผู้หญิงคนนี้ดู เราเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ทำอะไรได้ก็ต้องรีบทำ”
ทั้งสองมองหน้ากัน ด้วยรู้ว่าเวลาใกล้หมดเต็มที
“ฉันอยากลองไปหาแม่อีกซักครั้ง คุณไปกับฉันได้มั้ย”
“ผมไม่มีวันปล่อยมือจากคุณ ผมจะไปกับคุณทุกที่”
เหยี่ยวมองตาน้ำริน สายตาเศร้า บ่งบอกถึงความรักหมดหัวใจ พลางดึงเธอเข้ามากอดไว้แนบอก น้ำรินรู้สึกเศร้าจนน้ำตาไหลออกมา
ในใจของทั้งคู่เต็มไปด้วยความขมขื่นด้วยรู้ว่าไม่นานต้องจากกัน

เหยี่ยวกับน้ำรินยืนกอดอกมองสายน้ำที่อยู่เบื้องหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวลใจเรื่องที่จะไปหาธาราอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น เพราะเกรงว่าธาราจะไม่เชื่อเรื่องที่เกิดขึ้น
“มีช่วงเวลาพิเศษของคุณกับแม่ที่รู้กันแค่สองคนมั้ยล่ะ”
เหยี่ยวถามอย่างจริงจัง น้ำรินหยุดคิดนิดหนึ่ง ก่อนจะตอบ
“แม่ฉันเป็นเวิร์คกิ้งวูแมน ทำงานตลอดเวลา แต่ถ้ามีเวลาว่างเมื่อไหร่ก็จะทุ่มเทให้ลูกทันที แม่ไม่เคยพลาดงานวันแม่ที่โรงเรียนเลย ฉันเป็นคนเดียวในโรงเรียนที่มีแม่มาร่วมงานวันพ่อ แล้วฉันก็ได้กราบแม่แทนพ่อ เพราะแม่เป็นทั้งพ่อและแม่ของฉัน”
เหยี่ยวหน้าสลด
“วันพ่อกับวันแม่เป็นวันที่เศร้าที่สุดสำหรับผม เพราะผมไม่มีทั้งสองอย่าง ผมแทบจะจำไม่ได้แล้วว่าความรู้สึกตอนโดนแม่กอดเป็นยังไง”
เหยี่ยวกอดตัวเองแน่นขึ้น ด้วยความโหยหาความอบอุ่น น้ำรินหันไปมอง ก่อนตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง
“ขอโทษนะ ที่ฉันเป็นแค่ดวงจิต คงทำให้คุณรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยไม่ได้”
น้ำรินกอดเหยี่ยวด้วยหัวใจ จนเขารู้สึกประหลาดใจ เพราะแม้ว่าร่างกายจะไม่ได้สัมผัสกันอย่างแท้จริง แต่ก็สัมผัสได้ถึงความรักของเธอที่มีต่อเขา
“ขอบคุณนะครับ ผมจะไม่ลืมความรู้สึกนี้เลย”

เหยี่ยวจูงจักรยานออกมาจากบ้าน น้ำรินเดินตามมาด้วย
ยายนวล นกน้อย ปลาทู ปูอัดยืนรอหลวงตาเคี้ยงบิณฑบาต เหยี่ยวจึงชวนน้ำรินเข้ามาสมทบ
ครู่หนึ่งหลวงตาเคี้ยงก็เดินมา เหยี่ยวรีบพนมมือ “นิมนต์ครับหลวงตา”
หลวงตาเคี้ยงเดินมารับบาตร เหยี่ยวจับทัพพีขึ้นมาตักข้าว แล้วหันมากระซิบกับน้ำรินเบาๆ
“ใส่บาตรด้วยกันสิน้ำ”
“ได้เหรอ”
เหยี่ยวพยักหน้า แล้วเว้นที่ให้น้ำจับทัพพีด้านบน แล้วก็ตักบาตรด้วยกัน
หลวงตาเคี้ยงกระซิบถามเหยี่ยว “น้ำคือผู้หญิงคนนั้นเหรอ”
เหยี่ยวพยักหน้า หลวงตาเคี้ยงหายใจเฮือกด้วยความกลัว แต่พยายามข่มไว้ ครั้นพอให้พรเสร็จก็รีบเปิดไปทันที
เหยี่ยวรีบขึ้นจักรยาน โดยมีน้ำรินขึ้นซ้อนท้าย
“ผมไปก่อนนะยาย”
“จะไปไหน รอก่อนสิ หนูแนนกำลังมา”
เหยี่ยวไม่สนใจ ขี่จักรยานไปเลย ยายนวลส่ายหน้าอย่างระอา นกน้อยมองตามเหยี่ยวอย่างรู้สึกเอะใจสงสัย ก่อนที่จะมาแอบคุยกับปลาทู และปูอัด ว่าเหยี่ยวมีท่าทีชอบกล เหมือนพยายามหลบหน้าแนน เพราะไม่เต็มใจหมั้น
แนนยืนฟังอยู่ด้านหลัง สีหน้าไม่สบายใจ ยายนวลออกมาจากบ้านก็รีบทัก
“อ้าว แนน มาแล้วเหรอ”
นกน้อย ปลาทู ปูอัดตกใจ

