อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 13/2 วันที่ 11 ธ.ค. 57

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 13/2 วันที่ 11 ธ.ค. 57

แสงไฟจากระเบียงห้องส่องเข้ามา ทำให้ภายในห้องสลัวๆ พลันก็มีเสียงเหล็กกระทบกับของแข็ง
นับดาวตกใจ พอหันไปมอง ก็เห็นเงาของภพธรที่เงื้อเหล็กเจาะน้ำแข็งขึ้นสูง
ภพธรเดินย่างสามขุมเข้ามาหา นับดาวถอยกรูด พลางเบิกตาโพลงด้วยความกลัว
ภพธรเอื้อมมือไปกดสวิชต์ไฟที่ผนังด้านหลังนับดาว

“ตกใจอะไร”
นับดาวตกใจจนพูดไม่ออก ได้แต่ยิ้มแหยๆ
“เปล่าค่ะ ทำไมพี่ธรอยู่มืดๆ ไม่เปิดไฟล่ะคะ”
ภพธรหัวเราะในคอเบาๆ “กลายเป็นคนขวัญอ่อนไปตั้งแต่เมื่อไหร่”
พลางเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์ หยิบน้ำแข็งใส่แก้วน้ำ แล้วเดินออกไปที่ระเบียง นับดาวพยายามรวบรวมสติที่กระเจิงแล้วเดินตามออกไปที่ระเบียง



“ไปไหนมา”
นับดาวพยายามฝืนทำหน้าและน้ำเสียงปกติ
“ไปส่งเพื่อนไปเมืองนอกค่ะ”
ภพธรแสร้งทำเป็นประหลาดใจ “เพื่อนเหรอ ?”
พลางหันมามองหน้านับดาวอย่างจับสังเกต
“ตั้งแต่รู้จัก มีแค่น้ำรินคนเดียวที่เธอคบเป็นเพื่อน เพื่อนชื่ออะไร”
“บอกไปพี่ธรก็ไม่รู้จักหรอกค่ะ”
ภพธรเดินเข้ามาหา นับดาวกลัวแต่พยายามฝืนทำหน้าปกติ แต่กำแน่นจนเกร็ง
“เดี๋ยวนี้หัดมีความลับกับพี่เหรอ”
“พี่ก็รู้ว่าดาวไม่เคยมีความลับกับพี่”
ภพธรยิ้มเจ้าเล่ห์ “วันหลังพาเพื่อนมาแนะนำให้รู้จักบ้างสิ”
“คงไม่ได้ค่ะ เพราะเค้าไปแล้ว ไม่กลับมาแล้วค่ะ”
ภพธรกับนับดาวมองหน้ากันแบบหยั่งเชิงซึ่งกันและกัน

ธารานอนไม่หลับ กระสับกระส่าย พลิกไปพลิกมา แล้วก็ลุกขึ้น เปิดลิ้นชักหัวเตียง หยิบนาฬิกาแฝดออกมาดู น้ำตาไหลด้วยความคิดถึงและเป็นห่วงน้ำริน
“น้ำริน แม่กลัวเหลือเกิน กลัวว่าเราจะต้องจากกันชั่วชีวิต”
ฟากน้ำรินก็นั่งมองนาฬิกาแฝดของตัวเอง ด้วยแววตาเศร้า
“เวลาของน้ำใกล้จะหมดแล้ว น้ำไม่รู้ว่าร่างของน้ำยังอยู่รึเปล่า น้ำกลัวว่าจะไม่ได้เจอแม่อีก”
น้ำรินร้องไห้ด้วยความคิดถึงแม่
“แต่ไม่ว่ามันจะยากแค่ไหน น้ำก็จะกลับไปหาแม่ให้ได้ แม่อย่าเพิ่งหมดหวัง ในตัวน้ำนะคะน้ำรักแม่”
ธารารำพึงรำพันด้วยความเศร้า และเป็นห่วงลูก
“แม่จะส่งความรักของแม่ไปคุ้มครองลูก ขอให้ลูกปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง เราจะต้องพบกันอีกครั้งนะลูก”

