อ่านละคร ภพรัก ตอนอวสาน[3] วันที่ 12 ธ.ค. 57

อ่านละคร ภพรัก ตอนอวสาน[3] วันที่ 12 ธ.ค. 57

ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ยายนวลรีบบอก
“หมั้นกันนานแล้ว หนูแนนช่วยชีวิตเอ็งตอนสู้กับคนร้าย เอ็งก็เลยรู้ว่าหนูแนนรักเอ็งจริงไม่กิงก่องแก้ว”
นกน้อยช่วยพูดเสริม “หมวดป่วยคราวนี้ หมวดแนนดูแลจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน งานการแทบไม่ได้ไปทำเลยนะ”

แนนเขินก็เลยรีบออกตัว Wพอดีเพิ่งจบคดีใหญ่ค่ะ ก็เลยเหมือนได้พักไปในตัว”
ทุกคนหน้าตาเบิกบาน ยกเว้นเหยี่ยวที่นิ่วหน้า ความรู้สึกในหัวใจบอกว่าไม่ใช่



ภพธรพาน้ำรินกลับมาที่บ้าน น้ำรินยังมีทีท่าซึมเศร้า ไม่กระตือรือร้น เพราะใจยังพะวงอยู่กับเรื่องเหยี่ยว
ธารารอต้อนรับอยู่ น้ำรินเข้าไปกอดแม่
“เป็นอะไรไป หน้าเซียวๆ”
“น้ำเหนื่อยๆ ค่ะแม่ ขอไปพักก่อนนะคะ”
น้ำรินเดินขึ้นบ้านไป ธารามองตามอย่างเป็นห่วง

ภพธรเข็นรถของธาราเดินเล่นในสวน ภพธรแสร้างทำเป็นพูดถึงน้ำรินด้วยความเป็นห่วง
“คนที่ได้รับอุบัติเหตุก็เป็นแบบนี้ครับคุณอา หลายคนที่ร่างกายหายแล้ว แต่จิตใจยังกระทบกระเทือนผมจะคอยดูแลน้องอย่างใกล้ชิด ให้น้องกลับมาเป็นปกติเร็วที่สุด ผมเสียใจมากที่ทำร้ายคนที่ผมรักมากที่สุดด้วยความหลงผิดขาดความยั้งคิด ผมขอโทษนะครับ”
ภพธรก้มลงกราบที่มือธารา น้ำตาไหล
“เธอก็เหมือนลูกของอา เมื่อลูกทำผิด แม่จะไม่ให้อภัยได้ยังไง”
ภพธรเช็ดน้ำตา ธาราพูดต่อเหมือนมีอะไรบางอย่างในใจ
“การขอโทษที่จริงใจเท่านั้น ที่สมควรที่จะได้รับการอภัย”

ธาราวางช่อกุหลาบสีขาวที่หน้าหลุมศพของนุติ
“ฉันขอโทษที่ทำเรื่องเลวร้ายกับเพื่อน อโหสิกรรมให้ฉันนะ นุติ”
ภพธรยืนอยู่ด้านหลังฟังธารา แต่สายตาเต็มไปด้วยความเกลียดชังและโกรธแค้น

น้ำรินถือกระเช้าผลไม้มาที่บ้าน แต่เห็นประตูบ้านปิดเงียบ เธอจึงเดินไปที่หลังบ้าน ไปนั่งที่เดิมที่เคยนั่งในคืนที่มาบ้านเหยี่ยวเป็นคืนแรก
น้ำรินถอนหายใจยาว คิดถึงความทรงจำที่เคยใช้เวลาอยู่กับเหยี่ยวที่บ้านหลังนี้
“แล้วถ้าหัวใจของคุณลืมฉัน ฉันจะทำยังไง”
เหยี่ยวเดินมาจากทางหน้าบ้าน เห็นน้ำรินนั่งก้มหน้าร้องไห้ ก็เลยเดินเข้ามาหา
“คุณ.เป็นอะไร มานั่งร้องไห้อยู่ที่นี่ทำไม”
น้ำรินเงยหน้าขึ้นมามองเหยี่ยว ความทรงจำพรั่งพรูเข้ามาในสมอง
เหยี่ยวงงกับท่าทางและสายตาของเธอ
“เป็นอะไรรึเปล่า คุณเป็นใคร มานั่งร้องไห้ตรงนี้ทำไม”
“จำฉันไม่ได้จริงๆเหรอคะ”
เหยี่ยวมองน้ำริน คิดๆ “อ๋อ ผมจำได้แล้ว”
น้ำรินยิ้มดีใจเพราะคิดว่าเหยี่ยวจำเธอได้จริงๆ
“คุณ คนที่ผมเจอที่โรงพยาบาล ที่แนนบอกว่าผมเคยช่วยชีวิตคุณไว้”
สีหน้าน้ำรินผิดหวัง
“ระหว่างฉันกับคุณ มันมีรายละเอียดมากกว่านั้น”
จากนั้นน้ำรินก็พยายามรื้อฟื้นความทรงจำ หวังให้เหยี่ยวจำเธอได้ แต่แนนกลับโผล่มาขัดจังหวะ รีบเข้ามาประคองเหยี่ยว แล้วหันมามองน้ำรินอย่างขอร้อง
“เหยี่ยวเพิ่งออกจากโรงพยาบาลวันนี้ คุณควรให้เค้าพักผ่อนเยอะๆ นะคะ”
“ฝากผลไม้ให้ยายนวลด้วยนะคะ”
น้ำรินเดินออกจากบ้านไปอย่างเศร้าๆ แนนมองตามด้วยสายตาเริ่มไม่ค่อยสบายใจ

