อ่านละคร ภพรัก ตอนอวสาน[2] วันที่ 12 ธ.ค. 57

อ่านละคร ภพรัก ตอนอวสาน[2] วันที่ 12 ธ.ค. 57

น้ำรินพยายามลุก ธารารีบเลื่อนเก้าอี้เข้ามาหา
“อย่าเพิ่งลุก ร่างกายหนูยังอ่อนแอมาก”
ธารากับน้ำรินสวมกอดกันด้วยความรักและคิดถึง

“ต่อไปนี้เราจะไม่จากกันแล้วนะลูก"
แนนมองเหยี่ยวที่นอนในห้องไอซียูอย่างกลุ้มใจ พลางมองแหวนหมั้นที่นิ้วตัวเอง แล้วนึกถึงความ สัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขา ที่นับวันก็ยิ่งดูห่างเหิน



แนนถอนหายใจยาว พยายามปัดเรื่องหนักใจในความสัมพันธ์ออกไป เพื่อเฝ้ามองดูอาการบาดเจ็บของเหยี่ยวด้วยความเป็นห่วง
ครู่หนึ่ง พยาบาลคนหนึ่งเปิดประตูออกมาจากห้องไอซียู แนนรีบวิ่งเข้าไปถาม
“หมวดเหยี่ยวเป็นอะไรคะ”
“คุณเป็นอะไรกับคนไข้คะ”
แนนอึ้งไปนิดหนึ่งก่อนตอบ “เป็นคู่หมั้นค่ะ”
“คนไข้รู้สึกตัวแล้วค่ะ ถึงยังไม่ได้สติ แต่ก็ถือว่าพ้นขีดอันตรายคุณหมออนุญาตให้ย้ายออกจากไอซียูพรุ่งนี้เช้าค่ะ”
แนนหันไปมองเหยี่ยว แล้วก็ยิ้มทั้งน้ำตา

หลังจากที่พยายาบลมาเช็คอาการเรียบร้อยแล้ว น้ำรินก็หันมาถามธารา
“คุณแม่ทราบข่าวตำรวจที่ช่วยชีวิตหนูบ้างมั้ยคะ”
“หมวดเหยี่ยวน่ะเหรอ รักษาตัวอยู่ที่นี่เหมือนกันจ้ะ”
น้ำรินตกใจ “เค้าเป็นอะไรคะ”
“เกิดอุบัติเหตุจมน้ำ ตอนนี้ยังไม่ฟื้นเลย”
“น้ำอยากไปเยี่ยมเค้า”
“รักษาตัวให้หายก่อนเถอะลูก เค้าช่วยชีวิตลูกก็แปลว่าชาติก่อนลูกกับเค้าเคยทำบุญร่วมกันมา ยังไงซะก็ต้องได้เจอกัน”
คำพูดของธาราทำให้น้ำรินรำลึกถึงคำพูดขอยายปริก

พยาบาลเข็นรถนั่งของน้ำรินมาที่หน้าลิฟต์เข้าไปที่ลิฟท์ตัวหนึ่ง พร้อมๆ กับที่พยาบาบาลอีกคนเข็นเตียงของเหยี่ยวเข้าไปที่ลิฟท์อีกตัว
จังหวะที่สวนกัน น้ำรินเกิดความรู้สึกประหลาดที่หัวใจ รู้สึกเหมือนมีแรงดึงดูดให้มองตามเตียงเข็นที่ผ่านไป แต่ประตูลิฟต์ปิดเสียก่อน

ร่างของเหยี่ยวที่นอนอยู่บนเตียง กระตุกมือขึ้นนิดๆ แนน ที่เข้ามาในลิฟท์พร้อมกับพยาบาลสังเกตเห็น
“เหยี่ยวขยับมือ คุณเห็นมั้ยคะเหยี่ยวฟื้นแล้ว”
พยาบาลหยิบไฟฉายเล็กๆ ขึ้นมาส่องดูม่านตาของเหยี่ยว แล้วหันมาบอก
“ยังไม่ฟื้นค่ะน่าจะเป็นเพราะกล้ามเนื้อกระตุกมากกว่า”
แนนผิดหวัง จับมือเหยี่ยวด้วยความสงสาร