น้ำรินเดินออกมาจากห้องนอน เห็นยาแก้ปวดบนโต๊ะที่อยู่ข้างถ้วยข้าวต้มก็สงสัย
“ยาอะไร คุณไม่สบายเหรอ”
“ปวดหัว เป็นไข้นิดหน่อย”
“งั้นรีบกินข้าวสิ จะได้กินยา”
เหยี่ยวพูดอ้อนให้เธอป้อนข้าวให้ น้ำรินแกล้งถอนหายใจแรงๆ แล้วรวมพลังจิต จับช้อนค่อยๆ ตักข้าวต้มด้วยความยากลำบาก แต่กำลังจะป้อนข้าวเข้าปากเหยี่ยว แนนก็เดินเข้ามาพอดี น้ำรินตกใจทำช้อนร่วงทันที
แนนงงที่ช้อนร่วงลงพื้น เหยี่ยวเห็นสายตาแนนก็รีบโกหก
“มาเงียบๆ ตกใจช้อนร่วงเลย”
“ยายนวลโทรมาบอกเราว่าเหยี่ยวเป็นไข้ เราก็เลยรีบลางานมาดูแลเหยี่ยว”
แนนเก็บช้อนที่พื้น แล้วเดินเข้าไปหยิบช้อนคันใหม่จากในครัว เหยี่ยวมองหน้าน้ำรินอย่างเป็นห่วง
ขณะที่เธอรู้สึกเจ็บปวดใจ จนไม่อยากสบตาเขา
แนนเดินกลับมานั่งที่โซฟา แล้วใช้ช้อนตักข้าว ป้อนเหยี่ยว น้ำรินมองแนนด้วยความอิจฉา
เหยี่ยวละล้าละลังเต็มที มองแนนที มองน้ำรินที น้ำรินเจ็บปวดใจจนทนไม่ไหว ลุกขึ้นยืน จะเดินไป
เหยี่ยวมองตามอย่างร้อนใจ ด้วยห่วงความรู้สึกน้ำริน
“น้ำ”
แนนเข้าใจว่าเหยี่ยวขอน้ำดื่ม “หิวน้ำเหรอ รอแป๊บนะ”
พอแนนลุกไป เหยี่ยวก็รีบลุกขึ้นมาดักหน้าน้ำริน
“คุณจะไปไหน”
น้ำรินไม่ตอบ รีบเดินทะลุประตูห้องนอนไป พร้อมๆ กับน้ำตาแห่งความน้อยใจทะลักออกมาทันที

เหยี่ยวมองไปที่ห้องนอนด้วยความเป็นห่วงน้ำริน แนนยกแก้วน้ำยืนให้เหยี่ยว ที่รับมาดื่มอย่างเสียไม่ได้ แนนยื่นมือไปปลดกระดุมเสื้อ จะเช็ดตัวให้ เหยี่ยวเผลอผลักแนนออกไปแรงๆ
“บอกว่าไม่ต้อง ก็ไม่ต้อง เราดูแลตัวเองได้”
“แต่เรากำลังจะเป็นคู่ชีวิตกัน เราต้องดูแลกันสิ”
เหยี่ยวตัดสินใจพูดตรงๆ “แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่ บอกตรงๆ ว่าเราไม่ชินกับการที่มีคนเข้ามายุ่งเรื่องส่วนตัว แนนกลับไปเถอะ”
แนนอึ้ง ความน้อยใจแล่นขึ้นมาจนน้ำตาคลอ แต่ก็ฝืนกลั้นไว้แล้วพูดเบาๆ
“ขอโทษที่เราทำให้อึดอัดใจ”
พูดจบก็เดินออกไป เหยี่ยวมองตามแล้วถอนใจยาว
แนนไปถึงหน้าประตู น้ำตาก็รื้นขึ้นมาทันที จากนั้นก็เดินซึมๆออกมาที่จักรยานของตัวเองที่จอดไว้หน้าบ้าน แล้วก็มองกลับเข้าไปในบ้าน ด้วยความหวังว่าเหยี่ยวจะตามออกมา แต่ก็เปล่า
แนนถอนหายใจด้วยความผิดหวัง พยายามข่มความรู้สึกเศร้า ไม่ร้องไห้ แล้วขี่จักรยานกลับไปอย่างเหงาๆ เศร้าๆ