น้ำรินยืนคุยกับนกน้อยที่หน้าสำนักงานสืบฯ ด้วยสีหน้าเศร้า และเป็นทุกข์
“เรื่องผ่านไปแล้วผมจับคนที่ฆ่าลูกผมได้แล้ว คดีก็ปิดไปแล้วผมไม่ติดใจอะไรแล้วล่ะครับ”
“แต่ฉันยังไม่สบายใจ จนกว่าจะได้ขอโทษและรับการอโหสิจากจ่าค่ะ”
“ทุกคนเกิดมาเพื่ออะไรซักอย่างครับ นกยูงลูกผมเกิดมาเพื่อชดใช้กรรมที่มันอาจจะก่อเมื่อชาติที่แล้ว คนที่ฆ่ามันก็คือยอดชัดไม่ใช่คุณ เพราะฉะนั้นไม่ใช่ความผิดของคุณ ผมขออโหสิกรรมให้ครับ”
การอโหสิกรรมของนกน้อยก่อให้เกิดลมพัดมาวูบหนึ่งจนผมของน้ำรินปลิว
น้ำรินหันไปทางด้านข้าง เจอเหยี่ยวยืนอยู่พอดี
“คุณอีกแล้ว ผมไปที่ไหนก็เจอคุณตลอดเลยนะ”

เหยี่ยวเดินเข้ามาในห้องทำงาน พลางหยิบแฟ้มคดีต่างๆที่ทำมาเมื่อสองเดือนก่อนบนโต๊ะมาอ่านอย่างไม่เข้าใจ น้ำรินเดินเข้ามา
“ฉันจะมาขอบคุณที่คุณเคยช่วยเหลือฉันมากมายหลายอย่าง”
เหยี่ยวขมวดคิ้ว “มากมายหลายอย่าง? เท่าที่ผมฟังมา ผมแค่เอาร่างคุณออกมาจากบ้านหลังนั้นไม่ใช่เหรอ”
“ไม่ใช่แค่นั้น คุณช่วยตามหาร่างให้ฉัน คุณค้นข้อมูลจากในตู้เอกสารนี้จากในคอมพิวเตอร์ แล้วก็ไปตามหาตามโรงพยาบาลด้วย”
“เดี๋ยวๆ ยิ่งฟังยิ่งงง ในเมื่อคุณหมดสติ คุณจะรู้ได้ยังไงว่าผมตามหาร่างให้คุณ”
น้ำรินพูดช้าๆอย่างตั้งใจ
“ร่างฉันหมดสติ แต่ใจฉันเคยอยู่ที่นี่ อยู่กับคุณตรงนี้ เราหาข้อมูลด้วยกันคุณจำได้มั้ยคะ”
เหยี่ยวงง จำอะไรไม่ได้ ภาพความทรงจำลางเลือน
เหยี่ยวปวดหัวจนเซไปจนแฟ้มในมือของน้ำรินตกกระจาย แล้วก็เดินไปชนคอมพิวเตอร์จนจอดับวูบ
น้ำรินตกใจจนทำอะไรไม่ถูก พยายามเข้าไปประคองเหยี่ยว พลางร้องให้คนช่วย
แนนวิ่งเข้ามาในห้องเพราะได้ยินเสียงดัง แล้วมองหน่าน้ำรินอย่างเคืองๆ
“คุณอีกแล้ว”
แนนรีบประคองเหยี่ยวออกจากห้องทำงาน โดยไม่สนใจน้ำริน

แนนมาบ่นกับยายนวลเรื่องน้ำรินที่บ้าน จากนั้นก็ขอตัวเดินเข้าไปดูเหยี่ยวในห้อง พร้อมๆ กับที่ยายนวลได้ยินเสียงคนเปิดประตูรั้ว
“ใครมา”
ยายนวลฟังเสียงเดินแล้วจำได้ “หนูน้ำ?”

