อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 11/3 วันที่ 17 ม.ค. 58

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 11/3 วันที่ 17 ม.ค. 58

"ลืมอดีตแต่หนหลังเสียเถอะ พี่ทัพเขาก็ตัดใจ ทำใจแล้ว ถ้าพี่เฟื่องยังจะมาอาลัยพี่ทัพอยู่ พี่เฟื่องนี่แหละที่จะกลายเป็นคนเรรวน"
เฟื่องยิ่งเสียใจร้องไห้หนัก

"พูดจริงๆเถอะพี่เฟื่อง พี่เฟื่องว่าพี่ขาบไม่ดีตรงไหน พี่เฟื่องถึงไม่อาจรักพี่ขาบได้ แต่งงานกับพี่ขาบให้เป็นฝั่งเป็นฝาเถอะ แม่และพี่ทัพจะได้สบายใจ ฉันก็จะยอมแต่งกับพี่สังข์ให้เรียบร้อยพร้อมพี่เฟื่องเหมือนกัน ชีวิตผู้หญิงเรานะพี่เฟื่อง...จะชั่วดีถี่ห่าง ก็ขอมีผัวเดียวจนตายเถอะนะ"
จวงซบลงที่หลังเฟื่อง กอดเฟื่องอย่างคนหัวอกเดียวกัน

กลางคืนต่อเนื่องมา สังข์ ขาบ เดินเข้าประตูรั้วพ่อค่ายมากล้าๆ กลัวๆ
"เอ็งว่าพ่อค่ายเขาจะยอมเป็นเฒ่าแก่ให้เรามั้ย" ขาบถาม


"ถ้าไม่ยอม มึงกับกูก็ไม่ต้องมีเมีย"
สังข์ทำกล้าเดินนำเข้าไป โย่ง ลูกน้องพ่อค่ายเดินเมาออกมาขวาง
"หยุด...มึงสองคนจะเข้ามาในเขตนี้ยามวิกาลมิได้"
"ฉันจะมาหาพ่อค่ายจ๊ะพี่"
"พ่อค่ายคนไหน บ้านนี้มีพ่อค่ายอยู่ตั้งสิบเอ็ดคน มึงอยากพบคนไหน"
ขาบพูดประสาซื่อ
"คนไหนก็ได้จ๊ะ ที่ไปเป็นเฒ่าแก่สู่ขอผู้หญิงให้จ๊ะ"
โย่งหัวเราะคิก
"งั้นข้าจะพาไปหาพ่อทองเหม็น...แกเมตตาสูงอยู่" ทั้งคู่กำลังจะตามไป "เฮ้ยๆๆ เดี๋ยวมึง สองคนวางอาวุธก่อน" โย่งสั่งยาม "ริบอาวุธ"
ยามเฝ้าประตูเข้ามารับดาบจากสังข์กับขาบไปเก็บ

ทองเหม็นกำลังนั่งกินเหล้าพักผ่อนอยู่หน้าเรือน หัวเราะชอบใจ
"กูอยากจะถีบมึงเหลือเกินไอ้โย่ง คนอย่างกูนี่นะจะไปสู่ขอผู้หญิงให้ไอ้สองคนนี่ คนขี้เมาอย่างกูใครจะยกลูกสาวให้ โน้น...ต้องพ่อพันเรืองโน่น"
พันเรืองเดินลงมาสั่งงานนักรบฉกรรจ์อยู่ที่บันได
"ไป..รีบไป เดี๋ยวแกจะขึ้นนอนเสียก่อน" ทองเหม็นบอก
สังข์รีบสะกิดขาบวิ่งไปหาพันเรืองที่บันได
พันเรืองสงสัยหันมามอง
"เอ็งสองคน..คนบ้านคำหยาดนี่"
สังข์ ขาบ รีบยกมือไหว้
"ใช่จ๊ะ" ขาบบอก
"มีเรื่องอันใด"
"คือ..เมื่อกลางวันไอ้ทัพมันพาฉันสองคนมาเพื่อจะขอให้พ่อค่าย..."
สังข์ไม่กล้าพูดต่อ
"พอดีต้องรีบพาไอ้ทัพไปรดน้ำมนต์เสียก่อน ฉันสองคนเลยไม่ทันพูด" ขาบบอก
"ข้าเลยมิรู้ว่าเอ็งสองคนจะให้ข้าทำอะไร จะให้ข้าล้างแค้นพวกอังวะให้รึ ข้าก็รบกับมันแทบทุกวันอยู่แล้ว" พันเรืองว่า
"มิได้จ๊ะ ข้าอยากแต่งงาน"
พันเรืองงงๆ
"จะมากราบขอพ่อค่ายไปสู่ขอเจ้าสาวให้นะจ๊ะ"
"เอ็งสองคนเพิ่งมาถึง ก็อยากจะมีเมียแล้วรึ"
"หาไม่จ๊ะ ข้ารักแม่จวงตั้งแต่อยู่ที่บ้านคำหยาดแล้วจ๊ะ"
"ข้าก็รักแม่เฟื่องมาแต่บ้านคำหยาดเช่นกันจ๊ะ"
"อ้าว...แล้วทำไมจะมาให้ข้าไปขอให้เล่า"
สองเกลอมองหน้ากัน ไม่กล้าบอก
"ข้าว่าเอ็งสองคนคงทำมิดีกับลูกสาวเขาไว้ซิ เขาถึงไม่ยกให้"
ทั้งคู่ไม่กล้ามองหน้าพันเรือง รู้สึกผิด
"เอา....ถ้าเอ็งคิดว่าข้าไปขอแล้วเขายอมยกให้ ข้าจะช่วย"
สังข์ ขาบ ยิ้มออก
"เพราะเห็นว่าเอ็งสองคนจะมาช่วยข้ารบดอกนะ แต่เอ็งแน่ใจนะว่าเขาจะยอมยกให้"
สังข์กับขาบบอก
"ถ้าเป็นพ่อค่ายขอเอง รับรองยังไงๆก็ต้องยกให้จ๊ะ"
ทองเหม็นนั่งมองอยู่กับโย่ง หัวเราะชอบใจ

