อ่านละคร ภพรัก ตอนอวสาน[4] วันที่ 12 ธ.ค. 57

อ่านละคร ภพรัก ตอนอวสาน[4] วันที่ 12 ธ.ค. 57

แนนหันไปมองเหยี่ยว เริ่มรู้สึกใจไม่ดีว่าเหยี่ยวจะจำอะไรได้มากกว่านั้นหรือไม่
“เหยี่ยวจำอะไรเพิ่มขึ้นได้อีกมั้ย?”
“จำได้นิดหน่อย ไม่ปะติดปะต่อ ขาดๆ หายๆ เราอยากจำได้ เรามีความรู้สึกว่าความทรงจำเหล่านั้นเป็นช่วงวลาที่ดีที่สุดในชีวิต”

น้ำรินฟังแล้วก็รู้สึกหัวใจพองโต มีกำลังใจขึ้นมา
“มันต้องดีที่สุดอยู่แล้ว เพราะเป็นช่วงที่เราหมั้นกัน”
น้ำรินเจื่อนลงทันที เหยี่ยวพยักหน้ารับอย่างไม่ค่อยแน่ใจ
น้ำรินเดินหนีออกมาด้วยความน้อยใจ เมื่อเห็นเหยี่ยวเดินตามมา ก็รีบเดินหนีไป



น้ำรินเดินหลบมาในร้านหนังสือ แต่เหยี่ยวก็ยังเดินตามเข้ามา จนเธอต้องมุดหนีไปจนสุดมุมร้าน แล้วแกล้งหยิบหนังสือมาบังหน้า ทำทีเป็นอ่านหนังสือ พอเห็นเหยี่ยเดินออกไปก็แทบหมดแรง พลางวางหนังสือคืนบนชั้น แล้วเห็นว่าหน้าปกหนังสือที่ตัวเองหยิบมาเขียนว่า “บุพเพสันนิวาส”
น้ำรินคิดอย่างเศร้าๆ วางหนังสือคืนชั้นแล้วเดินหงอยๆออกไป

ธาราบอกกับภพธรว่าจะวางมือจากงาน ภพธรแอบยิ้มสมใจ แต่แล้วก็กลับผิดหวัง
“ตั้งใจจะให้น้ำดูแลงานทั้งหมด ช่วยสอนน้องด้วยนะภพธร”
“แต่น้ำไม่ชอบงานพวกนี้ ทำไมเราไม่ปล่อยให้น้องทำสิ่งที่ชอบ ผมจะเป็นคนดูแลน้ำและธุรกิจทั้งหมดเอง”
ธารายิ้มอย่างใจเย็น
“อาจะสบายใจกว่าถ้าได้เห็นน้ำดูแลกิจการ ตำแหน่งของเธอจะถูกส่งต่อให้น้ำริน เธอต้องพิสูจน์ตัวเอง...ช่วยน้ำรินทำงานโดยไม่มีตำแหน่งอะไรในบริษัทฯ”
ภพธรรู้สึกทันทีว่าธารายังไม่ไว้วางใจ แต่ก็รีบซ่อนความรู้สึกไม่พอใจไว้ภายใต้รอยยิ้ม
“ขอบพระคุณคุณอาที่ยังไว้ใจและเชื่อใจผม”

น้ำรินมาที่วัด พร้อมกับแนะนำตัวเองกับหลวงตาเคี้ยง เพราะตั้งใจจะมาปรึกษาเรื่องของเหยี่ยว
“หนูชื่อน้ำ เป็นดวงจิตที่อยู่กับหมวดเหยี่ยวไงคะ”
หลวงตาเคี้ยงปากสั่น
“อ๋อ รู้แล้วว่าใคร ทุกทีมาแต่เสียง แต่วันนี้มาให้เห็นหน้าค่าตากันกลางวันแสกๆ เลยเนาะ”
ปลาทูกับปูอัดที่ยืนอยู่ด้วย กลัวจนลนลาน แต่พอรู้ว่าน้ำรินเป็นคน ก็ถอนหายใจโล่งอก
น้ำรินส่ายหน้าขำๆ

จากนั้นหลวงตาเคี้ยงก็พาน้ำรินมานั่งคุยในศาลา มีปลาทูกับปูอัดคอยเสนอหน้า
“เหยี่ยวจำโยมไม่ได้ ก็ต้องมีสาเหตุ การที่เหยี่ยวเห็นดวงจิตของโยมอยู่คนเดียว ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
เมื่อโยมเข้าร่างได้แล้ว แต่เหยี่ยวจำโยมไม่ได้ ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเช่นกัน ทุกเรื่องในโลกมีกรรมเป็นเครื่องกำหนด ถ้าเข้าใจเหตุก็จะเข้าใจผล ถ้าโยมคิดว่าความรักคือเหตุ แล้วรักแท้คืออะไร”