เหยี่ยวนอนหลับอยู่ในห้อง แนนจัดข้าวของในห้องอย่างเบาๆ ระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียงรบกวนเหยี่ยว
จากนั้นก็กรอบรูปจิ๊กซอว์ ปลาทองในอ่าง และตุ๊กตาหมีสีฟ้า ด้วยความประหลาดใจ
จากนั้นก็เหลือบไปเห็นกล่องเหล็กเล็กๆวางอยู่ พอเปิดกล่อง ก็เห็นเศษด้ายสีแดงเก่าๆถูกเก็บไว้อย่างดี
แนนหยิบเศษด้ายแดงขึ้นมาดู เห็นแหวนหมั้นในนิ้วตัวเอง ก็นึกขึ้นมาได้
“เก็บไว้ทำไม”
ขณะที่เหยี่ยวที่นอนหลับแล้วเริ่มกระสับกระส่าย แล้วก็ละเมอออกมาเบาๆ
“น้ำ”
แนนหันมามองแล้วอมยิ้ม
“นิสัยนอนละเมอไม่หายซักที ฝันว่าคอแห้งสิท่า”
เหยี่ยวกระวนกระวายทั้งที่ยังนอนหลับ
“คุณต้องไม่เป็นอะไร คุณต้องอยู่กับผม คุณจะตายไม่ได้”
แนนงงว่าเหยี่ยวพูดถึงใคร

“หยิบยาก่อนอาหารมาให้ยายด้วย”
แนนเดินออกมาจากห้องเหยี่ยว นึกว่ายายนวลใช้ตัวเอง แต่หันไปเห็นว่าน้ำรินกำลังหยิบยาของยายนวลจากที่เก็บออกมาได้อย่างถูกต้อง
“หนูหายไปนานเลย คดีที่หนูเป็นพยานจบแล้วใช่มั้ย”
น้ำรินงงๆแล้วนึกขึ้นมาได้ “อ๋อ จบแล้วค่ะ ตอนนี้หนูกลับไปอยู่บ้านแล้ว”
“ดีแล้วล่ะ ตอนนั้นยายก็กลัวว่าแนนจะรู้ว่าหนูน้ำมาอยู่กับเหยี่ยวที่นี่ เหยียบความลับซะเท้าแบบโป่ง”
แนนตะลึงเมื่อเพิ่งรู้ความจริงว่าน้ำรินเคยอยู่ที่นี่ แต่ยังไม่แสดงตัวให้คนทั้งคู่เห็น
“เหยี่ยวกำลังจะแต่งงานกับคู่หมั้น”
ยายนวลพูดตรงๆ ทำเอาน้ำรินอึ้งไป
“เมื่อไหร่คะ”
“คงเร็วที่สุด ทันทีที่อาการป่วยของเหยี่ยวดีขึ้นกว่านี้ น้ำริน หนูกลับไปใช้ชีวิตของหนูเถอะปล่อยให้เหยี่ยวใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับคนที่เค้ารักซะทีเถอะนะ”
น้ำรินสะเทือนใจ น้ำตาร่วง
“หนูไปจากเค้าแบบนี้ไม่ได้จริงๆ ค่ะ เพราะหนูยังไม่ได้บอกเค้าเลยว่าหนูรู้สึกยังไงกับเค้า”
แนนอึ้งที่ได้ยินน้ำรินพูดประโยคแบบนี้
“จะบอกไปทำไม ถ้าความรู้สึกของหนูจะทำให้เกิดปัญหากับเหยี่ยวอย่าทำให้เหยี่ยวสับสนสิ เชื่อยาย เถอะ ต่อไปนี้หนูกับเหยี่ยว ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า อย่าสร้างปัญหาให้กับใครอีกเลย เพื่อความสุขของทุกๆ คน”
น้ำรินอึ้งไปกับคำพูดของยายนวล