หลังจากทำกายภาพบำบัดมาได้พักใหญ่ น้ำรินก็เริ่มเดินได้เป็นปกติด้วยกำลังใจที่เข้มแข็ง โดยมีธาราคอยให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด
“น้ำเดินมากอดแม่ได้แล้วค่ะ”
น้ำรินดีใจจนน้ำตาคลอ ธาราลูบผมของลูกสาว แล้วก็น้ำตาคลอไปเช่นกัน

ขณะที่เหยี่ยวยังคงนอนนิ่ง ไม่รู้สึกตัว สงครามกับแนนยืนมองอย่างหนักใจ
แนนจัดผ้าห่มให้เหยี่ยว สงครามมองไปที่แหวนหมั้นที่นิ้วของเธอ
“ผมได้ยินว่าคุณกำลังจะแต่งงานกับหมวดเหยี่ยว”
แนนมองเหยี่ยว อย่างเป็นกังวล “คงไม่ใช่เร็วๆ นี้ค่ะ”
“แล้วถ้าหมวดเหยี่ยวไม่ฟื้นตลอดไป”
“ดิฉันก็จะไม่ทิ้งเหยี่ยว เพราะชีวิตฉันไม่มีใครอีกแล้ว นอกจากเหยี่ยว”
สงครามมองแนนอย่างชื่นชม ความรักของเธอที่มีต่อเหยี่ยวนั้นมั่นคง เฉกเช่นเขากับธารา

ภพธรถือช่อดอกไม้ ยืนคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ที่หน้าลิฟต์ สีหน้าและแววตาเครียด
“ฉันไม่ไว้ใจนังนับดาว มันพร้อมจะเปิดโปงเราทุกเวลา สั่งให้สายของเราคอยจับตาดูมันไว้ถ้าเห็นท่าไม่ดีเก็บมันซะ”
ภพธรกดวางสาย พอดีประตูลิฟต์เปิดออก สงครามออกมาจากลิฟต์ ทั้งสองชะงักมองหน้ากัน
ภพธรรีบปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม
“สวัสดีครับผู้การ”

น้ำรินฝึกเดินได้คล่องแคล่วกว่าเดิม โดยมีนักกายภาพคอยดูแลให้คำแนะนำ ธาราที่นั่งดูอยู่ข้างๆ รีบบอกด้วยความตื่นเต้น
“หมออนุญาตให้หนูกลับบ้านได้พรุ่งนี้แล้วนะ “
น้ำรินยิ้มดีใจ “ขอไปเยี่ยมคนสำคัญก่อนกลับได้มั้ยคะ น้ำอยากขอบคุณเค้าด้วยตัวเอง”

น้ำรินเดินเข้าไปในห้องเหยี่ยว ภาพที่เห็นเหยี่ยวนอนไม่ได้สติอยู่คนเดียวเหงาๆ ทำให้เธอสะเทือนใจเป็นอย่างมาก
เหยี่ยวยังนอนนิ่งน้ำรินจับมือเขามาบีบ
“ฉัน น้ำรินไงคะ ฉันกลับมาหาคุณด้วยร่างที่มีชีวิตแล้ว ฉันไม่ใช่ดวงจิตแล้วค่ะ คุณเสียสละชีวิตเพื่อฉัน คุณต้องมาเป็นแบบนี้เพราะฉัน”
น้ำรินน้ำตาคลอ แล้วเอาหน้าเข้าไปใกล้ๆ หูของเหยี่ยว
“เหยี่ยว ตื่นได้แล้ว ตื่นมามองฉันอย่างที่เคยมอง”
นิ้วของเหยี่ยวกระตุกเบาๆ แต่น้ำรินไม่ทันเห็น
แนนถือถาดใส่ที่โกนหนวด เปิดประตูเข้ามา พอห็นน้ำรินใกล้ชิดกับเหยี่ยวก็งง
“คุณเป็นใครคะ”

