อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 13/4 วันที่ 12 ธ.ค. 57

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 13/4 วันที่ 12 ธ.ค. 57

น้ำรินเดินตามมาหยุดอยู่ด้านหลัง แต่ธารามองไม่เห็นเงาน้ำรินในกระจก
“ลูกตายแล้วเหรอ ?”
น้ำรินส่ายหน้าเศร้าๆ “น้ำยังไม่ตายค่ะแม่ แต่เวลาของน้ำเหลืออีกไม่มากแล้ว น้ำอยากอยู่กับแม่ น้ำยังไม่อยากตาย”

วินาทีนั้น จู่ ๆ สายตาธาราก็มองเห็นเงาของน้ำรินปรากฏขึ้นในกระจก แต่ก็เลือนลางเต็มที
“น้ำ”
ธาราเรียกชื่อลูกสาวด้วยความตกใจ ระคนดีใจ
“แม่มองเห็นน้ำใช่มั้ยคะ น้ำอยู่ตรงนี้ไงคะแม่”
ธารากระพริบตาเหมือนไม่แน่ใจก่อนเพ่งมองกระจกอีกที แต่กลับไม่เห็นเงาน้ำรินแล้ว หัวอกแม่โหยหา คิดถึงลูกใจจะขาด น้ำตาไหลพรั่งพรู น้ำรินทรุดตัวนั่งลงข้างๆ แล้วก็ร้องไห้คิดถึงแม่เช่นกัน



เหยี่ยวเดินเข้ามาในบ้าน พร้อมๆ กับมองหาน้ำริน กระทั่งเห็นเธอนั่งเศร้าอยู่คนเดียว ส่วนน้ำรินที่เข้าใจว่าเหยี่ยวหายหน้าไปอยู่กับแนน จึงเลี่ยงไปคุยเรื่องอื่น
“วันนี้แม่มองเห็นฉัน แต่สักพักก็มองไม่เห็น”
“คงเป็นเพราะพลังแห่งความรักที่คุณกับแม่มีต่อกัน อย่างน้อยก็ยังมีความหวังที่แม่จะเห็นคุณ”
“แต่เวลาของฉันกำลังจะหมดแล้ว”
เหยี่ยวมองหน้าน้ำริน แล้วใจหายวาบ
“ผ่านวันพระนี้ไป ก็เหลืออีกแค่วันพระเดียว ถ้าฉันกลับเข้าร่างไม่ได้ ฉันก็จะกลายเป็นวิญญาณ เป็นคนที่ตายแล้ว เราคงต้องยอมรับความจริง ยอมรับสิ่งที่ถูกลิขิตแล้ว”
“ผมจะเป็นคนลิขิตชีวิตให้คุณเอง”
เหยี่ยวพูดพร้อมสบตาน้ำริน ด้วยสายตาจริงจัง
“ผมจะตามหาร่างคุณให้เจอ และจะหาวิธีทำให้คุณกลับเข้าร่างให้ได้”
เหยี่ยวยืนยันอย่างหนักแน่น

เหยี่ยวเข้ามาหาข้อมูลในหอสมุดแห่งชาติ เกี่ยวกับเรื่องของ “วิญญาณ”, “การเกิดใหม่”, “การละทิ้งสังขาร...” , “ดวงจิตและการกลับคืน...” ที่มีอยู่มากมาย จากนั้นก็ไล่อ่านรายชื่อหนังสืออย่างเคร่งเครียด
จากนั้นก็เลือกหนังสือมาอ่านเล่มแล้วเล่มเล่า จนวางซ้อนกันกองโตบนโต๊ะ พลางรู้สึกท้อแท้ หมดหนทาง