น้ำรินเดินเล่นที่ริมแม่น้ำที่เคยมากับเหยี่ยว พลางคิดถึงเรื่องราวที่ทั้งคู่เคยคุยกัน ณ ที่แห่งนี้
“ฉันกลับมาแล้วเหยี่ยว จำฉันได้ซะทีสิคะ”
น้ำรินถอนหายใจยาว พลางคิดถึงคำพูดของหลวงตาเคี้ยง
“รักแท้คืออะไร ?”

แนนยื่นกล่องจิ๊กซอว์ให้เหยี่ยว
“เราเคยอ่านเจอว่าการต่อจิ๊กซอว์จะช่วยเรื่องสมองและความจำก็เลยซื้อมาฝาก”
“ขอบใจนะ ชีวิตคนก็เหมือนจิ๊กซอว์ ต้องใช้เวลาต่อเรื่องราวทีละนิด”
เหยี่ยวพูดแล้วก็ชะงัก
“เอ๊ะ ทำไมคุ้นๆ เหมือนเราเคยพูดให้ใครฟังมาก่อน”
“คงไม่ใช่เรา เพราะเราเพิ่งได้ยินเมื่อกี้เป็นครั้งแรก”
แนนเทจิ๊กซอว์ออกจากกล่อง เหยี่ยวหยิบตัวจิ๊กซอว์ตัวหนึ่งขึ้นมาดู พลันภาพของน้ำรินก็ปรากฏขึ้นในความทรงจำ
เหยี่ยวรู้สึกปวดหัวขึ้นมานิดๆ ทำจิ๊กซอว์ตัวนั้นตกลงไปที่พื้น แนนรีบก้มลงเก็บตัวจิ๊กซอว์ เป็นจังหวะเดียวกับที่เหยี่ยวก้มลงไปเก็บ มือทั้งคู่จับจิ๊กซอว์พร้อมกัน ภาพของน้ำรินปรากฏซ้อนขึ้นมา
เหยี่ยวสับสน ปวดหัว แล้วรีบลุกไป แนนมองตามอย่างไม่เข้าใจ

น้ำรินนั่งเหม่อมองแม่น้ำเศร้าๆ พอหันหลังจะกลับก็เจอเหยี่ยวยืนดูแม่น้ำอยู่ไม่ไกล
เหยี่ยวหันมาเห็นน้ำริน ก็ยิ้มให้เหมือนจำได้ น้ำรินชะงักไปเหมือนมีความหวัง
“คุณชื่อน้ำริน”
น้ำรินยิ้มดีใจ “คุณจำฉันได้”
“คุณบอกผมที่ออฟฟิศไง แต่ผมยังจำไม่ได้ว่าเคยช่วยอะไรคุณไว้บ้าง เห็นคุณบอกว่าเราสนิทกันมากเลยใช่มั้ย”
น้ำรินหน้าเจื่อนลง “ไม่เป็นไร คุณจำได้แค่นี้ ฉันก็ดีใจมากแล้ว อย่างน้อยคุณก็รู้แล้วว่าฉันชื่อน้ำริน
ชีวิตคนก็เหมือนจิ๊กซอว์ ต้องใช้เวลาต่อเรื่องราวทีละนิด สุดท้ายเราก็จะได้คำตอบ ได้จิ๊กซอว์ชีวิตที่สมบูรณ์”
เหยี่ยวงงๆ “เฮ้ย เดี๋ยว ทำไมคุณพูดเหมือนผมเป๊ะเลย”
“เพราะคุณเป็นคนบอกฉัน แล้วคุณก็บอกอีกว่า ฉันคือจิ๊กซอว์ที่ทำให้ชีวิตคุณสมบูรณ์”
“เอ อันนี้ผมจำไม่ได้แล้ว หวานๆ เลี่ยนๆ แบบนี้ แน่ใจรึว่าออกมาจากปากผม”
น้ำรินพยายามกลั้นร้องไห้ ทั้งที่หัวใจเจ็บปวด แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“คุณเคยสัญญาว่าจะไม่ลืมฉัน ฉันจะไม่ยอมแพ้หรอกนะคะ ฉันจะทำให้คุณจำเรื่องของเราให้ได้”

