อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 9 วันที่ 6 ธ.ค. 57

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 9 วันที่ 6 ธ.ค. 57

ผียายปริกปรากฏตัวขึ้น พลางช่วยชี้บอกทาง น้ำรินรีบหนีไปตามทางที่บอก ชลชาติหันขวับ จ้องผียายปริกด้วยดวงตาแดงกล่ำ แล้วส่งคลื่นแห่งแรงแค้น กระแทกจนผียายปริกตัวลอยเคว้งกลางอากาศเข้าปะทะกับต้นไม้ใหญ่บริเวณนั้นจนจุกอยู่กับพื้น

ชลชาติรีบตามน้ำรินไปอย่างไม่ลดละ แล้วก็มาดักหน้า พลางจ้องเขม็งไปยังน้ำริน ความอาฆาตแค้นอันแรงกล้าบังเกิดเป็นคลื่นกระแทกร่างน้ำรินลอยคว้างไปกระแทกกับรถมูลนิธิร่วมกตัญญูที่จอดอยู่บริเวณนั้นก่อนที่จะพุ่งเข้าไปบีบคอน้ำริน ดวงตาวาวโรจน์เหี้ยมโหด พร้อมกับอ้าปากดูดพลังวิญญาณของน้ำรินด้วยความอาฆาตแค้น
เสียงผียายปริกดังแว่วข้างหูน้ำริน เหมือนลมพัดผ่าน



“นึกถึงพระพุทธคุณและบุญความดีที่เคยทำไว้”
น้ำรินพยายามรวบรวมพลังที่ยังเหลือ พนมมือขึ้นอธิษฐานราวกับเป็นที่พึ่งสุดท้าย

ยันต์เก้ายอดที่แปะอยู่เหนือกระจกหน้ารถของมูลนิธิร่วมกตัญญู แปรเปลี่ยนเป็นลูกธนู หันหัวออกมาจากยันต์พุ่งตรงเข้าหา และกระแทกใส่ชลชาติ จนกระเด็นลอยหวือ ก่อนหายวับไป
น้ำรินพยุงตัวเองลุกขึ้นแทบหมดแรง พลางมองยันต์เก้ายอด แล้วเริ่มเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ก่อนจะยกมือไหว้เหนือศีรษะด้วยจิตศรัทธา
อาสาสมัครมูลนิธิฯทั้งสองขึ้นรถและขับออกไป เหยี่ยวกำลังเดินเข้ามาหาน้ำรินอย่างไม่ค่อยพอใจ
“คุณหนีอะไรมา ?”

เหยี่ยวตกใจ เมื่อรู้เรื่องที่ชลชาติตามทำร้ายน้ำรินอยู่เมื่อครู่
“คุณเคยฆ่าผีตัวนั้นจริงรึเปล่า ?”
น้ำรินสีหน้าสลด เป็นกังวลว่าตัวเองจะเคยฆ่าคนตาย
“ถ้าจำได้ ฉันคงไม่มีวันให้อภัยตัวเอง”
เหยี่ยวยิ้มปลอบใจ แล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง
“ผมจะบอกคุณว่าแนนปลอดภัยแล้ว”
น้ำรินฝืนยิ้มไปกับเหยี่ยว ทั้งที่ในใจเจ็บแปลบ เข้าใจว่าเหยี่ยวรักและเป็นห่วงแนนมาก
“รีบไปดูแนนกันดีกว่า เดี๋ยวฟื้นแล้วไม่เจอใคร”
เหยี่ยวหันหลังเดินนำเข้าไปในตึก น้ำรินก้าวขาไม่ออก ไม่อยากตามไปเห็นภาพบาดตาบาดใจ
แต่สุดท้ายก็จำยอมเดินตามไปด้วยความเศร้าและน้อยใจ