"ไอ้คนบ้านคำหยาดนี่กูว่าหน่วยก้านมันฟันอังวะขาดได้หลายท่อนอยู่ แต่กับเมีย กูว่าไม่รอด"
กระทงดอกไม้ ธูปเทียนที่สังข์ ขาบ ถือในมือ วางลงหน้านางจันทร์ นางเฟี้ยม เพื่อเป็นการขอขมาเรื่องจวง และ เฟื่อง ฝ่ายจวงกับเฟื่อง แฟง สไบอยู่อีกด้าน แฟงสีหน้าปั้นปึ่งไม่พอใจ เรื่องที่ขาบล่วงเกินพี่สาว


กลุ่มทัพ ใจ และผู้ชายคนอื่นๆมองจากด้านหลังร่วมเป็นสักขีพยาน
สังข์บอก
"ฉันขอสมาลาโทษแม่จันทร์ที่พาจวง ลูกสาวแม่ ไป ไม่ทันได้มีงานตบแต่งให้สมหน้าสมตาแม่"
"ฉันก็ขอสมาลาโทษแม่เฟี้ยมด้วยจ้ะ" ขาบบอก
นางจันทร์ นางเฟี้ยมรับกระทงดอกไม้มา
นางจันทร์ถาม
"ว่ายังไง เฟี้ยม เราจะคิดค่าน้ำนมไอ้สองคนนี้ยังไงดี เอาเสียให้หนัก ให้สมรักสมแค้น"
นางจันทร์ทำค่อน คนที่ฟังหัวเราะ ยิ้มขำกันเพราะรู้ว่านางจันทร์แกล้งขู่ลูกเขย จวงสีหน้าอายๆ แต่เฟื่องแววตาเศร้านิ่ง
แฟงเหลือบไปมองทัพที่ยืนนิ่ง ไม่แสดงอาการอะไรออกมา
"ข้าก็คงไม่เรียกร้องอะไรหรอกนะ ยามศึกยามสงครามเยี่ยงนี้ ขอแค่ให้รักลูกสาว ข้า ยกย่องเชื่อฟังลูกสาวข้าทุกเรื่อง ห้ามขัด ห้ามว่า ห้ามเถียง ลูกสาวข้าต้องเป็นใหญ่ที่สุด"
ทุกคนหัวเราะที่นังเฟี้ยมยังไว้ลาย
"รับรองจ้ะแม่ ฉันจะรัก จะเชื่อฟังน้องจวง คำน้อยไม่มีว่าให้เคืองใจW
"ฉันก็ขอสัญญา ชีวิตฉันจะรักเฟื่องจนกว่าจะสิ้นใจตาย"
เฟื่องเบือนหน้าหนี ขาบแววตาหมองลงทันที แฟงเหลือบมอง ทัพยังยืนนิ่ง ไม่มีรอยยิ้ม แฟงมองด้วยความสงสาร
เสียงเอิบ ช่วงดังสวนขึ้นด้วยความคึกคะนอง
"อย่างงี้มันต้องรำกันยันเช้า" เอิบบอก
ช่วงบอก
"เอ้าเว้ย มาเลี้ยงให้คู่ผัวเมียรักกันทุ่งสะเทือนสองคู่เว้ย ...เอ้า...โห่....หิ้วโห่"
ทั้งหมดร้องขานรับ "ฮิ้ว"