จากนั้นเหยี่ยวก็มาขอคำปรึกษาจากหลวงพ่อเคี้ยงที่วัด
“หอพระธรรมมีแต่หนังสือธรรมะ และเส้นทางตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ไม่มีหนังสือสอนเรื่องการฝืนกฎธรรมชาติหรอกโยม”
เหยี่ยวถอนหายใจอย่างทดท้อ
“ผมไม่มีทางช่วยวิญญาณพเนจรกลับเข้าร่างได้จริงเหรอครับ”
“หมดหนี้กรรมก็พ้นกรรม กฎแห่งกรรมคือกฎของธรรมชาติ”
จากนั้นก็พูดเปรียบเทียบชีวิตกับใบไม้
“ธรรมชาติของใบไม้จะร่วงหล่นตามกาลเวลา คงจะดี ถ้าทำให้มันกลับไปอยู่บนต้นเหมือนเดิมได้ สดใสอยู่ที่เดิมก่อนจะร่วง ก็แค่หยิบไปวางไว้ตรงที่เดิมเนอะ”
เหยี่ยวมองใบไม้ในมือหลวงตาเคี้ยง แล้วครุ่นคิดตาม
“อยากให้เหมือนเดิมก็เอากลับไปไว้ที่เดิม น้ำรินจะกลับเข้าร่างได้ ก็ต้องกลับไปที่ที่ดวงจิตของเธอหลุดจากร่าง”
เมื่อคิดได้ ก็กระโดดกอดหลวงตาเคี้ยงด้วยความดีใจ แล้วรีบกลับบ้านทันที

น้ำรินยิ้มปลื้ม เมื่อรู้เรื่องจากเหยี่ยว ที่แอบหาทางช่วยเธอมาตลอด 2-3 วันที่หายหน้าไป
“ตอนนี้เหลือแค่ตามหาร่างของคุณให้เจอ”
น้ำรินหน้าสลด “สารภาพตามตรงว่าฉันรู้สึกหมดหวังที่จะได้เจอร่างตัวเอง”
“แต่ผมเชื่อว่าเราจะต้องทำได้”
เหยี่ยวพูดอย่างมั่นใจ

นับดาวเดินวางท่าเข้ามาในบริษัท พร้อมๆ กับที่พนักงานหญิงเดินมาตามว่าธาราเรียกให้ไปพบ
“อาธาราเข้าบริษัทด้วยเหรอ ?”

ธาราวางแฟ้มบัญชีลงบนโต๊ะทำงาน ก่อนจะพูดกับนับดาวด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจ
“บัญชีเบิกจ่ายที่เธอรับผิดชอบ มียอดไม่ตรงกับที่แจ้งไว้ จะอธิบายว่าไง ?”
นับดาวรีบหยิบแฟ้มเอกสารเปิดอ่าน แล้วก็หน้าเสีย พลางชำเลืองมองภพธร ที่นั่งอยู่ในห้องด้วยอย่างขอความช่วยเหลือ
“ให้นับดาวเอากลับไปตรวจสอบก่อนครับ เผื่อจะมีผิดพลาดตรงไหน”
“ตัวเลขผิดพลาดนิดเดียวทำให้ธุรกิจเจ๊งมานับไม่ถ้วนแล้ว นับดาวทำงานกับรินธารากรุ๊ปมาหลายปี ทำไมจะไม่รู้”
นับดาวหน้าซีด “ขอโทษค่ะ ดาวรับรองว่าคราวหน้าจะไม่ทำงานพลาดอีก”
ธาราผ่อนลมหายใจอย่างหงุดหงิด ภพธรโบกมือบอกให้นับดาวเลี่ยงออกไปก่อน แล้วก็แอบยิ้มร้าย

“จู่ ๆ อาธาราก็เจอบัญชีที่ดาวพยายามยักยอกให้พี่ธร มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ต้องมีคนแกล้งดาว”
นับดางพูดอย่างมั่นใจ เมื่อนั่งคุยกับภพฑรตามลำพัง
“ใจเย็นก่อนสิ พี่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ อาธาราถึงกลับมาทำงานตอนนี้”
“หรืออาธาราจะรู้เรื่องของเรา”
นับดาวเริ่มจิตตก กลัวถูกจับได้
“อย่าเพิ่งร้อนตัว ช่วงนี้ดาวก็ระวังหน่อยแล้วกัน อย่าพลาดให้ถูกจับได้อีก”
ภพธรลูบแขนนับดาวอย่างนิ่มนวลเป็นการปลอบใจ นับดาวสีหน้าเครียด ยังคงคาใจไม่หาย