ภพธรเหวี่ยงแก้วกาแฟทิ้งด้วยความโกรธและฉุนเฉียว
“พลาดอีกแล้วเหรอ กว่าจะหาตัวนังธาราเจอไม่ใช่เรื่องง่าย ป่านนี้ไอ้สงครามอาจจะพาหนีไปอีกแล้ว”
ภพธรยิ่งหงุดหงิด อารมณ์เสีย นับดาวพยายายามพูดปลอบใจ
“สภาพนังธาราตอนนี้คงหนีไปไหนไม่สะดวกนักหรอกค่ะ ความแค้นของพี่ธรก็คือความแค้นของดาว แต่ความใจร้อนวู่วามไม่ช่วยให้งานเราสำเร็จแน่ พี่ธรก็รู้ว่าดาวเต็มใจทำให้พี่ธรทุกอย่าง เราควรช่วยกันแก้ไขปัญหา ดีกว่ามาทะเลาะกันเองนะคะ”
“ธาราคงไม่ไว้ใจใครนอกจากไอ้สงคราม”

นับดาวยิ้มเหียม “ก็เหลือแต่คนใกล้ตัวเท่านั้น ที่จะกำจัดมันได้อย่างแนบเนียน”
เหยี่ยวฟุบหลับอยู่ข้างเตียงแนน โดยมีน้ำรินนั่งมองทั้งคู่อย่างเหงา ๆ อยู่มุมห้อง สีหน้าและแววตาเต็มไปด้วยความน้อยใจระคนเศร้า

พยาบาลเปิดประตูเข้ามา เพื่อวัดความดันและวัดไข้ให้แนน เหยี่ยวรู้สึกตัวตื่น รีบถามอาการจากพยาบาลด้วยความเป็นห่วง
“คนไข้ปลอดภัยดีค่ะ ฉันแค่วัดไข้และความดันตามปกติ การฟื้นตัวหลังผ่าตัด ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละคนค่ะ”
เหยี่ยวพยักหน้าเข้าใจ เฝ้ามองดูพยาบาลวัดไข้ วัดความดันให้แนนด้วยความห่วงใย น้ำรินรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินจนทนไม่ได้ จึงเดินออกจากห้องไปเงียบ ๆ

น้ำรินนั่งเศร้าตามลำพัง นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พอผียายปริกโผล่มา น้ำรินก็บ่นว่าไม่ยอมโผล่หน้ามาช่วยเธอ
“แกล้งบ่นฉันเพื่อปกปิดความน้อยใจล่ะสิ หล่อนกับหมวดแนนพุ่งเข้าไปช่วยบังกระสุนให้หมวดเหยี่ยว แต่หมวดแนนดันกลายเป็นฮีโร่คนเดียว”
น้ำรินหน้าเศร้า “แต่เธอเป็นคนช่วยชีวิตเหยี่ยวจริง ๆ”
“หล่อนก็ตามไปช่วยวิญญาณหมวดแนนให้กลับเข้าร่าง จนวิญญาณตัวเองเกือบสลาย แต่ต้องมานั่งช้ำใจเพราะหมวดเหยี่ยวห่วงคนอื่นมากกว่า พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ความรักจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากเหตุปัจจัยทั้งอดีตและปัจจุบันประกอบกัน” ถึงจะเป็นคู่แท้ที่เคยร่วมบุญกันมาก่อน ก็ใช่ว่าจะลงเอยด้วยความสุขเสมอไป บางคู่พบเจอกันแล้ว แต่ต้องรอจังหวะเหมาะสมที่จะร่วมกุศลไปด้วยกัน”
น้ำรินครุ่นคิดตามอย่างงง ๆ