น้ำรินหลบมานั่งเศร้าอยู่ที่ริมแม่น้ำที่เคยมากับเหยี่ยวประจำ พลางทอดสายตามองไปยังสายน้ำเบื้องหน้า แล้วก็น้ำตาคลอเมื่อคิดถึงเรื่องราวความหลังระหว่างเธอกับเขา
เหยี่ยวขี่จักรยานมาหยุดที่ริมแม่น้ำห่างออกไป น้ำรินหันไปเห็น พลางลังเลว่าจะลุกไปหาดีหรือไม่ แต่แล้วก็ทนไม่ได้ ตัดสินใจลุกไป
พลันเสียงกริ่งจักรยานดังขึ้น น้ำรินตกใจ รีบหลบ แนนที่ขี่จักรยานมาพร้อมกับเหยี่ยว มาหยุดยืนดูพระอาทิตย์ตกด้วยกัน
“หายเร็วๆ นะ เราอยากได้เหยี่ยวคนเดิมของเรากลับมา”

น้ำรินแอบมองเศร้าๆ แล้วค่อยหันหลังกลับเดินออกไป
นับดาวที่ถูกสวมกุญแจมือ ถูกตำรวจพาเข้ามานั่งที่โต๊ะ พลางมองหน้าผู้ชายที่นั่งตรงข้ามอย่างแปลกใจ

“ผมเป็นทนายที่จะมาว่าความให้คุณ”
“คุณไม่ใช่ทนายคนเดิม ?”
ทนายความพูดนิ่งๆ “มีคนจ้างผมมา”
“ใคร ?”

ภพธรเดินคุยโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลมาตามททางเดินในสำนักงานสืบฯ
“จัดการหาทนายมือดีที่สุดไปให้นับดาวเรียบร้อยแล้วครับ”

“ไม่จริง พี่ธรจะจ้างทนายมาให้ฉันเพื่ออะไร”
ภพธรเดินเข้ามาในห้องพอดี “เพราะพี่เป็นห่วงเธอ”
นับดาวหันไปมองแล้วหัวเราะอย่างขมขื่น ภพธรพยักหน้าให้ทนายความเดินออกไปจากห้อง
“ห่วงว่าดาวจะแฉเหรอ คนรักกันไม่หักหลังกัน ดาวเคยบอกแล้ว งูเป็นสัตว์อาฆาตพยาบาทรุนแรง ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ก็ต้องล้างแค้นให้ได้”
ภพธรจ้องหน้านับดาวนิ่ง อย่างเดาความรู้สึกไม่ออก
“คิดว่ามีใครต้องกลัวเหรอ? เธอมีหลักฐานอะไรปรักปรำคนอื่น ตรงกันข้าม หลักฐานทุกชิ้นระบุว่าเธอเป็นคนทำ ห่วงตัวเองเถอะคนเราไม่มีอะไรแน่นอน ความตายเกิดขึ้นได้ทุกที่ แม้แต่ที่นี่”
นับดาวโกรธจัด จ้องหน้าภพธรด้วยความเจ็บใจสุดๆ
“คนทรยศ เอาทนายความของพี่กลับไป”
“ไม่ใช่ทนายของฉัน”
“ งั้นของใคร ?”
เสียงประตูเปิดออก นับดาวหันไปทางประตู พลางมองน้ำรินที่เข็นรถของธาราเข้ามาอย่างไม่เชื่อสายตา
“เหลือเชื่อจริงๆ ฉันฆ่าเธอสองครั้ง แต่เธอยังมายืนอยู่ตรงนี้ได้ ตายยากตายเย็น”
ธาราพูดเสียงเข้ม
“หยุดนะนับดาว รู้มั้ยว่ามันยากแค่ไหนกว่าจะทำใจให้อภัยคนที่ทำร้ายลูกตัวเอง”
“ถ้ามันยาก จะมาช่วยฉันทำไม”