แนนคิดมากกับสิ่งที่ได้ยิน จึงออกมาคิดอะไรเงียบๆ คนเดียว ยายนวลตามออกมาด้วยความเป็นห่วง แล้วพยายามพูดปลอบใจ
“มันคงเขินมั้ง คนเคยเป็นเพื่อนสนิท พอเปลี่ยนสถานะเป็นคู่หมั้นก็เลยไม่คุ้น ให้เวลามันปรับตัวหน่อย เดี๋ยวก็ดีไปเองแหละ “
แนนรู้สึกดีขึ้นนิดหนึ่ง แต่ลึกๆในใจก็ยังคงไม่สบายใจ

ธาราเข็นรถตัวเองเข้ามาในบ้าน สีหน้าไม่พอใจกับเรื่องที่เหยี่ยวเล่าให้ฟัง เหยี่ยวกับน้ำรินรีบตามเข้ามา
“ถ้าจะมาพบฉันด้วยเรื่องไร้สาระ ก็ออกไปซะเถอะ ฉันคิดว่าเราคุยกันเข้าใจไปตั้งแต่คราวที่แล้วนะ”
“ผมขอโอกาสอธิบายอีกสักครั้งเถอะครับ มันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับลูกสาวของคุณธารานะครับ”
พลางหันไปกระซิบกับน้ำริน “คงต้องเริ่มเรื่องที่คุณกับแม่รู้กันแค่สองคนแล้ว”
น้ำรินมองซ้ายมองขวา แล้วรีบบอกกับเหยี่ยว
“บอกแม่ว่า แม่เคยช่วยฉันเลือกการ์ดแต่งงานตรงนั้น”
พอเหยี่ยวหันมาบอก ธาราก็ชะงักไปทันที เหยี่ยวรีบบอกต่อตามที่น้ำรินบอก
“คุณบอกน้ำรินว่า นี่เป็นบทเรียนแรกของหงส์ที่จะอยู่เหนือมังกร”
จากนั้นน้ำรินก็พูดให้ฟังอีกหลายเรื่อง ธาราอึ้ง มองเหยี่ยวด้วยสายตาค้นหา
“เธอรู้ได้ยังไง”
“เพราะดวงจิตของน้ำรินบอกผม เธอยืนอยู่ข้างๆ ผมตอนนี้”
ธารานิ่งแววตาเครียด เดาอารมณ์ไม่ถูกว่ากำลังเชื่อหรือกำลังโกรธกันแน่
“บอกแม่เรื่องนาฬิกาแฝด”
พลางชูนาฬิกาให้ดู เหยี่ยวแปลกใจเมื่อเห็นนาฬิกาของน้ำรินเหมือนกับนาฬิกาของธารา
“นาฬิกาของคุณเป็นนาฬิกาแฝด นาฬิกาเรือนนี้น้ำรินเป็นคนซื้อให้คุณ เพราะต้องการให้ใส่ติดตัว เพื่อจะได้ระลึกถึงกันเสมอ”
ธารานั่งนิ่ง “ใครๆ ก็รู้ว่าลูกฉันซื้อนาฬิกาให้เป็นของขวัญวันเกิด มันไม่ใช่ความลับ”
น้ำรินอ้ำอึ้งไม่รู้จะทำไง พยายามหาทางทำให้แม่เชื่ออยู่
“คุณเล่าให้แม่ฟังอีกรอบสิ คราวนี้เอาตั้งแต่วันที่คุณเจอฉันเลยนะ เล่าให้ละเอียดยิบเลย”

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 12/5 วันที่ 11 ธ.ค. 57

ละครภพรัก บทประพันธ์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก บทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก กำกับการแสดโดย : ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์
ละครภพรัก ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด
ละครภพรัก ควบคุมการผลิตโดย : สินจัย เปล่งพานิช
ละครภพรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2557
ละครภพรัก ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 3 และ ช่อง 3 HD
ที่มา ไทยรัฐ