เหยี่ยวนั่งมองแหวนหมั้นอย่างสับสน ครู่หนึ่งยายนวลก็เดินเข้ามา
“ยาย ผมหมั้นกับแนนเพราะรักเค้าจริงๆ เหรอ”
“ก็จริงสิวะ อย่าบอกนะว่าเอ็งลืมไปแล้วว่ารักแนน”
เหยี่ยวส่ายหน้า “ไม่ลืม แต่ไม่รัก ผมรู้สึกกับแนนได้แค่เพื่อน”
“งั้นเอ็งก็รักหนูแนนซะสิ”
เหยี่ยวหน้าเศร้า “ผมคงรักใครไม่ได้ ความรักเป็นเรื่องของความรู้สึก ไม่มีเหตุผลหรอกยาย ผมรู้สึกเหมือนรอใครสักคนอยู่”
เหยี่ยวทอดสายตา มองไกลออกไปนอกหน้าต่าง

แนนนั่งนิ่งครุ่นคิดเรื่องราวระหว่างตัวเองกับเหยี่ยวอย่างสับสน พร้อมๆ กับเริ่มประติดประต่อกับท่าทีแปลกๆ ของเหยี่ยวในอดีตที่เหมือนๆ กับพูดกับใครสักคน ที่เธอมองไม่เห็น
“น้ำริน เธออยู่กับเหยี่ยวมาตลอด ?”

เหยี่ยวนอนหลับอยู่บนเตียง อย่างกระสับกระส่าย ในหัวเต็มไปด้วยภาพของน้ำริน ตอนที่ถูกวิญญาณของชลชาติกระชากตัวลงมาดำดิ่งในน้ำลึก และเขาพยายามดำลงไปช่วย แต่กลับคว้าตัวเธอได้เพียงอากาศธาตุ
เหยี่ยวผุดลุกขึ้นมานั่ง แล้วจึงรู้ว่าตัวเองฝันไป จากนั้นก็หันมองปลาทองว่ายไปมาอยู่ในตู้ ตุ๊กตาหมีสีฟ้าพิงอยู่ข้างตู้ปลา กล่องเหล็กเล็กๆ ที่มีเศษด้ายแดงอยู่ข้างใน
ขณะเดียวกันน้ำรินก็นั่งน้ำตาซึม คิดถึงเรื่องที่เหยี่ยวจำเธอไม่ได้

เหยี่ยวยกเศษด้ายแดงขึ้นมามองดู
น้ำรินน้ำตาซึม เศร้าโศกเสียใจที่ความรักเป็นไปไม่ได้
“ฉันจะต้องทำให้หัวใจของคุณจำฉันให้ได้”

“คุณเคยอยู่ในห้องนี้กับผม?”
เหยี่ยวประหลาดใจ น้ำรินยืนอยู่ที่หน้าต่าง มองดูแม่น้ำ หันกลับมาพูดต่อ
“คุณเดียวที่มองเห็นดวงจิตของฉัน ฉันยังไม่ตาย คุณช่วยหาร่างให้ฉัน ฉันพิสูจน์ได้ คุณไม่สงสัยเหรอคะว่าห้องคุณมีอะไรเพิ่มขึ้นหลายอย่าง ตรงนั้น เป็นที่นอนของฉัน”

แนนเดินมาที่หน้าห้องเหยี่ยว ได้ยินเสียงน้ำรินก็เลยหยุดชะงัก
น้ำรินมองหน้าเหยี่ยวก็รู้ว่าเขายังไม่เชื่อสิ่งที่เธอพูด

“ดูรอบๆ ที่นอนสิคะ”
เหยี่ยวไปดูที่ซอกที่นอน ที่มีเศษด้ายสีแดง เขารีบหยิบขึ้นมา จากนั้นก็เดินไปเปิดกล่องเหล็กบนโต๊ะ แล้วหยิบเศษด้ายแดงออกมาเทียบกัน
“มันเคยเป็นเส้นเดียวกัน คุณคล้องมันที่นิ้วของคุณและฉัน หลังจากเล่าตำนานเรื่องเฒ่าจันทราที่ผูกด้ายแดงล่องหนไว้ที่นิ้วชายหญิงที่เป็นเนื้อคู่กัน”
น้ำรินหยิบตุ๊กตาหมีสีฟ้าขึ้นมา
“คุณซื้อตุ๊กตาตัวนี้ให้ฉัน เพราะฉันชอบสีฟ้”
จากนั้นก็ชี้ไปที่ปลาในตู้ปลา
“ปลาตัวนี้คุณก็ซื้อให้ เพราะคุณคิดว่ามันหน้าเหมือนฉัน ในวันที่ฉันเศร้าสิ้นหวัง คุณชวนฉันจัดตู้ปลาให้ลืมความหม่นหมอง คุณบอกฉันว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น คุณจะไม่ลืมฉัน ไม่ลืมผู้หญิงที่ชื่อน้ำริน”
เหยี่ยวพยายามนึก น้ำรินเล่าต่ออย่างเศร้าๆ
“สมองคุณอาจจะลืม แต่ใจไม่มีวันลืม”
เหยี่ยวอึ้ง เพราะคำพูดพวกนั้นปักเข้าที่กลางใจของเขาอย่างจัง
แนนอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน ตระหนักว่าเธอกำลังรับรู้เรื่องราวความจริงทุกอย่างแล้ว