ภพธรกับสงครามยืนคุยกันอยู่บนดาดฟ้าโรงพยาบาลตามลำพัง
“ช่วงนี้คุณอาธาราอารมณ์ดี เพราะสุขภาพน้องน้ำดีขึ้นมากแล้ว เห็นแบบนี้ผมก็สบายใจ ที่คนที่ผมรักทั้งสองคนมีความสุข”
ภพธรแสร้งพูดให้ตัวเองดูดี สงครามมองอย่างประเมินท่าที
“ถ้าไม่เคยรู้เรื่องที่ผ่านมา ผมต้องคิดว่าคุณเป็นคู่หมั้นที่วิเศษที่สุด”
ภพธรชะงัก แต่พยายามรักษาอาการจนสงครามไม่สามารถจับผิดได้ แล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง
“ผู้การมาเยี่ยมหมวดเหยี่ยวทุกวันเลยเหรอครับ”
“ไม่ทุกวันหรอก ผมกำลังยุ่งเรื่องคดีนับดาว กำลังอยู่ในช่วงสืบสวนขยายผลว่ามีใครเกี่ยวข้องอีกบ้าง”
สงครามมองหน้า ภพธรมองตอบ พร้อมกับปั้นสีหน้าเสียใจ สำนึกผิด
“ผมเจ็บใจตัวเองจริงๆ ไม่น่าหลงผิดตกเป็นเครื่องมือของนับดาวเลย”
“คุณเป็นคนฉลาด ไม่น่าเชื่อว่าจะตกเป็นเครื่องมือใครง่ายๆ”
“บางครั้งคนที่ฉลาดที่สุด อาจจะโง่ที่สุดในบางเรื่องผู้การครับ คนทุกคนอาจจะทำเรื่องผิดพลาดได้แต่ถ้าคนๆ นั้นสำนึกและเสียใจ เราก็ควรให้โอกาสเค้าแก้ไข และทำความดีไม่ใช่เหรอครับ”
ภพธรปั้นหน้าเป็นคนดีๆ สงครามยิ้ม แต่ในใจยังระแวง

แนนโกนหนวดให้เหยี่ยวอย่างระมัดระวังและเบามือ น้ำรินยืนมองอย่างสะท้อนใจที่ตัวเองไม่สามารถทำอะไรให้เหยี่ยวได้แบบนี้
“จริงๆต้องให้พยาบาลทำ แต่ฉันอยากฝึกไว้ ถ้าเหยี่ยวกลายเป็นเจ้าชายนิทรา ฉันจะได้ดูแลเค้าไปตลอดชีวิต”
น้ำรินรู้สึกทึ่งในความรักของแนนที่มีต่อเหยี่ยว พลางหันไปจ้องหน้าเขาด้วยความรู้สึกผูกพัน
“เหมือนคนนอนหลับ ไม่เหมือนคนป่วย มันอาจจะไม่เลวร้ายขนาดนั้นก็ได้”
แนนน้ำตาคลอ “หมอบอกว่าสมองขาดออกซิเจนนานเกินไป รอดมาได้ถือว่าปาฏิหาริย์แล้วค่ะ”
น้ำรินพยายามกลั้นน้ำตาเมื่อคิดว่าตัวเองเป็นสาเหตุให้ชายคนรักกลายเป็นเจ้าชายนิทรา
พลันริมฝีปากของเหยี่ยวก็ขยับ พร้อมกับปลือกตาที่ขยับเหมือนพยายามจะเปิดตา ปากก็พึมพำเบาๆ
“น้ำ”
น้ำรินกับแนนยิ้มดีใจ เหยี่ยวค่อยๆลืมตาขึ้น มองแนนแล้วมองก็มองน้ำริน
“น้ำ”
น้ำรินกับแนนพูดพร้อมกัน ด้วยความหมายที่ต่างกัน “น้ำอยู่นี่”
แนนรีบคว้าเหยือกน้ำรินน้ำใส่แก้ว เสียบหลอดแล้วส่งให้เหยี่ยวดื่มทันที น้ำรินมองเก้อๆ
เหยี่ยวดื่มน้ำ สีหน้ายังเบลอๆ งงๆ
“แนนกลับมาจากเมืองนอกแล้วเหรอ”
น้ำรินกับแนนได้ยินคำถามก็งง
“เรากลับมาตั้งสองเดือนแล้ว”
“ทำไมเราไม่รู้ กลับก่อนกำหนดล่ะสิ”
แนนส่ายหน้า “เปล่า เราเรียนจบแล้วก็กลับมา ก่อนหน้านี้เราก็เจอกันตลอด ยังทำคดีด้วยกันเลยเหยี่ยวจำไม่ได้เหรอ”
เหยี่ยวยิ่งงงหนัก “แล้วเรามาอยู่ที่โรงพยาบาลได้ยังไง”
แนนมองไปที่น้ำริน “เหยี่ยวพาคุณคนนี้หนีคนร้ายแล้วเกิดอุบัติเหตุจมน้ำ”
“คุณช่วยชีวิตฉันไว้ จำได้มั้ยคะ”
น้ำรินมองเหยี่ยวด้วยความคาดหวังว่าเขาจะจำได้
เหยี่ยวมองน้ำริน แล้วพยายามนึก แต่สายตาของเขาที่มองเธอเต็มไปด้วยความว่างเปล่า ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับน้ำรินเหลืออยู่เลย
“จำไม่ได้”
น้ำรินช็อก เสียใจ แต่ไม่ลดความพยายาม
“จำไม่ได้เลยเหรอ ลองคิดดูดีๆสิคะ คุณต้องจำฉันได้”
สัญชาตญาณของผู้หญิงทำให้แนนรู้สึกแปลกๆกับท่าทางของน้ำริน เหยี่ยวส่ายหน้า รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที แนนรีบกดเรียกพยาบาลแล้วหันมาบอกให้น้ำรินออกไปก่อน
น้ำรินมองเหยี่ยวอย่างสะเทือนใจ ก่อนที่จะออกมายืนหมดแรงอยู่ที่หน้าห้อง ช็อกและเสียใจที่เหยี่ยวจำตัวเองไม่ได้