สงครามเข็นพาธาราเข้ามาในบ้าน สีหน้าเป็นห่วงเป็นใย ที่รู้ว่าธารากลับไปทำงานแล้ว
“การทำงานคือการพักผ่อนของฉันค่ะ ต้องขอบใจภพธรที่แนะนำให้ฉันออกไปทำงาน ดีกว่าอุดอู้อยู่บ้านคนเดียว”
สงครามนิ่งไป เพราะไม่ไว้ใจภพธร จังหวะนั้นเองแม่บ้านก็เดินเข้ามา พลางยื่นกล่องพัสดุขนาดเล็กให้ธารา
“มีกล่องพัสดุเขียนชื่อคุณธาราค่ะ ไม่รู้ใครเอามาวางไว้หน้าประตูรั้ว”
“ขอผมดูหน่อย”
สงครามรับกล่องพัสดุไปดูอย่างระมัดระวัง ขณะที่ธาราแปลกใจ

สงครามแกะกล่องพัสดุออก เห็นชามะลิกล่องหนึ่งอยู่ในกล่อง สงครามหยิบกล่องชาขึ้นมาสำรวจอย่างละเอียด
“กล่องชาเคยถูกเปิดใช้แล้ว”
ธารานั่งนึก “เหมือนกล่องชาที่แม่บ้านบอกว่าหายไป ใครส่งมาให้ฉัน ?”
“ผมจะเอาชากล่องนี้ไปตรวจหาสารพิษและรอยนิ้วมือ บางทีเราอาจจะเจอเบาะแสของคนที่ลอบทำร้ายคุณ”

เหยี่ยววางตู้ปลา ที่ช่วยกันจัดกับน้ำรินแทนที่อ่างแก้วบนโต๊ะทำงาน ก่อนจะหยิบตุ๊กตาหมีสีฟ้ามานั่งพิงตู้ปลาอย่างรู้ใจเธอ
น้ำรินมองตู้ปลา ตุ๊กตาหมี และกรอบรูปจิ๊กซอว์ ที่มีความหมายสำหรับเธอและเหยี่ยว แล้วยิ้มอย่างอารมณ์ดี
“คิดยังไงถึงตั้งชื่อปลาทองว่าเซมเบ้” เหยี่ยวหันมาถาม
“อยากให้คุณอารมณ์ดี มีรอยยิ้มแบบนี้ไง เวลาที่ฉันไม่อยู่ คุณจะได้หัวเราะทุกครั้งที่เรียกชื่อมัน”
“ไม่มีอะไรมาแทนที่คุณได้”
สีหน้าน้ำรินสลดลง ”ฉันจะกลับเข้าร่างได้หรือไม่ สุดท้ายเราก็ต้องจากกันอยู่ดี”
“ผมอยู่กับปัจจุบัน ที่ยังมีคุณตรงนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมจะไม่ลืมคุณ ไม่ลืมผู้หญิงที่ชื่อน้ำริน”
น้ำรินเงยหน้ามองเหยี่ยว รู้สึกตื้นตันใจ ทั้งคู่สบตากันหวานซึ้ง ราวกับต้องการส่งผ่านความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในแววตานั้นไปถึงกันและกัน

เหยี่ยวเดินเข้ามาในห้องทำงาน ที่สำนักงานสืบฯ พลางมองกล่องขนมทองหยอดวางอยู่บนโต๊ะอย่างแปลกใจ แนนรีบบอกว่าเธอเป็นคนซื้อมาฝาก จากนั้นก็ชำเลืองมอง เห็นเหยี่ยวนั่งลงอ่านเอกสารบนโต๊ะทำงาน ไม่สนใจขนมที่เธอซื้อมาฝากเลยสักนิด
แนนได้แต่นั่งเศร้า
ในที่สุดแนนก็ก่อนตัดสินใจถามสิ่งที่อึดอัดใจมาหลายวัน เมื่ออยู่กับเหยี่ยวตามลำพัง
“โกรธอะไรเรารึเปล่า ?”
เหยี่ยวส่ายหน้า “เปล่า”
“แต่ท่าทางเหยี่ยวไม่อยากคุยกับเรา”

เหยี่ยวกำลังจะอธิบาย แต่นกน้อยเข้ามาขัดจังหวะ บอกว่าสงครามเรียกไปพบ เหยี่ยวรีบเดินไป แนนมองตามด้วยสายตาเศร้าและน้อยใจ
สงครามพูดกับเหยี่ยวแบบไม่อ้อมค้อม

