อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 10 วันที่ 16 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 10 วันที่ 16 ม.ค. 58

ทุกคนพนมมือมององค์พระประธานด้วยจิตใจแน่วแน่
"ข้าและเพื่อน พี่น้องร่วมเป็นร่วมตายทุกคนในที่นี้ ขอสาบานต่อหน้าพระพุทธรูป"
สายตาทุกคนมองแน่วแน่

"เลือดไทยทุกคนที่กลืนแค้นไว้ในอก ขอยอมตายดีกว่าทนอยู่ให้ศัตรูข่มเหงเหยียบย่ำ จะไม่ยอมให้สายเลือดไทยเหือดแห้งไปจากแผ่นดินนี้ แผ่นดินนี้ต้องเป็นของคนสายเลือดไทย"


ใบหน้าทุกคนมองจ้ององค์พระเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว
"พวกเราจะบ่ายหน้าสู่บ้านระจัน จักอาสาสู้ปกป้องแผ่นดิน ให้ข้าศึกต่างแดนทุกทั่วตัวคน มันสำนึกไว้ชั่วลูกหลานของมันว่า....คนไทยนี้รักแผ่นดินยิ่งกว่าชีวิต"
ทัพและทุกคนก้มลงกราบพระด้วยสายตา จิตใจแน่วแน่ดั่งสัตย์สาบานที่จะรักษาแผ่นดินไทยไว้จนกว่าชีวิตจะหาไม่

ชายฉกรรจ์ที่เป็นเวร ตีกลองศึกที่แขวนไว้ด้านหน้าเสียงดังเป็นสัญญาณ เสียงเกราะดังก้องต่อไปเรื่อยๆ
แฟง สไบ รุ่ง เอี้ยง ที่ทำงานอยู่ในครัวหยุดชะงักฟัง
"มันมาแล้ว ข้าศึกบุกมาแล้ว หนีเร็ว" รุ่งบอก
พวกแม่ลูกอ่อน ต่างรีบอุ้มลูกวิ่งหนีเข้าบ้าน
แฟงกับสไบวิ่งช่วยกันพาเด็กๆ คนแก่หลบเข้าบ้าน

เสียงเกราะ - กลอง ดังก้องต่อเนื่อง
บริเวณลานซ้อมอาวุธ ใจ ฟัก กลุ่มหมู่เคลิ้ม วิ่งออกมารวมกับกลุ่มแท่น อิน โชติ เมือง ดอกไม้
ทองแก้ว และชายฉกรรจ์ที่ถืออาวุธเต็มลานค่าย
เสียงเกราะดังก้องมา
ดอกรักกำลังแจกดาบให้ชาวบ้านชายอยู่ที่เพิงตีดาบ แท่นก้าวออกมาด้านหน้าทุกคน
เสียงกลอง - เกราะเตือนภัย ดังไปทั่ว
พวกใจมองกันยังไม่เข้าใจ
"กำดาบของพวกเอ็งไว้ให้แน่น"
แท่นประกาศก้องบอกชายฉกรรจ์ตรงนั้นทุกคน
"ศัตรูมันมาให้พวกเรากุดหัวแล้ว"
ทุกคนบอก
"สู้ตาย เฮ..."
ชายฉกรรจ์ทุกคนสีหน้าฮึกเหิม รู้แล้วว่ากำลังจะต้องออกไปรบกับข้าศึกที่ยกมาถึงแล้ว

ชายคนหนึ่งวิ่งตีเกราะผ่านไป ดอกรักที่กำลังแจกอาวุธอยู่เงยมอง มือไม้สั่น ชายร่างกำยำที่อยู่มาก่อนบอกขึ้น
"มึงกลัวมันมากรึไอ้หนุ่ม เดี๋ยวกูจะตัดหัวมันมาฝาก"
ดอกรักสีหน้ากลัวมากขึ้น
สไบกำลังช่วยอพยพคนอยู่กับแฟง เสร็จแล้ววิ่งมามองไปหน้าค่าย
"ไปพี่สไบ เราไปดูที่หน้าค่ายกัน" แฟงบอก
รุ่งโผล่มาจากในครัว
"ฉันไปด้วย....ฉันไปด้วย"
รุ่งวิ่งตาม ผู้หญิงอื่นๆวิ่งตาม ต่างวิ่งตามออกไปเป็นขบวนอย่างเร็ว

แฟง สไบ รุ่ง เอี้ยง เหล่าแม่ครัว วิ่งมาทางหลังค่าย แล้วชะงัก.... ลานซ้อมอาวุธว่างเปล่า มีแต่ทหารยาม หอกลองยังตีอยู่
"ออกไปรบกันหมดแล้วหรือ" แฟงว่า
"ไม่น่า....กลองยังไม่หยุดตีเลย" สไบบอก
เสียงชาวบ้านถามกันเซ็งแซ่ ดอกรักวิ่งมาจากโรงตีดาบ
"พ่อค่ายกับพวกนักรบไปอยู่ที่วิหารพระอาจารย์" ดอกรักบอก
แฟงรีบบอกทุกคนในกลุ่ม
"พวกเขาไปกราบขอพรที่วิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ"