สงครามยืนอยู่ที่ระเบียงบ้านพักตากอากาศ พลางสั่งลูกน้องทางโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เอาหัวกระสุนไปตรวจเทียบอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ เช็คประวัติมือปืนในแฟ้มอาชญากรว่ามีใครใช้ปืนชนิดนี้บ้าง ด่วน”
จากนั้นก็วางสาย หันหลังเดินเข้าบ้านพักสวนกับนกน้อยที่เดินออกมา
“ผมจัดตำรวจกระจายกำลังดูแลรอบบ้านพักแล้วครับ”
“ตรวจให้ดี คนร้ายอาจจะย้อนกลับมาอีกเมื่อไหร่ก็ได้”

นกน้อยรับคำ สงครามก้าวเข้าไปในบ้านพัก สีหน้ายังคงเคร่งเครียด
ธารานั่งรถเข็นมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง ด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น แต่แววตาแฝงไว้ซึ่งความหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อย

“ผมจัดตำรวจฝีมือดีคอยคุ้มครองคุณตลอด 24 ชั่วโมงหวังว่าคุณจะสบายใจขึ้น”
สงครามเดินเข้ามาบอก ธารารีบหันไปถามถึงแนนอย่างเป็นกังวล
“ปลอดภัยแล้ว แต่ยังไม่ฟื้น”
พูดพลางก้าวมายืนตรงหน้าธารา น้ำเสียงจริงจัง
“คุณสงสัยว่าใครรึเปล่า ? ใครที่คิดจะฆ่าคุณ?”
ธาราอึ้ง ๆ เพราะรู้ตัวว่ามีศัตรูทางธุรกิจมากมายเต็มไปหมด
“ฉันมันเลว ใคร ๆ ก็อยากฆ่าฉันทั้งนั้น แต่ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าใคร ฉันไม่รู้”
น้ำตาธาราหลั่งไหลออกมาอย่างสุดกลั้น แม้จะพยายามเชิดหน้าทำใจแข็งแค่ไหน ก็ไม่สามารถปกปิดความอ่อนแอที่ซ่อนอยู่ภายในได้ สงครามย่อตัวลง กุมมือธาราด้วยความสงสารและเห็นใจ
“คนพวกนั้นไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของคุณ คนเลว ไม่มีทางเสียน้ำตา”
“คุณอาจจะไม่รู้จักฉันดีพอ”
“ผมรู้จักคุณดีที่สุด ถึงได้มองเห็นผู้หญิงอ่อนหวาน แสนดีที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณ”
สงครามจะยื่นมือไปปาดน้ำตาให้ ธาราเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ฝืนทำเข้มแข็ง พยายามที่จะไม่ใจอ่อนหรือแสดงความอ่อนแอให้สงครามเห็นมากนัก
สงครามเจ็บลึก ๆ เข้าใจว่าธาราเย็นชากับเขาอย่างไร้เยื่อใย

แนนลืมตาตื่นขึ้นมา ก็เห็นเหยี่ยวเฝ้าอยู่ด้วยความเป็นห่วง เหยี่ยวรีบลุกเข้ามาหาแนนข้างเตียงด้วยความดีใจ ทั้งคู่จับมือกันด้วยความผูกพันที่มีให้กันมานาน น้ำรินเดินเข้ามาเห็นทั้งคู่จับมือและยิ้มให้กันและกันพอดี ก็ถึงกับชะงัก
สีหน้าแนนครุ่นคิด สองจิตสองใจ ก่อนเล่าให้เหยี่ยวฟัง
“ฉันฝันว่าถูกผีผู้ชายทำร้าย แล้วก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาช่วย มันเหมือนจริงมาก ผู้หญิงคนนั้นยอมแลกวิญญาณของตัวเอง เพื่อให้ผีผู้ชายหยุดทำร้ายฉัน”
แนนสับสน ก้ำกึ่งระหว่างความฝันกับความจริง เหยี่ยวแอบหันไปกระซิบถามน้ำริน เมื่อแนนหันไปมองอีกทางหนึ่ง
“ผู้หญิงในฝัน ใช่คุณรึเปล่า ?”
น้ำรินแกล้งพูดประชด “คิดว่าฉันจะช่วยแฟนคุณมั้ย ?”
“คุณนายเยอะอย่างคุณ ช่วยใครไม่ได้หรอก”