น้ำรินเดินมาหยุดมองที่รูปจิ๊กซอว์ที่เป็นรูปวิว
“ฉันช่วยคุณต่อจิ๊กซอว์นี้จนเสร็จ คุณบอกว่าฉันเติมเต็มชีวิตที่ขาดหายไปของคุณ คุณช่วยดวงจิตของฉันไม่ให้สลายไปเพราะดวงวิญญาณร้าย”
เหยี่ยวมองสบตาน้ำริน
“คุณเอง ที่ผมฝันถึง ผมฝันว่าลงไปช่วยผู้หญิงคนนึงขึ้นจากน้ำ แต่มองไม่เห็นหน้าเธอ”
น้ำรินชะงักค้าง แสงสว่างแห่งความหวังพุ่งเข้ามาจับใจของเธอ

แนนช็อก เจ็บปวดใจมาก ทำอะไรไม่ถูก และเกินกว่าจะทนฟังต่อไปไหว

น้ำรินมองเหยี่ยวด้วยความหวัง
“เราเคยสัญญากันว่าเราจะไม่จากกัน”
เหยี่ยวพูดช้าๆอย่างไม่มั่นใจ “ผมรู้ว่าตัวเองรอใครซักคนอยู่ แต่ผมจำคุณไม่ได้จริงๆ”
น้ำรินผิดหวัง พร้อมๆ กับที่เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมากดรับสาย
“พี่ธร น้ำออกมาธุระนิดหน่อยค่ะ กำลังจะกลับอยู่พอดี พี่ธรมีธุระอะไรกับน้ำเหรอคะ ได้ค่ะ น้ำรู้จัก แล้วเจอกันค่ะ”
น้ำรินมองหน้ากับเหยี่ยว ที่ยังคงจำเธอไม่ได้

แนนเดินออกมาจากบ้านเหยี่ยว ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง รู้ตัวดีว่าถึงเวลาแล้วจะต้องออกไปจากชีวิตของเขา

ภพธรกับอยู่ในภัตตาคารหรูโรแมนติกกับน้ำริน ที่เอาแต่เหม่อลอย เพราะใจคิดถึงแต่เหยี่ยว
จู่ๆ ภพธรก็หันไปส่งสัญญาณให้บริกรเข็นรถเข็นเข้ามา ในรถเข็นตกแต่งด้วยดอกไม้ จานสีขาวใบใหญ่มีฝาสีเงินครอบมาอย่างดี
บริกรเปิดฝาครอบออก ในจานมีกล่องใส่แหวนเล็กๆ ภพธรหยิบกล่องแหวนออกมา ก่อนจะเปิดให้น้ำรินเห็นแหวนเพชรที่อยู่ในกล่อง
“ชีวิตของพี่เคยเดินทางผิดพลาดไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ด้วยความรักของน้ำทำให้พี่อยากเป็นคนดีอีกครั้ง ให้เกียรติพี่ได้ดูแลน้ำไปตลอดชีวิตนะครับ”
น้ำรินอึดอัดหนักใจ แล้วในที่สุดก็ตัดสินใจปฏิเสธ
“น้ำยังแต่งงานตอนนี้ไม่ได้ น้ำรักใครไม่ได้ค่ะ น้ำขอตัวกลับนะคะ”
น้ำรินลุกเดินหนีไปทันที ภพธรเหมือนจะตามไป
“อย่าตามน้ำมานะคะ น้ำต้องการอยู่กับตัวเอง อีกไม่นานคงมีข้อสรุปในอนาคตระหว่างเรา”
ภพธรมองตามน้ำรินออกไป ก่อนที่จะตบโต๊ะด้วยความขัดใจ เพราะกำลังจะสูญเสียทรัพย์สมบัติและ
น้ำรินไปอย่างถาวร