บรรยากาศขรึม ขลัง ในวิหารปูนสีขาว เสียงสวดพระอาจารย์... พ่อค่ายบ้านระจันทั้ง 11 คนนั่งเรียงกันพร้อมหน้า ทั้งกำนันพันเรือง ผู้ใหญ่ทองเหม็น จันหนวดเขี้ยว ทองแสงใหญ่ ขุนสรรค์กรมการ แท่น โชติ อิน เมือง ทองแก้ว ดอกไม้
เสียงสวดพระอาจารย์ธรรมโชติ....เงียบ เสียงทุกอย่างเงียบ
ด้านหลังคือกลุ่มพ่อค่าย คือกลุ่มชายฉกรรจ์ นักรบ ถัดมาคือชาวบ้าน แฟง สไบ พาทุกคนมานั่งลงด้านหลังสุด
พระอาจารย์ธรรมโชติเดินออกมาจากด้านในวิหาร
พ่อค่ายทั้ง 11 คนก้มลงกราบ พร้อมๆกับชาวบ้านทุกคนที่ก้มกราบอย่างนอบน้อม
สายตาทุกคนพุ่งมองไปที่พระอาจารย์ธรรมโชติอย่างเป็นที่พึ่ง เป็นกำลังใจ
พันเรือง ผู้เป็นกำนันบ้านบางระจันเอ่ยขึ้นก่อน
"กองสอดแนมของเราไปเจอพวกข้าศึกกำลังเดินทัพมาร่วมร้อย มุ่งมาคลองสะตือ พักอยู่ฟากขะโน้นขอรับ พระอาจารย์"
พระอาจารย์นิ่งมองทุกคนด้วยสีหน้าสงบ
"พวกอังวะมันคงรู้แล้วว่าค่ายระจันนี้ เป็นที่รวมคนไทยที่มีหัวใจสู้เพื่อต้านทัพพวกมัน มันคงยกกองทหารมาปราบ กระผมได้ตกลงกันแล้วว่าครั้งนี้กระผมกับ พวกพ่ออิน พ่อโชติ พ่อเมืองและนักรบบ้านศรีบัวทองจะขอออกไปรบเป็นกลุ่มแรกเพื่อต้านพวกมันไม่ให้บุกมาถึงค่าย ขอพรพระอาจารย์ให้พรคุ้มครองแก่พวกกระผมด้วย"
พระอาจารย์กวาดตามองทุกคนด้วย ยกมือพนมขึ้น
"ขอจงมีชัย.....เลือดเนื้อที่หวงแหนแผ่นดิน จงคุ้มครองให้พวกเจ้ารอดจากคมหอก คมดาบ คมมีด แหลน หลาวโตมรของศัตรู"
ทุกคนสีหน้ามีกำลังใจ เมื่อได้ยินคำอวยพรของพระอาจารย์
"อาตมาจะอยู่ดูแลเป็นขวัญเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ทำหน้าที่รักษาแผ่นดิน เพื่อให้พ่อแม่ลูกเมียของตัวได้อยู่ได้กิน ความกตัญญูรู้คุณเป็นสิ่งประเสริฐ จะเป็นเกราะคุ้มตัวผู้เสียสละตลอดไป"
พระอาจารย์ที่ยื่นตะกรุดเลขยันต์กับผ้าประเจียดให้แท่น ผู้เป็นหัวหน้า อิน เมือง โชติและนักรบทุกคนสีหน้ามีขวัญ กำลังใจที่ดีอย่างมาก
แฟงกับพรรคพวกมองอย่างศรัทธา ยกมือไหว้อย่างลืมตัว
ใจจ้องไปที่พระอาจารย์ที่กำลังสวมมงคลหัวให้กับพวกแท่นและนักรบที่อาสาจะออกไป
พระอาจารย์พรมน้ำมนต์ให้ทุกคน ทุกคนก้มหัวรับน้ำมนต์เย็นชื่นบาน มีแต่ใจที่ไม่ก้มหัวลงต่ำเหมือนคนอื่นๆ เพียงแค่ค้อมตัวลงไม่ให้เด่นกว่าคนอื่นๆเท่านั้น

ทุกคนกำลังก้มตัวเลยไม่มีใครสังเกต ว่าใจสายตานิ่ง แข็งกร้าวกว่าสายตาปกติที่ทุกคนเห็น
เวลาต่อมา พันเรือง จันหนวดเขี้ยว ทองเหม็น และทองแสงใหญ่ ยืนเด่นอยู่บนประรำ ท่ามกลางชาวบ้านระจันทุกคนที่มายืนล้อมรอบ ผู้นำที่เหลือ อย่าง ขุนสรรค์กรมการ ทองแก้ว ดอกไม้ ต่างยืนมองอยู่ไม่ห่าง