“หมวดเคยถามผมเรื่องลูกสาวของธารา และพูดเหมือนเธอยังมีชีวิตอยู่”
“น้ำริน ? ทำไมเหรอครับ ?”
สงครามเลื่อนกล่องชาดอกมะลิในซองพลาสติกใสบนโต๊ะให้เหยี่ยวดู
“มีคนส่งชากล่องที่หายไปมาให้ธารา ผมให้ดารณีเอาไปตรวจสอบพบว่ามีสารพิษผสมอยู่ในชาที่ธาราเคยดื่ม”
“ไม่พบรอยนิ้วมือคนร้ายเหรอครับ”
สงครามส่ายหน้า หนักใจ
“คนร้ายต้องเป็นคนใกล้ตัวธาราหรือน้ำริน แต่ถ้าไม่มีหลักฐานเพียงพอ เราก็กล่าวหาใครไม่ได้”
“ผู้การจะให้ผมทำอะไรครับ ?”

น้ำรินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาบอกเหยี่ยว
“ฉันเคยมีโรคประจำตัวที่ต้องกินยาเป็นประจำ จำได้แค่ก่อนเกิดอุบัติเหตุ พี่ธรโทรมาเตือนให้ฉันกินยา”
เหยี่ยวหน้าเครียด น้ำรินพอจะเดาความคิดออก จึบรีบพูดค้าน
“พี่ธรเป็นห่วงฉัน เค้าไม่มีทางคิดร้ายกับฉัน”
“สิ่งที่ตาคุณเห็นอาจไม่ใช่ความจริงเสมอไป ผมพูดตามประสบการณ์การทำงาน และจำเป็นต้องสงสัยทุกคนที่อยู่ใกล้ตัวคุณกับคุณธารา”
“งั้นคุณก็ควรสงสัยนับดาวด้วย”
เหยี่ยวครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียด

เหยี่ยวเปิดคอมพิวเตอร์ เห็นภาพบริเวณสถานพยาบาลริมน้ำที่ถูกไฟไหม้ ก่อนจะหันไปบอกกับสงคราม
“นี่คือสถานพยาบาลเอกชนที่ถูกไฟไหม้เมื่อสัปดาห์ก่อน”
“หมวดสงสัยว่าน้ำรินเคยอยู่ที่นี่งั้นเหรอ ?”
เหยี่ยวส่ายหน้า “ผมยังอธิบายผู้การตอนนี้ไม่ได้ แต่ผมมั่นใจว่าน้ำรินถูกพาตัวมาไว้ที่นี่หลังเกิดอุบัติเหตุ” สงครามมองเหยี่ยวอย่างค้นหา
“ผมตรวจสอบประวัติสถานพยาบาลนี้ พบว่ามีหมอทางระบบประสาทมือดีคนหนึ่งดูแลอยู่ แต่หมอหายตัวไปตั้งแต่ที่นี่ถูกไฟไหม้”
สงครามรีบถามต่อ “มีผู้เสียชีวิตมั้ย ?”
“ผู้เสียชีวิตหนึ่งรายเป็นพยาบาลครับ ชาวบ้านแถวนี้บอกว่าเคยเห็นหมอกับพยาบาลเข้าออกที่นี่ประจำ แต่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนไข้”
“อะไรทำให้หมวดคิดว่าที่นี่เกี่ยวข้องกับน้ำริน ?”

เหยี่ยวกับสงครามยืนอยู่หน้าสุสานที่เก็บร่างของพ่อภพธร ก่อนที่เหยี่ยวจะรีบบอกว่า
“ภพธรกับนับดาวเคยมาที่นี่ และไปสถานพยาบาลริมน้ำวันที่เกิดเหตุไฟไหม้”
สงครามสบตาเหยี่ยว หน้าเครียดขึ้นมาทันที
“หมวดกำลังสงสัยสองคนนั้น ?”
“ผมไม่มีหลักฐาน”
“ถ้าเจอตัวหมอที่หายไปในวันเกิดเหตุ เราอาจได้คำตอบของเรื่องนี้”
เหยี่ยวพยักหน้าเห็นด้วยกับสงคราม