พยาบาลเข็นรถให้น้ำรินนั่งมาส่งที่ห้องพัก ภพธรกับสงครามนั่งรออยู่กับธารา ภพธรหันมาพูดกับน้ำรินด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“น้องน้ำอยากไปสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างล่างมั้ย พี่จะพาไป”
น้ำรินลังเล แต่ธารารีบตอบแทน
“ไปเถอะ แม่จะกลับบ้านแล้ว ฝากดูน้องด้วยนะภพธร”
สงครามมองธาราอย่างแคลงใจ

ภพธรเข็นรถให้น้ำรินนั่ง มาจอดที่ใต้ร่มไม้สวยๆ พลางจับมือเธอมากุมไว้
“เราจะเริ่มต้นใหม่ แต่งงานกันเมื่อไหร่ พี่จะทำให้น้องน้ำเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก”
น้ำรินนั่งคิด ในใจคิดถึงแต่เหยี่ยว
“ฉันจะมีความสุขก็ต่อเมื่อเห็นเค้ามีความสุข”
ภพธรงง “ใคร? ใช่พี่รึเปล่า”
“คนที่น้ำรัก”
ภพธรยิ้มกว้าง เพราะคิดว่าเป็นตัวเอง
“พี่จะมีความสุขมากเมื่อเราได้แต่งงานกัน”
น้ำรินมองภพธรด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ ขณะที่ภพธรมอง้ชเธอด้วยสายตาโลภ เพราะเมื่อไหร่ที่ทั้งคู่แต่งงานกัน เมื่อนั้นเขาก็จะได้ครอบครองสมบัติของธาราทั้งหมด

เหยี่ยวกำลังเข้าเครื่องซีทีสแกนหรือ MRI เพื่อตรวจสมอง
“เท่าที่ตรวจอย่างละเอียด การทำงานของสมองไม่มีอะไรผิดปกติ มีเพียงความทรงจำบางส่วนที่ขาดหายไป”