“การที่ฉันพิการ ต้องจมอยู่กับความทุกข์กว่าจะได้น้ำรินกลับคืนมาทำให้ฉันได้คิด ชีวิตที่เต็มไปด้วยการชิงดีชิงเด่น อาฆาตพยาบาท จมอยู่กับกิเลสและความโลภ ไม่ทำให้ใครเป็นสุข เราควรมีชีวิตอยู่เพื่อให้ ให้กับคนที่ยากไร้ คนที่ด้อยโอกาส”
น้ำรินเดินเข้ามาใกล้ๆ “นับดาว ฉันเคยทำไม่ดีกับเธอไว้มาก ฉันผิดที่เอาแต่ใจ ไม่เคยคิดถึงจิตใจของคนรอบข้าง โดยเฉพาะเธอที่เป็นเพื่อนรักของฉัน ฉันขอโทษ ฉันผิดไปแล้ว ให้อภัยฉันเถอะนะ”
น้ำรินและนับดาวต่างน้ำตาคลอ น้ำรินร้องไห้เพราะรู้สึกผิด แต่นับดาวร้องเพราะความแค้นใจในเรื่องอดีต
“เรื่องที่เธอเคยคิดร้าย คิดฆ่าฉัน ฉันอโหสิกรรมให้ ถือว่าเป็นการชดใช้สิ่งที่ฉันเคยทำกับเธอ ต่อไปนี้เวรกรรมระหว่างเราหมดสิ้นกัน เรากลับมาเป็นเพื่อน กลับมาทำความดีระหว่างกันเถอะนะ นับดาว”
ขาดคำ ก็บังเกิดลมพัดปลิวไสว คล้ายมีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นอีกครั้ง...

จู่ๆ เหยี่ยวที่พยายามรื้อฟื้นความทรงจำกับครดีต่างๆในแฟ้ม ก็รู้สึกปวดหัว ตาพร่ามองอะไรไม่ชัด จนต้องหลับตาลง
ภาพคดีต่างๆ ประเดประดังเข้ามาอย่างสับสนวุ่นวาย

นับดาวมองหน้าน้ำรินอย่างไม่อยากจะเชื่อหู ที่คนอย่างน้ำรินจะยอมให้อภัยเธอได้ง่ายๆ ธาราพูดกับนับดาวด้วยความรู้สึกผิดเช่นกัน
“เพื่อเป็นการไถ่บาปที่เราสองคนแม่ลูกเคยทำกับเธอไว้ ฉันจะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายทุกอย่างของเธอ จนกว่าคดีจะสิ้นสุด”
นับดาวอึ้ง ในใจเริ่มอ่อนลง
“คุณอากับน้ำรินเมตตาขนาดนี้ เธอควรจะรับสารภาพความผิดทุกข้อหา ศาลท่านจะได้เมตตาลดหย่อนโทษ และถ้ากลับตัวกลับใจเป็นคนดีพี่กับน้ำรินก็พร้อมจะช่วยเหลือเธอตลอดไป”
ภพธรโอบไหล่น้ำรินอย่างทะนุถนอมทั้งคำพูดของภพธรและภาพนั้นบาดตาบาดใจนับดาวยิ่งนัก
“ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากพวกแก ฉันเกลียดพวกแกเกินจะให้อภัย ความเกลียดนี้จะไม่มีวันหาย ไม่ว่าชาติหน้าชาติไหน ฉันก็จะไม่ให้อภัย”
นับดาวมองหน้าทุกคนอย่างอาฆาตแล้วเดินออกไปจากห้อง

ภพธรเข็นรถให้ธารา เดินมาคู่กับน้ำรินที่ยังเป็นกังวลเรื่องนับดาว
“คนที่อยู่กับความเคียดแค้นมาตลอดชีวิต คงไม่เคยมีความสุขเลยนะคะแม่”
ภพธรขบกรามขึ้นเป็นสันนูน เพราะเขาก็คือคนที่อยู่กับความแค้นมาตลอดชีวิตเช่นกัน
น้ำรินหันไปเห็นเหยี่ยวเดินอยู่ไกลๆ ก็รีบหันมาบอกภพธร
“พี่ธรพาคุณแม่กลับก่อนนะคะ”

น้ำรินกำลังจะเดินไปทักเหยี่ยว แต่พอเห็นแนนเดินมา ก็รีบหลบ แล้วแอบฟังทั้งคู่คุยกันอยู่
“เมื่อกี้เราเห็นภาพในอดีต เห็นคดีที่เราเคยทำ”
แนนหันไปมองเหยี่ยว เริ่มรู้สึกใจไม่ดีว่าเหยี่ยวจะจำอะไรได้มากกว่านั้นหรือไม่
“เหยี่ยวจำอะไรเพิ่มขึ้นได้อีกมั้ย?”

อ่านละคร ภพรัก ตอนอวสาน[3] วันที่ 12 ธ.ค. 57

ละครภพรัก บทประพันธ์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก บทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก กำกับการแสดโดย : ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์
ละครภพรัก ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด
ละครภพรัก ควบคุมการผลิตโดย : สินจัย เปล่งพานิช
ละครภพรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2557
ละครภพรัก ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 3 และ ช่อง 3 HD
ที่มา ไทยรัฐ