เหยี่ยวกลับมา เห็นยายนวลนั่งรออยู่ด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจ
“หนูแนนมารอเอ็งทั้งวัน”
“ผมบอกยายแล้วว่ามีงานด่วน”
ยายนวลจ้องหน้าเหยี่ยวอย่างเอาเรื่อง
“ไม่ต้องเอางานมาอ้าง ข้ารู้ว่าเอ็งพยายามหลบหน้าหนูแนน”
น้ำรินเดินมาหยุดอยู่มุมหนึ่ง แอบได้ยินทั้งคู่คุยกัน
“อีกไม่นานเอ็งกับหนูแนนก็ต้องแต่งงานกัน ทำไมถึงไม่หาเวลาดูแลคู่หมั้นตัวเองบ้าง”
“แนนไม่ใช่คนอ่อนแอ”
“เอ็งก็เลยเลือกดูแลหนูน้ำ ทั้งที่เค้าไม่ใช่คู่หมั้นของเอ็งงั้นเหรอ”
เหยี่ยวถอนหายใจ “เราคุยกันเรื่องนี้แล้วนะยาย ถ้าไม่เข้าใจ ผมก็ไม่รู้จะพูดยังไง”
ขาดคำก็เดินหนีไป ยายนวลถอนใจแรงอย่างหนักใจ น้ำรินไม่สบายใจ ที่ตัวเองเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้

“ยายทำทุกอย่างเพราะรักคุณ อยากให้คุณมีคู่ครองที่เหมาะสม”
น้ำรีบตัดสินใจพูดกับเหยี่ยวตรงๆ
“แล้วความสุขของผมล่ะ ?”
เหยี่ยวพูดพลางลุกขึ้นมาประจัญหน้ากับน้ำริน แววตาบ่งบอกถึงความรักที่มีให้แก่เธอ
น้ำรินสบตาเหยี่ยว ด้วยความรู้สึกเจียมตัว
“เมื่อถึงเวลา เราควรเลือกสิ่งที่ถูกต้องมากกว่าถูกใจ”
“สิ่งเดียวที่ผมต้องทำตอนนี้คือการตามหาร่างคุณให้เจอ และพาดวงจิตของคุณกลับเข้าร่างให้ได้”
น้ำรินซาบซึ้งในสิ่งที่เหยี่ยวพยายามทำให้เธอ

ธารากำลังนั่งอ่านเอกสารในแฟ้ม พลางเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลแนบมากับแฟ้มเอกสาร จึงรีบเปิดซองเอกสารออกดูด้วยความแปลกใจ ก่อนจะพบว่าสิ่งที่อยู่ในซอง คือเอกสารบัญชีธนาคารของนับดาว
จากนั้นก็รีบกดมือถือโทร. บอกสงคราม
“ผมจะตรวจสอบต้นทางที่โอนเงินเข้าและปลายทางที่โอนเงินออกให้ก็แล้วกัน”
สงครามกดวางสาย ก่อนหันไปบอกเหยี่ยว
“มีคนส่งข้อมูลเดินบัญชีธนาคารของนับดาวมาให้ธารา ยอดเงินจำนวนมหาศาล”
“นับดาวเป็นแค่พนักงานบริษัท จะมีเงินเยอะขนาดนั้นได้ไง”
“นั่นคือสิ่งที่ธาราต้องการคำตอบ”
“แล้วเรื่องที่ผู้การสงสัยล่ะครับ” เหยี่ยวย้อนถาม
“ใครเป็นคนส่งข้อมูลมาให้ธารา”

ภพธรยืนมองร่างของน้ำริน ที่นอนนิ่งไร้การตอบสนองอยู่ในบ้านเก่าของนุติด้วยสายตานิ่งเรียบ
“น้ำปลอดภัยแล้ว นี่เป็นบ้านเก่าของพ่อพี่เอง จะไม่มีใครตามหาร่างของน้ำเจอ และไม่มีใครทำอันตรายน้ำได้ พี่สัญญา”

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 13/4 วันที่ 12 ธ.ค. 57

ละครภพรัก บทประพันธ์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก บทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก กำกับการแสดโดย : ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์
ละครภพรัก ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด
ละครภพรัก ควบคุมการผลิตโดย : สินจัย เปล่งพานิช
ละครภพรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2557
ละครภพรัก ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 3 และ ช่อง 3 HD
ที่มา ไทยรัฐ