ภพธรเดินออกมาด้วยแววตาโกรธแค้น พร้อมกับสั่งการทางมือถือไปด้วย
“น้ำรินเลือกที่จะตาย เก็บน้ำรินกับไอ้หมวดเหยี่ยว ยิงกระสุนให้เจาะกลางกบาล ส่วนนังนับดาว มะรืนนี้จะถูกย้ายไปฝากขังที่เรือนจำ จัดการเก็บมันซะระหว่างทาง ใครที่ขัดขวาง มันต้องตาย”
ภพธรสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบแต่อำมหิตเลือดเย็น แววตาร้อนแรงด้วยไฟแค้น

นับดาวที่สีหน้าอิดโรยทรุดโทรมมากใส่กุญแจมือ ถูกตำรวจคุมตัวขึ้นเบาะหลังรถ แล้วรถก็เคลื่อนออกไป
พอถึงแยก รถกลับวิ่งผ่านไป ตำรวจที่นั่งข้างคนขับงง
“ทำไมไม่เลี้ยวขวา”
นับดาวรู้สึกได้ถึงความแปลกพิกล พลางแอบมองหน้าคนขับผ่านกระจกมองหลัง ก็รู้สึกคุ้นหน้า
“ไปกลับรถข้างหน้า”
พอถึงที่กลับรถ ตำรวจขับผ่านแล้วไปเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเปลี่ยว ก่อนที่จะหันมายิงใส่ตำรวจคนที่นั่งข้างๆตายคาที่
นับดาวจ้องคนขับรถเขม็ง “ภพธรส่งแกมาใช่มั้ย”
คนขับไม่ตอบแต่จอดรถที่ข้างทางเปลี่ยว ก่อนที่จะหันขวับกลับมา แล้วจ่อปืนไปที่นับดาว ที่หลับตานิ่ง เหมือนกำลังยอมรับกับความตายที่กำลังจะมาเยือน

ในที่สุดแนนก็ตัดสินใจมาคุยกับน้ำรินตรงๆ
“ฉันถอนหมั้นกับเหยี่ยวแล้วค่ะ”
น้ำรินอึ้ง ตกใจ “แล้วหมวดเหยี่ยวกับยายนวลว่ายังไงคะ”

ยายนวลนั่งรออยู่ที่ศาลา ละล้าละลังคล้ายกำลังรอใครอยู่ เหยี่ยวเดินเข้ามาหาด้วยหน้าตาท่าทางไม่ค่อยสบายใจนัก
“ทำไมหนูแนนยังไม่มา ไหนบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะปรึกษาไง”
เหยี่ยวหน้าเครียดๆ แล้วนั่งลงที่ข้างๆ
“เค้าไม่มาแล้วครับ ผมเพิ่งได้รับเมล์จากแนน”

แนนคุยกับน้ำรินด้วยสีหน้าแววตาเครียดและน้ำตาคลอ เสียใจในการตัดสินใจของตัวเอง แต่ก็เชื่อมั่นว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว
“ฉันได้แต่หวังว่าทุกคนจะเข้าใจ ยอมรับการตัดสินใจยกเลิกงานแต่งงานระหว่างฉันกับเหยี่ยว ไม่มีอะไรเศร้าไปกว่าการต้องอยู่คนที่ไม่มีวันรักเรา เพราะเค้ามีคนอื่นอยู่เต็มหัวใจ”
“การถูกคนรักลืม เจ็บปวดไม่แพ้กันหรอกค่ะ”
แนนยิ้มเศร้า “ถึงเค้าจำคุณไม่ได้ แต่ฉันรู้ว่าหัวใจของเหยี่ยวมีแต่คุณ คิดถึงคุณ ฝันถึงคุณ ถ้าฝืนต่อไป ก็เท่ากับฉันทำร้ายคนที่ฉันรักมากที่สุด”

เหยี่ยวกับยายนวลกำลังดูวิดีโอของแนนในไอแพด
“ถึงเวลาที่ฉันต้องเลิกหลอกตัวเอง ชีวิตแต่งงานต้องประกอบด้วยความรักของคนทั้งคู่ ไม่ใช่ความรักข้างเดียวที่สุดท้ายจบลงด้วยความทุกข์ทรมานของทุกๆ คน”

อ่านละคร ภพรัก ตอนอวสาน[4] วันที่ 12 ธ.ค. 57

ละครภพรัก บทประพันธ์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก บทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก กำกับการแสดโดย : ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์
ละครภพรัก ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด
ละครภพรัก ควบคุมการผลิตโดย : สินจัย เปล่งพานิช
ละครภพรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2557
ละครภพรัก ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 3 และ ช่อง 3 HD
ที่มา ไทยรัฐ