น้ำรินเจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที เหยี่ยวหันมาอีกที ก็ไม่เจอเธอแล้ว พอหันกลับมาเห็นสายตาสงสัยของแนน จึงได้แต่ยิ้มกลบเกลื่อน
น้ำรินเดินออกมาด้วยความหงุดหงิด น้อยใจ พลางครุ่นคิด

“ฉันจับสิ่งของได้หลายครั้ง แต่ทำไมฉันบังกระสุนให้เหยี่ยวไม่ได้”

“ทำไมจ่าไม่ถามผมก่อนว่าควรบอกเรื่องนี้กับยายมั้ย ?”
เหยี่ยวหันมาพูดตำหนินกน้อย เมื่อยายนวล พาปลาทู กับปูอัดมาเยี่ยมแนน
“ข้าเป็นห่วงว่าที่หลานสะใภ้ เอ็งมีปัญหาเหรอ ?”
แนนอมยิ้ม เมื่อยายนวลพูดอย่างเปิดเผย
“ไม่กล้ามีหรอก”
“แต่ข้ามี” ยายนวลพูดหน้าตาเฉย

“ยายมีเรื่องอะไรจะคุยกับผม”
เหยี่ยมถามยายนวลเมื่อแยกมาคุยกันตามลำพัง
“เรื่องของเอ็งกับหนูแนนจะเอายังไง ?”
น้ำรินกำลังจะกลับเข้าไปในตึก เมื่อได้ยินยายนวลพูดกับเหยี่ยว ก็หยุดแอบฟังอยู่มุมหนึ่ง
“ผมยังไม่คิดกับแนนเรื่องใช้ชีวิตร่วมกันเลย”
“หนูแนนเกือบตาย เพราะยอมเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อช่วยเอ็งมันพิสูจน์ได้ว่าหนูแนนรักเอ็งจริง”
น้ำรินเดินหันหลังออกไปอย่างเศร้า ๆ ไม่พูดอะไร แล้วมานั่งมองเหม่อออกไปยังทะเลกว้างเบื้องหน้า ผียายปริกเข้ามาหา
“หนีอะไรก็หนีได้ แต่ไม่มีใครหนีหัวใจตัวเองพ้น”
“ฉันไม่ได้หนี ฉันไม่ได้รักเค้า ฉันแค่เป็นห่วง”
“ความห่วงใยคือจุดเริ่มต้นของความรัก”
น้ำรินยืนยัน “บอกว่าไม่ได้รัก”
ผียายปริกตามไปยืนตรงสายตาน้ำริน พลางแนะนำด้วยความหวังดี
“หล่อนรักหมวดเหยี่ยว ก็รีบหาร่างตัวเองให้เจอ แล้วกลับเข้าร่างมาบอกเค้าสิ”
“ไม่มีประโยชน์ ตั้งแต่ความทรงจำเริ่มกลับมา ฉันรู้จักกับนักค้ายาเสพติดอย่างยอดชัด ฉันเป็นต้นเหตุทำให้นกยูงตายเพราะยาเสพติด ตัวจริงของฉันอาจเป็นเจ้าแม่แก๊งมาเฟียหรือเจ้าแม่ค้ายาเสพติด ที่สั่งฆ่าคนอย่างโหดเหี้ยมก็ได้”

อ่านละคร ภพรัก ตอนทีี่ 9 วันที่ 6 ธ.ค. 57

ละครภพรัก บทประพันธ์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก บทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละครภพรัก กำกับการแสดโดย : ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์
ละครภพรัก ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด
ละครภพรัก ควบคุมการผลิตโดย : สินจัย เปล่งพานิช
ละครภพรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2557
ละครภพรัก ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 3 และ ช่อง 3 HD
ที่มา ไทยรัฐ