เหยี่ยวเปิดประตูเข้ามาในห้องนอน เห็นน้ำรินร้องไห้ก็อึดอัดใจ ก็ได้อต่ยืนเก้ๆกังๆ เพราะไม่รู้จะปลอบยังไง
“แนนกลับไปแล้ว”
น้ำริน เช็ดน้ำตา “ทำไมรีบกลับ เค้าน่าจะอยู่ดูแลคุณก่อน”
“แต่ผมไม่อยากให้เค้าดูแล”
น้ำรินฝืนยิ้มทั้งที่น้ำตาปริ่ม
“ทำไมล่ะ ฉันออกจะดีใจที่เค้าเป็นห่วงเป็นใยคุณ เค้ารักคุณ เค้าต้องดูแลคุณได้ดีกว่าฉัน ชาตินี้ทั้งชาติฉันอาจจะทำไม่ได้ เพราะร่างฉันอาจจะโดนทำลายไปแล้ว ฉันไม่มีร่างกาย ไม่มีเลือดเนื้อแบบเค้า”
น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็หยดลงมาทันที เหยี่ยวเห็นน้ำตาของน้ำรินแล้วหัวใจอ่อนยวบ
“ผมจะเร่งหาร่างของคุณให้เจอให้เร็วที่สุด เพราะถ้าไม่ใช่คุณ ผมก็ไม่ต้องการใคร”
“แต่หมวดแนนเป็นคู่หมั้นของคุณ”
เหยี่ยวพยักหน้าเศร้าๆ
“ใช่ ผมหนีความรับผิดชอบของตัวเองไม่ได้ แต่ผมก็หนีความต้องการของหัวใจตัวเองไม่ได้เหมือนกันวันข้างหน้าจะเป็นยังไงไม่รู้ แต่นาทีเรายังอยู่ด้วยกันนะ”
น้ำรินพยักหน้าทั้งน้ำตา เหยี่ยวยื่นหน้าไปเหมือนเอาริมฝีปากไปสัมผัสที่หน้าผากของน้ำริน แล้วทั้งสองก็หลับตานิ่งอยู่กับนาทีนั้นที่เต็มไปด้วยความรักและความเศร้า

ภายในคลังสินค้า ที่มีคนเฝ้าอยู่หลายชั้นกว่าจะถึงห้องที่เก็บกล่องและหีบเก็บยาเสพติด
ตรงกลางห้องมีโต๊ะ มีกล่องใหญ่หลายใบเปิดอ้าอยู่ ภายในกล่องมียาเสพติดอโรม่าบรรจุอยู่เต็มลูกน้องของภพธร 4 คนกำลังตรวจนับ
ภพธรกับนับดาวเดินเข้าไปที่โต๊ะ ภพธรหยิบกล่องอโรม่าขึ้นมาดู นับดาวรีบรายงาน
“เราจะเริ่มส่งยาได้เร็วๆ นี้ค่ะ”
ภพธรพยักหน้าอย่างพอใจ
“ทำงานได้ดีมาก ถ้าไม่มีเธอ ชีวิตของพี่คงจะเหนื่อยกว่านี้หลายเท่า”
นับดาวยิ้มดีใจ “พี่ธรพูดจริงหรือแค่เคาะกะลาให้สุนัขดีใจคะ”
“ทำไมเปรียบตัวเองเป็นสุนัขล่ะ อย่างดาวต้องเป็นงูเห่า สวยสง่า เต็มไปด้วยพิษร้าย และเลือดเย็น
แว้งกัดได้ทุกคน”
ภพธรเชือดเฉือนด้วยแววตาและคำพูด ทำเอาวันสันหลังหวะอย่างนับดาวแทบหยุดหายใจ แต่ก็ยังยิ้มเยือกเย็น ทำใจดีสู้เสือ
“งูเป็นสัตว์เลือดเย็น แต่ก็มีความรู้สึก มีหัวใจ ใครทำให้มันเจ็บ มันจะจำ และอาฆาตไปชั่วชีวิต”
ภพธรยิ้มร้าย “พี่จะจำไว้ เผื่อวันไหนคิดจะตีงู จะได้ตีให้มันหลังหัก”
“ แล้วพี่ไม่กลัวมันกลับมาแว้งกัดเหรอคะ”
ภพธรยิ้ม แต่แววตาดุดัน น้ำเสียงเหี้ยม “คิดว่าคนอย่างพี่กลัวงูเหรอ”
จากนั้นก็เดินออกไป นับดาวมองตามด้วยสายตาทั้งรักทั้งแค้น