เหยี่ยวกับแนนนั่งคุยกับหมอ
“ผมจำได้ว่าครั้งสุดท้าย ผมกำลังขี่จักรยานกลับบ้าน พบการเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ที่ริมบึง หลังจากนั้น ผมจำอะไรไม่ได้อีกเลย”
“สมองเป็นอวัยวะที่ซับซ้อนมาก อาการนี้เรายังหาสาเหตุไม่ได้”
แนนรีบถามอย่างร้อนใจ “แล้วความทรงจำจะกลับมามั้ยคะ”
“ต้องให้เวลาครับ”

แนนบีบมือเหยี่ยวอย่างให้กำลังใจ
ภพธรกำลังเข็นน้ำรินกลับจากไปเดินเล่น มายืนรอลิฟต์ จังหวะเดียวกับที่พยาบาลพาเหยี่ยวจากห้องตรวจกลับห้อง โดยมีแนนมาด้วย

น้ำรินหันไปเห็นแนนดูแลเหยี่ยว แนนยิ้มให้นิดๆตามมารยาท
พยาบาลเข็นรถเหยี่ยวมาใกล้มากขึ้น น้ำรินมองเขาตาไม่กะพริบ เต็มไปด้วยความหวังว่าเหยี่ยวจะจำได้ แต่ขากลับมองผ่านเธอไปเลย
น้ำรินเสียใจ เจ็บปวดหัวใจจนแทบจะร้องไห้
ภพธรเข็นน้ำรินเข้าไปในลิฟต์ เหยี่ยวหันไปมองน้ำรินกับภพธรเหมือนมีแรงดึงดูดให้หันไปมองเองตามอัตโนมัติ
น้ำรินมองเหยี่ยวจากในลิฟต์ เป็นสายตาตัดพ้อและเศร้าสร้อย เหยี่ยวกับน้ำรินสบตากันแล้วประตูลิฟต์ก็ปิด
เหยี่ยวรู้สึกผูกพันกับผู้หญิงคนนี้อย่างประหลาด

ธารานั่งคุยกับสงครามที่บ้าน พร้อมกับบอกว่าจะวางมือให้น้ำรินดูแลงานแทน และให้ภพธรเป็นคนช่วยสอนงาน
“คุณไว้ใจภพธรแล้วเหรอ” สงครามถามอย่างคลางใจ
“ไม่ แต่ฉันคิดว่าควรให้โอกาสคนผิด”
“เค้าเคยมีส่วนทำร้ายคุณกับน้ำรินนะ”
ธาราส่ายหน้า “ต้นเหตุของเรื่องก็คือฉันฉันทำทุกอย่างโดยใช้ไฟแห่งโทสะเป็นเจ้าเรือน ฉันทำเพื่อผลประโยชน์ จนทุกคนรวมทั้งตัวเองไม่มีความสุขต่อไปนี้ ฉันจะขอเป็นน้ำ หมั่นทำดี มีสติรู้ตัว ลดละความโกรธแค้นในใจฝึกให้อภัย...ถึงมันจะยาก แต่ฉันจะพยายาม”
สงครามมองธาราด้วยความเข้าใจ ทั้งสองสื่อสารความรู้สึกผ่านทางสายตา

ยายนวล นกน้อย ปลาทู ปูอัด มาเยี่ยมเหยี่ยวที่โรงพยาบาล นกน้อยหลุดปากพูดเรื่องที่เหยี่ยวกับแนนหมั้นกันแล้ว เหยี่ยวถึงกับตกใจ
“นี่ผมกับแนนหมั้นกันแล้วเหรอ”
ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ยายนวลรีบบอก
“หมั้นกันนานแล้ว หนูแนนช่วยชีวิตเอ็งตอนสู้กับคนร้าย เอ็งก็เลยรู้ว่าหนูแนนรักเอ็งจริงไม่กิงก่องแก้ว”

อ่านละคร ภพรัก ตอนอวสาน[2] วันที่ 12 ธ.ค. 57

ละครภพรัก บทประพันธ์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก บทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก กำกับการแสดโดย : ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์
ละครภพรัก ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด
ละครภพรัก ควบคุมการผลิตโดย : สินจัย เปล่งพานิช
ละครภพรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2557
ละครภพรัก ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 3 และ ช่อง 3 HD
ที่มา ไทยรัฐ