เสียงเพลงพวงมาลัยดังจากกลุ่มหนุ่ม สาว ที่ตั้งวงร้องอยู่ มีแฟงกับสไบรำอยู่ด้วย สังข์นั่งชิดกับจวง ขาบนั่งติดเฟื่อง มีเอิบ ช่วง ฟัก เคลิ้ม กับชาวบ้านคนอื่นที่ล้อมวง ทั้งกินทั้งดื่ม ร่วมแสดงความยินดีในงานฉลองแต่งงาน
กลุ่มผู้ใหญ่ ได้แก่นางจันทร์ นางเฟี้ยม และชาวบ้านผู้ใหญ่พากันนั่งคุยกันอีกวง ทัพยืนมองห่างออกมา มีใจยืนใกล้
"ดีนะที่เอ็งช่วยหายาแก้พิษให้ข้า ถ้าเอ็งไม่ไปอยู่ตรงนั้นพอดี ป่านนี้ข้าคงเป็นผีเฝ้าทุ่ง"
ใจยิ้มรู้ดีว่าทัพกำลังถามด้วยความสงสัย แต่ใจทำไม่มีพิรุธ
"ฉันก็พอมีความรู้เรื่องสมุนไพรอยู่บ้าง ดีใจที่ช่วยเอ็งได้ ตอนแรกฉันจะวิ่งตัดทุ่งไปทางที่เค้ารบกันอยู่แล้ว ได้ยินเสียงร้องให้ช่วยเสียก่อน พอไปถึงก็เลยเห็นแฟงกับเอ็ง"
"แล้วเอ็งเห็นพวกที่ยิงลูกดอกใส่ข้ามั้ย"
"ฉันมองตามมันไม่ทัน ตอนนั้นก็ห่วงแต่เอ็ง"
"พิษมันร้ายจริงๆ"
"เอ็งยังไม่หายปวดหรือ"
"ว่านที่เอ็งให้ก็ช่วยบรรเทาได้ส่วนนึงแต่ที่หายขาด ก็เพราะน้ำมนต์ของหลวงพ่อธรรมโชติ"
ใจสงสัย
"น้ำมนต์"
ทัพมองใจที่หน้าตาสงสัย แต่ทัพไม่คิดระแวงใจเลย ก็ยิ้ม
"น้ำมนต์หลวงพ่อช่วยถอนพิษสกปรกทั้งหมดออกไปจากตัวข้า"
ใจทำเป็นยิ้มตื่นเต้น
"โชคดี โชคดีของเอ็ง หลวงพ่อท่านเก่งจริงๆ"
"ต่อไปนี้เราต้องระวัง"
ทัพตบบ่าใจอย่างกันเอง ใจฝืนยิ้ม
"เราไม่รู้ว่าศัตรูมันจะมาไม้ไหน เราต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา ช่วยเหลือกัน สามัคคีกัน"
ใจฝืนยิ้มให้ทัพที่ไม่ระแวงเลยว่ากำลังอยู่ใกล้ศัตรูในเงามืดอย่างเขา
ยามเย็น ชาวบ้านในค่ายพากันหุงหาอาหาร ผู้ชายพากันกลับจากซ้อมอาวุธ มาที่เรือน

ใจเดินมองไปรอบๆ ด้วยสายตาสังเกตความเป็นอยู่ ทางเข้าออกทุกทางในค่าย
กลุ่มสังข์ ขาบถูกพวกฟัก เอิบมอมเหล้า แฟงยืนห่าง จวงกำลังลำเลียงกับแกล้มมาให้กลุ่มผู้ชาย รุ่งมองหาแล้วถามขึ้น

"พี่ใจไปไหนซะละ"
สไบได้ยินก่อน ก็มองหา ดอกรักที่กำลังกินเหล้าอยู่อีกวงกับชาวบ้าน ได้ยินก็ขยับตัวทันที
"เห็นพี่ใจมั้ย"
"ทำไมเหรอ พี่รุ่ง พี่ใจเค้าจะไปไหนมาไหนต้องคอยรายงานแม่ด้วยเหรอ"
กลุ่มผู้หญิงหัวเราะ รุ่งหน้าแดง

อ่านละคร บางระจัน ตอนทีี่ 11/3 วันที่ 17 ม.ค. 58

ละครเรื่อง บางระจัน สร้างโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง บางระจัน บทประพันธ์ ไม้ เมืองเดิม
ละครเรื่อง บางระจัน บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกศ / ฟ้าฟื้น
ละครเรื่อง บางระจัน กำกับการแสดง พงศกร เมตตาริกานนท์, ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด
ละครเรื่อง บางระจัน แนว แอ็กชั่น-ชีวิต-ประวัติศาสตร์
ละครเรื่อง บางระจัน ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