เหยี่ยวกับน้ำรินเดินเข้ามาในวัดที่เก็บอัฐิของพ่อภพธร แต่ยังไม่อยากบอกน้ำรินว่าเขากำลังสงสัย
ภพธรอยู่
“ผมสัญญาว่าจะทำทุกวิถีทางให้ได้ร่างคุณกลับมา ใครมีเบาะแสอะไรผมก็ตามหมด นอกจากภพธรจะมาที่นี่ สายของผมบอกว่าเมื่อวันก่อนนับดาวก็มาเหมือนกัน วัดอาจจะมีอะไรบางอย่างซุกซ่อนอยู่”
เหยี่ยวกับน้ำรินเดินตรงเข้าไปหาชายกลางคนที่หน้าศาลา
“เคยเห็นผู้หญิงกับผู้ชายในรูปมั้ย”
เหยี่ยวส่งรูปภพธรกับนับดาวให้ชายคนนั้นดู
“ผู้ชายมาไหว้พ่อที่ตรงโน้นบ่อยๆ ไหว้เสร็จแล้วก็เดินออกไปทางเนินด้านโน้น”
“แล้วผู้หญิงล่ะ”
“เคยเห็นครั้งนึงครับ ถามหาเหมือนคุณเปี๊ยบเลย พอผมบอกก็เดินออกไปทางเนินเหมือนกัน”
น้ำรินฟังแล้วนึกสงสัย “หลังเนินมีอะไร?”
เหยี่ยวรีบถามต่อทันที “เค้ามาที่นี่เมื่อไหร่ จำได้มั้ย”
“เมื่อวานซืนครับ เออใช่ วันนั้นมีไฟไหม้บ้านริมน้ำด้วย”
“ไฟไหม้ ?”
เหยี่ยวกับน้ำรินนึกสังหรณ์ใจ

เหยี่ยวยืนคุยกับตำรวจหน่วยพิสูจน์หลักฐาน น้ำรินยืนฟังอยู่ด้วย
“บ้านหลังนี้จดทะเบียนเป็นสถานพยาบาลนะครับ ข้าวของที่โดนไฟไหม้ก็เป็นอุปกรณ์การแพทย์ซะส่วนใหญ่”
“เป็นสถานพยาบาลก็น่าจะมีคนไข้ มีคนได้รับบาดเจ็บมั้ย”
“มีผู้เสียชีวิตหนึ่งรายครับ”
เหยี่ยวหันไปมองหน้าน้ำริน ที่ปะติดปะต่อเรื่องแล้วตกใจ
“หรือว่าคนไข้คนนั้นก็คือฉัน”
พลันก็รู้สึกขนลุกวาบไปทั้งตัว