สายตาทุกคนเต็มไปด้วยความเจ็บแค้น ต้องการชัยชนะ
ทองเหม็นบอก
"ปู่กู ทั้งย่าทั้งแม่ ไอ้พวกอังวะมันผลักล้มคะมำ มันเอาตีนเหยียบอกแม่กู กูเคยกราบตีนแม่ แต่ตีนพวกมันข้ามแม่ที่กูกราบ ใครหน้าไหนจะทนนิ่งให้มันมาหยามหน้าเยี่ยงนี้อีก"
แฟงกับชาวบ้านประกาศ
"ไม่ ไม่ยอม"
"ไม่ยอมแล้วจะทำยังไง"
แฟงและชาวบ้านทุกคนยกมือโห่ร้อง
"เราจะสู้ เราจะสู้ สู้ๆๆๆ"
ใจที่ยืนอยู่ใกล้ๆสไบกับรุ่ง แอบมองสไบที่ตะโกนให้กำลังใจนักรบระจันอยู่อย่างพอใจ

พงไม้ด้านหนึ่งของคลองสะตือ แท่นนำอินกับนักรบร่วมร้อยคน ลอบซุ่มเดินทัพมาอย่าง
เงียบกริบ ทุกคนมีดาบและมีดเหน็บเอวไว้เป็นอาวุธต่อสู้ประชิดตัว

ทองแสงใหญ่ที่ยืนอยู่พูดขึ้นกับทุกคนที่ลานซ้อมอาวุธ ค่ายระจัน
"แผ่นดินนี้ต้องเป็นของคนไทย ใครไม่สู้ก็หลบไปเชือดคอตายในดงโน้น"
แฟง/ ชาวบ้านตะโกนบอก
"เราจะสู้ เราจะสู้"
"ตอนนี้พ่อแท่นกำลังฟันล่อพวกอังวะอยู่ เดี๋ยวเราก็จะยกไปเป็นกองหนุน ตีตลบหลังพวกมัน ข้าศึกไม่ทันรู้ตัว เราก็จะได้เปรียบ เด็ดหัวพวกมันได้หมด อย่าให้พวกมันมีหัวเหลือกลับค่ายได้"
"ฆ่ามัน ฆ่ามัน"
ใจตกใจนึกไม่ถึงว่าชาวระจันจะทำกลลวงฆ่าทหารอังวะ

ที่คลองสะตือ กลุ่มของแท่นซุ่มมองกำดาบพร้อม เห็นทหารอังวะกำลังตั้งค่ายกินข้าว

ใจฟังทองแสงใหญ่กับแฟงและชาวบ้านแล้วทำอะไรไม่ถูก
"สองแขนจะขอทำศึกเพื่อพ่อแม่ สองมือจะกำดาบปกป้องลูกเมีย"
"รบกับมัน รบกับ"
ใจถอยห่างออกไปเงียบๆ โดยไม่มีใครทันสังเกต

แท่นกับพวกค่อยๆคืบคลาน บุกเข้ามาเงียบ ทหารอังวะกำลังยืนคุยกันตามพุ่มไม้ถูกแท่น อิน กับพวกพุ่งเข้ารัดคอแล้วปาดตายทันทีไม่ทันได้ร้อง
กลุ่มของแท่นรุกเข้าไปใกล้ ทหารอังวะกลุ่มหนึ่งหันมาเห็น ก็จับดาบ ส่งเสียงบอกกัน
"โยธยา โยธยา"
ไม่ทันที่ทหารอังวะจะได้ตั้งตัว กลุ่มของแท่นพุ่งเข้าฟัน ตะลุมบอนทันที

จันหนวดเขี้ยวกำดาบที่ลานอาวุธ ตะโกนขึ้น
"คนเราเกิดมาได้หนเดียว ตายก็ตายหนเดียว ดาบใครไม่เปื้อนเลือด ก็ไม่ใช่ดาบคนบ้านระจัน"
ชาวบ้านทุกคนเฮ เสียงดังสนั่น กึกก้อง
"ไปพวกเรา ออกไปฆ่ามันให้หมด"
จันหนวดเขี้ยวเดินนำทุกคนออกประตูค่ายไป แฟง - สไบ มองตามอย่างตื่นเต้น

ฝ่ายแท่นกับอินสู้กับทหารอังวะ แบบประชิดตัว นักรบบางระจันหลายคนใช้มีดสั้นจ้วงแทง ปาดคอทหารอังวะแบบไม่ทันจะยกปืนยิงได้ การตะลุมบอนแบบตัวต่อตัว ฝ่ายแท่นกำลังได้เปรียบ

ลานครัวหลังค่ายระจัน แฟง สไบ เดินมากับรุ่งกับกลุ่มผู้หญิงเพื่อมาเตรียมอาหารต่อ
รุ่งบอก
"รีบๆเข้า ทำอาหารไว้เตรียมส่งเสบียงให้พวกที่ไปรบ เพื่อเกิดศึกติดพัน"
"ฉันเอาไปให้เอง พี่รุ่ง" แฟงบอก
"นังแฟง เอ็งนี่จะห้าวเกินหญิง ให้ผู้ชายเค้าเอาไปสิวะ ขืนเอ็งไป พลาดพลั้งโดนจับได้ จะเอาตัวรอดได้มั้ย"

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 10 วันที่ 16 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