นับดาววางรูปถ่ายลงตรงหน้า ภพธรขมวดคิ้ว แล้วดูรูปเหยี่ยว ที่กำลังเดินสำรวจอยู่ในวัด
“ที่พี่ธรให้ดาวส่งคนไปตามดูหมวดเหยี่ยวว่ารู้อะไรเกี่ยวกับพี่ธรบ้าง”
นับดาวพยายามจับสีหน้า แต่ภพธรทำหน้านิ่ง
“หมวดไปที่วัดที่เก็บคุณพ่อพี่ธร แล้วก็นั่งเรือไปที่สถานพยาบาลที่อยู่ในคลอง พี่ธรเคยไปที่นั่นมั้ยคะ”
นับดาวจับตามองภพธรอย่างจับผิด แต่ภพธรจ้องหน้ากลับ จนนับดาวอึดอัด
“ทำไมพี่จะต้องไปที่นั่น?”
นับดาวอึกอัก “ไม่มีอะไร ดาวก็ถามเล่นๆ”
ภพธรตบโต๊ะ ตวาดเสียงดัง
“ถามเล่นๆ? เธอคิดว่าพี่เป็นเพื่อนเล่นของเธอเหรอ”
“เปล่าค่ะ ดาวขอโทษค่ะ”
ภพธรเปลี่ยนเป็นสีหน้าเฉยชา นับดาวมองอย่างพยายามเดาอารมณ์
“ให้ดาวรายงานต่อมั้ยคะ หรือจะให้ดาวออกไปก่อน”
“มีอะไรก็ว่าไปสิ ค้างๆ คาๆ น่ารำคาญ”
นับดาวเครียด แต่พยายามข่มใจ วางรูปลงไปอีกชุดหนึ่งตรงหน้าภพธร เป็นรูปเหยี่ยวตอนคุยกับตำรวจที่บริเวณสถานพยาบาลที่โดนไฟไหม้ และรูปเหยี่ยวกำลังเดินตรวจดูสถานพยาบาล
“เมื่อหลายวันก่อนมีไฟไหม้ที่นี่ ได้ยินว่ามีคนตายด้วยค่ะ”
นับดาวลอบจับตามองภพธร ตาไม่กระพริบ
“สงสัยเป็นคนไข้ เพราะถ้าเป็นหมอหรือพยาบาลก็คงหนีออกมาได้ทัน”
นับดาวยิ้มสะใจ แต่ก็ปั้นเสียงและสีหน้าสงสาร
“น่าสงสาร”
ภพธรยิ้มเหี้ยม “สงสารใคร คนไข้น่ะเหรอ เธอเป็นคนขี้สงสารตั้งแต่เมื่อไหร่ พี่นึกว่าคนที่ชื่อนับดาวเป็นคนเลือดเย็นซะอีก”
“แหม ดาวก็เป็นผู้หญิง มีความรู้สึกรักเป็นเกลียดเป็นเหมือนกันนะคะ”
พูดพลางเดินไปกอดภพธรจากด้านหลัง แล้วกระซิบที่ข้างหู
“เพียงแต่ถ้าคนที่ดาวรักมาก ทำให้ดาวเจ็บ ดาวก็จะแค้นมากเป็นพิเศษ”
“ความแค้นก็เหมือนยาพิษ ถ้าทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้ ยาพิษก็จะทำลายตัวเอง จนความตายก็ช่วยให้พ้นจากความทรมานไม่ได้”

นับดาวมองอย่างหวาดๆ ระคนเคียดแค้น ภพธรหน้านิ่งๆ อย่างเดาอารมณ์ไม่ได้ ว่าเขารู้เรื่องที่นับดาวลอบเข้าไปทำลายร่างน้ำรินหรือไม่
ลูกน้องภพธรกำลังขนยาเสพติดจากรถเข้าไปในโกดัง สายสืบซุ่มอยู่ไกลๆ รีบยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปทันที

เหยี่ยวรีบเดินเข้ามาที่หน้าประตูห้องประชุม จนเกือบชนกับแนนที่รีบมาเช่นกัน ทั้งคู่มองหน้ากันเก้อๆ
จากนั้นก็เข้าไปนั่งที่โต๊ะประชุม ร่วมกับดารณี นกน้อย และตำรวจอื่นๆ
สงครามพูดต่อหน้าที่ประชุม
“จากคดีสปาของบุษบัน ฉันสั่งให้สายสืบดำเนินการสืบต่อ เพื่อสืบหาบุคคลและสถานที่ๆ อาจจะเกี่ยวข้องทั้งหมด”
ดารณีกดคอมพิวเตอร์ โชว์ภาพหน้าคลังสินค้าเครื่องสำอางบนจอขนาดใหญ่ แล้วรายงานต่อ
“เมื่อสองวันก่อน สายสืบเพิ่งส่งภาพความผิดปกติของคลังสินค้าแห่งนี้มาให้เรา พบว่ามีความเคลื่อนไหวน่าผิดสังเกต”
สงครามพูดเสริม
“น่าจะมีการขนย้ายยาเสพติดเข้ามาหลายครั้ง สายของเราที่ปลอมตัวเป็นผู้ซื้อ ระบุว่าจะมีการนัดส่ง

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 13/2 วันที่ 11 ธ.ค. 57

ละครภพรัก บทประพันธ์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก บทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก กำกับการแสดโดย : ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์
ละครภพรัก ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด
ละครภพรัก ควบคุมการผลิตโดย : สินจัย เปล่งพานิช
ละครภพรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2557
ละครภพรัก ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 3 และ ช่อง 3 HD
ที่มา ไทยรัฐ